“ท่านมาหาข้า เพียงเพราะรินชาแล้วพูดคุยกับข้าเท่านั้นเหรอ” จางซินถอนหายใจแล้วพูดขึ้น
“ใครบอกว่าข้าอยากรินชา แล้วพูดคุยกับเ้า” หญิงสาวทำปากแข็ง ทว่าสายตาของิเยว่หาได้เชื่อเช่นนั้น จางซินเริ่มรู้ตัว จึงถอนหายใจแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้
“ตำหนักของเ้าใหญ่โตกว้างขวาง เ้าคงไม่รู้สึกเหงา เพราะได้ฝึกพลังิญญากับประมุขตงหยางทุกวัน ไม่เหมือนข้าที่...” จางซินหยุดพูดแล้วเลื่อนสายตา มายังิเยว่ที่จับจ้องมองอยู่
“ข้าไปดีกว่า ใช่ว่าข้าอยากจะอยู่กับเ้ามากนัก” ว่าแล้วซางจินก็ลุกขึ้นเดินจากไป ก่อนิเยว่จะเอ่ยเรียก
“เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ” จางซินค่อย ๆ หันกลับมาแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย
“หลายวันก่อนข้าออกไปเดินเล่นด้านนอก พบว่ามีหอสุราเปิดอยู่ ท่านอยากลองไปหรือไม่ ข้าจะพาไป” ิเยว่พูดอย่างมีแผนการ ก่อนจางซินจะชะงักนิ่งครู่หนึ่งพร้อมคิดทบทวน แล้วตอบตกลงในที่สุด
ิเยว่ตัดสินใจพาจางซินเดินตรงไปยังทิศใต้แทนการใช้พลังิญญา เพื่อจะได้ชมสองข้างทางไปพร้อม ๆ กัน ทว่าใช้เวลาเดินไปไม่กี่ชั่วยามก็ถึงหอสุราขนาดใหญ่ ด้านในมีคนของเผ่ามารเดินเข้าออกตลอดเวลา
“ที่นี่เหรอ หอสุรา” เทพธิดาจางซินถามพร้อมเลื่อนสายตามองด้วยความแปลกใจ
“เ้าค่ะ” ิเยว่ตอบรับแล้วพาเทพธิดาจางซินเดินเข้าไป ก่อนจะมีผู้ชายสูงอายุเดินเข้ามาด้วยท่าทางกวน ๆ
“แม่นางทั้งสอง ไม่ใช่คนของเผ่ามาร พวกท่านเป็ใคร” จางซินเชิดหน้าขึ้นอย่างวางอำนาจตามนิสัยเดิม ก่อนจะจับจ้องมองอีกฝ่ายั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
“เหตุใดเ้าต้องรู้ด้วย ว่าพวกข้าเป็ใคร ธุระอะไรของเ้าเหรอ”
“แม่นางผู้นี้วาจามิสู้ดีนัก ข้าเพียงแต่ถามดี ๆ ไฉนตอบเช่นนั้น”
“เอ่อ...ช้าก่อนนะท่านผู้เฒ่า อย่าได้มีโทสะเลยเ้าค่ะ หากนางทำให้ท่านไม่พอใจ ข้าขอโทษด้วย” ิเยว่รีบเดินเข้าไปแทรกกลางแล้วน้อมกายลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิด
“ิเยว่ เ้าทำอันใดรู้ตัวหรือไม่ เ้าเป็ถึงเทพธิดาแห่งเผ่าวิหค ไม่ควรน้อมกายเคารพผู้ใด” สิ้นเสียงของจางซิน ชายชราได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะรีบน้อมกายลงแล้วพูดซ้ำ ๆ ด้วยความหวาดหวั่น
“ที่แท้ท่านคือธิดาเผ่าวิหค ข้าน้อยล่วงเกินแล้ว ขออย่าได้เอาความข้าเลย ข้าผิดไปแล้ว” จางซินเห็นดังนั้นจึงยิ้มมุมปากแล้วเดินเข้าไปตบบ่าชายสูงอายุผู้นั้น
“ส่วนข้า คือเทพธิดาจางซินแห่งเผ่าเทพ คราวนี้เ้ารู้แล้วหรือยังว่าพวกข้าเป็ใคร ควรเหรอที่ให้เ้าถือวิสาสะเข้ามาสอบถามอย่างไม่สำรวมเช่นนี้” ชายสูงอายุได้ยินดังนั้นจึงเบิกตากว้าง แล้วรีบน้อมกายลงซ้ำ ๆ ท่ามกลางสายตาของผู้คนในเผ่ามารที่ยืนมองด้วยความแปลกใจไม่ต่างกัน ขณะที่เทพธิดาจางซินปล่อยให้ชายสูงอายุผู้นั้น ค้อมตัวเคารพซ้ำ ๆ โดยไม่สั่งให้หยุด
“ท่านผู้เฒ่าหยุดได้แล้วเ้าค่ะ” ิเยว่นึกสงสารจึงรีบเอ่ยห้าม พร้อมเดินเข้าไปหาจางซินแล้วพูดขึ้น
“เรามาที่หอสุราเพื่อเปิดหูเปิดตา มิได้มาเพื่อมีเื่กับผู้ใดข้าว่าเรานั่งตรงนั้นกันดีกว่านะเ้าคะ” จางซินสะบัดตัวเดินไปยังโต๊ะไม้ด้านหน้า ก่อนิเยว่จะหันไปยังท่านผู้เฒ่าแล้วปล่อยเขาไปอย่างง่ายดาย พร้อมรอยยิ้มเมตตาส่งให้เขาเป็ครั้งสุดท้าย
