ฝืนชะตาฟ้า ท้าลิขิตสวรรค์

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     เล่มที่ 3 บทที่ 85 จำเป็๲ต้องไป

       “…” อู๋เย่วเผยใบหน้าเครียดขึ้นมาทันที…

        ‘คิดว่าเขาเป็๲เด็กสามขวบหรืออย่างไร?’

        ‘บังเอิญบ้าบออะไร แถมยังเจอกระดาษที่ซ่อนอยู่ในคัมภีร์อีกเนี่ยนะ…’

        ‘ไปหลอกกับผีเถอะ?’

        ‘คิดว่าคนทั่วทั้งสำนักเวิ่นเจี้ยนโง่อย่างนั้นหรือ?’

        หลายหมื่นปีมานี้ มีคนมากมายเคยค้นคัมภีร์กับตำราที่หอดาบมานับไม่ถ้วน แล้วเหตุใดถึงไม่เคยมีใครเจอกระดาษที่ซ่อนอยู่บ้างเลย?

        จะพูดให้มันจริงจังหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร

        ถึงแม้จะเป็๲เ๱ื่๵๹โกหก แต่หลินเฟยกลับพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเนี่ยนะ

       “ไม่ได้โกหกจริงๆนะ บริเวณชั้นสามของหอดาบ ไม่สิน่าจะเป็๞ชั้นสี่มากกว่า  ไม่ว่าจะชั้นไหนก็ตาม แต่กระดาษนี่มันเหน็บอยู่ในคัมภีร์นั้นจริงๆ บนกระดาษยังเขียนไว้ชัดเจนเลยว่าเคล็ดวิชากระบี่หมัวเจี้ยน ไม่เชื่อก็ลองดูสิ แม้แต่หมึกก็ยังแห้งไม่สนิทเลยด้วยซ้ำ…”

        เมื่อหลินเฟยพูดจบ ก็ควักกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา

        ‘หมึกยังไม่แห้งจริงๆด้วย…’

       “…” สองมืออู๋เย่วสั่นเทาขึ้นมาทันที…

        ‘ทั้งที่ตกทอดมาหลายหมื่นปี แต่หมึกกลับยังไม่แห้งเนี่ยนะ?’

        เพียงครู่เดียว อู๋เย่วก็เอ่ยเสียงรอดไรฟันออกมา

       “ไสหัวออกไปเสีย…”

       “ไม่คิดจะดูหน่อยหรือ?”

       “จะดูไปเพื่ออะร!”

       “ไม่เอาสิ ลองดูหน่อยน่า หากเป็๲เคล็ดวิชากระบี่หมัวเจี้ยนจริงๆ จะช่วยประหยัดเวลาได้ตั้งห้าร้อยปีเชียวนะ…”

       “ก็ได้ แต่เป็๞เ๯้าที่ดึงดันจะให้ข้าดูเองนะ…” อู๋เย่วไม่อาจจะเถียงหลินเฟยได้อีก จึงจำใจรับเอากระดาษมาดูด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

       “หากล้อเล่นล่ะก็ วันนี้ข้าจะต้องตีเ๽้าให้ขาหักจนได้!”

        เมื่อสิ้นเสียงพูด เขาก็หยิบกระดาษขึ้นมาก่อนจะกวาดสายตาไล่อ่าน

        ทว่าเพียงครู่เดียว อู๋เย่วก็ตกตะลึงขึ้นมา…

        วิชากระบี่หมัวเจี้ยน?

       “เ๽้าไปได้มาจากที่ใด?” อู๋เย่วถามทั้งที่คิ้วยังคงขมวดแน่น

        เคล็ดวิชากระบี่หมัวเจี้ยนไม่ต่างอะไรกับสามกระบี่ห้าเคล็ดวิชาเลยด้วยซ้ำ…

        เป็๲วิชาลับเฉพาะของสำนักเวิ่นเจี้ยน

        นอกจากศิษย์หุบเขาหมัวเจี้ยนแล้วก็ไม่เคยถ่ายทอดให้ใครอีกเลย จึงไม่มีโอกาสที่จะเล็ดลอดออกไปได้เลย

        อู๋เย่วรู้ดีว่าทั่วทั้งสำนักเวิ่นเจี้ยนแล้ว คนที่รู้วิชานี้มีเพียงเขาและหลี่ฉุนเท่านั้น

        ‘แล้วหลินเฟยไปได้มาจากไหนกัน?’

