เื่ที่หลิววั่นซานมอบโลงศพให้แก่หยวนจุนเพื่อที่จะให้เกิดความอับอายได้แพร่งพรายไปทั่วเมืองเทียนอวิ่น ซึ่งหลังจากที่ผู้คนได้ยินว่าเสี่ยวเมิ่งแก้สถานการณ์เื่นี้ได้ พวกเขาต่างก็รู้สึกชื่นชมนาง!
เมื่อเทียบกับระฆังที่หยวนจุนมอบให้ตระกูลหลิวแล้ว ความหมายแฝงของสิ่งนี้รุนแรงกว่ามาก!
ยามพลบค่ำ หยวนจุนและเซียวหานได้อ้อมจวนตระกูลหยวนไปยังเส้นทางคับแคบ หลังจากพ้นเขตของเมืองเทียนอวิ่นแล้ว พวกเขาจึงมุ่งหน้าไปยังูเาสองแดนอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงูเาสองแดน ทั้งสองปืนขึ้นไปตามเส้นทางลับที่เซียวหานแนะนำได้อย่างราบรื่น เนื่องจากที่นี่ไม่มีทหารของตระกูลหลิวคอยเฝ้า พวกเขาจึงไม่ต้องใช้ความพยายามในการเข้าไปทีู่เาสองแดน
หยวนจุนแผ่มือออกมาััพลังปราณหนาแน่นที่กระจายไปทั่ว เขากล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “ปราณดาราที่นี่มีลักษณะพิเศษบางอย่าง ดูแล้วูเาสองแดนคงมิได้มีแค่ผลึกแร่ธรรมดาเสียแล้ว!”
เซียวหานได้ยินเสียงสนทนาดังอยู่ไม่ไกล นางจึงซ่อนคลื่นพลังไว้ในร่างกาย ก่อนจะเดินไปยังที่ที่ทหารของตระกูลหลิวอยู่
บนพื้นราบที่ไม่ได้กว้างมากมีนักยุทธ์หลายสิบคนที่สวมชุดคลุมของตระกูลหลิวกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ พลังยุทธ์ของพวกเขาน่าจะอยู่ขั้นหกถึงเจ็ด!
ที่นี่เป็ถึงคลังสมบัติ แต่ตระกูลหลิวกลับส่งนักยุทธ์ที่บ่มเพาะถึงแค่ขั้นหกขั้นเจ็ดสิบกว่าคนมาคอยเฝ้า ซึ่งทำให้เซียวหานค่อนข้างแปลกใจ เพราะเมื่อครั้งที่พวกเขายังต้องใช้นักยุทธ์ระดับจันทราสองคนมาคอยเฝ้าเลย!
แต่กระนั้นเซียวจั้นก็ยังไม่วางใจ เขาและนักยุทธ์ของตระกูลเซียวจึงมาที่นี่เพื่อเฝ้าูเาสองแดนทั้งวันทั้งคืน
ตระกูลหลิว้าูเาสองแดนมาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลับให้นักยุทธ์เพียงไม่กี่คนมาคอยเฝ้า นอกจากเหตุผลสำคัญอย่างผลึกแร่บนูเาที่ถูกขุดไปจนหมดแล้ว การตายของหลิวฉิงเทียน รวมถึงการก่อตั้งของตระกูลหยวนก็อาจมีส่วนด้วย
เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หลิววั่นซานจึงโยกย้ายนักยุทธ์ส่วนใหญ่กลับไปเฝ้าระวังที่ตระกูลหลิว แล้วให้ทหารระดับล่างมาคอยเฝ้าอยู่ทีู่เาสองแดนแทน
“พวกพี่เคยได้ยินหรือไม่ว่าตระกูลหลิวในตอนนี้กำลังอับจนหนทาง! เป็ผู้นำเมืองอันดับหนึ่งอยู่ดีๆ แต่กลับไปหาเื่หยวนจุนและนักสร้างาุโของโรงประมูล เกรงว่ารากฐานร้อยปีคงต้องล่มสลายแล้ว!”
“อุตส่าห์ลงแรงไปตั้งมากมายกว่าจะได้สิทธิ์ในการูเาสองแดนกลับมา แต่สิ่งของมีค่าที่อยู่ที่นี่กลับหายไปจนหมด ผู้นำจะไม่โมโหได้อย่างไร? ข้าว่าตระกูลเซียวแห่งเมืองลั่วฝานต้องเป็ต้นเหตุอย่างแน่นอน!”
