หลังจากตระกูลฟู่และตระกูลเจียง ได้แลกหนังสือหมั้นหมายของบุตรชายบุตรสาว ข่าวลือเื่ทั้งสองตระกูลจะเกี่ยวดองกัน ก็แพร่กระจายไปตามร้านรวงต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว คนที่อวยพรให้ทั้งสองสุขสมก็มีอยู่มาก คนที่อิจฉาริษยาก็มีไม่น้อย ล้วนเป็สตรีที่ยังไม่ออก
แต่แล้วอย่างไรในเมื่อฟู่หลงเหยียนมิได้สนใจ พวกนางก็เป็ได้แค่เศษฝุ่นที่ลอยไปกับสายลมเท่านั้น เพราะในสายตาของฟู่หลงเหยียน ไม่เคยละไปจากคู่หมั้นที่เริ่มจะเปล่งประกายความงาม
หลังจากนั้นอีกสามเดือนต่อมา ปรากฏว่าองค์หญิงใหญ่ตั้งครรภ์ อย่างที่อวี้จิ่นเคยบอกพวกเขาเอาไว้จริง ๆ เจียงหยวนแอบไปพบน้องสาว เพราะเขาอยากรู้ว่าเด็กในครรภ์องค์หญิงใหญ่ เป็เด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง เขาจะได้เตรียมรับมือบุตรคนได้ถูก พอได้รู้ว่าตนเองจะได้บุตรชาย การวางแผนเลี้ยงดูจึงถูกคิดขึ้นทันที
ั้แ่อวี้จิ่นกลายเป็คู่หมั้นของหัวสำนักตรวจการ หากไม่มีภารกิจลับและออกเดินทางไปต่างเมือง ข้างกายของอวี้จิ่นย่อมมีบุรุษร่างสูงใหญ่กำยำ นามว่าฟู่หลงเหยียนอยู่กับนางเสมอ จนเหล่าบุรุษที่มั่นใจว่าตนเองหน้าตาหล่อเหลา ต้องวิ่งหาที่หลบแทบไม่ทัน แค่ฟู่หลงเหยียนจ้องมองพวกเขาก็หายไม่ออกกันแล้ว
ทุกอย่างยังคงดำเนินไปเช่นที่ผ่านมา มีเื่ให้ช่วยเหลือชาวบ้านประปราย ตักเตือนขุนนางในราชสำนัก ที่กำลังวางแผนหาผลประโยชน์กับพรรคพวก ซึ่งฮ่องเต้ได้มีข้อกำหนดว่า ขุนนางในราชสำนักจะต้องผ่านการตรวจดวงชะตา จากเทพธิดาพยากรณ์ทุกหนึ่งเดือน
ด้วยเหตุนี้ขุนนางในราชสำนัก จึงระวังตัวเื่กระทำความผิดอย่างมาก พลอยทำให้ขุนนางท้องถิ่นทั้งหลาย ไม่กล้าทำเื่ผิดกฎหมาย หากมีใครลงมือทำเื่ของพวกเขา จะถูกรายงานกลับไปยังเมืองหลวงทันที
จนเวลาผ่านมาเหลืออีกไม่ถึงสองเดือน จะถึงฤกษ์มงคลของสองตระกูลอยู่แล้ว ก็ยังมีสตรีที่เพิ่งจะเคยเข้าเมืองหลวง อยากได้ฟู่หลงเหยียนเป็สามีทันทีเมื่อได้พบหน้าเขาครั้งแรก เนื่องจากบิดาของนางแม่ทัพทักษิณเย่ิเจ๋อ ถูกเรียกตัวมารับตำแหน่งในกองทัพใหญ่
เื่ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ฟู่หลงเหยียน พาอวี้จิ่นแวะสั่งซาลาเปาเ้าประจำของนาง ยามทีอวี้จิ่นกำลังจะข้ามไปอีกฝั่งของถนน มีสตรีคนหนึ่งคล้ายหลบหลีกสาวใช้ของตน จนไม่ยอมมองทางเกือบจะชนอวี้จิ่นล้ม ยังดีที่ฟู่หลงเหยียนคว้าร่างคู่หมั้นเอาไว้ได้ แต่เขาไม่ลืมใช้ปลายเท้าของตน ถีบไปที่สะโพกของสตรีผู้นั้นให้ล้มลงกับพื้นแทน หากฟู่หลงเหยียนช้าอีกเพียงนิด อวี้จิ่นต้องถูกชนล้มไปอย่างแรงและอาจได้รับาเ็ด้วยเช่นกัน
“ตุบ! โอ๊ยยย!!”
