บทที่ 133 ลู่จิ่งซานยืนได้แล้วเหรอ
การเดินทางไปเมืองหลวงครั้งนี้ของลู่จิ่งซานเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเต็มที่ คนที่ดูขาให้เขาเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูก มาจากตระกูลแพทย์แผนจีนโบราณ ว่ากันว่าสมัยก่อนมีหมอหลวงหลายรุ่นในครอบครัว
เพียงแต่หมอกู่หลังผ่านการเคลื่อนไหวครั้งนั้น อารมณ์เดิมก็ไม่ดีอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งรับใช้ยากขึ้น
หลังตรวจขาให้ลู่จิ่งซานเสร็จ ก็เบ้ปากพูดอย่างรำคาญ “แบบนายนี่ ถ้าไม่ใช่เพราะหลานชายไร้ประโยชน์ของฉัน ฉันไม่อยากจะสนใจด้วยซ้ำ มาซะแต่เนิ่นๆ บางทีตอนนี้นายอาจยืนได้แล้ว” หมอกู่บ่นพูด
“จริงเหรอครับ?” กู้เสวียหมินตื่นเต้นพูด “หมายความว่าขาเขายังยืนได้เหรอ?”
“คนหนุ่มอย่างนายหูมีปัญหาหรือไง” หมอกู่พูดด้วยความรำคาญ “ไม่ได้ยินที่ฉันบอกว่ามาเร็วกว่านี้เหรอ?”
หมายความว่าตอนนี้สายไปแล้วเหรอ?
“คุณบอกมาว่าผมต้องทำยังไงครับ?” ลู่จิ่งซานพูด
“มันลำบากหน่อย” หมอกู่พูด “ฉันน่ะไม่เป็ไร แต่นายต้องทนทุกข์ หรือจะค่อยเป็ค่อยไปก็ได้”
แต่พอเ้าเด็กนี่มาถึงก็บอกให้รีบรักษาให้หายไว
โมโหแทบตายแล้ว
ขาเจ็บหนักแค่ไหน ไม่รู้ตัวบ้างเหรอ?
หมอกู่ใช้ชีวิตมานานขนาดนี้ สิ่งที่เกลียดที่สุดคือคนไข้ที่ไม่เห็นคุณค่าของตัวเองแบบนี้
“ถ้านายทนได้” เขาพูด “กลัวว่านายจะทนไม่ไหว ครึ่งๆ กลางๆ ยิ่งทรมาน ฉะนั้นคิดให้ดี”
“คุณเริ่มเลยครับ” ลู่จิ่งซานไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว “ผมไม่มีปัญหา”
หมอกู่เห็นเขาเป็แบบนี้ กลับรู้สึกสนใจขึ้นมา “เ้าหนุ่ม รู้ไหมว่าความเ็ปแทงกระดูกคืออะไร?”
“ช้าๆ หน่อยจะไม่ทรมานขนาดนั้น” หมอกู่พูด “ยังไงนายก็รอมานานแล้ว ไม่ต่างอะไรกับตอนนี้หรอก”
ถ้ารีบจริง คงทำอะไรไปตั้งนานแล้วสิ?
“ไม่ต้องครับ!” เขาพูด “ผมทนได้”
ดื้อจริงๆ
หมอกู่จ้องเขา แล้วหันหลังไปผสมยา แต่ตอนหันไป บนหน้ากลับเป็สีหน้าพึงพอใจ
เป็ลูกผู้ชายตัวจริง!
และในกระบวนการรักษาต่อมา ลู่จิ่งซานพิสูจน์มาตรฐานลูกผู้ชายด้วยการกระทำ
ก่อนเจอลู่จิ่งซาน หมอกู่รู้เื่อาการเขาแล้ว ตอนนี้หลังจากได้ตรวจวินิจฉันอย่งละเอียดและแปลกประหลาด เขาก็มีแผนการรักษาครบถ้วนในใจแล้ว
แผนรักษาที่ลู่จิ่งซานเลือกเรียกว่าความเจ็บยาวไม่สู้เจ็บสั้น เป็ทางที่เ็ปและทรมาน แต่ก็เห็นผลดีที่สุด
เพียงแต่เขาไม่นึกว่า ตลอดกระบวนการทั้งหมด ลู่จิ่งซานจะไม่ร้องสักแอะ
“หมอคงดูผิดแล้วมั้งครับ?” กู้เสวียหมินยิ้มพูด “คนนี้ของเราทำงานในหน่วยลับ ผ่านการฝึกฝนมาหลายอย่าง”
การฝึกฝนนั้นไม่ใช่คนทั่วไปจะทนได้ แต่ลู่จิ่งซานไม่ใช่แค่ทนเท่านั้น แต่ยังเป็หนึ่งในคนเก่งที่สุด
หมอกู่แปลกใจเล็กน้อย มิน่าเล่า!
