บทที่ 136 ไม่สนใจ
เกวียนมุ่งตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆ ฉินชูวิเคราะห์กระดูกที่โผล่มาตรงหน้าอก กระดูกนั่นมีขนาดไม่ต่างกับนิ้วก้อย ลักษณะคล้ายกับกระบี่เล่มเล็ก
วิเคราะห์อยู่พักหนึ่ง ฉินชูก็ยังไม่เข้าใจ จึงถือโอกาสฝึกฝนต่อ เขาคิดว่าน่าจะไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไร
เร่งรีบเดินทางเป็เวลาหกวัน ฉินชูจึงเข้าสู่แคว้นหนานหลี ทะลุผ่านแคว้นหนานหลี ก็เข้าสู่แคว้นจงโจว แต่ยังอยู่ในพื้นที่รอบนอก
ฉินชูฝึกฝนอย่างพากเพียรทุกวัน พลังตบะพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
คืนนี้ระหว่างที่พักผ่อน หลังจากฉินชูให้อาหารสัตว์อสูรเสร็จ จึงนำกระบี่เทพบูรพาออกมาเริ่มฝึกเพลงกระบี่
ยามใช้กระบี่พันคลื่นถึงขีดจำกัดสูงสุด ฉินชูก็รู้สึกว่ากระดูกตรงอกตนเองมีความเคลื่อนไหว แต่พอเขาจับััโดยละเอียด กลับไม่พบอะไรเลย
ฉินชูจึงฝึกกระบี่อีกครั้ง แต่กระดูกกลับไร้ซึ่งความเคลื่อนไหว คิดไปเองเช่นนั้นหรือ? ฉินชูรู้ว่านั่นไม่ใช่การคิดไปเอง เขาเป็ผู้ฝึกตนขั้นสี่หลิงหยวน ทั้งยังมีกายกระบี่ขั้นสี่ จะคิดไปเองได้อย่างไร?
เมื่อคิดไม่ออก ฉินชูจึงพักผ่อนหนึ่งคืนก่อนเดินทางต่อ
เมื่อเดินทางผ่านตัวเมือง ฉินชูจึงแวะเข้าไปในเมือง เขาทำตัวเปิดเผย ผู้ฝึกตนในแคว้นหนานหลีก็ไม่เห็นถึงความผิดปกติ
นอกจากนั้นฉินชูก็ได้ข่าวบางอย่าง เื่ที่ราชวงศ์ดาราเหมันต์และศาลาดาวฤกษ์พ่ายแพ้ในการต่อสู้ที่แคว้นหนานเหยียนแพร่สะพัดไปทั่วแคว้นหนานหลีแล้ว ราชวงศ์ดาราเหมันต์ที่พ่ายแพ้เกิดการต่อสู้กับตำหนักจันทราเงินซึ่งเป็กลุ่มอิทธิพลใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งในแคว้นหนานหลี
ตำหนักจันทราเงินและราชวงศ์ดาราเหมันต์เป็สองกลุ่มอิทธิพลใหญ่ในแคว้นหนานหลี ราชวงศ์ดาราเหมันต์เป็ผู้มีอำนาจปกครองที่คงอยู่ในรูปแบบตระกูล ส่วนตำหนักจันทราเงินเป็สำนักบำเพ็ญตน ที่ศิษย์ในสำนักควบคุมดูแลอาณาเขตในปกครอง
สาเหตุของเื่ราวครั้งนี้ผู้คนต่างพูดกันไปต่างๆ นานา บ้างก็บอกว่าราชวงศ์ดาราเหมันต์ไปยังตำหนักจันทราเงิน สู่ขอศิษย์คนที่เจ็ดของเ้าตำหนักจันทราเงินให้พระโอรส แต่ถูกตำหนักจันทราเงินิ่หยาม บ้างก็บอกว่าภายหลังราชวงศ์ดาราเหมันต์พ่ายแพ้แล้วเกิดความเสียหายค่อนข้างมาก จึงอยากให้ตำหนักจันทราเงินมอบอำนาจควบคุมส่วนหนึ่งของหุบเขาโอสถทิพย์ เพื่อใช้ในการฟื้นฟูให้ แต่ตำหนักจันทราเงินไม่ยินยอม จึงเกิดศึกต่อสู้ปะทุขึ้น
ฉินชูคิดว่าไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ราชวงศ์ดาราเหมันต์ก็สกปรกโสมมยิ่งนัก สู่ขอแล้วถูกปฏิเสธจึงก่อศึกา แบบนี้ไร้เหตุผลเกินไป! หากขอทรัพยากรแล้วถูกปฏิเสธ จึงเปิดศึก แบบนี้ก็ไร้ซึ่งคุณธรรมอีก
