หลี่ไหลฝูถามหลี่เป่าจูเสียงเฉียบ "เอามาจากไหน เ้าไปเอาสินสอดของหลี่ชิงหลิงมาหรือ?” เพราะนอกจากตรงนี้ เขาก็นึกถึงความเป็ไปได้อื่นไม่ออกแล้ว
หลี่เป่าจูพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา ถามผู้เป็บิดาอย่างไร้สมองว่าปิ่นปักผมบนหัวของตนดูดีหรือไม่?
หลี่ไหลฝูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาจะอกแตกตายกับลูกสาวไร้สมองคนนี้
ถ้าเขารู้ว่าลูกสาวของเขาไร้สมองขนาดนี้ เขาคงจะบีบคอนางให้ตายั้แ่เกิด
“เ้าเปิดกล่องนั่นได้อย่างไรน่ะ หา? หยิบของตามใจชอบได้ยังไง” ถ้าหลี่ไหลฝูไม่้าให้นางช่วย เขาคงตบนางลงกับพื้นแล้ว
มีลูกสาวที่โง่เหมือนหมู ถือเป็ความโชคร้ายในชีวิตของเขาจริงๆ
หลี่เป่าจูเห็นพ่อโกรธมากจึงค่อยๆ รู้ตัว “ง่ายนิดเดียว ใช้ค้อนทุบแม่กุญแจก็ออกแล้วนี่?”
นางรู้สึกว่าหลี่ชิงหลิงโง่จริงๆ แม่กุญแจปลอมแบบนั้น ไม่ลงกลอนเสียก็จบ
แต่ของในกล่องล้วนเป็ของดีจริงๆ สวยจนนางอยากได้ไปหมด
ทุบ? หลี่ไหลฝูเดินวนรอบห้อง เท้าสะเอว บอกให้หลี่เป่าจูรีบเข้ามา และปิดประตูห้อง
หลี่เป่าจูกลัวพ่อมาก จึงรีบปิดประตูอย่างรวดเร็ว แถมยังลงกลอนประตูอย่างชาญฉลาด
“ท่านพ่อ เรียกข้าทำไม” ถ้าไม่มีอะไร นางจะไปเปิดกล่องอื่นต่อ ยังมีอีกหลายกล่องที่ยังไม่ได้แกะเปิด
"ถอดปิ่นปักผมออกเร็วๆ ถอดเดี๋ยวนี้เลย” หลี่ไหลฝูเห็นแล้วกลัวจะร่วง หากปิ่นหักขึ้นมา เขาคงเ็ปใจแย่
หลี่เป่าจูส่ายหัวเบาๆ พลางพูดว่าไม่ นางชอบ และอยากปักไว้
นางจะยอมถอดเครื่องประดับที่สวยงามเช่นนี้ได้อย่างไร?
นางอยากจะออกไปอวดด้วยซ้ำ แต่ถูกย่าเรียกเสียก่อน
หลี่ไหลฝูขบฟัน หรี่ตามองหลี่เป่าจู เขาอยากจะบีบคอลูกสาวคนนี้ให้ตายจริงๆ คนฉลาดๆ แบบเขาจะให้กำเนิดลูกสาวโง่ๆ แบบนี้ได้อย่างไร?
“ข้าจะพูดอีกครั้ง เอาปิ่นปักผมออกทันที เอาออกให้หมด ได้ยินไหม”
หลี่เป่าจูเห็นสีหน้าออกเขียวของบิดาแล้ว ไม่ว่านางจะลังเลใจเพียงใด นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากค่อยๆ เอาปิ่นออก
นางหลิวรีบคว้าไว้ ใช้มือที่สั่นเทาััปิ่นอย่างอ่อนโยน "โอ้ เป็ปิ่นที่ดีจริงๆ หากซื้อ คงต้องจ่ายสักสิบตำลึงกระมัง?” นางเองก็ตัดใจซื้อปิ่นราคาแพงเช่นนี้ไม่ได้! นางค่อยๆ สอดเข้าไปในผมตน "ลูกชาย ดูดีหรือไม่ เหมาะกับแม่ใช่ไหม”
นางชอบปิ่นนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องลองใช้
"ท่านย่า อันนี้ข้าถูกใจ ถ้าท่านชอบก็ไปหาในกล่องสิ ยังมีอันอื่นอีก!" หลี่เป่าจูเอ่ยขัดโดยไม่รอให้หลี่ไหลฝูพูด นางจะยกอันที่ถูกใจให้คนอื่นได้อย่างไร? ถึงคนอื่นที่ว่าจะเป็ย่าของนางเองก็เถอะ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางหลิวก็หน้าบูดบึ้ง “ข้าเป็ย่าแท้ๆ ของเ้า ข้ายังไม่ได้เลือกเลย เ้าจะเลือกก่อนได้อย่างไร? ยังเห็นข้าอยู่ในสายตาไหม?” หลานสาวคนนี้ช่างโง่เขลาจริงๆ เื่แค่นี้ก็ไม่รู้
“ไม่ ข้าให้ท่านย่าไม่ได้ นี่ของข้า” พูดจบหลี่เป่าจูก็เตรียมแย่งกลับ
หลี่ไหลฝูเห็นก็ตะคอก “หยุด…” หลี่เป่าจูตัวสั่นเล็กน้อย นางมองบิดาด้วยความกลัว หลี่ไหลฝูกำหมัดแน่น "แย่งอะไร? หา? แย่งอะไร? นั่นย่าเ้า จะไปแย่งกับย่าได้อย่างไร?” ไม่น่าแปลกใจที่อายุเท่านี้ยังแต่งไม่ออก ไร้ยางอายแบบนี้ใครจะกล้าเอานาง?
