บทที่ 5
ตามล่าโจร
มู่หลานยังคงยืนนิ่งอึ้งอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่เริ่มสลายตัวอย่างช้าๆ สายตาของนางจับจ้องไปยังประตูโรงเตี๊ยมจันทราอิ่มเอมไม่วางตา ในหัวเต็มไปด้วยภาพของหมาป่าสีดำสง่างามตัวนั้น ความคิดที่จะเข้าไปทำงานล้างจานถูกความตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็นที่รุนแรงกว่าเข้าครอบงำจนหมดสิ้น นางตัดสินใจทำในสิ่งที่ปกติไม่เคยทำ...
นางย่องไปที่ข้างโรงเตี๊ยม แอบมองผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้เก่าๆ เข้าไปด้านใน
ߑ衠踠衠衠譠臠蜠鈠負虠裠譠袠遠蕠聼/strong>
บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมที่นางคุ้นเคยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทุกตารางนิ้ว ลูกค้าสองสามโต๊ะที่ยังคงนั่งจิบชาอยู่ต่างพากันสงบปากสงบคำ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง แม้แต่จะยกถ้วยชาก็ยังทำอย่างแ่เบาที่สุด สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังจุดเดียวกันด้วยความประหม่าและความเกรงขาม
ใจกลางร้าน... ชายฉกรรจ์ในชุดเกราะหนังสีดำสนิท ยืนอย่างสงบนิ่ง ร่างกายสูงใหญ่และกำยำของเขาแผ่รังสีแห่งอำนาจออกมาจนผู้คนรอบข้างรู้สึกกดดัน เขาคือหัวหน้ากลุ่มมือปราบที่เพิ่งเดินเข้ามา
และข้างกายของเขา... หมาป่าสีนิล ตัวนั้นยืนนิ่งไม่ไหวติงเช่นกัน กรงเล็บแหลมคมของมันัักับพื้นไม้กระดานอย่างมั่นคง ดวงตาสีอำพันกวาดมองไปทั่วร้านอย่างเชื่องช้า แต่ทุกการเคลื่อนไหวของสายตานั้นเต็มไปด้วยการประเมินและสำรวจ... มันกำลัง "ทำงาน"
"เถ้าแก่ของที่นี่... อยู่หรือไม่?" น้ำเสียงของชายผู้นั้นทุ้มต่ำและทรงอำนาจ
ยังไม่ทันสิ้นเสียงดี "ป้าเหมย" ก็รีบวิ่งออกมาจากหลังร้าน ใบหน้าของนางซีดเผือดเล็กน้อย แต่ก็ยังพยายามปั้นยิ้มออกมาต้อนรับอย่างดีที่สุด มืออวบๆ ของนางรีบเช็ดกับผ้ากันเปื้อนไปมาด้วยความประหม่า
"มาแล้วเ้าค่ะ! มาแล้ว!" นางรีบโค้งคำนับจนเอวแทบขัด "ข้าน้อย... ข้าน้อยเหมยชิง เป็เถ้าแก่เนี้ยของโรงเตี๊ยมแห่งนี้เองเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านมือปราบจากในเมือง มีธุระอันใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือเ้าคะ?"