       “ก็บอกแล้วไง ว่าเจอมันซ่อนอยู่ในคัมภีร์เล่มหนึ่งที่หอดาบ…”

       “…” อู๋เย่วหน้าคล้ำหมองลงทันที เขารู้ดีแก่ใจว่าถามไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา จึงไม่คิดจะถามต่อ จากนั้นค่อยไล่สายตากวาดอ่านเนื้อหาที่เหลือ…

        ผลก็คือ…

        ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ

        นี่ไม่ใช่เคล็ดวิชากระบี่หมัวเจี้ยนนี่นา…

        หรือจะพูดให้ถูกคือไม่ใช่เคล็ดวิชากระบี่หมัวเจี้ยนแบบที่เขารู้จักนั่นเอง

        เนื้อหาที่บันทึกครึ่งแรกเหมือนกับที่รู้มาไม่ผิดเพี้ยน ทว่าครึ่งหลังกลับมีบางอย่างแตกต่างออกไป หรือกล่าวคือ เหมือนเป็๲คนละแนวทางกันมากกว่า ราวกับว่ากำลังเดินตรงมาเรื่อยๆ แล้วเจอทางแยกสองฝั่ง และเส้นทั้งสองฝั่งนี้ก็แตกต่างกันสิ้นเชิง

        และจุดนี้เองก็คือตัวแปรสำคัญในการบรรลุขั้นฟ่าเซี่ยง!

        ทางหนึ่งใช้จุดมุ่งมั่นสำหรับบรรลุฟ่าเซี่ยง

        ส่วนอีกทางใช้ปัญญาบรรลุฟ่าเซี่ยง

        อู๋เย่วอ่านมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกถึงเหงื่อเย็นๆที่กำลังไหลชโลมกายลงมา…

        ‘มันจะเป็๞ไปได้อย่างไร!’

        หรือว่าเคล็ดวิชากระบี่หมัวเจี้ยนที่ฝึกมานั้น จะผิดมา๻ั้๹แ๻่ต้นแล้ว?

        ขณะนี้อู๋เย่วจมอยู่กับเนื้อหาของกระดาษที่หลินเฟยเอามา เขาไล่อ่านไปเรื่อยๆทุกตัวอักษร จนลืมไปว่าหลินเฟยยังยืนอยู่ข้างๆ จากนั้นก็เริ่มโคจรพลังปราณตามเคล็ดวิชาในมือ…

        หลินเฟยเองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร…

        พอเห็นอู๋เย่วเริ่มโคจรพลัง ก็หันไปนั่งรอที่เก้าอี้ไม้ไผ่…

        เวลายังคงผ่านไปอย่างช้าๆ

        พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองวันแล้ว

        จนกระทั่งเช้าวันที่สาม อู๋เย่วถึงได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษ พอหงายมือก็เกิดเปลวไฟดวงน้อยปรากฏขึ้นมา เขาใช้เปลวไฟแผดเผากระดาษใบนั้นจนกลายเป็๲เถ้าถ่าน จากนั้นค่อยหันไปมองหลินเฟยด้วยสีหน้าสับสน…

        เป็๞เวลาอยู่เนิ่นนานกว่าจะเอื้อนเอ่ยออกมา

       “ตกลง”

       “ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์อา” หลินเฟยยกมือคารวะ

       “เคล็ดวิชากระบี่หมัวเจี้ยนนี่…” ตอนแรกคิดจะถามหลินเฟยว่าไปได้มาจากไหน ทว่าหลังจากครุ่นคิดชั่วครู่ ก็ตัดสินใจไม่ถามออกไปดีกว่า

       “เอาเถอะ ข้าจะไม่ถามว่าเ๯้าได้เคล็ดวิชานี้มาจากไหน เดี๋ยวเ๯้าจะเปลืองสมองแต่งเ๹ื่๪๫โกหกอีก บุญคุณในวันนี้ ผู้เฒ่าแซ่อู๋จะต้องตอบแทนให้อย่างงาม”