นักยุทธ์สิบกว่าคนยกชามเหล้าขึ้นดื่มกันอย่างเสียงดัง หนึ่งในนั้นที่มีใบหน้าซูบผอมได้ขว้างชามเคลือบลงบนก้อนหินที่อยู่ด้านหลังจนทำให้เกิดเสียงดังออกมา
“อึดอัดใจเหลือเกิน! ข้าอุตส่าห์บ่มเพาะพลังถึงวงแหวนใหญ่ขั้นหก แต่กลับต้องมานั่งเฝ้าูเาที่ว่างเปล่าทั้งวันทั้งคืน!”
“หากมีสัตว์ร้ายหรือนักยุทธ์มาเข่นฆ่า เราไม่ต้องตายอย่างเปล่าประโยชน์หรือ? มิต้องกล่าวถึงผู้อื่นหรอก แค่ตระกูลเซียวก็พอ! เพียงพวกเขาส่งนักยุทธ์ระดับดาราขั้นแปดมา ก็สามารถชิงูเาสองแดนที่อยู่ในมือเราคืนกลับไปได้ง่ายๆ แล้ว!”
“ยอมทนเป็ทหารของตระกูลหลิวมาตั้งนาน สิ่งของใดก็ไม่เคยได้รับ ยามเดินตามท้องถนนก็ถูกผู้อื่นมองด้วยสายตาเหยียดหยาม! กฎเกณฑ์ที่ตระกูลหลิวตั้งขึ้นเคยนึกถึงพวกเราบ้างหรือไม่?”
ทหารสิบกว่าคนนั้นดื่มด้วยความขมขื่น ก่อนที่นักยุทธ์ที่นั่งอยู่ริมสุดจะกระซิบเสียงเบาว่า “ข้าได้ยินว่าตอนนี้ตระกูลหยวนกำลังมองหาผู้ที่มีความสามารถ ทั้งยังมีทรัพย์สินเงินทองมากกว่าตระกูลหลิวถึงสามเท่า พวกเราไปเข้าร่วมกันดีหรือไม่?”
หลังจากตกอยู่ในความเงียบเพียงครู่หนึ่ง ทหารส่วนใหญ่จึงแสดงท่าทีเห็นด้วยออกมา มีเพียงนักยุทธ์ที่นั่งอยู่ตรงกลางเท่านั้นที่ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย เขากล่าวว่า “ตระกูลหยวนจะเชื่อใจนักยุทธ์จากตระกูลหลิวอย่างเราหรือ? พวกเขาอาจคิดว่าพวกเราถูกหลิววั่นซานใช้ให้มาเป็ไส้ศึกก็ได้”
“เื่นี้ยังไม่เท่าไร แต่เื่ที่ต้องเผชิญหน้ากับตู้เฟยนั้น จะไม่เป็การส่งเนื้อเข้าปากเสือ พาตนเองไปตายหรอกหรือ!”
หยวนจุนที่กำลังฟังอยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ตู้เฟยที่พวกเขากำลังกล่าวถึงคือนักยุทธ์ระดับจันทราขั้นสองที่ถูกตระกูลหลิวฆ่าล้างตระกูล
ตอนนี้ตู้เฟยกำลังทำหน้าที่ฝึกฝนนักยุทธ์ที่เข้าร่วมกับตระกูลหยวน
“พอแล้วพอแล้ว กลับไปทำหน้าที่ได้แล้ว อย่าหลับกลางดึกล่ะ!”
จากนั้นทหารสิบกว่าคนจึงแยกย้ายกันไปเฝ้าทางเข้าด้านหลังของเหมืองแร่
“ฟึ่บ”
เมื่อนักยุทธ์พวกนั้นเห็นหยวนจุนกับเซียวหานออกมาจากด้านหลังผาหินอย่างเปิดเผย พวกเขาต่างสั่นสะท้านออกมาด้วยความหวาดกลัว
“หยวน หยวน หยวนจุน!”
เหล่านักยุทธ์ของตระกูลหลิวที่เพิ่งสนทนาเื่หยวนจุนกับเซียวหานเปล่งเสียงออกมาทีละคน ก่อนจะวางท่าทางการต่อสู้ออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
จู่ๆ นักยุทธ์ที่อยู่ด้านหลังก็เอ่ยกับนักยุทธ์ที่อยู่ข้างๆ ด้วยความกังวลว่า “ข้าได้ยินว่าหยวนจุนสามารถฆ่าได้แม้กระทั่งนักยุทธ์ระดับดาราขั้นเจ็ด สหายทั้งหลาย เรายอมแพ้ดีหรือไม่!?”