“คุณหนู! คุณหนูเจ็บมากหรือไม่เ้าคะ บ่าวเตือนแล้วว่าอย่าได้วิ่งเช่นนี้” อู่ฉิงบ่นเ้านายของตนที่ยังนั่งแหมะอยู่กับพื้น
“เ้าจะบ่นให้ได้อะไรขึ้นมาอู่ฉิง เป็คุณชายผู้นั้นที่ทำข้า...ทำไมข้าเพิ่งจะเคยเห็นบุรุษใบหน้าหล่อเหล่าเช่นนี้เล่า” เย่หลิงเซียงจากที่บ่นสาวใช้อยู่ดี ๆ พอเงยหน้าคนที่ตนคิดจะกล่าวหา เป็ต้องหยุดคำด่าทอเ่าั้เอาไว้แทบไม่ทัน
“คุณหนูใครกันทำท่านล้มจนาเ็เ้าคะ”
เย่ิเซียงยังคงมองฟู่หลงเหยียน ผู้สนใจถามไถ่กับอวี้จิ่นเพียงคนเดียว ไม่สนใจคนที่วิ่งมาชนจนเข้าต้องถีบนางออกไป
“จิ่นเอ๋อร์ไม่เจ็บที่ใดใช่หรือไม่ ถ้าเจ็บตรงไหนให้รีบบอกพี่เข้าไหม ฮึ” มิใช่แค่น้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่สายตาคมนั้นยังอ่อนโยนตามเสียงไปด้วย
“ข้าไม่ได้าเ็ที่ใดเ้าค่ะพี่ชายฟู่ ดีที่มีท่านช่วยดึงข้าเอาไว้เสียก่อน หากไม่มีท่านคงเจ็บตัวไม่น้อยเ้าค่ะ”
เมื่อนั่งรออยู่นานบุรุษที่ตนสนใจ ไม่ยอมหันมามองเสียทีทำเอาเย่ิเซียง ไม่มั่นใจในความงามของตนขึ้นมาเสียดื้อ ๆ และยังพาลไปโกรธอวี้จิ่นแทนเสียได้ ว่าเป็สาเหตุที่ทำให้ฟู่หลงเหยียน ไมยอมหันไปมองนางที่รอให้เขาช่วยอยู่ตั้งนานสองนาน
“นี่!! ท่านน่ะทำข้าล้มจนาเ็ เหตุใดไม่หันมาถามไถ่ข้าบ้างเล่า ทำไมต้องเอาแต่ถามนางทั้ง ๆ ที่นางไม่ได้เป็อันใดเสียหน่อย” เย่ิเซียงแสดงนิสัยเอาแต่ใจออกมา จนเรียกสายตาผู้คนหยุดดูเื่สนุกมากขึ้น
“เ้าพูดว่าอะไรนะ ข้าเป็คนทำให้เ้าลงไปนั่งบนพื้นงั้นหรือ? ข้าว่าที่นี่คงไม่มีใครตาบอดกระมัง ว่าใครกันแน่ที่ไม่ระวังตามที่สาวใช้เตือน วิ่งโร่ไปทั่วไม่มองทางประหนึ่งคนไม่เคยออกจากบ้าน” ฟู่หลงเหยียนไม่เคยพูดจาอ่อนโยนกับสตรีคนไหน ยกเว้นสตรีข้างกายของเขาในตอนนี้
“เอ๊ะ! คุณชายทำไมต้องต่อว่าข้าด้วย ถ้าไม่ใช่ท่านที่ทำให้ข้าล้มก็ต้องนางที่ทำ ท่านควรสั่งให้นางขอโทษข้า”
“คุณหนูลุกขึ้นเถิดเ้าค่ะ พวกเรารีบกลับจวนดีกว่านะเ้าคะ หากนายท่านรู้ว่าคุณหนูแอบหนีมาเดินเล่น โดยไม่ได้รับอนุญาตท่านจะถูกลงโทษเอาได้นะเ้าคะ” อู่ฉิงเตือนเ้านายด้วยความหวังดี แต่เหมือนความหวังดีของนางจะสูญเปล่า
“ผลั่ก!! ตุบ โอ้ย คุณหนู”
“เป็แค่สาวใช้อย่าเสนอหน้ามาสั่งสอนข้า ส่วนท่านรีบมาช่วยข้าลุกขึ้นสิ ไม่เช่นนั้นข้าจะฟ้องท่านพ่อให้เอาเื่พวกเ้า” เย่ิเซียงกอดอกเชิดหน้าจนหน้าหมั่นไส้
“เชิญเ้ากลับไปฟ้องบิดาเ้าเถิด สตรีไร้ยางอายหน้าด้านที่สุด”
อวี้จิ่นสงสารสาวใช้ที่ถูกทำร้าย ทั้งที่นางแค่เตือนด้วยความหวังดี เพราะฟังจากพูดของนางแล้ว นั่นหมายความว่าบิดาของคุณหนูผู้นี้ คงจะเคร่งครัดเื่กฎระเบียบเป็อย่างมาก อวี้จิ่นจึงเดินไปพยุงสาวใช้ให้ลุกขึ้นอย่างเบามือ
“พี่สาวลุกขึ้นก่อนเ้าค่ะ แผลแถ่ถลอกเล็กน้อย รักษาความสะอาดและหมั่นทายา อีกไม่นานก็หายเป็ปกติแล้วล่ะ”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ”
“คนที่เ้าควรช่วยคือข้าไม่ใช่สาวใช้ชั้นตะ..”
