ตอนที่ตะวันกำลังจะขับรถมอเตอร์ไซค์ออกมา จู่ๆ ก็มีรถกระบะสีส้มคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดริมคลองใกล้กระท่อม
ตะวันชะลอรถ…
เหลียวมองกลับมาจึงรู้ว่าคนที่แวะมาก็คือผู้ชายหล่อเข้มวัยห้าสิบกว่าที่ผู้คนในตลาดเรียกแกว่าทนาย ‘สุวิทย์’
ตอนแรกตะวันนึกเป็ห่วงป้าดาวที่อยู่คนเดียว แต่คิดอีกทีก็นึกว่าคงไม่เป็ไร เพราะตอนนี้ยังไม่ค่ำ
และทนายสุวิทย์คนนี้แหละที่ช่วยว่าความให้กับลุงชัย แกเคยแวะมาที่นี่แล้วหลายครั้งตอนเกิดเื่ใหม่ๆ เื่ที่ลุงชัยถูกหลอกให้ขับรถขนยาเสพติดโดยไม่รู้ตัว ก็เลยตกบันไดพลอยโจนไปพัวพันกับแก๊งค้ายาโดยไม่ตั้งใจ
ครู่ต่อมา…
ตะวันขับรถเข้าไปถึงตลาดแล้ว เอาไข่มาส่งให้เถ้าแก่ซุ่นเรียบร้อย
เมื่อเสร็จจากซื้อน้ำเต้าหู้และซาลาเปา ตอนแรกตั้งใจว่าจะแวะเข้าไปซื้ออาหารปลาหลังตลาด แต่แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนใจ เมื่อโทรกลับไปหาป้าดาวแต่ไม่มีคนรับสาย
‘เกิดอะไรขึ้น… ’
คำถามและลางสังหรณ์บางอย่างผุดวาบเข้ามาในใจของตะวัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงนึกเป็ห่วงป้าดาว เพราะปกติหล่อนจะรับโทรศัพท์ทุกครั้งที่ตะวันโทรหา
ตะวันนึกถึงแววตาหื่นๆ ของทนายความหน้าเข้มคนนั้นแล้วอดเป็ห่วงป้าดาวขึ้นมาไม่ได้ จึงตัดสินใจขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้าน…
ใกล้ค่ำแล้ว ดวงตะวันสีแดงกลมโตเหมือนไข่ดาวขนาดใหญ่สะดุดตา เมื่อลอยเรี่ยต่ำลงมาเกือบแตะสันเขา
ตะวันจอดรถเอาไว้หลังโรงเรือนเลี้ยงเป็ด เห็นรถกระบะยังจอดอยู่ แต่ไม่เห็นป้าดาวที่ปกติตอนเย็นๆ หล่อนมักจะออกมาให้อาหารปลานิลที่บึงข้างบ้าน
ตะวันก้าวเดินเข้าไปที่บ้านไม้หลังน้อย สภาพเก่าคร่ำ ผนังเป็ไม้อัดและแผ่นกระเบื้องฝาสีเทาซึ่งไม่แข็งแรงนัก แต่ก็พอกันแดดกันฝนได้
“อื๊อ… อย่านะ… ฉันมีเงินแค่นี้… เอาไปเถอะคุณทนาย… ”
เสียงของป้าดาวที่ได้ยิน…
ทำเอาตะวันใ จึงขยับเข้ามาแนบดวงตาเข้ากับรูเล็กๆ ข้างฝาผนังด้วยความอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“โถ… เงินแค่นี้จะพออะไร ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่้าเงินแต่ขอเอาเธอสักที… ”