        พูดจบอู๋เย่วก็ยกมือโค้งคารวะหลินเฟย…

        นี่เป็๞ครั้งที่สองแล้วที่อู๋เย่วคารวะหลินเฟย…

        แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน เพราะหลินเฟยไม่ได้หันข้างรับการคารวะ แต่กลับยืนนิ่งรับคารวะจากอู๋เย่วเต็มๆ เพราะเ๱ื่๵๹นี้เกี่ยวพันถึงเส้นทางการบำเพ็ญ จึงควรค่ากับการรับคารวะ

       “นี่เป็๞หินเซียนที่เ๯้า๻้๪๫๷า๹” หลังจากคารวะเสร็จ อู๋เย่วก็คลำหาตามตัว ก่อนจะหยิบหินที่มีลักษณะเป็๞สี่เหลี่ยม มีสีดำเป็๞ประกายขนาดเท่ากำปั้นออกมา มองเผินๆคล้ายกับแท่นฝนหมึก บนผิวกลับมีอักขระมากมาย ให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม…

       “ขอบคุณ” หลินเฟยรับมาอย่างไม่เกรงใจ

       “หินเซียนนี้ข้าได้มาตอนขุดแร่เสวียนเถี่ย ทว่าแร่เสวียนเถี่ยที่ขุดขึ้นมาในตอนนั้นถูกข้าใช้ไปแล้ว ต่อมาถึงได้รู้สึกหินก้อนนี้มันประหลาด เพราะมันสามารถแปรเปลี่ยนน้ำหนักได้ตามพลังปราณที่โคจร หลังจากข้าคิดอยู่นานจึงขอเ๯้าสำนักช่วยใช้มันหลอมเป็๞อาวุธ หลังจากพยายามมาหลายปี ในที่สุดก็หลอมจนได้มนต์สะกดสามสิบห้าสาย เหลืออีกเพียงแค่มนต์สะกดเดียวเท่านั้น ก็จะเข้าขั้นศาสตราวุธแล้ว หากไม่ใช่เพราะบุญคุณอันใหญ่หลวงของเ๯้าในครั้งนี้ ข้าก็คงตัดใจไม่ลง…”

       “หึหึ…”

        หลินเฟยเก็บหินเซียนเข้ากระเป๋า ขณะที่กำลังจะก้าวออกจากเพิงหลอมนั้น เข้าก็ถูกอู๋เย่วรั้งเอาไว้เสียก่อน

       “ช้าก่อน…” อู๋เย่วลังเลชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยออกมา

       “ถึงแม้จะรู้ดี ว่าพูดไปเ๯้าคงไม่ฟัง แต่ก็อยากเตือนอีกครั้ง หุบเขากระบี่มีแร่จิงซ่าเข้มข้น สำหรับผู้บำเพ็ญที่ต่ำกว่ามิ่งหุนแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับพาตัวเองไปตาย ในตอนนี้เ๯้าก็มาถึงระดับย่างหยวนขั้นสูงแล้ว เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุขั้นมิ่งหุน ทางที่ดี เ๯้าควรอดทนฝึกฝนจนบรรลุขั้นมิ่งหุนแล้ว จึงเข้าไปจะดีกว่า “

       “คือว่า…” หลินเฟยเกาหัว

       “ข้ามีเหตุผลบางอย่างบอกไม่ได้จริงๆ…”

       “ตามใจ…” อู๋เย่วไม่คิดจะเกลี้ยกล่อมหลินเฟยต่ออีก

        หลังจากที่หลินเฟยก้าวออกมาจากเพิงหลอม ก็ไม่วายหันกลับไปมองอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา

        ทำไมหลินเฟยจะไม่เข้าใจสิ่งที่อู๋เย่วพูด แต่เพราะนี่คือเส้นทางการบำเพ็ญเคล็ดวิชาหมื่นกระบี่จูเทียน ซึ่งเขาจำเป็๲ต้องไปที่หุบเขากระบี่

        เพราะเคล็ดวิชาหมื่นกระบี่จูเทียนจะต้องบำเพ็ญด้วยปราณโลหะสีทอง

        และใช้ปราณโลหะขั้นเซียนเทียนหลอมเพื่อให้ได้เป็๲มนต์สะกด

        เมื่อเก้ามนต์สะกดรวมกันเป็๞หนึ่ง ถึงจะสามารถทำให้กายเนื้อกลายเป็๞ศาสตราวุธขั้นเซียนเทียนขึ้นมาได้

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้