แต่ฉินชูคิดว่าที่พวกเขาสู้กันก็นับเป็เื่ดี เพราะทั้งสองจะไม่มีเวลาไปก่อกวนที่แคว้นหนานเหยียน ส่วนแคว้นหนานเหยียนก็้าเพียงเวลาในการเติบโตอย่างสงบ่หนึ่งเท่านั้น ขอเพียงมีเวลา ราชวงศ์เฉียนและสำนักชิงหยุนล้วนเติบโตขึ้นแน่นอน
ฉินชูพักอยู่ในโรงเตี๊ยม ชงน้ำชาหนึ่งกา สภาวะจิตใจของเขาค่อนข้างเลื่อนลอย ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องคือสับสนเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าต่อจากนี้สถานการณ์จะเป็เช่นไร จะสืบหาเบาะแสที่ใช้ได้หรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องเดินต่อไป
ดื่มน้ำชาหนึ่งถ้วย ฉินชูนำแผนที่ออกมาเริ่มศึกษา แผนที่ที่วังหลวงต้าเฉียนเก็บรักษาไว้มีข้อมูลรอบด้าน มีการบันทึกพื้นที่ทั้งหมดบนแผ่นดินยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ แต่ไม่ได้บันทึกการแบ่งพื้นที่ของกลุ่มอิทธิพลอย่างละเอียดมากนัก
ฉินชูคิดว่ารอให้ถึงแดนศักดิ์สิทธิ์แคว้นจงโจวก่อน จะต้องหาข้อมูลเพิ่ม ยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าจะทำความเข้าใจต่อแดนศักดิ์สิทธิ์แคว้นจงโจวมากเท่าไร อย่างน้อยก็ต้องรู้ถึงสถานการณ์ของตระกูลสายเืศักดิ์สิทธิ์
พักผ่อนอยู่ในโรงเตี๊ยมหนึ่งคืน ฉินชูจึงออกเดินทางต่อ เส้นทางยาวไกลเขาจะทำให้เสียเวลาไม่ได้
หลังจากออกจากตัวเมืองระยะหนึ่ง เกวียนสัตว์อสูรของฉินชูก็ถูกขวางไว้ เป็บุรุษชุดดำขั้นสี่หลิงหยวน่กลางผู้หนึ่ง
ฉินชูเปิดม่านก่อนเอ่ยปากกล่าว “ไม่ทราบว่าท่านขวางทางข้าด้วยเหตุอันใด?”
“ข้าจะไปยังเมืองเยว่หวางด้านหน้า อยากขอโดยสารเกวียนของท่านไปด้วย” บุรุษชุดดำกล่าว
“ขออภัย ข้ายังมีเื่เร่งด่วนอีก” ฉินชูกล่าวปฏิเสธไป เขารู้สึกว่าแววตาของบุรุษชุดดำดูผิดปกติ แลดูชั่วร้ายเล็กน้อย
“เ้าคิดจะไม่ให้เกียรติข้าเช่นนั้นหรือ?” สีหน้าของบุรุษชุดดำดูเย็นเยียบ
“เหตุใดข้าถึงต้องให้เกียรติเ้าด้วย?” วาจาของฉินชูไร้ความเกรงใจอีกต่อไป ั้แ่ออกจากแคว้นหนานเหยียนเขาก็ทำตัวเรียบง่ายเสมอมา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกรงกลัวผู้ใด
บุรุษชุดดำชักกระบี่พุ่งเข้าโจมตีฉินชูทันที
ในจังหวะที่ฉินชูชักกระบี่เทพบูรพาออกมา กำลังจะโจมตีโต้ตอบ ประกายแสงกระบี่เล่มหนึ่งได้เคลื่อนผ่านหน้า โจมตีบุรุษชุดดำจนต้องล่าถอย
“มู่เซวียน เหตุใดเ้าถึงไม่เลิกตามเสียที?” บุรุษชุดดำถอยไปแล้ว ระหว่างถอยก็แผดเสียงตะคอกออกมา
“ภายในเขตพื้นที่ของตำหนักจันทราเงิน กระทำความชั่วฝ่าฝืนกฎก็ต้องตาย ทำไมเ้าไม่ปลิดชีพตัวเองเสีย จะได้ทรมานน้อยลง” สตรีผู้หนึ่งในชุดกระโปรงสีฟ้าที่หันหลังให้ฉินชูเอ่ยปากกล่าว
“ฝันไปเถอะ!” บุรุษชุดดำหนีไปอย่างรวดเร็ว สตรีที่สวมชุดกระโปรงสีฟ้าจึงเริ่มไล่โจมตี