หลังจากสั่งสุราชั้นดีแล้ว จางซินเลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ พบว่ามีผู้คนเดินเข้าออกตลอดเวลา แตกต่างจากตำหนักด้านในอย่างสิ้นเชิง ขณะนั้นิเยว่นิ่งเงียบ พยายามคิดหาทางััมือกับจางซินเพื่ออ่านใจนาง เมื่อสุรามาถึงิเยว่รินใส่ถ้วยแล้วยื่นให้จางซินพร้อมรอยยิ้มอ่อน
“เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ รสชาติของสุราในเผ่ามาร” เทพธิดาจางซินปล่อยยิ้มกว้าง แล้วรินสุราพลางยื่นให้ิเยว่อย่างไม่ถือตัว
“เ้าก็ลองซิมดูสิ” ด้วยความไม่อยากเสียมารยาท ิเยว่จึงรับสุรามาดื่ม พร้อมสั่งถั่วและอาหารหน้าตาประหลาดสองสามอย่าง เทพธิดาจางซินตักกินด้วยความเอร็ดอร่อย แล้วยกสุราขึ้นดื่มเป็ระยะ ก่อนจะพูดขึ้น
“เ้าเชื่อหรือไม่ หากข้าอยู่ที่เผ่าเทพ ข้าไม่มีทางได้ทำอะไรเช่นนี้แน่” ิเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ข้าเห็นราชันจางเหว่ยดูแลท่านอย่างดี ด้วยเื่แค่นี้ เหตุใดจึงทำไม่ได้” จางซินหัวเราะในลำคอแล้วเงียบไป ก่อนจะเปลี่ยนเื่
“นับจากเกิดเื่คราวก่อน ถ้าเป็ผู้อื่น คงด่าและสาปแช่งข้าต่าง ๆ นานา เ้าไม่เพียงไม่ต่อว่าข้า แต่เ้าเลือกที่จะไม่พูดถึงมัน ทั้งที่ข้าหลอกให้เ้าไปยังเขาไท่ซาน จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เ้านี่ช่างแปลกคนจริง ๆ” เทพธิดาจางซินบ่นพึมพำพลางตักอาหารกินเป็ระยะ ระหว่างนั้นหลายชั่วยามิเยว่คอยรินสุราให้เทพธิดาจางซิน และนั่งเป็เพื่อนนางเพื่อสังเกตลักษณะนิสัยของนาง ท่ามกลางหอสุราที่มีผู้คนเดินเข้าออกตลอดเวลา
“เทพธิดาจางซินดู ๆ แล้วไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่คิด” ิเยว่ลอบคิดในใจ ขณะที่จางซินพยายามรินสุรายื่นให้
“ดื่มเป็เพื่อนข้าให้เต็มที่เลยนะ” คำพูดพร้อมใบหน้าแดงระเรื่อ ทำให้ิเยว่รู้ว่าฤทธิ์ของสุราเริ่มสำแดง จึงถือวิสาสะเอื้อมไปจับมือจางซินแน่น
“กำไรหยกท่านงดงามนัก ข้าขอดูหน่อยนะเ้าคะ” สิ้นเสียงของิเยว่ นางก็หลับตาแล้วใช้เคล็ดวิชาอ่านใจในทันที เมื่อเข้าไปในห่วงความรู้สึก ิเยว่กลับพบเพียงความว่างเปล่า หาความรู้สึกนึกคิดของจางซินไม่พบ ทว่าหมุนตัวไปรอบ ๆ พบเพียงแสงสีขาวสว่างจ้า ไม่มีภาพใด ๆ ปรากฏขึ้นแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็ภาพในอดีต หรือปัจจุบัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดข้าจึงอ่านใจเทพธิดาจางซินไม่ได้” ิเยว่ขมวดคิ้วแล้วพยายามมองหาภาพอดีตของนางอีกครั้ง
ทว่าเสียงเรียกของเทพธิดาจางซินทำให้ิเยว่จำต้องถอนพลังกลับมา แล้วลืมตาขึ้น
“เ้าหลับตาใส่ข้าทำไมกัน และก็เลิกรินสุราให้ข้าได้แล้ว มานี่เลย...ข้าจะรินให้เ้าบ้าง” จางซินพูดจบ จึงดึงไหสุราเทให้หมิงเยว่ แล้วบังคับนางดื่มเช่นเดียวกัน ไม่นานนักร่างของหญิงสาวทั้งสองก็ฟุบไปกับโต๊ะไม้ ก่อนจะมีสาวใช้รีบเข้าไปรายงานให้ประมุขตงหยางทราบ ว่าิเยว่และเทพธิดาจางซินพากันไปเมาอยู่ที่หอสุราทิศใต้
“ิเยว่น่ะเหรอจะเมาอยู่ที่หอสุรา”
“เ้าค่ะ เถ้าแก่ร้านให้ข้ารีบมารายงานท่านประมุข ว่าทั้งเทพธิดาจางซินและิเยว่ตอนนี้...” สาวใช้อึกอัก
“มีอะไรก็พูดมา” ตงหยางรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก
