กระถางเพลิงอัสนีมีความสูงเท่าเทียมกับไป๋หยุนเฟย มีความกว้างร่วมวา รูปทรงเรียบง่าย หรือจะเรียกว่าคร่ำครึโบราณก็คงไม่ผิด ตัวกระถางเป็สีแดงฉานแผ่แสงสีแดงออกมา รอบกระถางยังมีประกายสายฟ้าสีม่วงแลบแปลบเป็ระยะ
“กระถางนี้ระหว่างหลอมขึ้นมีการผสานศิลาแปรผันลงไป จึงสามารถเปลี่ยนแปลงขนาดและรูปทรงได้ ดังนั้นสามารถหลอมประดิษฐ์ทวนยาวได้อย่างไม่มีปัญหา” ระหว่างที่จื่อจินกล่าววาจาก็สะบัดมือแ่เบา ด้วยพลังิญญาและพลังธาตุไฟที่ถูกถ่ายทอดลงไป กระถางเพลิงอัสนีจึงเริ่มสั่นไหว เพียงไม่กี่พริบตากระถางก็ยืดออกกลายเป็กระถางสำหรับหลอมอาวุธยาว
เห็นแววตาประหลาดใจของไป๋หยุนเฟย จื่อจินก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “เมื่อถ่ายทอดพลังิญญาเข้าไป จะสามารถควบคุมให้มันแปรเปลี่ยนรูปทรงได้ หยุนเฟย เ้ามาทดลองดู”
“ทราบแล้ว!”
ไป๋หยุนเฟยขานรับ จากนั้นจึงก้าวไปด้านหน้าสองก้าวด้วยความตื่นเต้น มันสูดหายใจลึกพร้อมกับยื่นมือขวาไปััข้างกระถาง แต่ภายในใจไป๋หยุนเฟยกลับไม่ได้คิดเื่เปลี่ยนแปลงรูปทรงของมัน
“ไอเทมพิเศษ”
“ระดับไอเทม: นภาระดับต่ำ”
“คุณสมบัติธาตุ: ไฟ อัสนี”
“ผลกระทบพิเศษ 1: เพิ่มโอกาสสำเร็จในการหลอมประดิษฐ์ขึ้นอีก 200%”
“ผลกระทบพิเศษ 2: มีโอกาส 5% ที่จะทำให้วัตถุที่หลอมประดิษฐ์มีคุณสมบัติธาตุอัสนี”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: พลังิญญา 110 หน่วย”
(หมายเหตุจากผู้แต่ง : เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสงสัย จะขออธิบายตรงนี้อีกครั้ง การเพิ่มเปอร์เซ็นต์ของความสำเร็จก็คือการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ของโอกาสที่มีอยู่เดิม อาทิเช่น โอกาสสำเร็จคือ 20% ถ้าเพิ่มขึ้น 200% ก็จะได้โอกาสสำเร็จ 60% แน่นอนว่าถ้าหากโอกาสสำเร็จเกิน 100% ก็หมายความว่าสำเร็จแน่นอน )
ไป๋หยุนเฟยตาเป็ประกาย แต่เพราะเตรียมใจเอาไว้ก่อนหน้าแล้วจึงไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นออกมา หลังจากอ่านข้อมูลชั่วครู่ก็ละเื่นี้เอาไว้ก่อน จากนั้นจึงทำตามที่จื่อจินบอกคือเริ่มควบคุมรูปทรงของกระถางเพลิงอัสนีให้แปรเปลี่ยนไป
ได้ยินเสียงแกร๊กดังแ่เบาจากด้านใน จากนั้นกระถางเพลิงอัสนีก็เปลี่ยนแปลงรูปทรงกลับดังเดิม
จื่อจินพยักหน้าด้วยความพอใจ หลังจากนิ่งเงียบไปชั่วครู่จึงกล่าวว่า “ในเมื่อกระถางหลอมประดิษฐ์ก็มอบให้แล้ว ถ้าเช่นนั้นก็มอบของขวัญรับหน้าไปด้วยกันเลยเถอะ! หยุนเฟย นี่เป็ของที่อยู่กับอาจารย์มาร่วมร้อยปี แหวนช่องมิติวงนี้เป็ของเ้าแล้ว!”
