ทหารอีกคนตกตะลึงทันทีเมื่อเห็นถังเหล่ยสังหารพี่น้องของเขาในไม่กี่ลมหายใจ ในขณะที่เขากำลังจะส่งสัญญาณให้ผู้อื่นทราบ อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อยให้เขาทำได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตามทหารที่เฝ้าเส้นทางของด่านจิงเซินต่างก็มีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน ทหารผู้นี้สามารถป้องกันการโจมตีของถังเหล่ยได้ถึงสองครั้งติดต่อกัน
“จะปล่อยให้การต่อสู้ยืดเยื้อไม่ได้!” ถังเหล่ยพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้นถังเหล่ยพลิกมือซ้ายแล้วยัดยาคลั่งรุนแรงเข้าไปในปากทันที จากนั้นพลังปราณภายในร่างของเขาก็พลุ่งพล่านราวกับกระแสน้ำ
ทันทีที่ยาคลั่งรุนแรงออกฤทธิ์ถังเหล่ยก็ใช้มือข้างหนึ่งฟาดไปที่ลำคอของอีกฝ่ายราวกับดาบขนาดใหญ่ ด้วยพลังมหาศาลอีกฝ่ายจึงไม่สามารถต้านทานการโจมตีของถังเหล่ยได้ ลมหายใจต่อมาร่างไร้ิญญาของทหารนายนี้ก็ล้มลงกับพื้น
หลังจากสังหารทหารทั้งสองแล้วถังเหล่ยก็หันหลังกลับและวิ่งไปโดยไม่ลังเล ในขณะนี้เขารู้เส้นทางแล้ว เขาเพียงแค่ต้องวิ่งกลับไปที่ป้อมปราการเท่านั้น
แต่ถังเหล่ยประเมินด่านจิงเซินต่ำเกินไปโดยเฉพาะพื้นที่บริเวณป้อมปราการ ยิ่งไปกว่านั้นใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขายังเปรอะเปื้อนไปด้วยเื เมื่อทหารที่ประจำการอยู่ชั้นล่างเห็นถังเหล่ยเหล่าทหารจึงวิ่งเข้ามาหาเขาทันที
…
อีกด้านหนึ่ง ตี้หลินกำลังจะได้พบกับตี้เลี่ยที่รออยู่บริเวณรับรอง
ตี้เลี่ยต้องตกตะลึงเมื่อเห็นตี้หลิน ตี้หลินผู้นี้หายไปจากจักรวรรดิซือฉีหลายทศวรรษ แม้แต่ตัวของตี้เลี่ยเองยังคิดว่าตี้หลินตายไปแล้ว
“องค์ชายเลี่ยสบายดีหรือ? เมื่อก่อนองค์ชายเลี่ยเป็เพียงเ้าเมืองเล็กๆ เท่านั้น บัดนี้กลับกลายเป็ผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปเสียแล้ว”
ตี้หลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม ในฐานะที่เขามีศักดิ์สูงกว่า เขาจึงไม่จำเป็ต้องกล่าวด้วยความเกรงใจมากนัก
“ผู้บัญชาการหลินเกรงใจเกินไป ความสำเร็จของข้าไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงด้วยซ้ำ” ตี้เลี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“ข้าขอเข้าเื่เลยแล้วกัน ถังเหล่ยอยู่ในด่านจิงเซินของข้า หากท่าน้าตัวถังเหล่ยท่านจะต้องปลดปล่อยข้าออกจากด่านจิงเซินแห่งนี้ ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายมีอิทธิพลในตระกูลมาก ดังนั้นคำขอของข้าคงไม่ยากเกินไปสำหรับท่าน?”
