" เอ็งจะเอาคีมจับเหล็กไปทำอาหารหรือไง ? " โซวิโลถาม พร้อมทำหน้าตาฉงน
" คล้าย ๆ แบบนั้นแหละครับ " เอารูปร่างลักษณะแบบนี้โซวิโลน่าจะเข้าใจง่าย
แนชอธิบายคีมหนีบอาหารให้โซวิโลถึงรูปร่างลักษณะ และวิธีการใช้ พร้อมทำท่าทำทางให้ดู
" เออ พอจะเห็นภาพแล้ว " โซวิโลตอบ
" ผมจะเรียกมันว่าที่คีบอาหาร เอ่อ . . อาจารย์ ที่ ๆ ใกล้ทะเลที่สุดไกลประมาณไหนครับ ? " เด็กชายถามอาจารย์ของเขา
" หมู่บ้านทิศใต้ของอาณาเขตทางใต้ ไปรถม้าก็ใช้เวลาเป็เดือน ๆ เลย " กาบรินัสตอบ " เฉพาะเวลาเดินทางไปกลับก็ประมาณ 2 เดือนเลยนะ ยังไม่รวมเวลาแวะพักอีก "
" โห นานจัง " แนชบ่น
" เอ็งจะไปทำไม อยากเห็นทะเลหรืออย่างไร ? " โซวิโลถาม
" ผมอยากไปดูของทะเล พวกกุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก อะไรแบบนั้นครับ "
" ไปดูทำไม ? " โซวิโลถามอีก
" ทำอาหารไงครับลุง จะได้ทำเมนูใหม่ ๆ และอาจจะทำเครื่องปรุงแบบใหม่ด้วยนะครับ อาหารที่ทำก็จะอร่อยมากกว่าเดิม " แนชสาธยายออกมา
" อืมม น่าสนใจ แต่เอ็งสั่งเอาจากกิลด์การค้าก็ได้นี่ ถ้าจะใช้ทำอาหาร " โซวิโลพูดขึ้น อาหารแบบใหม่ อะไรที่มีคำว่าใหม่ ดึงดูดความสนใจเขาได้เสมอ
" เอ่อ ผมอยากเห็นทะเลด้วยครับ แล้วก็อยากดูว่าที่นั่นมีอาหารทะเลชนิดไหนบ้าง บางอย่างผมอาจจะใช้เวทมนตร์ประเมินดูว่ากินได้หรือไม่ได้ด้วยได้ไงครับ " แนชพูดออกมา
" อืม ก็คงมีแต่ต้องนั่งรถม้าเท่านั้นแหละ " โซวิโลพูดขึ้น
" อาจารย์พาไปได้นะ แต่เวลาคงพอ ๆ กันกับรถม้าแหละ เพราะอาจารย์ต้องพักเพื่อรีชาร์จมานาเหมือนกันแหละนะ โฮ่ โฮ่ โฮ่ " กาบรินัสหัวเราะ
" เอ่อ แบบนั้นผมไปเองก็ได้ครับ ผมไม่อยากรบกวนอาจารย์ขนาดนั้นนะ เื่นี้ค่อยว่ากันใหม่ละกัน " รอให้เพื่อน ๆ มารับของที่เมืองได้ด้วยตัวเองก่อน แล้วจากนั้นค่อยว่ากัน
" ถ้าอย่างนั้นผมกลับดีกว่า ลุงติดเล่นหมากรุกขนาดนี้ ตะหลิวกับที่คีบอาหารผมจะได้ตอนไหนเนี่ย " แนชหันไปมองคนแคระที่นั่งลูบพุงตัวเองอยู่
" วันเดียวก็ได้แล้วเว้ย ระดับข้า " โซวิโลตอบกลับ " พรุ่งนี้แกก็มาเอาที่นี่แหละ "
" วันนี้ผมได้เงินค่าอาหารไหมครับ " แนชยิ้ม ลองแหย่คนแคระหน่อย
" เอ็งอยากโดนค้อนหรือไง ไอเด็กตัวเหม็น " เขามองหางตามาทางเด็กชาย
" ผมแค่ล้อเล่นเองนะครับผม จะทุบผมอีกแล้ว งั้นผมกลับก่อนนะ สวัสดีครับ " แนชเอ่ยคำลา เมื่อเห็นผู้าุโทั้ง 2 พยักหน้าให้
หลังจากออกจากกิลด์นักเวทย์ก็ตรงไปที่บ้านเอพริลทันที
ก็อก ก็อก ก็อก ~~ แนชเคาะประตูเรียกแม่ของเอพริล " คุณป้าผมมาแล้วครับ "
" จ้า " มีเสียงตอบรับ แล้วหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงเปิดประตู " เข้ามาก่อนซิหนูน้อย "
" สวัสดีครับคุณป้า " แนชทักทายแม่ของเอพริล แล้วเดินผ่านเข้ามา เอาอาหารออกมาวางบนโต๊ะ
" ป้าครับไอเ้านี่กินคู่กับขนมปังนะครับ มันคือสเต็กครับ " แนชบอกเกี่ยวกับอาหาร " ส่วนนี่ต้มจืดครับ "