หัวหน้ามือปราบผู้นั้นพยักหน้ารับเล็กน้อย สายตาคมกริบของเขามองประเมินป้าเหมยั้แ่หัวจรดเท้า
"ข้าชื่อ หนานหู่ เป็หัวหน้าหน่วยมือปราบพยัคฆ์ทมิฬแห่งเมืองโจว" เขาแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ "ที่เรามาที่นี่ ไม่ได้มารบกวนการค้าขายของเ้า แต่มาเพื่อปฏิบัติหน้าที่"
"หน้าที่หรือเ้าคะ?" ป้าเหมยทวนคำด้วยความไม่เข้าใจ ในเขตชนบทอันเงียบสงบแห่งนี้ ไม่เคยมีคดีร้ายแรงอะไรให้ต้องเดือดร้อนถึงหน่วยพยัคฆ์ทมิฬ ซึ่งเป็หน่วยมือปราบที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองโจวมาก่อน
หนานไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที แต่หันไปมองคู่หูของตนเอง หมาป่าสีนิลเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นาย ก่อนจะส่งเสียงคำรามในลำคอเบาๆ แล้วเดินไปดมฟุดฟิดอยู่บริเวณมุมหนึ่งของร้าน
"เฮยอิ่ง... คู่หูของข้า" หนานหู่พูดขึ้นเรียบๆ ขณะมองตามการกระทำของสัตว์ิญญาคู่ใจ "มันแกะรอยกลิ่นของโจรผู้หนึ่งมา... และกลิ่นนั้นก็มาสิ้นสุดลงที่บริเวณโรงเตี๊ยมของเ้านี่แหละ"
"โจร!" ป้าเหมยอุทานเสียงหลง หน้าของนางยิ่งซีดเข้าไปใหญ่ "ทะ... ท่านหนาน ที่นี่ไม่เคยมีโจรผู้ร้ายเลยนะเ้าคะ! ลูกค้าทุกคนก็เป็คนในหมู่บ้านที่รู้จักหน้าค่าตากันดีทั้งนั้น!"
"โจรที่ข้ากำลังตามล่าอยู่ ไม่ใช่โจรวิ่งราวธรรมดา" หนานกล่าวเสียงเย็น "มันคือ 'เงาไร้พักตร์' โจรปล้นฆ่าที่ทางการ้าตัวมานานหลายเดือน มันเพิ่งก่อเหตุปล้นขบวนสินค้าของตระกูลใหญ่และสังหารผู้คุ้มกันไปถึงห้าคนเมื่อสามวันก่อน และหนีมากบดานอยู่ในเขตเมืองโจว"
สิ้นคำพูดของหนาน ทั้งร้านก็พลันเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม ชื่อของ 'เงาไร้พักตร์' โด่งดังในทางที่ไม่ดีไปทั่วอาณาจักร ไม่มีใครคาดคิดว่าอาชญากรร้ายกาจระดับนั้นจะหลบหนีมาอยู่ในชุมชนเล็กๆ อันแสนสงบสุขแห่งนี้
"เฮยอิ่ง บอกข้าว่ากลิ่นของมันยังคงสดใหม่อยู่มาก หมายความว่ามันเพิ่งจะมาที่นี่ หรืออาจจะยังวนเวียนอยู่แถวนี้" หนานล้วงหยิบม้วนกระดาษออกมาจากอกเสื้อ คลี่ออกให้ป้าเหมยดู มันคือภาพวาดลายเส้นคร่าวๆ ของชายผู้หนึ่ง มีจุดเด่นคือรอยแผลเป็ยาวพาดผ่านคิ้วซ้าย "ใน่สองสามวันที่ผ่านมา... เ้าเคยเห็นชายลักษณะเช่นนี้บ้างหรือไม่"
ป้าเหมยเพ่งมองภาพวาดนั้นอย่างละเอียด พยายามขุดคุ้ยความทรงจำทั้งหมดของตนเองอย่างสุดความสามารถ นางส่ายหน้าช้าๆ "ข้า... ข้าไม่แน่ใจเลยเ้าค่ะท่านหัวหน้ามือปราบ ลูกค้าที่นี่มีไม่มากก็จริง แต่ข้าคงจำหน้าทุกคนไม่ได้... แต่... แต่ข้าไม่คิดว่าเคยเห็นคนที่มีแผลเป็น่ากลัวแบบนี้นะเ้าคะ"
หนานหู่เก็บภาพวาดกลับไป "ไม่เป็ไร" เขากล่าว "ข้าจำเป็ต้องขอตรวจค้นโรงเตี๊ยมของเ้า และจะขอสอบถามข้อมูลจากลูกค้าทุกคน"
"ดะ... ได้เลยเ้าค่ะ! เชิญท่านตามสบายเลย!" ป้าเหมยรีบผายมือเชื้อเชิญอย่างเต็มที่ นางยอมให้รื้อร้านดีกว่าต้องมาพัวพันกับโจรปล้นฆ่า
════ ⋆★⋆ ════
มู่หลานที่แอบมองอยู่ด้านนอก รู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่มันยิ่งกว่าในนิยายที่ท่านอาจารย์เคยอ่านให้ฟังเสียอีก! นักรบิญญา... กำลังตามล่าโจรผู้ร้าย... โดยใช้ความสามารถของสัตว์ิญญา! ภาพของหมาป่าดำ 'เฮยอิ่ง' ที่กำลังดมกลิ่นไปตามพื้นอย่างจริงจังนั้น ช่างดูน่าทึ่งและน่าเชื่อถือเสียยิ่งกว่าอะไรดี
นางจ้องมองการทำงานของพวกเขาอย่างไม่กะพริบตา ความฝันเล็กๆ ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อเช้านี้... ความฝันที่อยากจะเป็ส่วนหนึ่งของโลกอันยิ่งใหญ่นั้น... ดูเหมือนจะเริ่มชัดเจนขึ้นมาอีกนิดแล้ว...
