“ผักพวกนี้ใบเจริญงอกงามอย่างไม่น่าเชื่อ” หลันฮวาเลื่อนสายตามองผักด้วยสายตาชื่นชม ระหว่างนั้นหญิงกลางคน ทอดสายตามองความงามของนางเช่นเดียวกัน พร้อมกับสายลมอ่อน พัดให้ผมยาวของหญิงสาวสยายบางเบา
“นางงดงามอย่างมากจริง ๆ” ไป๋เยี่ยนลอบคิดในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหานางพร้อมรอยยิ้ม
“เหตุใดจึงมองผักด้วยสายตาเช่นนั้น” หลันฮวาอึกอัก พลันลุกขึ้นยืนแล้วได้สติกลับมา
“ปะ เปล่าเ้าค่ะ ข้าแค่เห็นว่ามันงาม น่ากินอย่างมากเท่านั้นเอง” หญิงสาวพูดปลดไป ก่อนที่ไป๋เยี่ยนจะอมยิ้มแล้วเดินเข้าไปดึงผักขึ้นมาสองสามต้น
“ผักชนิดนี้เอาไปผัดกับปลาย่าง จะหอมอร่อยอย่างมาก เป็อาหารโปรดของซีเหริน เขากินมาั้แ่เด็ก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังร้องกินอยู่บ่อยครั้ง” หลันฮวาสังเกตรอยยิ้มของหวงไป๋เยี่ยน ไม่เคยเห็นผู้ใดยิ้มได้จริงใจเท่านาง อยู่ ๆ หัวใจของหลันฮวากลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“อาจเพราะนางเข้าใจว่าข้า เข้ามาเพื่อเป็สะใภ้ตระกูลหวงจริง ๆ จึงดีต่อข้าเช่นนี้” หลันฮวายังคงทบทวนอย่างเงียบ ๆ ก่อนหวงไป๋เยี่ยนจะยื่นผักมาให้กับนาง
“ต่อไปนี้หากซีเหรินอยากกินอาหารโปรดของเขา เ้าก็ต้องทำหน้าที่นี้แทนข้า”
“แต่ว่า...” หลันฮวามองผักในมือแล้วเงยหน้ามองหญิงกลางคนอย่างไม่มั่นใจนัก
“อย่าได้กังวล ข้าจะเป็ผู้สอนเ้าเอง” สิ้นคำพูดของไป๋เยี่ยน หลันฮวาก็เผยรอยยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ หญิงสาวถือผักเดินตามนายหญิงต้อย ๆ พร้อมกับหวงซีเหรินที่ยืนมองอยู่ถึงกับขมวดคิ้วแปลกใจ ก่อนจะหันไปถามเฟ่ยกู่ยที่ยืนรับใช้อยู่ด้านข้าง
“นั่นแม่นางยู่จินกับท่านแม่ เหตุใดสองคนนั้นจึง...” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มพูดจบ หญิงสาวก็ปล่อยเสียงหัวเราะเล็ก ๆ ลอดออกมาให้เข้าต้องแปลกใจเข้าไปใหญ่
“ดูท่านายหญิงจะเห่อแม่นางยู่จิน มากกว่าคุณชายเสียแล้วกระมังเ้าคะ” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้น จึงเลื่อนสายตามองทั้งสองเดินหายลับเข้าไปยังเรือนครัว ก่อนจะนึกบางอย่างได้ จึงหันกลับมายังหญิงรับใช้อีกครั้งหนึ่ง
“เฟ่ยกุ่ย เ้าไปจับตาดูท่านแม่กับแม่นางยู่จินไว้ให้ดี หากเกิดปัญหาอะไร ให้รีบมาบอกข้าทันที” คำสั่งของชายหนุ่มทำให้เฟ่ยกุ่ยแปลกใจเล็กน้อย ท่าทางเหมือนไม่ไว้ใจแม่นางยู่จินอยู่มาก แต่นั่นทำให้หญิงสาวละความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป พลันหันตรงไปยังเรือนครัวตามคำสั่งของหวงซีเหริน
หลันฮวาแกะปลาย่างตามที่ไป๋เยี่ยนสอน ทั้งสามขลุกอยู่ในเรือนครัว พร้อมด้วยเฟ่ยกุ่ยที่อาสาเป็ลูกมือนั่งคอยรับใช้อยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างไปไหน พร้อมอุปกรณ์ทำอาหารวางเรียงรายอยู่ด้านข้าง