“หุบปาก!! คู่หมั้นของข้าจะช่วยผู้ใดแล้วเ้าจะทำไม ความจริงเ้าก็รู้ดีอยู่แก่ใจยังจะหน้าด้านกล่าวโทษผู้อื่น มารดาเ้าอบรมสั่งสอนมาเช่นนี้อย่างนั้นรึ” ฟู่หลงเหยียนเริ่มรำคาญเย่ิเซียง ที่หาเื่ตนกับอวี้จิ่นไม่หยุด
“ทะ ทะ ทำไมท่านต้องดุข้าเพราะนางด้วยเล่า ข้าเป็ถึงบุตรสาวแม่ทัพทักษิณเย่ิเจ๋อ นางควรเคารพข้าไม่ถูกต้องงั้นรึ” สุดท้ายเย่ิเซียงก็ทนไม่ไหว ใช้ตำแหน่งบุตรสาวแม่ทัพทักษิณ มาข่มขู่อวดอ้างตนกับผู้อื่น
เมื่อทุกคนที่มุงดูเหตุการณ์ ได้ยินเย่ิเซียงบอกว่านางคือบุตรของผู้ใด ไม่ต้องรอให้ฟู่หลงเหยียนเอ่ยปากอีก ครั้งนี้เป็ชาวบ้านที่ออกหน้าปกป้องอวี้จิ่นโดยไม่ต้องร้องขอ
“พวกเ้าฟังที่คุณหนูผู้นี้พูดสิ เป็แค่บุตรสาวแม่ทัพทักษิณ ทั้งยังกล้าทำเื่น่าอับอายกลางเมืองหลวงเสียได้”
“นี่คุณหนูผู้สูงศักดิ์บิดาเ้ามิได้ยิ่งใหญ่เหนือผู้ใด เพราะว่าบิดาของคุณหนูที่เ้ากล่าวหานางอยู่ คือแม่ทัพใหญ่เจียงซื่อกุ่ยเชียวนะ พี่ชายของคุณหนูเจียงก็เป็ถึงแม่ทัพ ไม่ด้อยไปกว่าบิดาเ้าเลยสักนิด”
“ข้าไม่แปลกใจที่นางจะถูกใต้เท้าฟู่ต่อว่า เห็นจะจริงที่มารดาของนางคงไม่สั่งสอนให้รู้จักการวางตัว และไร้ยางอายที่กล้ากล่าวหาคุณหนูเจียงกับใต้เท้าฟู่ ว่าเป็คนทำนางหกล้มหัวคะมำ”
“พะ พะ พวกเ้าว่าบิดาของนางคือใครนะ?”
คำถามนี้ของเย่ิเซียง เป็ฟู่หลงเหยียนที่ตอบกลับไป
“บิดาของคู่หมั้นของข้าก็คือ แม่ทัพใหญ่เจียงซื่อกุ่ยผู้ไม่เคยแพ้ในสนามรบ แม้แต่บิดาของเ้ายังให้ความเคารพแม่ทัพใหญ่ เ้านับเป็ตัวอะไร ถึงกล้าอวดอ้างบารมีของบิดากลางตลาดเช่นนี้!!” ฟู่หลงเหยียนตะคอกกลับเย่ิเซียง ด้วยเสียงที่ดังไปทั่วตลาด
“ใช่! ใต้เท้าฟู่กล่าวได้ถูกต้อง ที่สำคัญพวกข้าไม่ยอมให้ท่าน มาพูดจาดูถูกเทพธิดาพยากรณ์ของพวกเราแน่ ข้าจะร้องเรียนเื่นี้กับฮ่องเต้ ว่าตระกูลเย่ของแม่ทัพทักษิณ ไม่อบรมสั่งสอนบุตรสาวให้ดีดั่งคุณหนูในห้องหอ ปล่อยปละละเลยให้กลายเป็สตรีเอาแต่ใจ ข้าจะกลับไปเขียนหนังสือร้องเรียนใครเห็นด้วยตามข้ามา”
“ตะ ตะ ใต้เท้าฟู่กับเทพธิดาพยากณ์งั้นหรือ” เย่ิเซียงเพิ่งจะหาเสียงของตนเจอ แต่นางก็ต้องหยุดปากไว้เพียงเท่านั้น
“หึ คิดว่าข้าดูสายตาที่เ้าจ้องมองมาไม่ออกรึ ว่าอยากได้ข้าไปเป็สามีจนตัวสั่นน่ะ เลิกคิดและอย่าได้หาหางใช้วิธีสกปรก ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน อ้อ ทำกับข้าไม่เท่าไหร่ แต่หากเ้าคิดลงมือกับคู่หมั้นของข้าละก็ ถึงบิดาเ้าจะเป็แม่ทัพใหญ่ ข้าก็มีวิธีจัดการให้เ้าอยู่ไม่สู้ตายได้เช่นกัน” ฟู่หลงเหยียนมิได้พูดเปล่า แต่ดวงตาที่แสดงออกถึงความอำมหิต มันบ่งบอกว่าไม่ได้แค่จะข่มขู่เย่ิเซียง
“ตุบ! ใต้เท้าโปรดให้อภัยคุณหนูของบ่าวสักครั้งเถิดเ้าค่ะ พวกเราเพิ่งจะมาเมืองหลวงเป็ครั้งแรก จึงไม่รู้ความมากนักจนทำให้ใต้เท้าขุ่นเคือง บ่าวขอความเมตตา หวังว่าใต้เท้าจะใจกว้างไม่ถือสาผู้น้อย” อู่ฉิงคุกเข่าโคกศีรษะขอความเมตตากับฟู่หลงเหยียน
