บทที่ 140 เบาะแสเผ่าศักดิ์สิทธิ์
“พวกท่านเห็นสมควรเช่นไรก็ตามนั้น” ฉินชูกล่าวจบจึงหลับตา เขาคร้านจะกล่าวอะไรอีก เื่ราวทั้งหมดล้วนไม่อาจอธิบายให้ชัดเจน ทั้งยังไม่อาจพูดคุยด้วยเหตุผลได้อีก
ฉินชูในยามนี้ได้ตระหนักอย่างถ่องแท้แล้ว ว่าสิ่งใดคือผู้มีพลังอำนาจย่อมเป็ฝ่ายถูก คนจากตำหนักจันทราเงินมีพลังความสามารถเหนือกว่าเขา จึงใช้กฎระเบียบและเหตุผลที่ไร้เหตุผลสิ้นดีมาข่มเขาไว้ ไม่อาจโต้ตอบได้เลย
หยางเทียนเฟิงส่ายหน้า เขาดูออกแล้ว ฉินชูเป็คนแข็งกระด้าง และหากทุกสิ่งเป็ไปตามที่มู่เซวียนกล่าวมา เช่นนั้นตำหนักจันทราเงินก็เป็ฝ่ายผิดอย่างแท้จริง
หยางเทียนเฟิงพูดคุยกับมู่เซวียนพักหนึ่ง ก่อนจัดแจงให้คนพามู่เซวียนและฉินชูไปพักผ่อน ฉินชูไม่หนี เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร สิ่งที่เขากังวลอยู่ในใจคือจากนี้ทางตำหนักจะจัดการแก้ไขปัญหาตรงหน้าอย่างไร
ระยะนี้ตำหนักจันทราเงินเกิดเื่ขึ้นไม่น้อย เริ่มจากราชวงศ์ดาราเหมันต์มาสู่ขอ เป้าหมายในการสู่ขอคือมู่เซวียนที่อายุยังน้อย และฐานะของมู่เซวียนก็ค่อนข้างพิเศษ นางเป็บุตรสาวของเ้าหุบเขาโอสถทิพย์แห่งตำหนักจันทราเงิน เื่นี้เกี่ยวโยงถึงทรัพยากรของหุบเขาโอสถทิพย์ด้วย ดังนั้นตำหนักจันทราเงินจึงไม่ตอบตกลง เพราะมันเกี่ยวโยงกับเื่ที่ใหญ่เกินไป
แต่เพราะการปฏิเสธของตำหนักจันทราเงิน ราชวงศ์ดาราเหมันต์และตำหนักจันทราเงินจึงเกิดความขัดแย้งขึ้น ส่วนแรกที่จะได้รับผลกระทบก่อนคือตระกูลของผู้าุโใหญ่ที่อยู่บริเวณชายแดน พวกเขาจึงไม่พอใจ คิดว่าเื่นี้ควรขจัดความบาดหมางด้วยการเกี่ยวดอง
หลังจากรู้ข่าวนี้ มู่เซวียนจึงหนีออกมา จนเื่ราวมาถึงตรงนี้
ระหว่างอยู่ในเรือนรับรอง ฉินชูเริ่มนั่งสมาธิฝึกฝน ในเมื่อหนีไม่ได้ก็มีแต่ต้องฝึกฝน อย่างน้อยต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์
ในขณะที่ฉินชูฝึกฝน หยางเทียนเฟิงก็มายังเรือนรับรองที่มู่เซวียนพักอาศัย “เซวียนเอ๋อร์ เ้ารู้เื่เกี่ยวกับเ้าหนูนั่นมากเพียงใด?”
