บทที่ 7 ศึกตลาดนัดและวาทะดั่งคมกระบี่
เขตตำบลชิงสุ่ย, มณฑลเสฉวน, ปี 1982
กลิ่นน้ำมันดีเซลจางๆ ปนกับฝุ่นควันจากรถบรรทุกเก่าๆ คละคลุ้งไปทั่วท้องถนนที่ปูด้วยหินขรุขระของเขตตำบลชิงสุ่ย เสียงระฆังจากรถจักรยานยี่ห้อ นกฟีนิกซ์ ดังกรุ๊งกริ๊งสลับกับเสียงะโเรียกแขกของเหล่าหาบเร่แผงลอยที่วางขายั้แ่ถังพลาสติกยันผักสด นี่คือภาพลักษณ์ของความวุ่นวายที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาในยุคต้นของการปฏิรูปเศรษฐกิจ ยุคที่ความร่ำรวยยังเป็เพียงความฝันที่จับต้องยากสำหรับชาวนาผู้หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน
ท่ามกลางฝูงชนที่สวมชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินและเทาซ้ำๆ กัน ร่างระหงของหญิงสาวในชุดผ้าปะชุนสะอาดสะอ้านเดินจูงมือเด็กชายตัวน้อยมอมแมมฝ่าฝูงชนเข้ามา แผ่นหลังของนางเหยียดตรง สง่างามจนผู้คนที่เดินสวนไปมาต้องเหลียวมอง
"เจี่ยเจีย (พี่สาว) ... คนเยอะจังเลยครับ ผมตื่นเต้นจนเจ็บพุงไปหมดแล้ว" เซียวหยวน กระซิบพลางกำชายเสื้อของพี่สาวแน่น ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตาตื่นใจกับร้านรวงที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เซียวฉิง (ในนามใหม่ที่ประกาศก้องต่อฟ้าดิน) ลูบหัวน้องชายเบาๆ แววตาของนางสงบนิ่งดุจผิวน้ำในสระมรกต ทว่าลึกลงไปในรูม่านตา รหัสสีเขียวของ เนบิวลา คอร์ (Nebula Core) กำลังวิ่งวนสแกนทุกสิ่งรอบตัวอย่างรวดเร็ว
[ตรวจพบ: แหล่งพลังงานเศรษฐกิจหนาแน่นในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ] [ระบุพิกัด: ร้านยาสมุนไพร ว่านเหนียนถัง (ศาลาหมื่นปี) ] [ระดับความเสี่ยง: ตรวจพบพฤติกรรมการฉ้อโกง 75% จากข้อมูลการสแกนใบหน้าเ้าของร้าน]
"ไม่ต้องกลัวหยวนหยวน วันนี้พี่สาวจะพาเ้ามาดูว่า เงิน มันหามาได้ง่ายแค่ไหน ถ้าเรารู้จักใช้สมองมากกว่ากำลัง" เซียวฉิงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่มีน้ำหนักประหนึ่งขุนเขาหยก
หน้าประตูร้านยาสมุนไพรที่ตกแต่งด้วยไม้แกะสลักสีเข้ม กลิ่นอายของชะเอมเทศและโสมสกัดลอยอบอวลออกมา ภายในร้านมีชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ผิวพรรณขาวผ่องอย่างคนที่ไม่เคยต้องแดด นั่งเคาะลูกคิดอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง เขาคือ เถ้าแก่หวัง ผู้กุมชะตาการรับซื้อสมุนไพรในตำบลนี้
"เถ้าแก่เ้าคะ ฉันมีของล้ำค่ามาเสนอท่าน" เซียวฉิงเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเคาน์เตอร์ ท่วงท่าของนางสงบเสงี่ยมทว่าดูสูงส่งจนเถ้าแก่หวังต้องวางลูกคิดแล้วเงยหน้ามอง