ระหว่างที่กล่าววาจา จื่อจินก็ถอดแหวนสีม่วงวงหนึ่งออกจากนิ้วมือด้านซ้าย หลังจากสะบัดมือแ่เบา แหวนก็ลอยมาถึงเบื้องหน้า ไป๋หยุนเฟยจึงยื่นมือรับไว้โดยสัญชาตญาณ
“ท่านอาจารย์ สิ่งนี้คือ...”
จื่อจินยิ้มพลางกล่าวว่า “แหวนนี้มีนามว่า‘แหวนิญญาม่วง’ เป็หนึ่งในวัตถุิญญาพิเศษที่หาได้ยากยิ่ง เ้าลองดูเถอะ สำหรับเ้าในยามนี้สมควรจะมีประโยชน์ต่อเ้าเป็อย่างดี”
“เอ๊ะ?” ไป๋หยุนเฟยชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นจึงกวาดตามองแหวนช่องมิติตามสัญชาตญาณ ในใจก็ปรากฏข้อมูลขึ้น
“ระดับไอเทม: ปฐีระดับสูง”
“คุณสมบัติธาตุ: มิติ”
“คุณลักษณะ: จิติญญา +660”
“ผลกระทบพิเศษ: สามารถบรรจุอุปกรณ์ช่องมิติที่มีขนาดพื้นที่มิติโดยรวมเล็กกว่าพื้นที่ที่เหลืออยู่ในอุปกรณ์มิติชิ้นนี้”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: พลังิญญา 110 แต้ม”
ครั้งนี้มันกลับไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนเช่นเมื่อครู่ ไป๋หยุนเฟยจึงเบิกตากว้างโดยไม่อาจข่มสีหน้าแตกตื่นตะลึงลานเอาไว้ได้
“เป็อย่างไรหยุนเฟย เ้าััได้ถึงความพิเศษของมันแล้วกระมัง?” ดูเหมือนจื่อจินจะเข้าใจผิดต่อเื่ที่ไป๋หยุนเฟยตื่นตะลึง จากนั้นชายชราจึงกล่าวต่อไป “แหวนิญญาม่วงนี้ข้าหลอมประดิษฐ์ขึ้นได้โดยบังเอิญ ถือได้ว่าเป็วัตถุิญญาประเภทเครื่องประดับที่พิเศษชิ้นหนึ่ง ความพิเศษของมันก็คือสามารถที่จะบรรจุวัตถุิญญาช่องมิติชิ้นอื่นได้”
ไป๋หยุนเฟยเรียกสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว หลังจากข่มความตื่นเต้นลงจึงกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ วัตถุิญญาประเภทเครื่องประดับเช่นนี้... ข้าสามารถหลอมประดิษฐ์ได้หรือไม่?”
หลังจากตามหามาเนิ่นนาน ในที่สุดมันก็ได้พบเครื่องประดับที่ช่วยเพิ่มคุณลักษณะแก่ผู้สวมแล้ว สิ่งที่ไป๋หยุนเฟยเคยคาดเดาเอาไว้ก่อนหน้านี้เป็ความจริงแล้ว วัตถุิญญาเครื่องประดับเช่นนี้มีอยู่จริงๆ...
