หนิงตวนเฉิงส่งมอบเสบียงเรียบร้อย เจียงเสี่ยวเจียงไม่ทันได้ทักทายกับิหยวนก็รีบสั่งให้คนงานขนถ่ายเสบียงทันที คนของตระกูลเจียงจึงนำทีมลูกเรือนับสิบนายไปยังรถบรรทุกเสบียง จัดกำลังทหารขนถ่ายเสบียงอย่างเป็ระเบียบ
ิหยวนถึงกับตะลึงงัน ในชั่วพริบตาเดียวสะพานไม้ก็ถูกทอดจากเรือใหญ่ มีทั้งไม้กระดานและเครื่องมือต่างๆ ที่มีลูกกลิ้ง ช่วยให้การลำเลียงเสบียงเป็ไปอย่างรวดเร็ว ทหารสองคนช่วยกันยกกระสอบเสบียงแล้วส่งต่อๆ กันไป จากนั้นใช้ลูกกลิ้งช่วยส่งเสบียงขึ้นเรือ ส่วนบนเรือก็มีคนคอยรับ่ต่อลูกเรือแต่ละลำต่างถือธงแดงขนาดเล็ก เมื่อยกธงขึ้นพร้อมส่งเสียงคำรามว่า “ยก” คนข้างล่างก็ขานรับว่า “ยก”
เมื่อกระสอบเสบียงถูกยกขึ้น ธงแดงก็ถูกลดลงพร้อมเสียงคำรามว่า “วาง”
คนนับสิบคนพร้อมใจกันะโว่า “วาง”
กระสอบเสบียงก็ถูกวางลงบนเรือ
ิหยวนได้ยินเสียงเหล่าทหารและลูกเรือนับพันคนะโคำรามด้วยความฮึกเหิม พวกเขาต่างถอดเสื้อ เผยให้เห็นท่อนบนอันแข็งแรง เหงื่อไหลโชกราวกับกำลังทำา ิหยวนรู้สึกฮึกเหิมไปด้วย จึงรีบพับแขนเสื้อเพื่อลงไปช่วย ทว่าหนิงตวนเฉิงกลับรั้งตัวไว้แล้วถามด้วยความใ “เ้าจะทำอันใด!”
‘คุณชายโหว’ โบกพัดเข้ามาพลางหัวเราะ “ท่านพี่หนิงปล่อยเขาไปเถิด อย่าดูถูกคุณชาย ‘ิ’ ของเราไป ดูเหมือนคุณชายรูปงามอ่อนโยน แต่จริงๆ แล้วเป็คนใจห้าวหาญ ชอบทำงานหนักั้แ่เด็ก”
ฉินซานแบกกระสอบเสบียงมาหนึ่งชั่วยาม พลันเหม่อลอยทำให้กระสอบเสบียงที่แบกอยู่ไหลล่วงจากบ่า จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาช่วยแบกไว้ได้แล้วโยนกระสอบเสบียงไปข้างหน้า พอหันไปขอบคุณก็ต้องตกตะลึงเพราะคนผู้นั้นคือผู้ที่ร้องเพลงให้เขาฟังในวันนั้นก็คือคุณชายินั่นเอง
ิหยวนตั้งใจจะแกล้งให้ใ เห็นท่าทีเช่นนั้นจึงหัวเราะ “อันใดกัน เ้าเห็นผีหรือ?”
“คุณชาย...ใต้เท้า...คุณชาย ...ไม่สิ คุณชายิน้อย......ท่านมาทำอันใดที่นี่?”
ฉินซานพูดจาติดๆ ขัดๆ ิหยวนจึงทำหน้าดุ “เหตุใด ข้าแบกเสบียงไม่ได้หรือ?”
“มิได้ๆ... ท่านมีฐานะสูงส่ง... จะทำเช่นนี้ได้อย่างไร...”
ิหยวนไม่สนใจ พลางยกชายเสื้อขึ้นแล้วเหน็บไว้ที่เอว “หุบปากแล้วทำงานไป! พวกเราทำเสียเวลาแล้ว!”
หลังจากจัดกำลังคนขนถ่ายเสบียงเสร็จ เจียงเสี่ยวเจียงก็หันหลังกลับมาหาิหยวน แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เมื่อเห็นโหวฟางยืนอยู่ริมฝั่ง จึงเข้าไปสอบถามโหวฟางชี้ไปที่แถวทหารที่กำลังลำเลียงเสบียงอยู่ เจียงเสี่ยวเจียงมองเหล่าคนที่เนื้อตัวมอมแมมแล้วไม่กล้าเข้าไปทักทาย ได้แต่ส่ายหัวอย่างเหลือเชื่อก่อนจะเดินเข้าไปหาคนคนนั้น
“ไจ้เฉิน! ไจ้เฉิน! เหตุใดเ้าถึงมาอยู่ที่นี่? รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว ข้ามีเื่อยากจะคุยกับเ้า”
“มีเื่ใดหรือ?” ิหยวนโยนกระสอบเสบียงให้ฉินซาน พร้อมทั้งบอกให้พวกเขารีบไปทำงานต่อ ส่วนตนเองก็ปัดเศษดินที่ติดอยู่ตามตัว บรรดาคนงานรีบหลีกทาง ยืนห่างจากเขา
เจียงเสี่ยวเจียงใช้แขนเสื้อบังริมฝีปาก “พวกเราจะออกเดินทางเมื่อไหร่กัน?”