" ทำไมวันนี้มีอย่างอื่นนอกจากซุปด้วยล่ะจ๊ะ ? " แม่ของเอพริลถามขึ้น เมื่อเห็นอาหารนอกจากซุป 1 หม้อที่เคยได้ประจำ
" ผมทำมาให้ลองครับ อยากให้กินอะไรอร่อย แต่กินบ่อย ๆ ไม่ได้นะครับ " แนชบอกเธอ
" จริงเหรอจ๊ะ แหม่ ขอบใจมากเลยนะหนูน้อย ป้าเกรงใจ จนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว มีอะไรให้ช่วยก็บอกป้าได้นะ " แม่เอพริลบอกกลับอย่างเกรงใจ
" ป้าเกรงใจผมทำไมละ ซุปนี่พี่เอพริลก็จ่ายให้ผมแล้ว ส่วนไอนี่ก็แค่ทำมาเผื่อตามประสาคนรู้จักเฉย ๆ ครับ ป้าไม่ต้องขอบใจผมหรอกครับ เราไม่ใช่คนรู้จักกันหรอครับ " แนชพูดพร้อมกับยิ้มขึ้น
" จ๊ะ แต่ป้าก็ต้องขอบคุณอยู่ดี " เธอยิ้ม แล้วยกมือแนชขึ้นมาจับไว้ " ป้ากับเอพริลโชคดีจริง ๆ เลยที่ได้รู้จักกับหนูนะ '
" ผมก็เหมือนกันครับ " แนชยิ้มให้แบบเขิล ๆ
" ป้าอยากจะให้ผักที่หมักเอาไว้ให้หนูด้วย แต่มันหมดแล้ว " เธอบอกกับเด็กชาย " ป้าไม่มีอะไรจะให้เลย "
" ของหมักดองหรอครับ " แนชเริ่มสนใจ เขาลืมไปได้อย่างไรกันนะ การหมักดอง !!
" ไม่ใช่จ๊ะ หมักอย่างเดียว ไม่ได้ดอง เกลือมีราคาแพงมากเกินไป เลยเลือกวิธีหมักเพราะใช้เกลือน้อยกว่ามากจ้ะ " แม่ของเอพริลตอบออกมา
เมื่อจบคำของเธอ เด็กชายก็นึกขึ้นมาได้ว่าการหมักและการดองมันคือคนละอย่างกัน แต่ในประเทศที่เขาจากมาจะใช้คำว่าหมักและดองควบคู่กันไปเลย
แต่จริง ๆ การหมัก ( Fermentation ) คือ การถนอมอาหารโดยอาศัยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์บางชนิด เป็ตัวช่วยในการย่อยสลาย หรือเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีของวัตถุดิบ อาจเติมเกลือหรือไม่ก็ได้ และอาจเติมส่วนประกอบอย่างอื่น ๆ เช่น ข้าว หรือ ข้าวคั่ว เพื่อเสริมให้จุลินทรีย์มีบทบาทในการหมักทำให้เกิดรสชาติ และเก็บได้ยาวนาน
ส่วนการดอง ( Pickling ) คือ การถนอมอาหารในน้ำเกลือ และมีน้ำส้มเล็กน้อย อาจเติมเครื่องเทศ น้ำตาล หรือน้ำมันด้วยก็ได้
" เอ่อ แล้วป้าหมักมันยังไงหรอครับ " แนชถาม
" ก็ตามปกติที่ชาวบ้านทำกันเลย อ๊ะ ป้ารู้แล้ว หนูไม่รู้วิธีทำใช่ไหม ถ้าเช่นนั้น ป้าบอกวิธีการหมักผักให้เอาไหม แทนคำขอบคุณ " เธอบอก
" ตกลงครับป้า " เด็กชายตกปากรับคำทันที ความรู้มีคุณค่าและราคาในตัวของมันเสมอ
" อืม ไม่มีอะไรเขียนให้เสียด้วยซิ หนูพอจะจำได้ไหม ? ถ้าไม่ได้ค่อยมาถามป้าใหม่ก็ได้ หรือจะหาอะไรมาเขียนดีไหม ? " เธอถามขึ้น
" ไม่เป็ไรครับป้า บอกผมเลยก็ได้ครับ " แนชตอบ
" ได้ ๆ เช่นนั้นเริ่มจากการล้างผักให้สะอาด และสะเด็ดน้ำให้แห้งนะ แล้วนำมาซอยให้ละเอียด แล้วใส่หม้อที่จะใช้หมักนะ " เธอเริ่มอธิบาย
" จากนั้นเราเอาข้าวโอ๊ตมาล้างนะ แต่น้ำที่ล้างข้าวเราเอาเก็บไว้นะ แล้วเอาข้าวยกขึ้นเตา ต้มมันให้แห้งนะ คอยดูด้วยอย่าให้ก้นหม้อไหม้นะ " เธออธิบายต่อ