“ไม่ค่อยรู้เ้าค่ะ วันนั้นข้าไล่สังหารโจรผู้หนึ่งจนถึงบริเวณหุบเขาวายุทมิฬ จนได้รับาเ็จากกระบี่อาบยาพิษของอีกฝ่าย เขาเป็คนยื่นมือช่วยข้าไว้ ตลอดทางก็ได้เขาดูแล ความจริงก็ไม่ถือว่าดูแล เขาสั่งให้ข้าลงจากเกวียนอยู่หลายหน สาเหตุหลักเพราะไม่อยากมีปัญหา แต่เซวียนเอ๋อร์เป็คนบีบให้เขามายังเมืองซินเยว่เอง จริงๆ พวกเราจะแยกทางกันแล้ว แต่ผลกลับโชคร้าย กลายเป็ว่าได้พบกับโจวเหมยเสียก่อน” มู่เซวียนกล่าว
“เขาแกร่งมาก แม้ลูกศิษย์ที่ผู้าุโพามาด้วยจะไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นเป็พิเศษ แต่ก็ล้วนมีพลังตบะขั้นสี่หลิงหยวน ทว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าเขากลับไร้ซึ่งพลังต่อสู้ และถูกข่มโดยสมบูรณ์” หยางเทียนเฟิงกล่าว
มู่เซวียนพยักหน้า “เขาแกร่งมากจริงๆ ในคืนแรกที่พวกเราได้พบกัน ผู้ฝึกตนชั่วร้ายในหุบเขาวายุทมิฬปรากฏตัว มีขั้นห้าเทียนหยวนหนึ่งคน ขั้นสี่หลิงหยวนอีกสองคน แต่เ้าพวกนั่นกลับถูกเขาสังหารได้อย่างง่ายดาย”
“มีเจตจำนงกระบี่ระดับสอง เพลงกระบี่ลื่นไหลอย่างมิอาจหาใดเทียม คุณสมบัติของเ้าหนูนี่ดีเยี่ยมไร้ที่ติ” หยางเทียนเฟิงกล่าว
“อาจารย์อา เขาถูกกลั่นแกล้งเพราะช่วยเซวียนเอ๋อร์ หากเขาถูกตำหนักจันทราเงินของเราเล่นงานจริง เช่นนั้นเซวียนเอ๋อร์คงวางตัวยากมาก ข้าทำผิดต่อเขา” มู่เซวียนกล่าว
“วางใจได้! มีท่านเ้าตำหนักอยู่ พวกเขาย่อมไม่อาจกระทำการเหลวไหลได้” หยางเทียนเฟิงกล่าว
พักอาศัยอยู่ในเมืองซินเยว่ ฉินชูฝึกฝนอย่างพากเพียรทุกวัน แต่เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เป็อย่างมาก การช่วยคนกลับกลายเป็ความผิดเช่นนั้นหรือ?
เวลาผ่านไปห้าวัน โจวเหมยกลับมาแล้ว ทั้งยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งมาด้วย แต่ดูจากรูปแบบการยืนแล้วเป็คนจากสองฝ่าย
ฉินชูถูกคนรับใช้ในจวนเ้าเมืองตามไปยังโถงใหญ่ของจวนเ้าเมือง
เมื่อถึงโถงใหญ่ของจวนเ้าเมือง ฉินชูไม่ได้สนใจสายตาของทุกคน เขาหาเก้าอี้ว่างนั่งลง จากนั้นจึงหันมองโจวเหมย “เ้าตรวจสอบได้ผลอย่างไรบ้าง? ข้าไม่มีเวลาจะมาเล่นกับเ้า”
“เ้าทำร้ายศิษย์ตำหนักจันทราเงินของเรา อย่างไรก็ต้องมีคำชี้แจงกระมัง?” โจวเหมยหันมองฉินชู
“เ้าไร้ยางอายเกินไปหรือเปล่า? เ้าต่างหากที่ออกคำสั่งให้ศิษย์ตำหนักจันทราเงินล้อมโจมตีข้าอย่างหน้าไม่อาย ทำให้ศิษย์ตำหนักจันทราเงินของพวกเ้าได้รับาเ็” เมื่อได้ฟังวาจาของโจวเหมย ฉินชูก็เกิดอารมณ์โทสะ โจวเหมยจงใจเล่นงานเขา
“ขอบคุณที่ท่านช่วยศิษย์น้องหญิงของข้าไว้” สตรีที่เป็ผู้นำคนอีกกลุ่มหนึ่งกล่าวขึ้น
มู่เซวียนเดินขึ้นหน้าหนึ่งก้าว มายืนอยู่ข้างสตรีที่เอ่ยปากเมื่อครู่ “ผู้นี้คือศิษย์พี่หญิงใหญ่ของข้า”
เมื่อได้ฟังคำแนะนำตัวของมู่เซวียน ฉินชูจึงประสานหมัดคำนับสตรีผู้นี้ สตรีผู้นี้ค่อนข้างมีมารยาท
“ข้ามีนามว่าถังหว่านเอ๋อร์ สะดวกบอกชื่อของเ้าหรือไม่?” ถังหว่านเอ๋อร์มองฉินชูพร้อมเอ่ยถาม
“เื่มาถึงขั้นนี้ ไม่มีสะดวกหรือไม่สะดวกแล้ว ข้าชื่อฉินชู” ฉินชูกล่าว
“เื่ในครั้งนี้ เราสร้างความเดือดร้อนแก่ท่าน ต้องขออภัยจริงๆ” ถังหว่านเอ๋อร์ขอขมาฉินชู
“เ้าตำหนักน้อย เ้าตำหนักและผู้เฒ่าเสว่้าให้พาเขากลับไปก่อน แล้วค่อยว่ากัน เด็กๆ คุมตัวไว้!” โจวเหมยโบกมือพร้อมออกคำสั่ง
“หยุดเดี๋ยวนี้! อาจารย์และผู้เฒ่าเสว่บอกว่าให้พาเขากลับไปก็จริง แต่ไม่ใช่การจับกุม! คิดจะจับก็จับได้อย่างไร?” ถังหว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วมุ่น โจวเหมยเหิมเกริมเกินไปแล้ว
เมื่อหนีไม่ได้ ฉินชูจึงถือโอกาสไม่คิดหนี ไปตำหนักจันทราเงินหรือ เช่นนั้นก็ลองไปดู!