ฉินชูเก็บกระบี่เข้าฝัก หลังจากนั้นเข้าไปในเกวียนแล้วเดินทางต่อ เขาเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น บุรุษชุดดำอยากเข้ามาในเกวียนของเขา เพื่อหลบหนีจากการล่าสังหาร
ระหว่างนั่งอยู่ในเกวียน ฉินชูฝึกฝนพลังปราณกระบี่ไปพลาง ฝึกฝนกายกระบี่ไปพลาง เกวียนสัตว์อสูรเคลื่อนไปเป็เวลาสองเค่อ พยัคฆ์ดำจึงส่งเสียงคำรามเบาหนึ่งครั้งก่อนหยุดลง
ฉินชูเปิดม่าน จึงเห็นว่าด้านหน้าที่ไม่ห่างจากเกวียนมากนัก มีบุรุษชุดดำที่ลำคอถูกแทงทะลุจนสิ้นลมหายใจล้มอยู่บนพื้น ขณะเดียวกันสตรีในชุดกระโปรงสีฟ้าที่ปิดหน้าไว้ก็หมดสติอยู่ข้างทาง
ฉินชูะโลงจากเกวียน มองดูสตรีในชุดสีฟ้าที่ปิดหน้าไว้ พบว่า่เอวของนางถูกมีดสั้นเล่มหนึ่งแทง ตรงาแมีเืสีดำไหลซึม เห็นได้ชัดว่าถูกพิษเล่นงาน
หลังจากคิดครู่หนึ่ง ฉินชูจึงนำโอสถถอนพิษออกมาหนึ่งเม็ด เปิดผ้าโปร่งปิดหน้าของสตรีก่อนป้อนโอสถลงไป จากนั้นจึงมาหยุดที่ข้างกายบุรุษชุดดำ เก็บแหวนมิติและกระบี่ยาวของเขาไว้ เดิมทีสิ่งเหล่านี้เป็ของที่สตรีในชุดกระโปรงสีฟ้ายึดได้จากการต่อสู้ แต่สตรีผู้นั้นอยู่ในสภาวะหมดสติ ไม่มีคุณสมบัติรับของเหล่านี้ ดังนั้นของเหล่านี้จึงตกเป็ของเขา
ฉินชูไตร่ตรองครู่หนึ่ง ก่อนอุ้มนางเข้าไปในเกวียน และให้พยัคฆ์ดำเดินทางต่อ นี่เป็เพียงเื่เล็กที่อยู่เหนือความคาดหมายเท่านั้น
ครึ่งชั่วยามให้หลังสตรีผู้นี้จึงฟื้นคืนสติ เื่แรกที่ทำหลังจากฟื้นคืนสติ คือชักกระบี่แทงมาทางฉินชู
ฉินชูยกมือขวาขึ้น ชักกระบี่เทพบูรพาออกจากฝัก เคล็ดกระบี่กายสิทธิ์เสริมพลังให้กระบี่เทพบูรพา ใช้กระบวนท่าแทงมุมทแยงจากเคล็ดกระบี่พื้นฐาน แล้วปัดกระบี่ของสตรีผู้นั้นออก กระบี่เทพบูรพาจึงค้ำอยู่ตรงคอของนาง
“หากเ้าดีขึ้นแล้ว เช่นนั้นก็ลงไปเสีย!” ฉินชูมองนางแวบหนึ่งก่อนเก็บกระบี่เทพบูรพา
“เ้าเป็ใคร? มาจากที่ใด?” สตรีที่สวมผ้าโปร่งปิดหน้ากล่าว
“ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเ้า หากเ้ามีแรง ก็ลงไปเสีย!” ฉินชูยังคงกล่าวประโยคเดิม เขาไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยน เื่ราวในครั้งนี้เป็การยื่นมือเข้าช่วยเท่านั้น เขาเองก็ไม่ได้คิดอยากได้สิ่งใดตอบแทน
สตรีที่สวมชุดกระโปรงสีฟ้าไม่กล่าวอะไรอีก นางหันตัวไป ชักมีดสั้นตรงเอวออก จากนั้นจึงจัดการาแ
หลังจากจัดการาแเสร็จ นางจึงหันกลับมา จ้องมองฉินชูอยู่ตลอด ส่วนฉินชูเพียงหลับตานั่งสมาธิ
“เ้าต้องรู้ ว่าก่อนหน้านี้ข้าเป็คนช่วยเ้าไว้!” สตรีผู้นั้นมองฉินชูพร้อมกล่าว
“ไม่จำเป็ต้องให้เ้าช่วย แค่เขาลงมือกับข้า ก็นับเป็คนตายแล้ว” ฉินชูลืมตาขึ้น
“ศิษย์คนที่เจ็ดแห่งเ้าตำหนักจันทราเงิน มู่เซวียน!” มู่เซวียนที่สวมชุดกระโปรงสีฟ้ากล่าว
“ข้าไม่สน ข้าเพียงแค่ผ่านมาทางนี้ หากเ้าดีขึ้นแล้วก็ลงไป” ฉินชูไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับแคว้นหนานหลี
