ภายในคฤหาสน์ตระกูลเยี่ย
“ตอนนี้ฝ่าาทรงประชวรหนักมาก เกรงว่าจะประคองอาการได้อีกไม่กี่วัน ดูจากแนวโน้มสถานการณ์ในปัจจุบัน นครหลวงน่าจะถูกควบคุมโดยตระกูลเจียงและตระกูลยุทธ์โบราณเป็หลัก องค์ชายใหญ่คงได้ขึ้นครองบัลลังก์อย่างไม่ต้องสงสัย”
“ดูจากลักษณะนิสัยขององค์ชายใหญ่แล้ว หากได้ขึ้นครองราชย์ขึ้นมาจริงๆ พวกเราสามตระกูลใหญ่รวมไปถึงองค์ชายรองคงตกอยู่ใน สถานการณ์ยากลำบาก องค์ชายใหญ่และตระกูลเจียงคงไม่มีทางปล่อยให้พวกเรามีชีวิตอยู่ต่อแน่นอน” จีเหยียนเจิ้งผู้เป็ประมุขตระกูลเจียงกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“นั่นสิ คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าตระกูลเจียงจะขอให้ตระกูลเซินถูและตระกูลซั่งกวนเข้ามาช่วยพวกเขาควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด” ไป๋ซีซาน นายท่านผู้เฒ่าของตระกูลไป๋เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกดต่ำ
เมื่อได้ทราบข่าวเื่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันประชวรหนัก ตระกูลเยี่ยและตระกูลจีจึงเตรียมการป้องกันล่วงหน้า ส่งคำเชิญตระกูลไป๋ให้เข้ามาช่วยเหลือ หวังจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในปัจจุบัน ควบคุมนครหลวงและช่วยองค์ชายรองขึ้นครางราชย์
แต่พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าตระกูลเจียงจะเชิญตระกูลเซินถูและตระกูลซั่งกวนที่เป็สองตระกูลยุทธ์โบราณอันยิ่งใหญ่มาช่วยเหลือ บดขยี้ความคิดที่พลิกสถานการณ์กลับของพวกเขาจนไม่เหลือชิ้นดี เข้าควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดและทำให้พวกเขาตกอยู่ในความสิ้นหวัง
“เฮ้อ หากว่าเยี่ยเฉินเฟิงยังอยู่ก็คงดี มีเขาอยู่ด้วยสักคน หากองค์ชายใหญ่คิดจะลงมือกับพวกเราคงต้องคิดพิจารณาให้ดีเสียก่อน” เยี่ยชิงชวนประมุขตระกูลเยี่ยถอนหายใจออกมาเบาๆ กล่าวขึ้นด้วยใจที่เป็กังวล
“ไม่แน่หรอก! ตอนนี้เกรงว่าเยี่ยเฉินเฟิงเองยังยากจะรักษาชีวิตให้รอดพ้น หากเขาเปิดเผยตัวออกมาตอนนี้ คงมีคนพุ่งไปปลิดชีวิตเขาทิ้งทันที” จีเหยียนเจิ้งส่ายศีรษะเบาๆ พลางเอ่ยขึ้น
“อะไรกัน เยี่ยเฉินเฟิงไปล่วงเกินใครเข้างั้นหรือ?”