เมื่อได้ฟังคำถามจากไป๋หยุนเฟย จื่อจินจึงพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ย่อมสามารถหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาเครื่องประดับขึ้นได้ แต่วิธีหลอมประดิษฐ์แตกต่างไปจากอาวุธอย่างใหญ่หลวง มิหนำซ้ำโอกาสที่จะสามารถหลอมประดิษฐ์ออกมาเป็วัตถุิญญายังมีเพียงน้อยนิดเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วผลลัพธ์ที่ได้จะเป็เพียงเครื่องประดับธรรมดาไม่มีที่ใดพิเศษ จึงเป็การสิ้นเปลืองวัตถุดิบโดยเปล่าประโยชน์ อีกอย่างในยามนี้เ้าก็ยังไม่มีความจำเป็ที่จะต้องเรียนรู้ เอาไว้อาจารย์ค่อยสอนให้เ้าในภายหลัง”
จื่อจินสะบัดมือขวาอีกครั้งก็ปรากฏวัตถุดิบมากมายกองซ้อนกันอยู่ด้านข้าง จากนั้นจื่อจินจึงกล่าวว่า “หยุนเฟย ยามนี้เ้าใช้กระถางเพลิงอัสนีหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาออกมาให้ข้าดูสักชิ้น”
“ทราบแล้ว!”
ไป๋หยุนเฟยละความคิดทั้งมวล หลังจากนำแหวนิญญาม่วงเก็บใส่อกเสื้อก็สูดลมหายใจแ่เบา สีหน้ามันกลายเป็เคร่งขรึมจ้องมองดูกองวัตถุดิบที่กองอยู่ด้านข้าง จากนั้นจึงยื่นมือขวาออกพร้อมกับบิดพลิกนิ้วทั้งห้า วัตถุดิบหลอมประดิษฐ์ก็ลอยเข้ามาสู่ฝ่ามือ --- การควบคุมวัตถุให้ลอยฝ่าอากาศเช่นนี้ มันเองก็ทำได้แล้ว เพียงแต่ยังไม่อาจใช้ในการต่อสู้ได้เท่านั้น
หลังจากใส่แร่บริสุทธิ์ธาตุไฟลงในกระถางก็ถ่ายทอดพลังิญญาเข้าไป เปลวไฟก็ลุกพรึ่บขึ้นภายในกระถาง
……
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม
“ปัง!”
ได้ยินเสียงหนักทึบดังมาจากในกระถาง ไป๋หยุนเฟยจู่ๆก็สีหน้าแข็งทื่อ มองดูวัตถุดิบที่ถูกเผาจนไหม้กลายเป็เถ้าถ่านล่องลอยในอากาศ --- เมื่อครู่ก็ยังราบรื่นดี แต่จู่ๆกลับล้มเหลวได้!!
“ฮ่า ฮ่า หยุนเฟยเ้าไม่ต้องเสียใจ นี่เป็เื่ปกติที่ต้องพบเจอระหว่างการหลอมประดิษฐ์ ลองดูอีกรอบ” จื่อจินกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สีหน้าชายชรากลับปราศจากวี่แววตำหนิหรือผิดหวัง
“ทราบแล้วท่านอาจารย์” ไป๋หยุนเฟยรวบรวมสมาธิอีกครั้ง มันตั้งสมาธิควบคุมลมหายใจอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นจึงเริ่มหลอมประดิษฐ์อีกครั้ง
……
ผ่านไปร่วมครึ่งวัน กระบี่ยาวทอประกายสีแดงแวววับก็ลอยขึ้นจากกระถางลงมาอยู่ในมือไป๋หยุนเฟย
“ระดับไอเทม: มนุษย์ระดับสูง”
“คุณสมบัติธาตุ: ไฟ”
“พลังโจมตี: 483”
“ความสอดคล้องิญญา: 5%”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: พลังิญญา 88 แต้ม”
ยังคงเป็ชั้นมนุษย์ระดับสูง ขาดพลังโจมตีอีกเพียงสิบกว่าหน่วยเท่านั้น ก็จะข้ามขอบเขตไปสู่ชั้นถัดไปได้แล้ว...
ขณะมองดูวัตถุิญญาในมือ ไป๋หยุนเฟยก็อดที่จะแสดงความผิดหวังออกมาไม่ได้
แต่ว่าแววตาของจื่อจินกลับเปี่ยมด้วยความพึงพอใจ หลังจากพยักหน้าเล็กน้อยก็กล่าวว่า “อืม ไม่เลวจริงๆ ใกล้จะเป็ชั้นปฐีอย่างยิ่งแล้ว หยุนเฟยพร์การหลอมประดิษฐ์ของเ้าช่างสูงล้ำ นับว่าหาได้ยากยิ่ง แม้แต่เจียงฟ่านศิษย์พี่ของเ้า ยามที่อยู่ในระดับเดียวกับเ้าก็ยังทำไม่ได้ถึงขั้นนี้...”