ตี้หลินกล่าวอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่อ้อมค้อมกับตี้เลี่ยพร้อมกับเสนอเงื่อนไขของเขาทันที
สำหรับตี้เลี่ยแล้วเขาไม่รู้ว่าตี้หลินหมายถึงอะไร แต่ถ้าต้องแลกกับตัวถังเหล่ยเขาก็ยินดีที่จะรับข้อเสนอของอีกฝ่าย
“ไม่มีปัญหา หากท่านสามารถช่วยให้ข้าได้สังหารถังเหล่ย ข้าก็ยินดีที่จะมอบสิ่งที่ท่าน้า!” ตี้เลี่ยตอบรับเงื่อนไขของตี้หลินทันที
“ข้อตกลงของเรายังไม่สำเร็จ หากยังไม่ถูกเขียนเป็ลายลักษณ์อักษร!” ตี้หลินกล่าวด้วยรอยยิ้มและส่ายศีรษะเบาๆ ก่อนที่ตี้หลินจะกล่าวต่อก็มีเสียงของทหารแทรกขึ้นมา
“รายงานท่านผู้บัญชาการหลิน คุณชายถังหนีออกจากห้องไปแล้ว!” ทหารผู้หนึ่งกล่าวอย่างร้อนรน
ทันทีที่ทั้งสองได้ยินรายงาน สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที
“ปิดเส้นทางสูู่เาจู่หุนเดี๋ยวนี้!” ตี้หลินคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“ข้าไปเองจะดีกว่า ถังเหล่ยผู้นี้เ้าเล่ห์มาก พวกเราไม่ควรปล่อยให้เขาหนีไปได้อีกแล้ว!”
ตี้เลี่ยกล่าวอย่างเร่งรีบ จากนั้นก็ยืนขึ้นและเดินนำหน้าตี้หลินไปด้วยสีหน้าดุร้าย แต่ตี้หลินก็เดินตามหลังมาติดๆ สาเหตุที่ตี้เลี่ยกล้าเสียมารยาทกับตี้หลินก็เพราะพวกเขาทั้งสองอยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นหนึ่งเช่นเดียวกัน
การที่ตี้หลินเดินตามมาบ่งบอกว่าถ้าเขาไม่ได้รับสิ่งที่เขา้า ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์นำตัวถังเหล่ยออกจากด่านจิงเซินของเขา!
อีกด้านหนึ่งทหารที่ด้านล่างได้ล้อมถังเหล่ยเอาไว้แล้ว เขากำลังต่อสู้อย่างสิ้นหวัง แม้ว่าเขาจะได้รับพลังจากยาคลั่งรุนแรง แต่ฤทธิ์ยาก็อยู่ได้เพียงไม่นานเท่านั้น
หากตี้หลินและตี้เลี่ยที่เป็ถึงปรมาจารย์ยุทธขั้นหนึ่งมาถึง สถานการณ์ของถังเหล่ยก็ยิ่งจะแย่ลงไปอีก
สถานการณ์ของถังเหล่ยในขณะนี้ถึงขั้นวิกฤตแล้ว เพราะด้านล่างมีทหารเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ของเขาย่ำแย่นั้นคือทหารที่อยู่เบื้องหน้าไม่ได้เข้ามาต่อสู้กับเขาโดยตรง แต่พวกเขาต้อนให้ถังเหล่ยกลับขึ้นไปที่ชั้นบนของป้อมปราการอีกครั้ง
ในขณะนี้ฤทธิ์ยาคลั่งรุนแรงในร่างกายของถังเหล่ยเหลือน้อยเต็มทีแล้ว เขากังวลเป็อย่างมากหากเขาไม่สามารถหนีออกไปได้ ร่างของเขาจะต้องถูกตี้เลี่ยสับเป็ชิ้นๆ อย่างแน่นอน
“คุณชายถังอย่ารีบร้อนไป เป็เพราะข้าทำให้คุณชายถังไม่พอใจหรือ?”
ทันทีที่เสียงของตี้หลินดังขึ้น ทหารที่อยู่เบื้องหน้าถังเหล่ยก็หยุดมือและยืนตัวตรงทันที ถังเหล่ยก็หยุดเช่นกัน
“ถังเหล่ยข้าเคยกล่าวไว้ว่าไม่ช้าก็เร็วข้าจะหั่นเ้าเป็ชิ้นๆ เ้าคิดจริงๆ หรือว่าเ้าจะสามารถหนีข้าไปได้?”