เยี่ยชิงชวนไม่รู้เื่ความขัดแย้งระหว่างเยี่ยเฉินเฟิงและโยวซานเสียน เมื่อได้ยินคำพูดของจีเหยียนเจิ้ง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปทันที
“ชิงเสวี่ย เ้ามาเล่าให้ฟังทีสิ”
เมื่อย้อนนึกว่าเยี่ยเฉินเฟิงไปล่วงเกินใครเอาไว้ จีเหยียนเจิ้งก็รู้สึกหมดเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที
“คนที่้าทำร้ายเยี่ยเฉินเฟิงมีนามว่าโยวซานเสียน เป็ศิษย์จากตำหนักหยินหยางของนิกายอัคคี์ ปู่ของเขามีตำแหน่งเป็ผู้าุโของตำหนักหยินหยางในนิกายอัคคี์ ก่อนหน้านี้ที่ตระกูลเซินถูตามไล่ล่าสังหารเยี่ยเฉินเฟิง ก็เป็คำสั่งของพวกเขาเช่นกัน”
“เพื่อสังหารเยี่ยเฉินเฟิงทิ้ง โยวซานเสียนยังทิ้งยอดฝีมือระดับเซียนอสูร์ผู้หนึ่งไว้ในนครหลวง เพื่อเฝ้ารอให้เยี่ยเฉินเฟิงปรากฏตัวและฆ่าเขาซะ” จีชิงเสวี่ยที่นั่งอยู่มุมห้อง จิตใจกระวนกระวายอยู่ไม่สุข กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา
ในยามนี้จีชิงเสวี่ยได้รู้ความจริงจากไป๋ซีหย่าแล้วว่า เยี่ยเฉินเฟิงก็คือท่านหมอเฉินที่นางเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกคืนวัน เมื่อคิดว่าเยี่ยเฉินเฟิงมีบุญคุณต่อตระกูลของตนเองขนาดไหน และนึกย้อนถึงท่าทีของตนเองที่มีต่ออีกฝ่ายในตอนแรก จีชิงเสวี่ยจึงตกอยู่ในภาวะเสียใจอย่างสุดซึ้งและนึกกล่าวโทษตัวเอง
“อะไรนะ...”
หลังจากทราบว่าเยี่ยเฉินเฟิงไปล่วงเกินหลานชายของผู้าุโตำหนักหยินหยางของนิกายอัคคี์ แล้วในนครหลวงยังมียอดฝีมือเซียนอสูร์รอดักสังหารเขาอยู่อีก สีหน้าของทุกคนที่อยู่รวมกันตรงนั้นก็เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเยี่ยชิงชวนที่หัวใจหล่นวูบลงพื้นไปเรียบร้อยแล้ว
“หรือ์เบื้องบนจะอยากทำลายล้างตระกูลเยี่ยของข้าจริงๆ?” เยี่ยชิงชวนเอ่ยขึ้นอย่างค่อนข้างสิ้นหวัง
“ประมุขเยี่ย เกรงว่านครหลวงคงจะไม่มีที่ยืนของพวกเราอีกต่อไปแล้ว มิสู้พวกเรารีบหนีออกไปจากนครหลวงเสียั้แ่ตอนนี้ แล้วหาที่ลงหลักปักฐานกันเสียใหม่” จีเหยียนเจิ้งเอ่ยเสนอขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เฮ้อ ตอนนี้คงเหลือเพียงทางนั้นแล้วล่ะ” เยี่ยชิงชวนถอนหายใจออกมาเบาๆ หากองค์ชายใหญ่ขึ้นครองราชย์ขึ้นมา ก็เท่ากับเป็การรอเวลาตายของพวกเขาน่ะสิ
“ทุกท่าน คิดจะไปไหนกันหรือ”
ในขณะที่เยี่ยชิงชวนกับจีเหยียนเจิ้งปรึกษาหารือกันจบแล้ว และเตรียมตัวจะอาศัย่ชุลมุนหลบหนีออกไปจากนครหลวงนั้น น้ำเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนก็ดังขึ้นท่ามกลางห้องโถงอันเงียบงัน
เจียงจางสยงผู้เป็ประมุขตระกูลเจียงนำกองกำลังทหารองครักษ์หลวงจำนวนมากบุกรุกเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลเยี่ย และโอบล้อมโถงประชุมใหญ่ของพวกเขาเอาไว้
“เจียงจางสยง เ้าคิดจะทำอะไรกัน?”