“ได้ ข้าจะเห็นแก่บ่าวของเ้าที่รู้ความ ครั้งนี้จะไม่เอาเื่คุณหนูเช่นเ้า อู๋จิ้ง! พาพวกนางสองคนไปส่งที่จวนตระกูลเย่ เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้แม่ทัพทักษิณได้ฟังอย่างละเอียด” ถึงแม้ฟู่หลงเหยียนจะไม่เอาเื่ แต่เขายังคิดใช้วิธีให้เย่ิเซียง ถูกลงโทษทางอ้อมได้อยู่ดี
“ขอรับนายน้อย เ้าประคองคุณหนูของเ้ากลับจวน”
“ขอบคุณใต้เท้า ๆ ที่เมตตาเ้าค่ะ คุณหนูรีบกลับจวนกันเถิดเ้าค่ะ หากยังชักช้าเกิดใต้เท้าเปลี่ยนใจ ย่อมไม่เป็ผลดีกับนายท่านแน่”
เย่ิเซียงยอมเดินตามแรงของอู่ฉิง ยามนี้ในหัวของนางยุ่งเหยิงไปหมด ไหนจะทำตนเองขายหน้ากลางตลาด หาเื่บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจถึงกับเขียนหนังสือร้องเรียน ถ้านางกลับไปถึงจวนแล้วบิดาได้ฟังเื่ที่เกิดขึ้น นางคงไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันไปอีกหลายเดือนแน่ ๆ
และมันก็เป็ดั่งที่เย่ิเซียงคิดเอาไว้ บิดาของนางได้ฟังเื่ราวจากอู๋จิ้ง ก็โมโหกับสิ่งที่นางได้ทำลงไป มิใช่ว่าบิดาไม่เตือนนางก่อนจะกลับมาเมืองหลวง แต่เป็นางที่ไม่คิดจะเก็บมันมาใส่ใจ เพราะทะนงตนว่าเป็บุตรสาวแม่ทัพ ผู้คนต้องเกรงใจนางถึงจะถูก
คำสั่งกักบริเวณห้ามออกจากเรือนสามเดือน และให้ฮูหยินเอกรีบหาบุรุษที่เหมาะสมกับบุตรสาว และให้นางออกเรือนไปโดยเร็ว เมื่อเย่ิเซียงรู้เื่นี้นางอาละวาดจนเรือนแทบพัง แต่อาละวาดไปก็เท่านั้นในเมื่อมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ดี
หลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนั้น อวี้จิ่นก็ถูกสั่งงดออกจากจวน เพื่อเก็บตัวเตรียมเป็เ้าสาว ซึ่งอวี้จิ่นไม่ได้คัดค้านมารดาในเรืองนี้ นางถือโอกาสพักผ่อนอย่างสบายใจ และเทียวไปเล่นกับหลานชาย ที่กำลังซุกซนอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้เื่ฤกษ์ยามมงคล ก็ยังคงมีการประกาศต่อชาวบ้านทุกคนเช่นเคย เพราะพวกเขาก็อยากมีฤกษ์ สำหรับหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับครอบครัวของตนบ้างเหมือนกัน
และแล้ววันที่ฟู่หลงเหยียนเฝ้ารอก็มาถึงเสียที ขบวนเกี้ยวรับตัวเ้าสาวพร้อมหีบสินสอดอีกส่วนหนึ่ง ทอดยาวเกือบหนึ่งลี้ ด้านหน้าขบวนคือฟู่หลงเหยียนที่อยู่ชุดเ้าบ่าวสีแดง อยู่บนหลังเ้าเสี่ยวเฟิงและผู้ติดตามสองคน
จวนตระกูลเจียงก็ไม่น้อยหน้า เ้าสาวถูกปลุกขึ้นมาอาบน้ำสวมชุดเ้าสาว ั้แ่ยามอิ๋นจนอวี้จิ่นเกือบหัวทิ่ม เพราะยังง่วงนอนไปหลายรอบ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจึงนั่งรออยู่นิ่ง ๆ จนกว่าเกี้ยวเ้าสาวจะมาถึง
เสียงของซี่เหรินที่อยู่ด้านหน้าห้องดังขึ้น เมื่อถึงเวลาที่อวี้จิ่นจะต้องออกเรือนไปอยู่กับสามี
“ได้เวลาเ้าบ่าวรับตัวเ้าสาวแล้ว”
แอ๊ดดด ตึก ตึก ตึก
อวี้จิ่นมองเห็นเพียงปลายรองเท้าของเ้าบ่าว ที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของตน
“จิ่นเอ๋อร์ พี่มารับเ้าแล้วไปกันเถิด”
“....”