ิหยวนงงงวย “เื่นี้เป็เื่ของประมุขน้อยเจียงแล้วมิใช่หรือ น้ำขึ้นน้ำลง ข้ามิรู้เื่ด้วยหรอก”
“ข้าคิดว่าจะขนถ่ายเสบียงเสร็จภายในวันนี้ ข้ายังให้คนไปซื้อไม้แถวๆ นี้พรุ่งนี้คงมาถึง ข้าดูทิศทางลมแล้ว พรุ่งนี้คงมีพายุเข้า ข้าคิดว่าพวกท่านควรพักผ่อนสักวันแล้วค่อยออกเดินทางวันมะรืนนี้ดีหรือไม่?”
เมื่อเป็เื่เกี่ยวกับแม่น้ำ เจียงเสี่ยวเจียงก็มั่นใจในตนเองเป็พิเศษ เหมือนเป็เื่ของตนเอง ิหยวนยินดีที่จะฟังความเห็นของคนที่เป็มืออาชีพ แม้สถานการณ์ที่แนวหน้าจะกำลังตึงเครียดแต่การเดินทางมาส่งเสบียงหลายวัน ทำให้เหล่าทหารเหนื่อยล้าและไม่คุ้นเคยกับการเดินทางทางน้ำ หากเป็อย่างที่เจียงเสี่ยวเจียงว่า หากใช้ลมหนุนเรือเดินทางได้หนึ่งวันก็จะตามทันแผนที่วางไว้ ิหยวนจึงพยักหน้า เพราะมีหวังอี้จืออยู่ เขาจึงไม่กล้าตัดสินใจ “ท่านพูดมีเหตุผล ข้าจะไปหารือกับคุณชายหวังก่อน”
“ดี ข้าจะไปกับท่านจะได้อธิบายทีเดียว”
ระหว่างทางเจียงเสี่ยวเจียงก็ไขข้อสงสัยให้ิหยวนฟังตามปกติการขนส่งเสบียงย่อมเป็หน้าที่ของทหาร เหตุใดจึงให้กลุ่มพ่อค้าอย่างพวกเขารับผิดชอบ?
“ที่ไจ้เฉินกล่าวมาก็ถูก ที่ผ่านมาการส่งเสบียงเป็คำสั่งจากราชสำนักให้ทหารรับผิดชอบ แต่ในความเป็จริงขุนนางและเ้าหน้าที่ในแต่ละแคว้นเป็ผู้จัดกำลังคนงานมาช่วยขนส่ง” เจียงเสี่ยวเจียงอธิบายพลางเดินไปด้วย “แต่สภาพขุนนางในแต่ละท้องที่ยามนี้ เ้าก็คงเห็นแล้ว พวกชาวนาถูกเกณฑ์ไปเป็ทหาร ที่ดินถูกปล่อยทิ้งร้าง แม้แต่การรักษาความสงบในท้องที่ยังยากลำบาก ไหนเลยจะมีกำลังคนมาขนส่งเสบียงทางไกลได้อีก ราชสำนักจึงต้องมอบหมายงานนี้ให้กับพวกเรา โดยแคว้นแต่ละแห่งจะรวบรวมเสบียงไว้ แล้วนำมาส่งที่ปากแม่น้ำแยงซี จากนั้นพวกเราก็จะขนส่งเสบียงไปตามแม่น้ำ เมื่อถึงที่หมาย ก็จะทำการส่งมอบแล้วก็กลับ พวกเราเดินทางทางน้ำเร็วกว่า อีกทั้งยังประหยัดแรงงานชาวบ้านอีกด้วย”
“ราชสำนักออกเงิน ส่วนตระกูลเจียงออกแรง?”