โดยที่นางไม่รู้เลยว่า... การมาเยือนของหน่วยมือปราบในครั้งนี้... จะไม่ได้จบลงแค่การตามหาโจรธรรมดา... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหญ่... ที่กำลังจะพัดเข้ามาในชีวิตอันแสนสงบสุขของนาง...
นางลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว... ลืมว่าต้องเข้าไปทำงาน... ลืมเวลาที่กำลังล่วงเลยไป... และลืมที่จะระวังตัว...
ในขณะเดียวกันนั้นเอง "พี่ใหญ่จาง" พ่อครัวร่างกำยำของโรงเตี๊ยม ก็กำลังเดินหอบตะกร้าหวายใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยผักกาดขาวสดๆ หัวไชเท้าอวบๆ และต้นหอมกลิ่นฉุน กลับมาจากการรับของที่ท้ายตลาดพอดี เขาก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณหลังร้านด้วยความคุ้นชิน พลางบ่นพึมพำกับตัวเองถึงเมนูอาหารสำหรับมื้อเย็น
"วันนี้จะทำอะไรดีนะ... แกงจืดหัวไชเท้าใส่กระดูกหมูดีหรือไม่... หรือจะเป็..."
ความคิดของเขาชะงักลง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างเล็กๆ ที่คุ้นเคยกำลังทำลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างหน้าต่างโรงเตี๊ยม
พ่อครัวจางขมวดคิ้ว... 'นั่นมันเ้าหนูมู่หลานนี่นา... มาทำอะไรตรงนั้นกัน?' ปกติป่านนี้เด็กสาวควรจะเข้าไปขัดถูจานชามอยู่ในลานซักล้างแล้ว แต่นี่กลับมาแอบดูอะไรเหมือนพวกแมวขโมย
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายร่างใหญ่ เขาค่อยๆ วางตะกร้าผักลงบนพื้นอย่างแ่เบาที่สุด ก่อนจะย่องเท้าอันใหญ่โตของตนเองเข้าไปหาเด็กสาวอย่างเงียบกริบ...
ߑ㠮.. ย่อง ... ߑ㼯p>
มู่หลานไม่รับรู้ถึงภยันตราย (ที่แสนน่ารัก) ที่กำลังคืบคลานเข้ามาเลยแม้แต่น้อย สมาธิทั้งหมดของนางจดจ่ออยู่กับภาพของเฮยอิ่งที่กำลังเดินดมกลิ่นไปทั่วร้าน
และในวินาทีนั้นเอง...
"เ้าตัวแสบ! แอบอู้งานอยู่เรอะ!"
เสียงะโที่ดังสนั่นราวกับฟ้าร้องอยู่ข้างหู ทำให้มู่หลานสะดุ้งสุดตัวจนแทบจะสิ้นสติ!
"ว้าย!!"