คนทั้งกลุ่มออกจากจวนเ้าเมือง ฉินชู มู่เซวียน และถังหว่านเอ๋อร์นั่งอยู่ภายในเกวียนเดียวกัน โจวเหมยและหยางเทียนเฟิงนั่งอยู่ในเกวียนอีกหนึ่งคัน ส่วนคนที่เหลือต่างกระจายกันไป
“ฉินชู เื่ในครั้งนี้ต้องขออภัย ความจริงเป็ปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งภายในตำหนักจันทราเงินของเรา เื่การแต่งงานของศิษย์น้องเล็ก อาจารย์ไม่ยินยอม แต่นั่นส่งผลต่อผลประโยชน์ของตระกูลผู้าุโใหญ่ ดังนั้นจึงเกิดความคิดเห็นที่แตกแยก เดิมทีหลังจากศิษย์น้องเล็กออกจากตำหนัก เื่นี้ก็เบาลงแล้ว แต่ช่วยไม่ได้ที่นางถูกพวกโจวเหมยพบตัว เื่นี้ค่อนข้างยุ่งยาก ที่พวกนางจงใจหาเื่เ้า แท้จริงแล้วเพื่อทำให้อาจารย์ของข้าเสียหน้า แต่เรานิ่งดูดายไม่ได้” ถังหว่านเอ๋อร์กล่าวกับฉินชู
“สถานที่ที่มีผู้คนย่อมมีความขัดแย้ง ในหลายๆ ครั้งความขัดแย้งภายในสำนักล้วนเป็บ่อเกิดของหายนะ แต่ข้ามีเหตุเร่งด่วนต้องรีบไปจากที่นี่อย่างแท้จริง หวังว่าจะจัดการได้โดยเร็ว” ฉินชูทอดถอนใจ
“น่าจะไม่มีปัญหาอะไร ผู้าุโใหญ่คิดว่าผู้เฒ่าเสว่อุปนิสัยค่อนข้างอ่อนโยน ไม่อยากให้เกิดศึกต่อสู้ ย่อมตอบตกลงการเกี่ยวดอง แต่แท้จริงแล้ว ผู้เฒ่าเสว่มีหลักการที่เข้มงวดมาก นางใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพราะก่อนหน้านั้นถูกคนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์ทำร้าย จึงพักฟื้นมาสิบกว่าปีแล้ว” ถังหว่านเอ๋อร์กล่าว
“ถูกเผ่าศักดิ์สิทธิ์ทำร้าย... เผ่าศักดิ์สิทธิ์ใดหรือ?” แววตาของฉินชูเต็มไปด้วยประกายผิดคาด
“ถูกคนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงทำร้ายเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่รายละเอียดเป็เช่นไรข้าก็ไม่รู้” ถังหว่านเอ๋อร์กล่าว ภายในใจฉินชูรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
เบาะแส! นี่ก็คือเบาะแส หากมีโอกาสได้พบกับผู้เฒ่าเสว่แห่งตำหนักจันทราเงิน เช่นนั้นลองไต่ถามดู บางทีอาจได้ข้อมูลที่มีประโยชน์
“ศิษย์น้องเจ็ด หลังจากถึงตำหนักจันทราเงิน เ้าไม่ต้องสนใจเื่อื่น พาฉินชูไปยังยอดเขาิเยว่ เมื่อถึงยอดเขาิเยว่ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจใช้กำลังได้อีก” ถังหว่านเอ๋อร์กำชับกับมู่เซวียน
ฉินชูไม่ได้สนใจเื่เหล่านี้ เขาคิดว่าครั้งนี้ถือเป็ความบังเอิญ อาจมาไม่เสียเที่ยวก็เป็ได้
“ฉินชูเ้าคิดอะไรอยู่? เ้าวางใจได้ มีข้าอยู่ ใครก็แตะต้องเ้าไม่ได้ ส่วนเื่แต่งงาน... ถ้าอยากแต่งนัก ก็ให้พวกนางไปแต่งเอง!” มู่เซวียนโมโหเป็อย่างมาก