ฟู่หลงเหยียนเลิกคิ้วคมเล็กน้อย เมื่อร่างบางตรงหน้าไม่ยอมขยับ จนสังเกตเห็นว่าศีรษะของอวี้จิ่น ค่อย ๆ เอียงไปทางซ้ายทีละนิด จึงได้เข้าใจว่านางรอเขาจนหลับไปอีกรอบแล้ว
หมับ! เฮือก!!
“จิ่นเอ๋อร์”
“เ้าคะ!”
“หึ ๆ ๆ พี่มารับเ้าแล้วรีบไปกันเถิด มิเช่นนั้นจะเลยฤกษ์ยามเอาได้นะ”
“อุ้ย! แหะ ๆ ขออภัยเ้าค่ะพี่ชายฟู่ ข้ารู้สึกง่วงนอนนิดหน่อย”
พูดจบอวี้จิ่นก็ลุกขึ้นยืนและเดินเคียงข้างเขาออกไป ทั้งสองคนก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน ท่ามกลางสายของผู้คนที่มาร่วมงาน ในจวนตระกูลเจียงของฝ่ายเ้าสาว โดยเจียงหยวนทำหน้าที่ของพี่ชาย ด้วยการให้น้องสาวขี่หลังและพานางไปส่งขึ้นเกี้ยว
ขบวนรับเ้าสาวกลับจวนยิ่งใหญ่กว่าขามาไปอีก เมื่อหีบสินเดิมของเ้าสาวยาวกว่าสินสอดที่เ้าบ่าวมอบให้ พวกเขาไม่รู้หรอกว่าส่วนหนึ่งนั้น มาจากรัชทายาทและองค์หญิงใหญ่ จนกระทั่งเดินทางมาถึงจวนตระกูลฟู่ พิธีกราบไหว้ฟ้าดินจึงเริ่มขึ้นท่ามกลางแเื่ ที่มากกว่าเดิมอีกหลายเท่า
“หนึ่งคำนับฟ้าดิน!”
“สองคำนับบรรพบุรุษ!”
“สามบ่าวสาวคำนับกันและกัน!”
เมื่อพิธีการต่าง ๆ ได้เสร็จสิ้น ลำดับต่อไปย่อมเป็งานเลี้ยงฉลอง ส่วนอวี้จิ่นฟู่หลงเหยียนพานางมาส่งที่ห้องหอ โดยมีเฟยอินคอยดูแลรับใช้ไม่ห่างกาย พอเสียงประตูห้องหอปิดลง อวี้จิ่นแอบเปิดผ้าคลุมหน้าเรียกหาเฟยอิน
“พี่เฟยอินเ้าคะ”
“ฮูหยินน้อยมีอันใดหรือเ้าคะ”
“ข้าหิวมากเลยเ้าค่ะ ั้แ่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ท่านช่วยดูต้นทางให้ด้วยนะเ้าคะ ข้าแค่จะกินแค่พอคลายหิวเท่านั้นเ้าค่ะ”
“คิ คิ ฮูหยินน้อยไม่ต้องกังวลไปเ้าค่ะ นายน้อยสั่งข้าเอาไว้แล้ว หากท่านรู้สึกหิวให้ทานอาหารเหล่านี้ได้เลย นายน้อยไม่ถือเพราะเป็ห่วงท่านมากกว่าเ้าค่ะ” เฟยอินกลั้นขำกับท่าทางแอบบอกของอวี้จิ่นไม่ได้จริง ๆ
“โธ่ แล้วก็ไม่บอกกันั้แ่แรก ทำให้ข้าปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ แต่ตอนนี้ข้าไม่สนใจแล้วขอกินอะไรรองท้องก่อนก็แล้วกัน”
พอเฟยอินบอกว่าฟู่หลงเหยียน ไม่ว่าอันใดหากนางจะทานอาหาร ที่ถูกจัดไว้ในห้องหอของพวกเขา อวี้จิ่นยกตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก เพราะนางหิวมากจริง ๆ นอกจากอาการง่วงนอน ก็ความหิวนี่แหละที่ไม่อาจทนได้ แต่คำว่ากินแค่รองท้องของอวี้จิ่น คืออาหารแต่ละจานเหลืออย่างละนิดละหน่อย เฟยอินถึงกับพูดไม่ออกกับคำว่ารองท้องนี้
ด้านฟู่หลงเหยียนก็มีแขกยกจอกสุรา แสดงความยินดีกับเขาอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะสหายตัวดีอย่างเจียงหยวน ที่ตามมาก่อกวนตนเองยังมีใต้เท้าถง ที่ขอเป็แขกั้แ่ได้รู้เื่อวี้จิ่น
“อาเหยียนสหายข้า ตอนนี้เ้าคือน้องเขยของข้าผู้แล้ว อย่าลืมเคารพพี่ภรรยาเล่า ไม่เช่นนั้นข้าจะฟ้องอวี้จิ่นให้ลงโทษเ้า”