ตี้เลี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ จากนั้นสีหน้าของเขาก็ยินดีราวกับว่าได้ลงมือสังหารถังเหล่ยไปแล้ว
“ข้าก็ไม่รู้ว่าข้าจะมีชีวิตรอดหรือไม่ แต่สิ่งที่ข้ารู้คือตี้เทียนเซิ่งไม่รอด” ถังเหล่ยกล่าวอย่างเ็าและจ้องมองไปที่ตี้เลี่ยพร้อมกับเผยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก
“รนหาที่ตาย!”
ในขณะที่ตี้เลี่ยกล่าวออกมาด้วยความโกรธ ร่างของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงทันที เขา้าพุ่งเข้าไปสังหารถังเหล่ยแต่ตี้หลินที่ยืนอยู่ด้านข้างขวางเอาไว้ได้ทัน
“องค์ชายเลี่ย ตอนนี้ยังลงมือไม่ได้ ท่านต้องยอมรับข้อเสนอของข้าก่อน!”
ตี้หลินจะไม่ยอมมอบถังเหล่ยให้กับตี้เลี่ยอย่างแน่นอน ตราบใดที่ตี้เลี่ยยังไม่ได้มอบสิ่งที่เขา้า ถังเหล่ยจะอยู่ที่ด่านจิงเซินภายใต้การดูแลของตี้หลินต่อไป
“ตี้หลิน ข้าสัญญากับเ้าไปแล้ว เ้ายัง้าสิ่งใดอีก?” ตี้เลี่ยะโออกมาด้วยความโกรธ
“อย่าแสร้งทำเป็ไม่รู้ ท่านต้องยอมให้ข้าใช้คำสาปหัวใจเพลิง ข้าจึงจะเชื่อว่าท่านจะทำตามข้อตกลง” ตี้หลินกล่าวอย่างเ็า
คำสาปหัวใจเพลิงเป็ทักษะลับของตระกูลตี้ ผู้ที่ตกอยู่ภายใต้คำสาปหัวใจเพลิงนั้นจะต้องทำตามสิ่งที่ผู้สาป้า ทักษะนี้มีไว้ป้องกันไม่ให้ผู้ถูกสาปทรยศ
“ข้าจะไม่มีวันยอมรับคำสาปหัวใจเพลิง!”
ทันทีที่ตี้เลี่ยกล่าวจบเปลวเพลิงบนร่างกายของเขาก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาจะไม่ยอมมอบชีวิตของเขาให้อยู่ในกำมือของตี้หลินเด็ดขาด!
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหวังที่จะได้ตัวของถังเหล่ย เว้นแต่เ้าจะปลดปล่อยข้าออกจากด่านจิงเซินได้ และข้าขอแนะนำให้เ้ารีบลงมือด้วย เพราะตี้เหยียนอาจจะเห็นด้วยกับเงื่อนไขของข้า”
ตี้หลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม ตราบใดที่พวกเขาทั้งสองยังอยู่ที่ด่านจิงเซินแห่งนี้ตี้หลินก็มั่นใจว่าตี้เลี่ยไม่กล้าลงมือกับเขาอย่างแน่นอน
“เ้า…!”
ตี้เลี่ยกล่าวด้วยความโกรธและจ้องมองไปยังตี้หลิน แม้ว่าในขณะนี้เขาจะ้าสังหารตี้หลินไปพร้อมกับถังเหล่ย แต่เขาก็ไม่สามารถทำอย่างที่ใจหวังได้เพราะที่นี่คือที่ด่านจิงเซิน
“นำตัวคุณชายถังไปขังไว้ หากเขาคิดที่จะหนีอีกก็ตัดขาของเขาทิ้งซะ” ตี้หลินออกคำสั่งกับทหารที่ยืนอยู่รอบถังเหล่ยทันที
ทันใดนั้นบนฝ่ามือของถังเหล่ยก็ปรากฏลูกปัดทมิฬ นี่คือความหวังครั้งสุดท้ายของเขา
ปัง!
ทันใดนั้นกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวได้ปะทุมาจากชั้นล่าง การโจมตีด้วยพลังมหาศาลทำให้พื้นที่บริเวณถังเหล่ยยืนสั่นะเืและเกิดรอยแยก ทหารที่ยืนล้อมถังเหล่ยอยู่ต่างโซซัดโซเซออกไปคนละทิศคนละทาง
……