‘ (เถ้าแก่หวัง) : หืม... แม่หนูคนนี้หน้าตาสะสวยนัก แต่ชุดที่ใส่กลับปะชุนจนดูไม่ออกว่าผ้าเดิมสีอะไร สงสัยจะเป็พวกชาวบ้านยากจนที่แอบไปขุดรากไม้กะโหลกกะลามาหลอกขายเป็ยาเทวดาอีกล่ะสิ ฉันต้องกดราคาให้ต่ำติดดินเสียหน่อย’
"ของล้ำค่ารึ? แม่นางน้อย แถวนี้ใครๆ ก็พูดแบบนั้น" เถ้าแก่หวังแค่นยิ้มหยัน
"ไหนเอาออกมาดูซิ ถ้าเป็แค่รากหญ้าธรรมดา ฉันจะคิดค่าเสียเวลาที่หนูมาขัดจังหวะการนับเงินของฉันด้วยนะ"
เซียวฉิงไม่ได้โต้ตอบด้วยวาจา นางค่อยๆ วางห่อมอสชื้นๆ ลงบนผ้าสีขาวที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ เมื่อคลี่ผ้าออก กลิ่นหอมสะอาดที่แฝงไปด้วยพลังชีวิตก็กระจายไปทั่วร้าน รากโสมขนาดมหึมาที่มีรูปร่างคล้ายร่างมนุษย์อย่างสมบูรณ์แบบปรากฏสู่สายตา
เถ้าแก่หวังถึงกับกะพริบตาถี่ๆ มือที่เคยเคาะลูกคิดเริ่มสั่นเทิ้ม
[ระบบเนบิวลา: เริ่มโหมดเจรจาธุรกิจ]
[วิเคราะห์เป้าหมาย: เถ้าแก่หวัง - อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นเป็ 110 ครั้งต่อนาที ม่านตาขยายตัว 40% ระบุอารมณ์: ความละโมบระดับสูงสุด] [กลยุทธ์แนะนำ: ใช้ข้อมูลทางชีวภาพกดดันคุณค่าของสินค้า ห้ามเผยจุดประสงค์ในการใช้เงิน]
"โสม... โสมป่ารึ?" เถ้าแก่หวังพยายามคุมน้ำเสียงให้เป็ปกติ แต่ความตื่นเต้นในดวงตาไม่อาจซ่อนเนบิวลา คอร์ ได้
"ดูจากขนาดแล้ว... ก็น่าจะสักยี่สิบสามสิบปี แต่ป่าแถวนี้ดินไม่ดี รากคงฝ่อไปเยอะ ฉันให้เต็มที่ก็ 50 หยวน ถือว่าช่วยค่ากับข้าวหนูกับน้องชายก็แล้วกัน"
"50 หยวนหรือคะ?" เซียวฉิงหลุดหัวเราะเบาๆ เป็เสียงหัวเราะที่ฟังดูเ็าจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้าน
"เถ้าแก่คะ ท่านกำลังดูถูกฉัน หรือกำลังดูถูกอาชีพของท่านเองกันแน่?"
"คุณพูดอะไร!"
"โสมป่าอายุ 150 ปีที่มีรูปร่างร่างมนุษย์สมบูรณ์ พร้อมรากฝอยที่ยาวระยิบระยับปานเส้นไหมหยกเช่นนี้ ในปักกิ่งเขาเรียกมันว่า ราชันย์แห่งโสม" เซียวฉิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเถ้าแก่หวัง
"ท่านลองสแกน... เอ้อ... ลองมองดูที่หัวของมันสิคะ มีรอยปล้อง ถึง 150 รอยไม่มีผิดเพี้ยน สารกิโนไซด์ (Ginsenosides) เข้มข้นจนส่งกลิ่นข่มข้ามไปถึงร้านน้ำชาหน้าปากซอย ท่านจะบอกว่ามันราคาแค่ 50 หยวนงั้นหรือ?"
เถ้าแก่หวังหน้าซีดเผือด
‘ (เถ้าแก่หวัง) : นังเด็กคนนี้เป็ใครกัน! เหตุใดนางถึงรู้เื่รอยปล้องและสารบำรุงในโสมลึกซึ้งขนาดนี้? ฉันตั้งใจจะหลอกซื้อไปส่งขายให้คุณชายกู้ที่เมืองหลวงในราคาหลักพันหยวนเชียวนะ!’