“อ่อ ได้สิพี่ภรรยา ไว้น้องเขยผู้นี้จะเคารพพี่ภรรยาให้มาก ๆ”
“ฮ่า ๆ ๆ ดีมาก ๆ เอ้า ดื่มมมม”
“ใต้เท้าฟู่ข้าเองก็ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยนะ ยามนี้ท่านทำให้คุณหนูในห้องหอทั้งหลาย น้ำตาเช็ดหัวเข่าไปครึ่งค่อนเมืองแล้วกระมัง” ใต้เท้าถงใยจะไม่เคยสตรีมากมาย มองตามฟู่หลงเหยียนด้วยสายสุดแสนเสียดาย
“ขอบคุณใต้เท้าถงมากขอรับ พวกนางร้องไห้ไปก็เท่านั้นขอรับ เพราะคู่วาสนาด้ายแดงของข้ามีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น หึ ๆ ๆ”
“วันนี้ข้าแอบเห็นคุณหนูหลายคน พยายามทำบางอย่าง แต่ดูท่าคงไม่สำเร็จเพราะฝีมือคนของใต้เท้าฟู่กระมัง” ใต้เท้าถงไม่ได้ตั้งใจจับผิด แต่สายตาเ้ากรรมดันไปเห็นเข้าพอดี สตรีเหล่านี้มักจะสวมหน้ากากเป็คนเรียบร้อย แต่ลับหลังกลับมีร่างเป็อสรพิษ
“พวกนางก็แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไม่มีทางสมหวังอย่างที่คิด”
“ฮ่า ๆ ๆ ข้าละนับถือหัวใจที่รักมั่นของท่านจริง ๆ หมดจอก”
ภายในจวนตระกูลฟู่วันนี้ เต็มไปด้วยกำลังคนที่ถูกฝึกมาอย่างดี พวกเขากระจายตามจุดต่าง ๆ เพื่อป้องกันเื่สกปรกของเหล่าสตรี ที่คิดจะฉวยโอกาสปีนเตียงเ้าของจวน แต่แผนการของพวกนางต้องล้มเหลว สาวใช้หรือคนสนิทหลายคนถูกจับไว้เงียบ ๆ และพวกนางย่อมไม่กล้าเรียกร้องให้ตามหา มิเช่นนั้นจะทำให้ครอบครัวของตนอับอายทันที
ฟู่หลงเหยียนกว่าจะหลบหลีกกลับมายังห้องหอได้ ก็เล่นเอาเขาหายมึนศีรษะจากการดื่มสุราไปมากพอสมควร เป็เฟยอินที่เปิดประตูให้กับเ้านาย เพราะนางจำเสียงฝีเท้านี้ได้เป็อย่างดี และกลับมายืนทำหน้าที่เฝ้าหน้าห้องเช่นเดิม
ฟู่หลงเหยียนนั่งลงข้างเตียง เพื่อเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวของตน แต่ภาพที่เห็นใต้ผ้าคลุมหน้า ทำเอาเขาแทบจะกลั้นขำไม่ไหว เนื่องจากเ้าสาวของเขาหนังท้องตึงหนังตาหย่อน นางนั่งหลับรอได้น่าเอ็นดูเสียจริง
หมับ! หือ
“พี่ชายฟู่ท่านกลับมาตอนไหนหรือเ้าคะ”
“ไม่ใช่พี่ชายฟู่แล้วนะจิ่นเอ๋อร์ เ้าต้องเรียกพี่ว่าอะไร ฮึ”
“อ่อ ท่านนนนพี่เ้าค่ะ”
“รอนานหรือไม่ แต่พี่ไม่น่าถามคำถามนี้กับเ้า ดื่มสุรามงคลก่อนเถิดนะ จะได้พักผ่อนเ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ฟู่หลงเหยียนสงสารฮูหยินตัวน้อยจับใจ
“เ้าค่ะท่านพี่”
ฟู่หลงเหยียนรินสุรายื่นให้อวี้จิ่น ก่อนทั้งสองจะคล้องแขนดื่มมันลงไป
อึก อึก
“แหวะ ไม่เห็นอร่อยเลยเ้าค่ะท่านพี่ พวกท่านดื่มไปได้อย่างไรกัน”
“เช่นนั้นหรือ”
“อืม รสชาติแปลก ๆ ตอนนี้ยังติดอยู่ที่คออยู่เลยเ้าค่ะ”
“ถ้างั้นจะลองชิมดูอีกทีว่าเป็อย่างที่เ้าพูดหรือไม่”
“อ่อ ประเดี๋ยวข้าไปรินมาให้ใหม่นะเ้าคะ..”