" อ่อ ซาวข้าว เก็บน้ำซาวข้าว แล้วหุงข้าวซินะ " แนชคิดในใจ
" จากนั้นก็เอาข้าวไปนวดกับผักนะ ใส่เกลือนิดหน่อยก็ได้นะ เมื่อนวดจนทั่วแล้ว ก็เอาน้ำล้างข้าวใส่ให้ท่วมผัก แล้วปิดฝาให้สนิท หมักไว้ 4 - 5 วัน ก็ใช้ได้แล้วนะ " เธออธิบายจนจบ
" หืม ไม่ต้มน้ำซาวข้าวฆ่าเชื้อหรอวะเนี่ย " แนชนึกในใจขึ้น แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้ารู้จักการฆ่าเชื้อคงต้มน้ำดื่มกันไปนานแล้ว
" พอจะจำได้ใช่ไหมหนูน้อย " แม่ของเอพริลถามขึ้น
" แน่นอนครับ ขอบคุณที่บอกวิธีการหมักให้ผมนะครับ " แนชกล่าวขอบคุณ " ผมขอตัวไปกิลด์การค้าซื้อผักไปลองก่อนนะครับ "
" จ้า หนูไปเถอะ " เธอตอบ แนชจึงเดินออกไปและมุ่งหน้าไปที่กิลด์การค้า นอกจากผักกาดดองแล้ว จะทำผักกาดดองที่ดังไปทั่วโลกเดิมของเขาด้วยเลย แต่เป็แบบตามมีตามเกิดเท่าที่จะทำได้ล่ะนะ
เมื่อมาถึงก็เห็นเพื่อน ๆ กำลังเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านกัน ทักทายกันเล็กน้อยเสร็จแล้วจึงตรงเข้าไปในกิลด์การค้าและมุ่งไปทางเอพริลทันที
" อ้าว มีอะไรอีกจ๊ะ มาซื้ออะไรอีกหรือ ? " เอพริลทักขึ้นเมื่อเห็นเด็กชายเดินตรงมา
" ผมมาซื้อผักครับ อยากได้ผักกาดขาวสัก 2 กิโล หัวไช้เท้า 1 กิโล เอ่อ พี่มีสิ่งของที่เรียกว่าขิงไหมครับ " แนชทดลองถาม
" มีซิจ๊ะ ส่วนผสมของยาก็ต้องมีขายแน่นอน " เอพริลตอบ " กิโลกรัมละ 1 เหรียญเงินเล็กจ๊ะ "
" ผมเอา 1 กิโลครับ ทั้งหมดราคาเท่าไหร่ครับ " แนชถาม
" ขิง 1 เหรียญเงินเล็ก ผักกาดขาวก็ 3 เหรียญทองแดงใหญ่ กับ 2 เหรียญทองแดงเล็ก หัวไช้เท้า 1 เหรียญทองแดงใหญ่ 5 เหรียญทองแดงเล็ก ทั้งหมดก็ 1 เหรียญเงินเล็ก 4 เหรียญทองแดงใหญ่ กับอีก 7 เหรียญทองแดงเล็กจ้า " เธอตอบ
แนชจ่ายเงินให้เธอ และรับบัตรกิลด์คืน
" ดูนางให้ดูแม่ ใช้ได้จริง ๆ แหะ " แนชนึกในใจ ในขณะที่มองเอพริล ทั้งกริยา มารยาท คล้าย ๆ กัน " พูดเพราะทั้งคู่นะ "
" เอ้า ได้แล้วจ๊ะ " เธอเอาของมาวางตรงหน้าเด็กชาย
แนชจัดการเอาของเข้าช่องเก็บของของตนทันที
" เอ่อ เห็นกี่ทีก็ใในความสามารถของเ้าจริง ๆ นะ พี่นี่ใช้ได้แค่พวกเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ดูเ้าซิ ใช้เวทมนตร์มิติได้เลย เห้อ " เธอแกล้งถอนหายใจ
" พี่ก็มีข้อดีของพี่นะครับ อย่าด้อยค่าตัวเองเลย ให้ผมมาต้อนรับคนเยอะ ๆ แบบนี้ แถมหลากหลายนิสัยใจคอ ผมคิดว่าผมคงทำได้ไม่เท่าไหร่หรอกครับ " แนชบอก มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยนะที่ในแต่ละวันต้องรับมือคนมากหน้าหลายตาและหลากหลายนิสัยใจคอ แต่ ที่สำคัญคือยังไม่เคยเห็นวันไหนเธอหน้าตึงใส่ลูกค้าสักวันเลย
" รู้จักปลอบใจด้วยนะนี่ " เอพริลยิ้มให้เด็กชาย
" ผมกลับก่อนนะครับพี่ เอ้อออ เกือบลืม ขอเกลือสะอาดอีก 1 ขีดครับ " เกือบลืมของสำคัญ
หลังจากจ่ายเงินเสร็จ เด็กชายก็วิ่งมาเทเลพอร์ตที่คฤหาสน์ เพื่อกลับบ้าน