“หุบปาก เ้ายังเป็ลูกผู้ชายอยู่หรือไม่! บอกว่ายอมแพ้ก็ยอมแพ้แล้วอย่างนั้นหรือ!”
คนผู้นี้มีใจกล้าหาญ แต่กลับเอ่ยกับนักยุทธ์สิบกว่าคนที่อยู่ด้านหลังด้วยเสียเบา
เนิ่นนานที่ไม่มีผู้ใดตอบ หางตาของเขาจึงกระตุกเล็กน้อยก่อนที่จะหันหน้ากลับไปมอง เขาเห็นนักยุทธ์พวกนั้นวางอาวุธในมือและพร้อมใจกันถอยหลังเอาตัวรอด เหลือเขาที่กำลังยืนประจันหน้าอยู่เพียงผู้เดียว
“เอ่อ คือว่าอย่างนี้ พี่น้องข้าไม่้ารับใช้ตระกูลหลิวมานานแล้ว ผู้นำหยวนให้โอกาสเราได้เป็คนของตระกูลหยวนได้หรือไม่! เราจะทุ่มเทสุดความสามารถ และจงรักภักดีจนวันตาย!”
หยวนจุนส่ายหน้าแล้วยิ้มออกมา เขากล่าวว่า “ในชีวิตข้า ข้าเกลียดผู้ที่ทรยศที่สุด!”
“แต่ข้าจะเหลือทางรอดให้กับพวกเ้า หากตอนนี้พวกเ้าออกไปจากตระกูลหลิวและูเาสองแดน ข้าจะถือว่าวันนี้ไม่มีเื่ใดเกิดขึ้น”
ร่างกายหยวนจุนมีไอปราณที่แข็งแกร่งแผ่ออกมาจนทำให้นักยุทธ์พวกนั้นไม่สามารถโต้แย้งได้ เมื่อรู้ว่าการเข้าร่วมกับตระกูลหยวนไม่มีผล คนพวกนั้นจึงทำได้เพียงถอดชุดคลุมของตระกูลหลิว ก่อนจะคำนับแล้วเดินจากไป
เมื่อเซียวหานเห็นหยวนจุนปล่อยพวกทหารที่มีพลังบ่มเพาะขั้นหกขั้นเจ็ดกลับไปง่ายๆ ก็แสดงสีหน้าแปลกใจ หลังจากเห็นคนพวกนั้นเดินจากไป นางจึงถามเสียงเบาว่า “เ้าจะปล่อยคนพวกนั้นไปจริงๆ หรือ? ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจทำให้หลิววั่นซานมาทีู่เาสองแดนเร็วขึ้นนะ”
“ไม่หรอก หลิววั่นซานเป็คนอารมณ์ร้อน นักยุทธ์พวกนั้นคงไม่โง่เง่ากลับไปตระกูลหลิวเพื่อไปตายหรอก”
เซียวหานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “เ้าแน่ใจหรือ?”
“ไม่มีผู้ใดพอใจผู้ที่หนีทัพและหักหลังหรอก! ข้าไม่ฆ่าพวกเขาก็ถือว่าไว้หน้ามากพอแล้ว!”
เมื่อกล่าวประโยคนี้จบ หยวนจุนก็ส่งสายตาให้เซียวหานนำทาง ทั้งสองจึงกลายเป็แสงสว่างในคืนมืดมิดที่กำลังเข้าไปในเหมืองแร่ผลึกนั้น
นอกจากเศษแร่ผลึกที่หลงเหลืออยู่บนโขดหินแล้ว ผลึกแร่ที่สมบูรณ์ได้ถูกขุดออกไปจนหมด กระทั่งทั้งสองเดินไปถึงท้ายเหมือง ผลึกแร่ด้อยคุณภาพที่มีโลหะเจือปนก็ปรากฏออกมา
หยวนจุนเอื้อมมือไปแตะผลึกแร่ดาราที่ไม่บริสุทธิ์ จากนั้นแผ่นกระดาษปริศนาในร่างกายเขาก็ส่งเสียงเสียดสีกับอากาศออกมา
การที่แผ่นกระดาษมีปฏิกิริยาเช่นนี้ ทำให้หยวนจุนมั่นใจได้ทันทีว่าเื้ัของผลึกแร่ที่ส่องแสงพวกนี้ ต้องมีสิ่งที่คาดไม่ถึงซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