นางร้องออกมาเสียงหลงด้วยความใสุดขีด ร่างเล็กๆ ะโโหยงราวกับถูกน้ำร้อนสาด ก่อนจะหันขวับกลับมาด้วยหัวใจที่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นว่าเป็ใคร นางก็ทั้งโล่งอกและอยากจะงับแก้มคนแกล้งให้จมเขี้ยว
"พี่ใหญ่จาง! ใหมดเลย! เล่นอะไรของท่านเนี่ย!" นางทุบแขนกำยำของพ่อครัวไปหนึ่งทีแก้เขิน แต่แรงอันน้อยนิดของนางก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแมวตะปบเสือ
"ฮ่าๆๆๆ! ก็ใครใช้ให้เ้ามาทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนี้เล่า!" พ่อครัวจางหัวเราะร่าอย่างชอบใจ "แล้วนี่มันอะไรกัน ไม่เข้าไปทำงานทำการ มัวแต่มาแอบดูอะไรอยู่ฮึ?"
"ชู่ว์!" มู่หลานรีบยกนิ้วขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเอง พร้อมกับทำตาโตส่งสัญญาณให้เขาเงียบเสียงลง "เบาๆ สิเ้าคะ! เดี๋ยวพวกเขาก็รู้ตัวกันพอดี!"
"พวกเขา? พวกเขาไหน..." พ่อครัวจางเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะมองตามสายตาของมู่หลาน ลอบมองผ่านรอยแตกของหน้าต่างเข้าไป... และรอยยิ้มของเขาก็พลันหุบลงฉับในทันที
ภาพของกลุ่มมือปราบในชุดเกราะหนังเต็มยศ และหมาป่าสีดำตัวมหึมาที่กำลังเดินวนอยู่ในร้าน ทำให้พ่อครัวร่างใหญ่ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน
"หน่วยมือปราบเมืองโจว..." เขาพึมพำออกมาเสียงเบา "มาทำอะไรกันถึงที่นี่..."
"มู่หลาน" เขากดเสียงต่ำลง เรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม "เื่นี้ไม่ใช่เื่ของเด็กเล่นนะ... มันอันตราย"
เขารวบตัวเด็กสาวให้ถอยห่างออกมาจากหน้าต่าง "เ้าเข้าไปทำงานของเ้าที่ลานซักล้างด้านหลังเดี๋ยวนี้เลย อย่ามาอยู่แถวนี้ เข้าใจหรือไม่"
"แต่ข้าอยากดู..." นางทำหน้าอ้อนวอน
"ไม่ได้!" พ่อครัวจางพูดเสียงแข็ง "นี่เป็คำสั่ง... หากเ้ายังอยากให้ข้าแอบเก็บหมั่นโถวไว้ให้เ้ากินตอนเย็นๆ ก็รีบไปได้แล้ว!"
เมื่อได้ยินของกินมาล่อ มู่หลานก็ทำหน้ายู่เล็กน้อย แต่นางก็รู้ดีว่าพี่ใหญ่จางเป็ห่วงนางจริงๆ "ก็ได้เ้าค่ะ..." นางรับคำเสียงอ่อย ก่อนจะเดินคอตกไปยังลานซักล้างที่คุ้นเคย
พ่อครัวจางมองตามร่างเล็กๆ นั้นไปจนลับสายตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขามองกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยมอีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
'หวังว่าเื่นี้จะจบลงโดยเร็ว... และอย่าได้มีใครต้องมาเดือดร้อนเลย...' เขาคิดในใจ ก่อนจะหันไปยกตะกร้าผักแล้วเดินหายเข้าไปในครัวทางอีกด้านหนึ่ง ทิ้งไว้เพียงความวุ่นวายของเหล่ามือปราบที่ยังคงดำเนินต่อไป...
"พวกเขามาตามหาโจรที่ชื่อ 'เงาไร้พักตร์' เ้าค่ะ!" มู่หลานรีบรายงานอย่างตื่นเต้น "พี่หมาป่าตัวนั้นเก่งมากเลยนะเ้าคะ! เขาดมกลิ่นตามโจรมาถึงที่นี่ได้ด้วย!"
คำว่า "พี่หมาป่า" ของมู่หลานทำให้พ่อครัวจางอดจะอมยิ้มไม่ได้ แต่สีหน้าของเขาก็กลับมาเคร่งขรึมอย่างรวดเร็ว เื่นี้ไม่ใช่เื่เล่นๆ เลย โจรปล้นฆ่าระดับอาณาจักรมาปรากฏตัวในชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ มันคือเื่คอขาดบาดตายชัดๆ