เขาจะโง่ตายเพราะลูกสาวคนนี้จริงๆ เขามีลูกสาวโง่ๆ แบบนี้ได้อย่างไร?
หน้าอกของหลี่ไหลฝูสั่นเทาด้วยความโกรธ เขาโกรธจนพูดไม่ออก ได้แต่ชี้หลี่เป่าจู
“เอาปิ่นปักผมออกให้หมด อย่าให้ข้าพูดซ้ำอีก ได้ยินหรือไม่”
ภายใต้แรงกดดันของหลี่ไหลฝู หลี่เป่าจูปิดปากเงียบถอดปิ่นปักผมทั้งหมดออกอย่างไม่เต็มใจ
หลี่ไหลฝูรับมาดูอย่างระมัดระวัง ปิ่นเหล่านี้ดีจริงๆ ถ้าเอาไปขายคงได้ราคาดี
หลี่เป่าจูร้องไห้ ปิ่นปักผมทั้งหมดที่นางพยายามอย่างหนักถูกแย่งไปหมดแล้ว
"อย่าร้องไห้" หลี่ไหลฝูทำหน้าเข้มแต่ไม่ได้ผล เขากลัวว่าคนนอกจะได้ยินจึงปรับเสียงให้อ่อนลง ส่งปิ่นปักผมที่สลักด้วยดอกบ๊วยให้นาง "เอาล่ะ พอแล้ว อย่าร้องไห้ เอาปิ่นนี่ไป!" ที่เหลือเขาจะเอาไปให้คนรัก เอาไปกล่อมนาง
หลี่เป่าจูเอื้อมมือรับพร้อมสะอึกสะอื้น เสียบไว้ที่ผม จากนั้นพูดอย่างไม่พอใจว่ายัง้าอีก
สายตาของนางมองไปที่ปิ่นบนหัวของนางหลิว ความหมายของนางชัดเจนมาก
หลี่ไหลฝูต้องประนีประนอมเพื่อให้นางช่วยงานทีหลัง "ท่านแม่ ปิ่นนี้ดูเด็กเกินไป ให้เป่าจูเถอะ เดี๋ยวข้าไปเลือกอันที่ดูหนักแน่นกว่านี้เป็เพื่อน ให้ท่านแม่เป็นายหญิงผู้ร่ำรวย”
นางหลิวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถอดปิ่น แล้วยื่นให้หลี่เป่าจู "เอาละ คืนให้เ้า อย่าร้องไห้อีก ร้องอย่างกับถูกเรารังแกงั้นล่ะ” มีหลานสาวแบบนี้ แค่คิดก็ปวดหัว
เด็กสาวได้ปิ่นที่ชอบอีกครั้งจึงหัวเราะทั้งน้ำตา ปักปิ่นกลับที่เดิมอย่างระมัดระวัง
จากนั้นจึงนึกถามหลี่ไหลฝูว่าเรียกหานางทำไม
หลี่ไหลฝูขอให้หลี่เป่าจูนั่งบนเตียง จากนั้นเขาก็พูดเสียงเบา "น้องเสี่ยวหลิงยังมีของดีอีกเยอะ เ้าอยากได้ไหม? ถ้าอยากได้ก็ต้องเชื่อฟังพ่อ”
“จริงหรือ นางไม่ได้เอาของมีค่ามาหมดแล้วหรือ ที่บ้านยังมีอีกหรือ?”
"ปู่เซวียกลับมาแล้ว เขานำของมีค่ามากมายมาเป็สินสอด" หลี่ไหลฝูไม่รู้สึกผิดที่หลอกลูกสาว เขาทำไปเพื่อครอบครัว "ปู่เซวียกลับมาจากเมืองหลวง ในเมืองหลวงมีของดีเยอะมาก พ่อถึงถามว่าอยากได้ไหม”
"อยากสิ!" หลี่เป่าจูพยักหน้าอย่างลนลาน ใครจะไม่้าของดีล่ะ
“ถ้าอยากได้ต้องฟังพ่อ เข้าใจไหม”
หลี่เป่าจูพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เพื่อให้ได้สิ่งที่ตน้า
หลี่ไหลฝูไม่ได้เกริ่นอีก รีบคุยกับหลี่เป่าจูด้วยเสียงแตก จากนั้นถามนางว่าเข้าใจไหม?
หลี่เป่าจูเข้าใจเื่ง่ายๆ แค่นี้ได้
ก็แค่ขอให้นางไปดูว่ากล่องนั้นมีสิ่งล้ำค่าอะไรบ้างไม่ใช่หรือ? ง่ายแค่นี้ นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไร นางไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย
หลี่ไหลฝูตอบรับด้วยความพึงพอใจ เห็นปิ่นบนหัวจึงกำชับว่าห้ามปักออกไป ปักได้แต่ที่บ้านเท่านั้น
“ทำไมล่ะ?” นางอยากอวดชาวบ้าน ถ้าไม่ให้ปัก นางจะยอมได้อย่างไร?
"เด็กโง่ ลองคิดดูสิ ถ้าปักออกไปแล้วหลี่ชิงหลิงจำได้ว่าปิ่นนี้เป็ของตัวเอง นางจะต้องเอากลับไปแน่ ถึงตอนนั้น เ้าจะไม่มีให้ปักด้วยซ้ำ”
เื่นี้เขาต้องเตือนย้ำๆ มิฉะนั้น แผนเขาจะพังหมด
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เป่าจูก็ตอบรับด้วยความหงุดหงิด นางใส่ของดีๆ เหล่านี้ออกไปไม่ได้ แล้วนางจะอวดคนอื่นได้อย่างไร?
ใส่อยู่บ้านมีประโยชน์อย่างไร? นางจะใส่ให้ใครดู?
เมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังของหลี่เป่าจูแล้ว หลี่ไหลฝูก็ปลอบโยน “หลังจากหลี่ชิงหลิงแต่งงานแล้ว เ้าปักได้ตามใจชอบ อยากปักนานเท่าไรก็เท่านั้น ไม่มีใครว่าอะไรได้”
“จริงหรือ ท่านพ่อ ขอแค่หลี่ชิงหลิงแต่งงาน ข้าก็ปักปิ่นเหล่านี้ออกไปได้ใช่ไหม ไม่ได้โกหกใช่ไหม”
หากเป็เช่นนี้จริงๆ นางก็พอทนไหว อย่างไรเสียหลี่ชิงหลิงก็ใกล้จะแต่งงานแล้ว ทนถึงตอนนั้นพอไหวอยู่
หลี่ไหลฝูพยักหน้า ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจริง
เมื่อเห็นสีหน้าหนักแน่นของผู้เป็บิดา หลี่เป่าจูก็เชื่อสนิทใจ
“งั้นข้าจะรีบไปหาหลี่ชิงหลิงแล้วดูว่ามีอะไรอยู่ในกล่อง” หลี่เป่าจูยืนขึ้นอย่างมีความสุข บอกหลี่ไหลฝูแล้ววิ่งออกไป
ตอนนี้นางแทบรอหลี่ชิงหลิงแต่งงานไม่ไหวแล้ว หลังแต่ง นางจะอวดปิ่นสวยๆ ได้ พวกเสี่ยวหยิงจะต้องอิจฉานางอย่างแน่นอน
หลี่ไหลฝูกลัวหลี่เป่าจูจะทำพัง จึงวิ่งไล่ตามไปกำชับ
หลี่เป่าจูพยักหน้า บอกว่าตนรู้แล้ว
เมื่อเห็นว่านางรู้จริงๆ เขาจึงปล่อยนางไป
ทันทีที่หลี่เป่าจูถอดปิ่นเสร็จ นางก็ตรงไปหาหลี่ชิงหลิง