“ถูกต้องแล้ว เ้าแกะปลาเช่นนั้นแล้วเลือกเอาเฉพาะเนื้อแห้งของมันออกมา ส่วนหัวเก็บไว้ทำน้ำซุปได้ในภายหลัง” ไป๋เยี่ยน อธิบายช้า ๆ ให้หญิงสาวเข้าใจ ก่อนจะหันไปหยิบผักที่ล้างไว้แล้วขึ้นมาปลอกทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่ง
“ผักวานโต้ว เป็ผักที่เวลาเอามาผัดแล้วจะกรอบอร่อย ซีเหรินจึงชอบมาก ตอนเขาเป็เด็ก มักจะร้องกินอยู่บ่อยครั้งจนท่านพี่เฉิงเซ่อ ถึงกับต้องบังคับให้สาวใช้ทุกคนต้องทำอาหารชนิดนี้ได้ โตขึ้นมาหน่อย ก็มีเพียงข้าที่ต้องรับหน้าที่ทำเพียงผู้เดียว เพราะเขาจะไม่ยอมทานฝีมือผู้ใด” ไป๋เยี่ยนพูดถึงซีเหรินไปพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่หลันฮวาจะก้มมองผักวานโต้วในจาน ชีวิตของหวงซีเหรินช่างแตกต่างกับนางอย่างสิ้นเชิง สายตาหวานจับจ้องไปยังผักวานโต้วพร้อมภาพในอดีตฉายซ้ำมา
เด็กหญิงตัวเล็กนั่งขอทานตามคำสั่งของยายฝู พร้อมสวมเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้าตามอมแมม ด้านหน้ามีถาดไม้เก่า ๆ ตั้งอยู่ ผู้คนมากมายได้แต่ เดินผ่านไปผ่านมาไม่เหลียวแลเด็กหญิงตัวเล็กเท่าใดนัก บ้างก็หันมาหัวเราะเยาะ บ้างก็เผลอเดินแตะถาดไม้ของนางกระเด็นไปไกล จนนางต้องคลานไปเก็บ ท่ามกลางความพลุกพล่านของผู้คน
วันนั้นทั้งวันหลันฮวาเตรียมใจว่ากลับไปต้องโดนยายฝูทำโทษอย่างแน่นอน นางนั่งร้องไห้ตัวสั่นระริกอยู่ผู้เดียว ก่อนชายผู้หนึ่งจะเดินเข้ามาแล้ววางผักวานโต้วไว้บนถาดไม้ของนาง
“ข้าเห็นเ้านั่งอยู่ั้แ่เช้า วันนี้ยังไม่ได้เงินเลยใช่ฤาไม่ ข้าให้ผักนี้กลับไปทำกินแก้หิว ส่วนเงินข้าไม่มีให้เ้าหรอก” ว่าแล้วชายผู้นั้นก็ลุกขึ้นเดินจากไป เหลือทิ้งไว้แต่ผักวานโต้วในถาด
หลันฮวาเดินกลับกระท่อม พร้อมกับผักชนิดนี้ในมือ ก่อนที่ยายฝูจะเดินออกมาแล้วถามหาเศษเงิน เด็กหญิงตัวเล็กแววตาวาวระริกมองหญิงชราผู้นั้นด้วยความกลัว
“วันนี้ไม่ได้เงินเลยจ้ะยาย”
“ี้เี หรือว่าเ้าแอบหลับ เหตุใดจึงมิได้เงินกลับมา” นางกระชากแขนเรียวเล็กของเด็กหญิงถลาไป แล้วลงมือทุบตีนางด้วยความโมโห ก่อนจะเลื่อนสายตาไปเห็นผักวานโต้ว
“ยายจ๋า..อย่าตีข้าเลยนะ หากยายหิว ยายเอาผักวานโต้วไปผัดกินก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะออกไปนั่งเอาเงินมาให้กับท่านเอง” เด็กหญิงร้องไห้พร้อมกับพูดให้ยายฝูใจอ่อน
“ผักได้มาเพียงเท่านี้จะพอกินได้อย่างไร” หลันฮวาก้มหน้าสะอื้นพลางปาดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นมองยายฝู
“เช่นนั้นยายกินคนเดียวก็ได้ ข้าไม่กินหรอก ข้ากินข้าวเปล่าก็พอ” หลังจากนางพูดเช่นนั้นแล้ว ยายฝูก็หันไปผัดผักแล้วตักขึ้นมาเป็กับข้าว นั่งกินเพียงผู้เดียวโดยไม่สนใจเด็กหญิงตัวเล็กที่นั่งอยู่ด้านหน้า