“หมับ! ว้ายย!! ท่านพะ..อื้อ”
อวี้จิ่นที่เข้าใจว่าสามีอยากชิมอีกหนึ่งจอก จึงจะลุกไปรินมาให้ใหม่ แต่แขนแกร่งกลับคว้าเอวบางลงมานั่งบนตัก ก่อนจะจับใบหน้าของนางเอาไว้ และกดจูบลงไปที่ปากอวบอิ่มอย่างหิวกระหาย อวี้จิ่นแทบจะหายใจไม่ทันกับการจูบที่ร้อนแรงนี้ของสามีหมาด ๆ
“อื้อ แฮ่ก ๆ ท่านพี่” อวี้จิ่นได้พักหายใจเมื่อริมฝีปากได้รูป ปล่อยนางให้เป็อิสระแต่ใบหน้ายังคงใกล้ชิดกัน
“จิ่นเอ๋อร์ เ้ากำลังจะทำให้พี่คลุ้มคลั่ง จนอยากรังแกเ้าให้หลับใหลไปในอ้อมกอดของพี่” ฟู่หลงเหยียนยังสงสัยตนเอง ว่าเขาเป็ถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
“ตอนนี้ท่านเป็สามีของข้าแล้ว และท่านก็มีข้าเป็ฮูหยิน ความ้าของท่านที่มีต่อฮูหยินผู้นี้ เหตุใดต้องหักห้ามใจด้วยเล่า” อวี้จิ่นย่อมเข้าใจความ้าของบุรุษเพศ ในเมื่อแต่งงานกันเื่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ย่อมเกิดกับทุกคู่ที่แต่งงานเป็เื่ธรรมดา
“ขอบใจฮูหยินน้อยที่เข้าใจสามี”
“ฟอด ฟอด แค่อย่าทำเช่นนี้กับผู้อื่นลับหลังข้าก็พอเ้าค่ะ”
“จะไม่มีวันนั้นอย่างแน่นอน”
แต่ก่อนที่ฟู่หลงเหยียนจะก้มลงไปจูบอวี้จิ่นอีกครั้ง กลับมีเสียงเอะอะดังขึ้นด้านนอกห้องหอของตน และเสียงที่ได้ยินก็พูดว่าเป็อาจารย์ของอวี้จิ่นอีกด้วย
“เ้าตัวแสบแต่งงานมีสามีทั้งที เหตุใดไม่เชิญข้ามาร่วมงาน”
“ไอหยา นี่ตาเฒ่านางกำลังเข้าห้องหอกับสามี เ้ามาขัดขวางพวกเขาสองคนไปทำไมกัน ไป ๆ ๆ กลับได้แล้วตาเฒ่า”
แอ๊ดดด
เมื่อประตูห้องหอเปิดกว้าง คนที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำเอาอวี้จิ่น ต้องร้องออกมาด้วยความใระคนสงสัย ว่าทั้งสองมาได้อย่างไร
“เฮ้ยยย!! นะ นะ นี่พวกท่านมาได้อย่างไรกันเ้าคะ”
“ทำไมพวกข้าสองคนจะมาไม่ได้ เ้าแต่งงานทั้งทีนะศิษย์หลาน”
“ห๋า!!! ศิษย์หลาน!! อาจารย์ของฮูหยินน้อย!!”