"150 ปีอะไรของหนู! หนูเพ้อเจ้อไปเองหรือเปล่า? ฉันเป็ผู้เชี่ยวชาญ ฉันบอกว่า 20 ปีก็คือ 20 ปี!" เถ้าแก่หวังตบโต๊ะเสียงดัง
"เถ้าแก่เ้าคะ สำนวนจีนว่าไว้ หยกงามมักอยู่ในหินหยาบ คนเขลาแยกแยะไม่ได้ย่อมเสียหงส์ทอง" เซียวฉิงเอื้อมมือไปจะหยิบโสมกลับ
"ในเมื่อท่านตาถั่ว ฉันก็จะนำโสมนี้ไปเสนอร้าน เป่าเหอถัง ฝั่งตรงข้าม ได้ข่าวว่าเถ้าแก่หลี่ที่นั่นเพิ่งจะได้รับคำสั่งซื้อจากเศรษฐีฮ่องกง... ฉันลาก่อน"
"เดี๋ยว! เดี๋ยวแม่นางน้อย!" เถ้าแก่หวังรีบถลาออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ขวางทางนางไว้ เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมตามไรผม
"ใจเย็นๆ สิ เราค้าขายกันก็ต้องมีต่อรอง... เอาเป็ว่าฉันเพิ่มให้เป็ 500 หยวน!"
"4,000 หยวน" เซียวฉิงเอ่ยตัวเลขออกมาอย่างเ็า
เสียง "ห๊ะ!" ของเถ้าแก่หวังดังลั่นจนชาวบ้านข้างนอกหันมามอง 4,000 หยวนในยุคปี 80 คือมหาศาล! เงินเดือนคนงานในโรงงานตอนนั้นยังไม่ถึง 40 หยวนต่อเดือนด้วยซ้ำ เงินจำนวนนี้ซื้อบ้านในเมืองได้เป็หลัง!
"หนู... หนูบ้าไปแล้วเหรอ! 4,000 หยวนเนี่ยนะ!"
เถ้าแก่หวังพยายามกล้ำกลืนความโลภที่จุกอยู่ที่ลำคอ เขาประเมินดูเด็กสาวตรงหน้าที่ดูซอมซ่อแต่กลับมีวาจาและท่าทางที่ข่มขวัญเขาได้อย่างประหลาด
[ระบบเนบิวลา: วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมรอบเป้าหมาย] [ตรวจพบ: กล่องกำมะหยี่สีแดงบนชั้นวางด้านหลัง มีตราประทับ สมาคมการค้ามณฑล (Provincial Trade Association) ] [ตรวจพบ: จดหมายเชิญที่มีรอยประทับขี้ผึ้งสีทอง ระบุวันที่เข้าพบคืออีก 3 วันข้างหน้า] [วิเคราะห์พฤติกรรม: เป้าหมายมีอาการมือสั่นและลอบมองกล่องกำมะหยี่ทุกๆ 15 วินาที - สรุป: เขากำลังขาด เครื่องบรรณาการ ชิ้นสำคัญเพื่อรักษาตำแหน่ง]
เซียวฉิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของเธอวาวโรจน์ราวกับเห็นไพ่ในมือคู่ต่อสู้จนหมดเปลือก เธอไม่ได้หยิบโสมกลับในทันที แต่กลับโน้มตัวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ไม้ น้ำเสียงของเธอลดต่ำลงจนกลายเป็เสียงกระซิบที่เปี่ยมไปด้วยพิษสง
"เถ้าแก่เ้าคะ... ฉันว่า 50 หยวนของท่าน มันจะทำให้ เก้าอี้ในสมาคมการค้าของท่านสั่นคลอนเอานะคะ" เถ้าแก่หวังสะดุ้งสุดตัว
"หนู... หนูพูดเื่อะไร!"