เยี่ยชิงชวนมองเจียงจางสยงที่สวมชุดคลุมยาวสีทองหม่น บนหน้าประดับรอยยิ้มเ็า พร้อมด้วยกองกำลังทหารองครักษ์นับร้อยนายในชุดเกราะสีทอง อาวุธหอกยาวครบมือที่ติดตามอยู่ด้านหลัง พลางเอ่ยถามด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
“ทำอะไร?” เจียงจางสยงแสยะยิ้มเ็าพลางกล่าว “พวกเ้าสมรู้ร่วมคิดกัน วางแผนร้ายโค่นล้มอำนาจการปกครองของราชวงศ์ ข้ารับพระบัญชามาจากองค์ชายใหญ่ ให้ล่วงหน้ามาจับกุมฏแผ่นดินอย่างพวกเ้า”
“มัวยืนนิ่งกันทำไม ยังไม่รีบจับกุมเ้าพวกฏที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำพวกนี้อีก เอาตัวพวกมันไปขังไว้ในคุกเพื่อรอองค์ชายใหญ่ลงอาญาซะ”
“เจียงจางสยง เ้ากำลังใส่ความผู้อื่น พวกเราสมรู้ร่วมคิดวางแผนโค่นล้มอำนาจราชวงศ์ของแคว้นจื่อจินตอนไหนกัน” จีเหยียนเจิ้งเค้นถามด้วยความโกรธแค้น กลิ่นอายอันแข็งแกร่งะเิออกมาจากร่างของเขา
หากถูกทหารองค์รักษ์จับกุมตัวไปกักขังไว้ในคุก พวกเขาก็อย่าหวังว่าจะได้มีชีวิตรอดกลับออกมาเลย
“ทำไมล่ะจีเหยียนเจิ้ง เ้าคิดจะขัดขืนอย่างนั้นหรือ?” เจียงจางสยงเอ่ยขึ้นอย่างโเี้ “ข้าขอเตือนให้พวกเ้าว่านอนสอนง่ายจะเป็การดีที่สุด หากใครคิดจะขัดขืน สังหารไม่ละเว้น”
“ตาเฒ่าจี ตาเฒ่าไป๋ พวกเราคงต้องเสี่ยงกันสักตั้ง สังหารฝ่าวงล้อมออกไปเลย”
เยี่ยชิงชวนตบถุงเอกภพอย่างรวดเร็ว หยิบทวนยาวสีเขียวมรกตออกมาถือไว้ในมือ เตรียมจะบุกฝ่าวงล้อมออกไป
“ดูเหมือนหากไม่สั่งสอนพวกเ้าสักหน่อย พวกเ้าก็คงจะไม่ยอมอยู่เฉยกันสินะ” เจียงจางสยงเผยรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าพร้อมกล่าวขึ้น “พี่เซินถู ข้ายกพวกเยี่ยชิงชวนให้ท่านเลยละกัน”
“อืม!”
ชายชรารูปร่างเตี้ยม่อต้อ หน้าตาอัปลักษณ์ สวมใส่ชุดคลุมยาวสีดำที่อยู่ด้านหลังของเจียงจางสยงพยักหน้ารับ ก่อนจะก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า ออร่าสีฟ้าแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขา
“พลังิญญาสีฟ้า ยอดฝีมือระดับจอมพลอสูรโลกา”
แม้ตระกูลเยี่ยและตระกูลจีจะเป็หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของแคว้นจื่อจิน แต่เพราะวิชาความรู้ที่สืบต่อกันมามีไม่มากนัก ทั้งสองตระกูลจึงไม่มียอดฝีมือระดับจอมพลอสูรโลกาอยู่เลย
ดังนั้นเมื่อได้ประจักษ์พลังที่แท้จริงของชายชราชุดดำ จีเหยียนเจิ้งและเยี่ยชิงชวนก็แสดงสีหน้าสิ้นหวังทันที
“พวกเ้าจะยอมถูกจับกุม หรือจะให้ข้าสังหารเสียตรงนี้ดีล่ะ” ดวงตาดุร้ายคล้ายกับนกแร้งของชายชราชุดดำกวาดมองพวกเยี่ยเฉินเฟิง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างเยือกเย็น
เมื่อสบเข้ากับสายตาดุร้ายของชายชราชุดดำ พวกจีเหยียนเจิ้งก็รู้สึกราวกับถูกหมาป่าหิวโซจ้องมอง แผ่นหลังรู้สึกเย็นวาบเป็พักๆ ความคิดจะต่อสู้ขัดขืนเริ่มลดน้อยลงไปทุกที
“มัวนิ่งกันทำไมล่ะ ไปจับพวกมันมาแล้วพาตัวไปซะ”
เจียงจางสยงเห็นว่าพวกจีเหยียนเจิ้งหวาดกลัวชายชราชุดดำจนตัวสั่นงันงก รอยยิ้มชั่วร้ายก็ผุดพรายขึ้นบนใบหน้า กล่าวออกคำสั่ง
“เดี๋ยวก่อน เหลือพวกนางสองคนเอาไว้”
ในขณะที่ทหารองค์รักษ์บุกเข้ามาภายในโถงประชุม จัดการปิดผนึกพลังิญญาภายในร่างของพวกจีเหยียนเจิ้ง เตรียมจะมัดตัวพวกเขาอย่างแ่าอยู่นั้น สายตาของเจียงจางสยงก็เหลือบไปเห็นจีชิงเสวี่ยและไป๋ซีหย่าที่งดงามสะดุดตา จึงเอ่ยขึ้นด้วยความคิดมิดีมิร้าย
เมื่อได้ยินเจียงจางสยงสั่งให้เหลือพวกนางทั้งสองคนเอาไว้ สีหน้าของจีชิงเสวี่ยและไป๋ซีหย่าก็ขาวซีดขึ้นมาทันที ดวงตางดงามฉายแววหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“เจียงจางสยง เ้าคิดจะทำอะไร ถ้าเ้ากล้าทำร้ายหลานสาวของข้า ต่อให้ตายกลายเป็ผีข้าก็จะไม่ปล่อยเ้าไปแน่” จีเหยียนเจิ้งจ้องอีกฝ่ายเขม็งด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ตะคอกใส่เสียงดังสนั่น
ส่วนไป๋ซีซานก็พยายามขัดขืนดิ้นรนอย่างเต็มที่ เขาเคียดแค้นจนอยากจะถลกหนังเจียงจางสยงทั้งเป็
“ฮึ คิดว่าข้าจะหวาดกลัวพวกเ้างั้นรึ?” เจียงจางสยงแสยะยิ้มเยือกเย็น เอ่ยอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“เจียงจางสยง ข้าเป็ลูกศิษย์ในสาขาของท่านเ้าสำนักกาน หากเ้ากล้าทำร้ายข้า ท่านเ้าสำนักกานจะต้องตามมาล้างแค้นแทนข้าอย่างแน่นอน” จีชิงเสวี่ยขบเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยขึ้น หวังจะอาศัยบารมีของกานเต้าไป๋กดดันให้เจียงจางสยงหวาดกลัว
“ฮึ กานเต้าไป๋! จะบอกอะไรให้ฟังนะ คนที่อยากได้พวกเ้าไม่ใช่ข้าหรอก แต่เป็นายท่านโยวจากตำหนักหยินหยางต่างหากล่ะ ด้วยพลังที่แท้จริงขั้นเซียนอสูร์ระดับสี่ของนายท่านโยวแล้ว เ้ากานเต้าไป๋ตัวกระจ้อยผู้นั้นจะกล้าเป็ศัตรูกับเขาหรือ แต่หากเ้าทั้งสองคนสามารถปรนนิบัติรับใช้นายท่านโยวจนเขาพึงพอใจได้ล่ะก็ บางทีนายท่านโยวอาจจะอารมณ์ดีและยอมไว้ชีวิตพวกเ้าทั้งคู่ก็ได้นะ”
“เจียงจางสยง เ้ามันชั่วช้าสามานย์ เ้าจะต้องไม่ตายดี!”
จีเหยียนเจิ้งรู้ดีว่าคนของตำหนักหยินหยางจากนิกายอัคคี์ขึ้นชื่อเื่การเสพสังวาส หญิงสาวที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกเขาเ่าั้ จะถูกพวกเขาข่มเหงย่ำยี่จนตายทั้งเป็
“มารดาเถอะ ถึงตอนนั้นดูสิว่าเ้ายังจะกล้าด่าข้าอยู่ไหม”
เจียงจางสยงจ้องมองจีเหยียนเจิ้งที่กำลังดิ้นรนขัดขืนอยู่ตรงที่ไกลๆ เดือดดาลจนคล้ายกับราชสีห์ดุร้ายตัวหนึ่ง เส้นเืปูดโปนปรากฏขึ้นบนลำคอ ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าไปอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่าย ยกหมัดที่เปี่ยมพลังิญญาชกใส่หน้าอกของอีกฝ่ายอย่างโเี้ จนร่างกระเด็นลอยออกไปและตกกระแทกพื้นอย่างหนักหน่วงรุนแรง
“ต่อจากนี้ไป นครหลวงจะไม่มีตระกูลเยี่ย ตระกูลจีและตระกูลเหวิน อีกแล้ว จะมีเพียงตระกูลจีของพวกเรา” เจียงจางสยงยกเท้าเหยียบใบหน้าของจีเหยียนเจิ้ง ประกาศกร้าวด้วยความยโสโอหัง
ความทะเยอทะยานอันชั่วร้ายของเขาในยามนี้ กำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด
