บทที่ 2 ร่างใหม่ในโลกใบเก่า
ความเ็ปรวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วศีรษะทำให้หลินชิงเหอรู้สึกเหมือนสมองกำลังจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ เธอยังคงหลับตาแน่น พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย "เซี่ยปิน... เอายาแก้ปวดมาให้ฉันที..." เธอพึมพำเรียกเลขาหนุ่มด้วยความเคยชิน แต่สิ่งที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงขานรับที่สุภาพและรวดเร็วของเลขาผู้ชำนาญการ แต่กลับเป็เสียงแ่เบาที่สั่นเครือคล้ายเสียงลูกนก
"แม่... แม่ครับ... แม่ตื่นแล้วเหรอ?"
หลินชิงเหอขมวดคิ้วแรงขึ้นไปอีก เสียงนั้นเล็กและแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่เห็นเป็อย่างแรกคือเพดานไม้ที่ผุพังจนมองเห็นรอยรั่วที่มีแสงแดดรำไรลอดผ่านลงมา ฝุ่นละอองเต้นระบำอยู่ในลำแสงนั้นเหมือนตอกย้ำว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนสุดหรูในเพนท์เฮาส์ของเธอ
เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ความรู้สึกมึนงงทำให้โลกหมุนคว้างไปชั่วขณะ และนั่นเองที่ทำให้เธอสังเกตเห็นเด็กชายสองคนนั่งคุดคู้โต๋เต๋อยู่ข้างเตียงดินเผาที่แสนเย็นชืด
"แม่... แม่ไม่เป็ไรใช่ไหม? เมื่อกี้แม่ล้มลงไป... ผมกลัวมากเลย" เด็กชายคนที่ดูโตกว่าเล็กน้อยกล่าวพลางเอื้อมมือที่มอมแมมมาจับชายแขนเสื้อของเธอ
หลินชิงเหอมองมือนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เสื้อผ้าที่เธอสวมอยู่ไม่ใช่ผ้าไหมราคาแพง แต่มันคือผ้าเนื้อหยาบสีซีดจางที่มีรอยปะจนนับไม่ถ้วน กลิ่นอับของเหงื่อและดินที่ติดอยู่บนตัวทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้
"พวกเธอ... เรียกใครว่าแม่?" เธอถามออกไป เสียงนั้นแหบพร่าจนเธอเองยังใ มันไม่ใช่เสียงที่ทรงอำนาจของราชินีแห่งตลาดทุน แต่มันคือเสียงของหญิงสาวที่ดูอ่อนแรงและตรอมใจ
เด็กชายทั้งสองชะงักไปคนละนิด เด็กชายตัวเล็กที่สุดที่ดูจะอายุไม่เกินสี่ขวบเริ่มเบะปาก "แม่จำผมไม่ได้เหรอ... แม่จำเสี่ยวเป่าไม่ได้เหรอครับ?"
ความทรงจำพืดหนึ่งกระแทกเข้ามาในหัวของเธอเหมือนคลื่นั์ ภาพของหญิงม่ายชื่อเดียวกัน 'หลินชิงเหอ' ที่ใช้ชีวิตอย่างอดอยาก ถูกแม่สามีกลั่นแกล้ง และต้องทนดูลูกๆ หิวโหยจนตัวเองตรอมใจตาย... ทุกอย่างชัดเจนขึ้นมาจนเธอกุมขมับ
"ไม่ใช่... นี่มันต้องเป็ฝันร้ายแน่ๆ"
เธอไม่ยอมรับ เธอปฏิเสธความจริงตรงหน้าอย่างรุนแรง หลินชิงเหอพยายามพยุงร่างกายที่อ่อนปรกเปียกให้ลุกขึ้นเดิน ความทรงจำบอกเธอว่าข้างนอกมีโอ่งน้ำอยู่ เธอต้องเห็นหน้าตัวเองให้ชัดๆ เพื่อพิสูจน์ว่าทั้งหมดนี้เป็เพียงภาพลวงตาจากการทำงานหนักเกินไปจนวูบ
"แม่! จะไปไหนครับ แม่ยังเดินไม่มั่นคงเลย!" ต้าเป่า เด็กชายคนโตพยายามเข้ามาประคอง แต่หลินชิงเหอสะบัดมือออกด้วยสัญชาตญาณของการเป็คนที่ไม่ชอบให้ใครแตะต้องตัวง่ายๆ
เธอเดินโซเซออกจากกระท่อมไม้ผุๆ บรรยากาศภายนอกคือลานดินแคบๆ ที่มีรั้วไม้ไผ่หักพัง รอบข้างคือทุ่งนาที่ดูแห้งแล้งในฤดูใบไม้ร่วง และบ้านเรือนดินเผามุงจากที่ตั้งเรียงรายอยู่ไกลออกไป อากาศที่สูดเข้าไปมีกลิ่นของฟืนไฟและขี้วัว... นี่มันคือชนบทของจีนในยุค 80 ชัดๆ!
เธอเดินตรงไปยังโอ่งดินเผาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างมุมบ้าน น้ำในโอ่งนิ่งสนิทและสะท้อนภาพท้องฟ้าสีครามที่ดูสดใสขัดกับอารมณ์ของเธอ หลินชิงเหอค่อยๆ โน้มตัวลงไป ชะโงกหน้ามองเงาที่สะท้อนอยู่ในน้ำ
"เฮือก!"
เธอผงะถอยหลังจนเกือบเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น ลมหายใจหอบถี่ราวกับคนกำลังจะขาดใจ เงาที่สะท้อนอยู่ในน้ำนั้น...นั่นไม่ใช่หลินชิงเหอที่มีใบหน้าสวยเฉี่ยว แต่งหน้าประณีต และผมทรงบ๊อบเท่ๆ ที่เธอภาคภูมิใจ
มันคือใบหน้าของหญิงสาวที่ซูบผอมจนเห็นโหนกแก้มชัดเจน ผิวพรรณสีเหลืองคล้ำจากการขาดสารอาหารและกรำแดด ดวงตาดูอิดโรยและเศร้าสร้อย ผมยาวที่ยุ่งเหยิงถูกรวบไว้อย่างลวกๆ ด้วยเชือกฟาง สภาพเหมือนซากศพที่เดินได้มากกว่าคน
เธอก้มลงมองมือของตัวเอง... มือที่เคยเรียวสวยและได้รับการทำเล็บอย่างดี บัดนี้กลับหยาบกร้าน มีรอยแตกเขียวช้ำ และเล็บสั้นกุดที่มีเศษดินติดอยู่
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอเริ่มไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก... หลินชิงเหอ หญิงหม้ายยากจนแห่งหมู่บ้านสกุลหลิน ปี 1983 สามีหายสาบสูญไปในาทิ้งให้เธอเลี้ยงลูกชายสองคนตามลำพังท่ามกลางการโขกสับของแม่สามีใจร้าย
จากนักธุรกิจพันล้าน... สู่หญิงม่ายที่ไม่มีแม้แต่แป้งหมี่จะทำแผ่นแป้ง!
"นี่ใคร... นี่มันไม่ใช่ฉัน!" เธอะโก้องในใจ ความทระนงที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา "ฉันคือหลินชิงเหอ! ฉันคือประธานหลิน! ฉันมีเงินหมื่นล้าน! ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่!"
ความกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจ เธอหันซ้ายหันขวาอย่างตื่นตระหนก พยายามหาทางออก หาประตู หรืออะไรก็ตามที่จะพาเธอกลับไปสู่ห้องทำงานชั้น 88 แต่ไม่มี... มีเพียงความเงียบสงัดของหมู่บ้านชนบทที่เย็นเยียบ
"แม่ครับ" เสียงเรียกแ่เบาดังขึ้นข้างหลัง
เธอหันกลับไปมอง เด็กน้อยสองคนเดินตามเธอออกมานอกบ้านด้วยท่าทางหวาดหวั่น ต้าเป่าจูงมือเสี่ยวเป่าที่กำลังสะอื้นเบาๆ ทั้งสองคนดูน่าสงสารเหลือเกิน ข้อมือของพวกเขานั้นเล็กจนเหมือนกิ่งไม้แห้งๆ ที่พร้อมจะหักได้ทุกเมื่อ
"แม่... แม่เป็อะไรไปครับ แม่ดูแปลกไปจัง" ต้าเป่าถามด้วยดวงตาที่เริ่มมีน้ำตาคลอ "ถ้าแม่โกรธที่พวกเราขอข้าวสารเพิ่ม พวกเราขอโทษครับ... ต่อไปพวกเราจะกินให้น้อยลง แม่ไม่ต้องเสียใจนะ"
คำพูดของเด็กน้อยทำให้หัวใจของนักธุรกิจสาวที่เคยเ็าเหมือนน้ำแข็งสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอเป็คนไม่ยอมคน เธอเป็คนเด็ดขาด แต่ความใสซื่อและบริสุทธิ์ของเด็กตรงหน้ากำลังพังกำแพงในใจของเธอ
เสี่ยวเป่าที่ทนไม่ไหวอีกต่อไป วิ่งเข้ามากอดขาของเธอเอาไว้แน่น ใบหน้ามอมแมมซบลงที่ตักของเธอ "แม่... อย่าทิ้งพวกเราไปนะ อย่าล้มลงไปแบบนั้นอีก ผมกลัว"
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดเล็กๆ นั้นทำให้หลินชิงเหอชะงัก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เธอไม่เคยััความรู้สึกของความเป็แม่ มันเริ่มแทรกซึมผ่านสายเืในร่างใหม่นี้ เธอรู้สึกได้ถึงความเ็ปลึกๆ ในใจของเ้าของร่างเดิมที่ห่วงใยลูกชายทั้งสองมากกว่าชีวิตตัวเอง
