“จริงอยู่ที่ข้าชอบผสมยา ทว่าสูตรยาของเผ่าวิหคเป็ความลับ อีกทั้งหลายครั้งข้าเคยผสมยาผิดเกือบทำให้คนตายมาแล้ว ข้าเกรงว่าด้วยความอ่อนล้าจากการฝึกพลังิญญาทุกวัน อาจทำให้ข้าเผอเรอจนผสมยาผิดอีก คราวนี้เผ่ามารจะเดือดร้อนวุ่นวาย แล้วข้าก็อาจจะมีโทษได้ สู้อยู่เฉย ๆ จะดีกว่า” ิเยว่ตอบอย่างรู้ทัน ก่อนเสียงของจางซินจะเอ่ยแทรกขึ้นอย่างวางอำนาจเช่นเคย
“ในเมื่อเ้าหวาดระแวงข้ากับิเยว่ ว่าจะก่อเื่ ทำให้เผ่ามารของเ้าไม่สงบสุข เช่นนั้นข้าจะพาิเยว่ไปยังแดนมนุษย์ รอให้ประมุขตงหยางเสร็จธุระจากเผ่าเทพ แล้วพวกข้าจะกลับมาภายหลัง” ไป่เอ๋อยกยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดต่อด้วยสายตาแน่นิ่ง
“ในเมื่อข้าเตือนแล้ว แต่เทพธิดาจางซินยืนยันเช่นนั้น ข้าผู้ซึ่งมีฐานะต่ำกว่าไม่อาจคัดค้านได้ ทว่าพวกท่านลงไปยังแดนมนุษย์แล้วได้รับอันตรายกลับมา จะหาว่าข้าดูแลไม่ดีไม่ได้นะเ้าคะ” จางซินทอดสายตามองไป่เอ๋อแล้วพูดขึ้น
“ชีวิตของข้า ไม่มีอะไรที่เ้ารับผิดชอบได้หรอก ทั่วทั้งใต้หล้าคนที่จะตัดสินข้าได้มีเพียงราชันจางเหว่ย กับประมุขตงหยางเท่านั้น” ไป่เอ๋อได้ยินดังนั้นจึงกำมือแน่น พลางเชิดหน้าขึ้นแล้วทอดสายตามองทั้งสองเดินลับจากไป ก่อนนางจะหันไปยังสาวรับใช้แล้วพูดขึ้น
“ตามไปจับตาดูพวกนางทั้งสองไว้ให้ดี” ก่อนไป่เอ๋อจะกระซิบบางอย่างกับสาวใช้ของนาง พร้อมรอยยิ้มอ่อนเผยออกมาอย่างมีแผนการ
“พวกเ้ารู้จักคนอย่างไป่เอ๋อน้อยไป” หญิงสาวในชุดสีดำสนิทเลื่อนสายตามองตำหนักไท่จูด้วยความรักเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะมุ่งตรงไปยังสถานกักขังตงฟาง นางทอดสายตามองพลังิญญาที่อบอวลอยู่ในนั้น
“ไม่อยากเชื่อ ว่าระยะเวลาเพียงเท่านี้ ตงฟางจะสามารถรวบรวมพลังิญญาไว้กับตัว ได้อย่างรวดเร็วเพียงนี้” ไป่เอ๋อลอบคิดในใจก่อนคนที่ถูกกักขัง จะรับรู้ถึงการมาของนางแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ดังเดิม
“เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของข้าแล้ว ทำให้เ้าเปลี่ยนความคิดบ้างหรือไม่” เขาเอ่ยถามหญิงอันเป็ที่รัก ก่อนนางจะส่งสายตารังเกียจ แล้วพูดขึ้น
“ต่อให้ทั้งใต้หล้า เหลือเ้าเพียงผู้เดียว ข้าก็ไม่มองเ้า” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม
“ที่เ้ามาหาข้า ถ้าไม่ใช่เพราะคิดถึง ก็คงเป็เพราะ เทพธิดาจางซินกับิเยว่ทำให้เ้าไม่พอใจ จึงคิดมาลงกับข้าอีกตามเคย”
“เ้าใช้เคล็ดวิชาสะท้อนจิต ตามดูข้าตลอดงั้นเหรอ” ไป่เอ๋อทำเสียงไม่พอใจ ก่อนชายหนุ่มที่ถูกพันธนาการอยู่จะหัวเราะออกมาเสียงดังแล้วพูดขึ้น
“ในเมื่อข้าสำเร็จเคล็ดวิชาสะท้อนจิต เหตุใดข้าจะตามดูเ้าไม่ได้ แม้การตามดูแต่ละครั้งจะทำให้ข้าสูญเสียพลังิญญาไปบ้าง แต่เพื่อให้ข้ารู้ความเป็ไปของเ้า ข้าพร้อมแลก ข้าชอบเห็นเ้าทรมานกับความรักที่มอบให้ตงหยาง ชอบที่เห็นเ้าตามหึงหวงเขา ข้าชอบเห็นเขาหมางเมินต่อเ้าราวกับไม่มีตัวตน” คำพูดของชายหนุ่มทำให้ไป่เอ๋อกำมือแน่น แล้วก้มลงหยิบหินปาใส่ชายหนุ่มเพื่อระบายความโกรธแค้นในใจ