แต่เมื่อได้ยินว่าลู่จิ่งซานเจ็บตอนทำภารกิจพิเศษ ตอนรักษาก็ยิ่งระวังและตั้งใจมากขึ้น
ห้าวันต่อมาถึงเวลาเอายาที่ขาของลู่จิ่งซานออก กู้เสวียหมินและเซียวหังก็มาคอยอยู่ข้างๆ เขา
“รู้สึกยังไงบ้าง?” กู้เสวียหมินพูด
พูดจบก็ถูกเซียวหังตีท้ายทอย “นายเงียบปากหน่อยเถอะ”
ลู่จิ่งซานกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เพราะขาเขารู้สึกต่างไปจากเดิม
“อย่าเพิ่งดีใจ” หมอกู่พูด “ดูสารรูปนายสิ แค่ยาสองชุดนายก็ตื่นเต้นจนเป็แบบนี้แล้ว”
ทั้งหมดมียาห้าชุด สองชุดแรกเปลี่ยนทุกห้าวัน สามชุดหลังเปลี่ยนเดือนละครั้ง
ยาชุดแรกๆ กระตุ้นเขามากที่สุด ความรู้สึกก็ชัดเจน พอยาชุดหลังขาค่อยๆ ดีขึ้น ผลจะไม่รุนแรงเท่าเดิม ตอนนี้ต้องใช้การฝังเข็มและการนวดควบคู่
่นี้เขานอนตอนกลางคืน ยิ่งรู้สึกว่าบริเวณขาที่เจ็บต่างไปจากเดิม กระทั่งเขาแอบลองจับกำแพงเดินสองสามก้าว
“ขอบคุณครับ” ลู่จิ่งซานพูด
หมอกู่แค่นเสียง “พรุ่งนี้จะเริ่มเจ็บยิ่งกว่านี้ นายทนหน่อยนะ”
“ผมไม่เป็ไร” ลู่จิ่งซานพูดด้วยรอยยิ้ม “ผมไหว”
ขอแค่ยืนได้ก็พอ
แต่หมอกู่บอกว่าอาการาเ็ของเขารักษาทันเวลา และหมอที่ผ่าตัดฝีมือดี ต่อไปถ้าฝังเข็มและแช่ยาก็ยืนได้ไม่มีปัญหา
เพียงแต่กลับเป็เหมือนเดิมอาจยาก แต่แบบคนทั่วไปไม่มีปัญหา
กู้เสวียหมินได้ยินดังนั้นก็ะโด้วยความตื่นเต้น “ดีมาก จิ่งซาน นายยืนได้แล้ว ไม่ต้องกลัวพี่สะใภ้ทิ้งนายแล้ว”
หมอกู่ “?”
ทำตัวได้เื่หน่อยจะได้ไหม?
ที่อยากยืน ความจริงแล้วเป็เพราะกลัวภรรยาตัวน้อยทิ้งเหรอ?
“หนวกหู” ลู่จิ่งซานพูดเสียงเรียบ
พอหมอกู่ออกไป ลู่จิ่งซานก็นวดขมับ แล้วบอกกู้เสวียหมิน “อีกสองวันนายกลับเมืองฉินไปดู”
กู้เสวียหมินบ่นในใจ อีกฝ่ายเริ่มรำคาญแล้ว
“หังจื่อหาเอกสารภายในมาได้เมื่อไม่กี่วันก่อน” เขาพูด “นายไปส่งเอกสารให้เธอด้วยตัวเอง”
“ได้” กู้เสวียหมินแซว “ฉันจะส่งเอกสารให้ถึงมือพี่สะใภ้แน่นอน”
เกรงว่าส่งเอกสารเป็ข้ออ้าง แต่เป็ห่วงคนเขาคือเื่จริง
เพิ่งจะเดือนเดียวเอง
จุ๊ๆ…
เพียงแต่ต้นไม้เหล็กออกดอกก็หายาก กลิ่นเน่าของความรัก เมื่อไหร่เขาจะได้ลิ้มลองบ้างนะ?
“แบบนาย” เซียวหังตบไหล่เขายิ้มๆ “ถ้าไม่ดูแลปาก ชีวิตนี้คงไม่มีความหวัง”
หมายความว่ายังไง?
ทุกคนรำคาญที่เขาน่าหนวกหูกันหมด!
“อย่างฉันเรียกว่ามั่นคงในรักต่างหาก” กู้เสวียหมินพูด “ก่อนเจอเทพธิดาในใจ ฉันจะไม่หวั่นไหวกับใครเด็ดขาด ไม่เหมือนคนบางคน เหมือนนกยูงรำแพนหางยังไงยังงั้น”
เซียวหังสะอึก
ลู่จิ่งเหนียนมาถึงเมืองหลวงก็เหมือนเปิดโลกใหม่ ตอนแรกที่เจอเซียวหังยังตื่นเต้น
ทำไงได้ ผู้ชายคนนี้หล่อเกินไป โดยเฉพาะดวงตาดอกท้อคู่นั้น มองแล้วหัวใจเขาเต้นระรัว แต่ตอนนี้คุ้นเคยกันแล้วก็พูดหยอกล้อได้
พอได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมาทันที
พอทั้งสี่คนกลับที่พักของเซียวหัง ก็เห็นคนรออยู่ชั้นล่าง
“พี่หัง” คนคนนั้นเห็นเซียวหังก็รีบเข้าไปพูด
“เอ้อร์เหมา ทำไม?” เซียวหังมองด้วยดวงตาดอกท้อ “มีเื่อะไรงั้นเหรอ?”
คนคนนั้นมองพวกลู่จิ่งซาน แล้วพูดเสียงเบา “พี่ให้ผมจับตาดูคนตระกูลหวง สองวันนี้ผมว่ามีอะไรแปลกๆ”
“ขึ้นไปคุยกัน” เซียวหังพูด
“หวงซานขังคนไว้ในโกดังทางทิศเหนือของเมือง” เอ้อร์เหมาพูดอย่างมีลับลมคมใน “ดูตึงเครียดมาก น่าจะเป็คนสำคัญ”
“และเป็ผู้หญิงด้วย”
.............................