เธอก้มลงมองเด็กทั้งสอง ความรู้สึกลนลานเริ่มจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด ในฐานะนักธุรกิจ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปและแก้ไขไม่ได้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ 'ยอมรับ' และ 'ปรับตัว'
"ฉัน... แม่ไม่ได้เป็อะไร" เธอกล่าวเสียงเรียบ แม้จะยังไม่ชินกับการแทนตัวเองแบบนั้น เธอค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเด็กทั้งสอง มือที่หยาบกร้านสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เอื้อมไปลูบหัวเสี่ยวเป่าเบาๆ
"จริงเหรอครับ? แม่จำพวกเราได้แล้วใช่ไหม?" เสี่ยวเป่าเงยหน้าขึ้นถามด้วยความหวัง
"จำได้สิ... ต้าเป่า เสี่ยวเป่าใช่ไหม?" เธอทวนชื่อตามความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในหัว
เด็กชายทั้งสองยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ต้าเป่ารีบเข้ามากอดเธออีกคน "แม่ตัวเย็นมากเลย เข้าไปในบ้านเถอะครับ เดี๋ยวผมจะไปหาฟืนเพิ่มมาทำให้อุ่น"
หลินชิงเหอมองไปที่เด็กชายคนโตที่พยายามทำตัวเข้มแข็งเกินวัย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ความคิดเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูงเหมือนตอนที่เธอกำลังวางแผนกว้านซื้อกิจการ
หลินชิงเหอหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อระงับความตื่นตระหนก เธอนิ่งไปสิบวินาทีตามความเคยชินเวลาเจอวิกฤตธุรกิจ ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาของหญิงหม้ายที่อ่อนแอคนเดิม แต่เป็สายตาของราชินีแห่งตลาดทุนที่พร้อมจะขยี้ทุกอุปสรรค
"ในเมื่อ์ให้ฉันมาอยู่ที่นี่..." เธอพึมพำกับตัวเองขณะที่มองลูกชายทั้งสอง "ฉันก็จะเปลี่ยนยุค 80 ที่แสนแร้นแค้นนี้ ให้กลายเป็อาณาจักรของฉันเอง!"
หญิงสาวตกผลึกความคิดได้ในท้ายที่สุด ตอนนี้เธอจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากยอมรับ
'เอาละ หลินชิงเหอ... ในเมื่อเธอติดอยู่ในร่างนี้ ในยุคนี้ และมีหนี้ชีวิตเป็เด็กสองคนนี้ เธอก็แค่ต้องทำสิ่งที่เธอถนัดที่สุด'
เธอมองไปรอบๆ กระท่อมที่ผุพัง มองมือที่สากและชุดที่ขาดวิ่น
'นั่นคือการสร้างอาณาจักรจากศูนย์... ไม่สิ จากติดลบ!'
"ต้าเป่า" เธอเรียกเสียงนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยพลังที่เปลี่ยนไป "ในบ้านเหลืออาหารอะไรบ้างไหม?"
เด็กชายก้มหน้าลงอย่างละอาย "เหลือแค่แป้งข้าวโพดขี้รำกำมือเดียวครับ... ย่าเอาแป้งขาวไปหมดแล้วเมื่อวานนี้"
ดวงตาของหลินชิงเหอวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความเ็าทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ย่า' ความทรงจำบอกเธอว่าแม่สามีคนนั้นช่างร้ายกาจเพียงใด แต่สำหรับหลินชิงเหอคนใหม่นี้... ใครที่กล้ามาแย่ง 'สินทรัพย์' หรือ 'คนของเธอ' มันจะต้องได้รับบทเรียนที่สาสม
"กำมือเดียวก็พอ" เธอลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ร่างกายจะยังอ่อนแรงแต่สายตากลับเฉียบคมจนต้าเป่ารู้สึกเกรงขาม "ไปในบ้านกันเถอะ แม่จะหาทางให้พวกเราอิ่มท้องเอง"
ในขณะที่เธอเดินนำเด็กๆ กลับเข้ากระท่อม หลินชิงเหอไม่ได้มองว่าตัวเองเป็หญิงม่ายที่สิ้นหวังอีกต่อไป แต่มองว่านี่คือ 'สตาร์ทอัพ' ครั้งใหม่ที่ท้าทายที่สุดในชีวิต... และราชินีอย่างเธอ ไม่เคยแพ้ในเกมไหนทั้งนั้น