“เฮ้อ ที่เรียกว่าเงินค่าจ้างนั้นมันแค่ชื่อ ที่จริงเงินที่พวกเราได้นั้นน้อยนิดนัก”เจียงเสี่ยวเจียงหัวเราะอย่างขมขื่น “พวกเราเดินทางไกลขนาดนี้ ลองรอวันนับเงินที่ได้สิรับรองว่าขาดทุนย่อยยับ”
“เช่นนั้นคุณชายเจียงก็เท่ากับเสียทั้งเงินเสียทั้งแรง?” โหวฟางไม่รู้ว่าเดินมาถึงเมื่อไหร่ นางตั้งใจฟังเขาอธิบาย
เจียงเสี่ยวเจียงถึงกับชะงักงัน เขาเดินทางไปมาทั่วทุกสารทิศอีกทั้งยังเป็คนฉลาด เขาดูออกว่าคนตรงหน้าเป็คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ เขาเกาท้ายทอย “พวกเราก็แค่คนในยุทธภพได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักก็ถือเป็เกียรติแล้ว แม้จะขาดทุนบ้างก็ยินดี ยามนี้ชาวหูบุกยึดแผ่นดิน ราชสำนักต้องส่งทหารไปต้านศึกหากทหารไม่มีข้าวกินย่อมต้องแพ้า บ้านเมืองล่มสลาย พวกเราก็หมดโอกาสทำมาหากิน ยามรบพวกเราช่วยสิ่งใดไม่ได้ นอกจากเื่เล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้”
โหวฟางหัวเราะ “คุณชายเจียงอยู่ในยุทธภพ แต่กลับมีคุณธรรมสูงส่งกว่าพวกคนมัวเมาเ่าั้อีกหลายเท่า”
รอยยิ้มของนางทำให้เห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง ทั้งงามสง่าและปราดเปรียว เจียงเสี่ยวเจียงจึงหน้าแดงพูดสิ่งใดไม่ออก เขาอยู่ในยุทธภพมา เคยเห็นแต่ผู้หญิงที่ห้าวหาญไม่แพ้ผู้ชาย เพิ่งเคยเห็นหญิงงามเช่นนี้เป็ครั้งแรก ถึงกับพูดจาติดขัดไปหมด “คุณหนู...ไม่สิ...คุณชาย ชม...ชมมากเกินไปแล้ว”
โหวฟางเบิกตากว้างแล้วเอ่ยอย่างขำขัน “ข้าแค่ชมเ้า เหตุใดต้องตื่นเต้นขนาดนี้”
“ม...ม...มิได้ตื่นเต้น”
ิหยวนหัวเราะจนตัวโยน โหวฟางจึงใช้ศอกกระแทกเขาจนต้องเงียบเสียง
หลังจากหารือเื่แผนการเดินทางกับหวังอี้จือ เขาก็เห็นด้วยกับแผนของเจียงเสี่ยวเจียง ิหยวนจึงอยากจะเข้าไปเดินเล่นในตลาดใกล้ๆ โดยถามเจียงเสี่ยวเจียงถึงเื่ความปลอดภัย เจียงเสี่ยวเจียงบอกว่าไม่ต้องเป็ห่วง เพราะในเมืองนี้ไม่มีคนจรจัด หรือคนพาลมากนัก ิหยวนได้ฟังก็แปลกใจ เพราะระหว่างทางที่เดินทางมานั้น เห็นคนจรจัดมากมาย เมื่อได้ยินเช่นนี้ จึงอยากจะไปดูให้เห็นกับตาของตนเอง หวังอี้จือจึงขอตามไปด้วย
หนิงตวนเฉิงและเจียงเสี่ยวเจียงต้องคอยดูแลการขนถ่ายเสบียง เจียงเสี่ยวเจียงจึงพาโหวฟางไปดูเรือ พร้อมทั้งอธิบายเื่การเดินเรือให้โหวฟางฟัง เนื่องจากเขาเคยเดินทางไปมาหลายที่จึงมีความรู้มากมาย เล่าเื่ราวต่างๆ ได้อย่างสนุกสนาน โหวฟางจึงหัวเราะคิกคักใบหน้าแดงปลั่ง ิหยวนได้แต่ส่ายหน้า
“หยวนเก้อเอ๋อร์!” ิเยี่ยวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเขา
“หายไปไหนมาครึ่งวัน”
“โอย! ก็เพื่อหลบแม่นางพริกขี้หนูคนนั้นน่ะสิ ข้าไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ ทั้งแสบสันและอารมณ์ฉุนเฉียวนัก”ิเยี่ยเอามือทาบอกทำท่าทางหวาดกลัวพลางบ่นพึมพำ “อันใดกัน ข้าทำกรรมใดมาถึงต้องเจอเื่แบบนี้ ก่อนหน้านี้ก็ปี้อวี้ ตอนนี้ก็คุณหนูคนนี้ ท่านพ่อไปหาใครมาให้ข้าก็ไม่รู้ ตกลงข้าเป็ลูกชายของเขาจริงหรือไม่?”
“เหอะ! เื่ปี้อวี้เ้ารีบไปขอบคุณ์เถิด นั่นเป็เพราะอาจารย์โหวมีเมตตา หากไม่เป็เช่นนั้นท่านเ้าจวนคงจะตีเ้าให้ตายไปแล้ว” ิหยวนขมวดคิ้วตำหนิ “ต่อไปห้ามพูดถึงเื่นี้อีก”
“รู้แล้วๆ ข้ารู้แล้ว เมื่อเข้าไปเป็คนในตระกูลโหว ก็ต้องเป็คนของตระกูลโหว ข้าจะไม่ไปพูดให้คนอื่นเสียหาย!” ิเยี่ยทำท่าประจบประแจงพลางผลักิหยวน เมื่อเห็นหวังอี้จือพาลูกน้องมาก็รีบขึ้นม้าไปเมืองพร้อมกับิหยวน
ทั้งสองไม่ได้สังเกตว่าคำพูดเมื่อครู่ถูกคุณหนูสวี่ที่วิ่งตามมาได้ยินเข้าอย่างจัง
-----