"กล่องกำมะหยี่สีแดงข้างหลังท่านนั่น... เตรียมไว้ใส่ของขวัญให้ ผู้ใหญ่จากในเมือง ใช่ไหมคะ?" เซียวฉิงปรายตาไปที่กล่องนั้นอย่างเ็า
"โสมกระจอกๆ ยี่สิบสามสิบปีที่ท่านมีอยู่ในร้าน มันไม่พอจะรักษาตำแหน่งหัวหน้าสมาคมการค้าตำบลของท่านไว้ได้หรอกค่ะ หากท่านทำผลงานปีนี้พลาด ท่านคงรู้ดีว่า เถ้าแก่หลี่ ร้านฝั่งตรงข้ามพร้อมจะเสียบแทนท่านทุกเมื่อ"
เถ้าแก่หวังหน้าซีดเผือดจนเกือบเป็สีเทา
‘ (เถ้าแก่หวัง) : นังเด็กคนนี้มันปีศาจชัดๆ! มันรู้เื่กำหนดการเข้าพบผู้ใหญ่ได้ยังไง? แม้แต่คนในร้านฉันยังไม่บอกใครเลยสักคน!’
"โสม 150 ปีที่สมบูรณ์แบบนี้..." เซียวฉิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเขา "ถ้าท่านเอามันใส่ลงในกล่องใบนั้น แล้วส่งมอบให้ ใครคนนั้น ท่านไม่เพียงแต่จะได้ตำแหน่งเดิมกลับมา แต่ท่านจะได้ วาสนา ที่เงินกี่หมื่นหยวนก็ซื้อไม่ได้... นี่ท่านกำลังซื้อ อนาคตของตัวเองอยู่นะคะ ไม่ใช่แค่ซื้อรากไม้"
[ระบบเนบิวลา: ระดับความดันโลหิตเป้าหมายพุ่งสูงขึ้น - สภาวะจำนน 95%]
"4,000 หยวน..." เซียวฉิงย้ำราคาด้วยน้ำเสียงประกาศิต
"ฉันให้เวลาท่านตัดสินใจสามวินาที ถ้าท่านปฏิเสธ ฉันจะเดินออกจากร้านนี้ไปหาเถ้าแก่หลี่ และฉันรับรองว่า... ในอีกสามวันข้างหน้า ท่านจะได้เห็นเถ้าแก่หลี่เดินยิ้มกริ่มเข้าหา แขกผู้ใหญ่ ของท่านพร้อมกับโสมตัวนี้!"
"หนึ่ง..."
"สอง..."
"เดี๋ยว! ยอมแล้ว! ฉันยอมแล้ว!" เถ้าแก่หวังะโออกมาอย่างหมดท่า เขาเข่าอ่อนจนต้องเกาะเคาน์เตอร์ไว้
"4,000 หยวนก็ 4,000 หยวน! ฉันจะจ่ายให้หนูเดี๋ยวนี้!"
เขารีบกุลีกุจอไปเปิดตู้เซฟหลังร้านด้วยมือที่สั่นเทา นับเงินปึกใหญ่ที่ถูกมัดไว้อย่างดีออกมา 4,000 หยวนถูกวางลงบนโต๊ะไม้ด้วยเสียงดัง ปึก ราวกับเสียงค้อนที่ตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเขา
เซียวหยวนที่ยืนมองอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง แววตาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความเลื่อมใสในตัวพี่สาว
‘ (เซียวหยวน) : เจี่ยเจียเก่งที่สุด! แค่พูดไม่กี่คำ เถ้าแก่หน้าอ้วนคนนี้ก็ยอมควักเงินออกมาจนหมดตัวแล้ว!’
ขณะที่เซียวฉิงกำลังนับเงินอย่างประณีต สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็น ตราประทับ บนหน้าซองจดหมายที่วางอยู่ข้างกล่องกำมะหยี่อีกครั้ง มันไม่ใช่ตราทางราชการธรรมดา แต่มันคือตรารูป กลุ่มดาวสลับลายหยก หัวใจของเซียวฉิงกระตุกวูบ... นั่นมันตราประจำตระกูล กู้ นายทุนใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในมณฑล และเป็บรรพบุรุษของพาร์ทเนอร์ที่เธอไว้วางใจที่สุดในโลกอนาคต!