ไป๋หยุนเฟยถอนหายใจแ่เบาก่อนจะกล่าวว่า “แต่ว่า ข้าก็ยังไม่อาจหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีออกมาได้...”
จื่อจินชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “ดูแล้วเ้ายังไม่พอใจกับความสำเร็จของตนในยามนี้?”
“ด้วยความสามารถในขอบเขตบรรพิญญาของศิษย์ในยามนี้ หรือยังไม่เพียงพอที่จะหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีออกมาได้?”
“เ้าคิดว่าการหลอมวัตถุิญญาชั้นปฐีจะง่ายดายเหมือนกับชั้นมนุษย์หรือ?” จื่อจินส่ายหน้าเล็กน้อย “ที่ว่าบรรพิญญาจะสามารถหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีได้นั้นไม่ใช่เื่เท็จ แต่ใช่จะถูกต้องเสมอไป พลังของเ้าก็เพิ่งทะลวงผ่านด่านมาได้ มิหนำซ้ำยังมีอีกหลายประการที่ยังไม่ได้เรียนรู้ วัตถุดิบในการหลอมประดิษฐ์ก็มีบางส่วนที่ต้องเปลี่ยนแปลง”
“เมื่อครู่เ้าควบกลั่นไปร่วมแปดร้อยครั้ง วิธีสามครั้งต่อหนึ่งรอบ เ้าทำได้ไม่เลว แต่วิธีนี้กลับไม่เหมาะกับวัตถุดิบประเภทนี้ เ้าควรจะใช้...”
จื่อจินอธิบายให้ไป๋หยุนเฟยฟังโดยละเอียดถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุดิบและวิธีหลอมประดิษฐ์ ไป๋หยุนเฟยเองก็รับฟังอย่างตั้งใจ ไม่กล้าจะปล่อยคำพูดให้หลุดไปแม้แต่คำเดียว
“……”
“ยามนี้อาจารย์จะสาธิตให้ดูครั้งหนึ่ง เ้าคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นของพลังไฟ...”
…………
ไป๋หยุนเฟยใช้เวลาหนึ่งวันเต็มไปกับการมุ่งมั่นเรียนรู้วิชาหลอมประดิษฐ์ที่จื่อจินตั้งใจถ่ายทอดให้ เมื่อมีจื่อจินคอยอธิบายโดยละเอียด ปัญหาต่างๆที่ไป๋หยุนเฟยเคยต้องเผชิญระหว่างการหลอมประดิษฐ์ก็ได้รับการแก้ไข ในเวลาหนึ่งวันนี้มันถึงกับรู้สึกว่าได้รับเรียนรู้ยิ่งกว่าการคร่ำเคร่งฝึกฝนด้วยตนเองนับสิบวัน
ในเวลาหนึ่งวัน มันหลอมประดิษฐ์ไปสี่ครั้ง สำเร็จด้วยกันสองครั้ง วัตถุิญญาทั้งสองชิ้นก็ใกล้เคียงกับชั้นปฐีอย่างยิ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังไม่อาจก้าวข้ามเส้นแบ่งนี้ไปได้
ในยามสนธยาวันนั้นเอง หลังจากไปหยุนเฟยกลับถึงที่พัก...
หลังจากคร่ำเคร่งเรียนรู้มาหนึ่งวันเต็ม ไป๋หยุนเฟยก็ไม่รีบร้อนจะศึกษาวิชาหลอมประดิษฐ์อีก ขณะที่นั่งอยู่บนเตียงนั้น มันก็ครุ่นคิดถึงเื่ราวบางอย่าง
ระหว่างที่ถือแหวนิญญาม่วงเอาไว้ในมือ ไป๋หยุนเฟยก็เพ่งความคิดขึ้น “อัพเกรด”
……