เทพชะตาที่นั่งเหงากำลังว่างงาน พอเห็นว่าอวี้จิ่นเข้าพิธีแต่งงาน จึงชักชวนสหายอย่างเทพจันทรา มาร่วมแสดงความยินดีกับนาง หรือจะมาป่วนงานมงคลของนางก็ไม่อาจบอกได้
“เอ่อ จิ่นเอ๋อร์ผู้าุโทั้งสองคืออาจารย์ของเ้าจริง ๆ รึ” ฟู่หลงเหยียนมองเทพทั้งสองด้วยความสงสัย เพราะอวี้จิ่นไม่เคยพูดถึงพวกเขามาก่อน
“ก็มาพบข้าถึงที่นี่คงต้องใช่อาจารย์แล้วล่ะเ้าค่ะ”
“ลูกสะใภ้ เช่นนั้นเื่อาจารย์ทั้งสองของเ้า ให้เป็หน้าที่ของพ่อกับแม่เองนะ พวกเ้ากลับเข้าไปด้านในเถิด” เซี่ยฮูหยินพอได้รับคำยืนยันจากลูกสะใภ้ นางก็ตื่นเต้นดีใจยกใหญ่ เพราะนางคิดถึงความสามารถด้านการทำนาย อวี้จิ่นว่าแม่นดั่งตาเห็น เช่นนั้นเื่นี้อาจารย์ของอวี้จิ่นย่อมเก่งกาจมากกว่า
“ขอบคุณฮูหยิน เช่นนั้นรบกวนพวกท่านตั้งโต๊ะด้านนอก ข้าไม่ชอบอยู่ในห้องแคบ ๆ มันน่าอึดอัด มิสู้พวกเรานั่งดื่มฉลองกันในสวนนี่เป็อย่างไร” เทพชะตาบอกความ้าของตนกับเซี่ยฮูหยิน
“เอ่อ ผู้าุโเ้าคะ ไหน ๆ พวกท่านก็มาร่วมงานถึงที่นี่ อย่างน้อยช่วยทำนายดวงชะตาให้กับแขกที่เหลือได้ไหมเ้าคะ”
“หืม ตกลง”
“ขอบคุณเ้าค่ะผู้าุโ”
‘ตาเฒ่านี่หาเื่เดือดร้อนอีกแล้ว เฮ้อ’
อย่าว่าแต่เทพจันทราที่ถอนหายใจ แม้แต่อวี้จิ่นยังไม่อยากเชื่อเช่นกัน นางจึงแอบกระซิบกับฟู่หลงเหยียน หากที่นี่เสียงดังคงนอนพักผ่อนไม่ได้แน่ ๆ แน่นอนว่าฟู่หลงเหยียนย่อมเห็นด้วย
ฟู่หลงเหยียนใช้วิชาตัวเบาตามที่อวี้จิ่นบอก พานางออกมานอกเมืองหลวง สถานที่ของพวกเขาสองคน ก็คือตำหนักทำนายดวงชะตานอกเมือง ั้แ่ขึ้นมาดูพลุในคืนงานแต่งงานของพี่ชาย อวี้จิ่นจึงได้สั่งทำตั่งนั่งพักผ่อน เพราะไม่ว่าจะเป็กลางวันหรือกลางคืน มองจากจุดนี้ออกไปล้วนงดงาม
ยามนี้สองสามีภรรยานั่งมองท้องฟ้า ที่มีดวงจันทร์กลมโตให้แสงสว่าง ท่ามกลางดวงดาวน้อยใหญ่อยู่ล้อมรอบ แม้จะมีสายลมพัดมาเอื่อย ๆ แต่อวี้จิ่นไม่รู้สึกหนาว ด้วยมีอ้อมกอดอันอบอุ่นของคนข้างกาย
“ไม่คิดว่าจิ่นเอ๋อร์จะชอบที่นี่มาถึงเพียงนี้”
“ต้องขอบคุณท่านพี่นะเ้าคะ ที่พาข้าขึ้นมาพบกับความงดงาม จนดูเหมือนพวกมันอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือเช่นนี้”
“ขอเพียงจิ่นเอ๋อร์มีความสุข ต่อให้ยากลำบากเพียงใด พี่ย่อมทำเพื่อเ้าจนกว่าจะสำเร็จให้จงได้”
“ท่านพี่เ้าค่ะ”
“หืม”
“ข้ารู้ว่าท่านสงสัยบางอย่าง รอให้ข้าพร้อมอีกสักหน่อย แล้วจะบอกทุกอย่างกับท่านพี่นะเ้าคะ”
“พี่รอได้เ้าอย่าห่วงเลย จิ่นเอ๋อร์อยากบอกกับพี่เมื่อใด เ้าก็แค่พูดมันออกมาอย่ากังวลจนล้มป่วยเล่า”
“ขอบคุณท่านพี่มากเ้าค่ะ ข้ารักท่านนะเ้าคะ”
“พี่ก็รักเ้าเช่นกันจิ่นเอ๋อร์”
และคืนนี้ความรักของพวกเขาทั้งสองคน ก็มีดวงจันทร์และดวงดาวเป็พยาน ฟู่หลงเหยียนสาบานกับตนเอง สตรีผู้เป็ดั่งดวงใจของเขาผู้นี้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตและจิติญญา เขาจะปกป้องนางไม่ว่าใครหน้าไหน อย่าได้คิดมาแย่งนางไปจากเขาได้ แม้ตายกลายเป็ผีเขาก็ไม่มีวันปล่อยมือจากนาง
‘ขอบคุณที่พาหยกมายังโลกใบนี้ ขอบคุณที่มอบครอบครัวที่น่ารักให้ และขอบคุณที่มอบคนรัก ที่ไม่เคยคิดว่าจะมีให้กับเด็กกำพร้าคนนี้ จากนี้ไปขอให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปตามครรลองของชีวิต ความดียังคงทำต่อไปส่วนความชั่วย่อมกำจัดเช่นกัน’
--จบบริบูรณ์--