‘ตระกูลกู้... หรือว่าแขกผู้ใหญ่ที่ว่า คือคนในตระกูลนั้น?’
"เถ้าแก่เ้าคะ..." เซียวฉิงเอ่ยถามขึ้นอย่างลอยๆ ขณะเก็บเงินเข้าอกเสื้อ
"แขกที่ท่านรออยู่... ใช่คนจากตระกูลกู้หรือเปล่าคะ?"
เถ้าแก่หวังชะงักไป แววตาหวาดระแวงพุ่งปรี๊ด
"หนู... หนูรู้จักตระกูลกู้ด้วยหรือ? ใช่... คุณชายใหญ่ของตระกูลกู้กำลังจะเดินทางมาตรวจดูแหล่งสมุนไพรแถวนี้ แต่นั่นมันไม่ใช่เื่ที่เด็กชาวบ้านอย่างหนูควรรู้!"
เซียวฉิงยิ้มบางๆ เป็ยิ้มที่ดูลึกลับจนเถ้าแก่หวังต้องขนลุกซู่
"ฉันไม่รู้จักหรอกค่ะ... แค่เดาเอาจากท่าทาง กลัวตายของท่านเท่านั้น ลาก่อนค่ะเถ้าแก่ หวังว่าโสมของฉันจะช่วยให้เก้าอี้ของท่านมั่นคงนะคะ" เถ้าแก่หวังพยักหน้ารับแบบงง! งง!
เซียวฉิงจูงมือหยวนหยวนเดินออกจากร้านยา เธอแวะตลาดซื้อเป็ดปักกิ่งตัวโต แป้งหมี่ชั้นดี ผ้าพับใหม่สีสวย รวมทั้งสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็ และที่สำคัญ... เธอซื้อรองเท้าผ้าใบสีขาวให้หยวนหยวนคู่หนึ่ง
เมื่อกลับมาถึงกระท่อมร้างที่บัดนี้เริ่มสะอาดสะอ้าน เซียวหรันที่กำลังถางหญ้าอยู่หน้าบ้านถึงกับทิ้งจอบลงพื้นเมื่อเห็นของที่ลูกสาวหอบกลับมา
"ชิงเอ๋อร์! ลูก... ลูกไปขโมยใครมาหรือเปล่า?" เซียวหรันถามด้วยเสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความกลัว
"แม่คะ... หนูบอกแล้วไงว่า์มีตา" เซียวฉิงวางปึกเงินหยวนลงบนโต๊ะไม้
"โสมร้อยปีที่หนูหาได้ ขายได้เงินมา 4,000 หยวนค่ะแม่ ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องทำงานหนักอีกแล้วนะคะ เราจะสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดปาฏิหาริย์ด้วยเงินทุนก้อนนี้!"
เซียวหรันทรุดลงนั่งกอดลูกสาวและลูกชายร้องไห้โฮ แต่นี่ไม่ใช่น้ำตาแห่งความทุกข์ แต่มันคือน้ำตาแห่งความปิติที่ความยากจนที่กัดกินพวกนางมาสิบปี กำลังจะมลายหายไปกับสายลม
"ฮือๆ ... พ่อของลูก... ถ้าเขาเห็นลูกในตอนนี้ เขาคงจะภูมิใจมาก... ชิงเอ๋อร์ของแม่เก่งที่สุด"
เซียวฉิงลูบหลังแม่เบาๆ แววตามองออกไปที่ดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า
‘นี่เป็เพียงก้าวแรก... ตระกูลซูที่ไล่เราออกมา และหลินเจี้ยนที่รออยู่ในเงามืด... เตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ ความมั่งคั่งของฉันในครั้งนี้ จะเป็ดาบที่ฟาดฟันพวกแกให้จมดิน!’