“เ้าจะทำเช่นนี้ได้อีกไม่นานหรอกไป่เอ๋อ อีกไม่นานข้าจะหลุดจากที่นี่ แล้วกลับไปทวงทุกอย่างจากตงหยางคืน ถึงตอนนั้นข้าจะทำให้ทั่วทั้งพิภพรับรู้การมีอยู่ของข้า พวกมันจะต้องพินาศอย่างราบคาบ เผ่ามารจะกุมอำนาจยิ่งใหญ่เหนือเผ่าเทพ และเ้าจะเป็สตรีที่มีฐานะสูงสุดรองจากข้า”
“ท่านพี่ตงหยางจะไม่มีวันปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเป็แน่” ไป่เอ๋อทิ้งก้อนหินในมือแล้วพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ ก่อนอีกฝ่ายจะแสยะยิ้ม
“คนที่จะต่อสู้กับข้าได้มีเพียง ผู้มีดวงจิตสีเพลิง ทว่าิเยว่แห่งเผ่าวิหคตอนนี้ พลังิญญายังอยู่เพียงแค่ขั้นหนึ่งเท่านั้น คิดเหรอว่าด้วยระยะเวลาเท่านี้นางจะสามารถสำเร็จพลังิญญาขั้นสูงได้ เ้าก็เห็นอยู่ ว่านางลงไปเที่ยวเล่นในแดนมนุษย์แล้ว เช่นนี้ต่อให้อีกหมื่นปี นางก็ไม่มีทางฝึกสำเร็จ สู้เ้าเปลี่ยนใจอยู่ข้างข้าไม่ดีกว่าเหรอ” ไป่เอ๋อไม่ฟังคำหว่านล้อมของจอมมาร นางก้มลงเก็บหินแล้วปาใส่เขาเพื่อระบายความคับแค้นใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางสายตาของิเยว่ และเทพธิดาจางซินที่แอบฟังอยู่ไม่ห่าง
ทว่าสีหน้าของิเยว่ในตอนนี้ซีดเซียวราวกับไม่มีเืไหลผ่าน นางค่อย ๆ หันกลังมายังเทพธิดาจางซินแล้วพูดขึ้นด้วยความหวาดหวั่น
“จอมมารตงฟาง ใกล้หลุดออกจากผลึกแล้ว แต่ข้ายังไม่สามารถเปิดพลังิญญาได้ เช่นนี้แล้วข้าจะช่วยประมุขตงหยางได้อย่างไร” จางซินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจใช้พลังิญญาพาิเยว่มายังแดนมนุษย์
ท่ามกลางเสียงจอแจในตลาดขนาดใหญ่ จางซินเหลือบมองิเยว่เป็ระยะ ทว่าสีหน้าของนางกลับบ่งบอกถึงความทุกข์ภายในใจได้เป็อย่างดี จางซินจึงตัดสินใจลดตัวลงเอ่ยถามนางก่อน ทว่ายังคงถือเชิงไว้
“ข้าพามาเที่ยวยังแดนมนุษย์แล้ว ก็เลิกแสดงหน้าเศร้าเสียที คนพามาจะเสียใจเอาได้” จางซินเอ่ยลอย ๆ ให้ิเยว่รู้สึกตัว
“หากเป็เมื่อก่อน การมาเที่ยวยังแดนมนุษย์เป็สิ่งวิเศษอย่างมาก แต่เวลานี้ ข้ารู้สึกเหมือนทำหน้าที่ไม่ดีพอ ขณะที่ใต้หล้ากำลังจะเผชิญเคราะห์กรรม ทว่าข้ายังมีอารมณ์มาเที่ยว แทนที่จะตั้งใจฝึกฝน ข้าคิดว่า ข้าควรกลับไปฝึกพลังิญญารอประมุขตงหยางจะดีกว่า” ิเยว่เตรียมใช้พลังิญญากลับไปยังเผ่ามาร ก่อนมือของจางซินจะเอื้อมมาจับไว้
“เ้าเด็กดื้อ..ข้าอุตส่าห์พาเ้าหนีนางมารผู้นั้นออกมาได้ เ้ายังอยากกลับไปให้นางเล่นงานอีก ตอนนี้ประมุขตงหยางไม่อยู่ นางมารนั่นก็วางอำนาจใหญ่โต ต่อให้เ้าตั้งใจฝึกฝนเพียงใด นางก็ต้องหาทางกลั่นแกล้งเ้าอยู่ดี เหตุเพราะหึงหวงประมุขตงหยาง ขนาดนางรู้ว่าเ้าสำคัญต่อพิภพเพียงใด สายตาที่นางมองเ้ายังกับจะกินเืกินเนื้อให้ได้”
“แต่ว่าตอนนี้..” ิเยว่ยังไม่ทันพูดจบ จางซินจึงพูดแทรก
“เชื่อข้าเถอะ... ตอนที่เ้าอยู่ในเผ่าเทพ ฉางจือก็ฝึกฝนเ้าโดยไม่เคยหยุดพัก พอมาเผ่ามาร ข้าก็เห็นประมุขตงหยางฝึกฝนเ้าโดยไม่เคยหยุดพักเช่นกัน คิดเสียว่านี่เป็เวลาพักผ่อนของเ้า เ้าจะฝึกฝนโดยไม่มีวันหยุดพักได้อย่างไร ส่วนการณ์ข้างหน้าจะเป็เช่นไร ก็สุดแล้วแต่โชคชะตา ไปกันเถอะ” ว่าแล้วจางซินก็ดึงมือิเยว่ตรงไปด้านหน้า ที่มีข้าวของมากมาย วางขายเรียงรายอยู่
