่เวลากลางดึกมาถึงอีกครั้ง
ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางนภา ดวงดาวแต่ละดวงแต่งแต้มให้ท้องฟ้ายามราตรีสว่างไสว เนี่ยเทียนติดตามคนของกะโหลกเืไปถึงบริเวณใกล้เคียงกับฐานที่ตั้งลับของเดือนดับ
“พวกเ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน”
กู๋อวี่แห่งกะโหลกเืหยุดชะงักฝีเท้า หันมาสั่งความทุกคนด้วยสีหน้าจริงจัง
จากนั้นเขาก็พาสือชิงและผู้แข็งแกร่งของกะโหลกเือีกสองคนที่มีขอบเขตต้น์เช่นเดียวกัน บวกกับเผยฉีฉีอีกหนึ่งคนจากไปอย่างเงียบเชียบ
เนี่ยเทียนนิ่งเฉย รอจนพวกกู๋อวี่จากไปแล้วก็รวบรวมพลังจิตเข้าไปไว้ในพลังิญญาเจ็ดกลุ่มในสะเก็ดดาวเจ็ดดวงเพื่อสร้างทิพย์จักษุขึ้นมา
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างคล้ายโคมไฟที่มองไม่เห็นซึ่งติดตามพวกเผยฉีฉีและกู๋อวี่ไป
เนี่ยเทียนหรี่ตาลง ใช้จิตสื่อสารกับทิพย์จักษุ และใช้ทิพย์จักษุทั้งเจ็ดข้างตรวจสอบความเคลื่อนไหวบริเวณโดยรอบ
“กลางดึก ท้องฟ้าที่มีหมู่ดาว...”
แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไม เนี่ยเทียนพลันเกิดความรู้สึกมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง มักรู้สึกว่าเมื่อถึง่ค่ำคืนที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาว การมองเห็นและการได้กลิ่นของเขาจะเฉียบไวกว่าตอนกลางวัน
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็คิดว่านี่น่าจะเกี่ยวกับการที่เขาฝึกคาถาสะเก็ดดาว เกี่ยวกับสะเก็ดดาวเจ็ดดวงในมหาสมุทรจิติญญาของเขา
หากดวงดาวพริบพราวที่ดารดาษเต็มม่านราตรีเผยตัวขึ้นมาเมื่อใดก็คล้ายจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพลังการรับััของเขาเมื่อนั้น ทั้งยังช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ให้เขาส่วนหนึ่งด้วย
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้ฐานที่ตั้งของเดือนดับ
นั่นคือหุบเขาแห่งหนึ่ง
กลางหุบเขาไม่มีรอยแยกห้วงมิติล่องลอย มีเพียงบ้านหลังเล็กเตี้ยที่ทำมาจากไม้และหินอยู่หลายหลัง
อาศัยทิพย์จักษุ เขาสามารถมองเห็นได้ไกลๆ ว่ามีผู้ฝึกลมปราณสวมใส่อาภรณ์ของเดือนดับมากมายเดินเข้าๆ ออกๆ บ้านหลังเล็กเตี้ยเ่าั้
และยังมีคนไม่น้อยของเดือนดับที่กระจายกันอยู่ตามบริเวณใกล้เคียงหุบเขา ไม่นั่งฝึกบำเพ็ญตบะก็กินอาหารเงียบๆ หรือไม่ก็พูดคุยกันเบาๆ
ผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ของกะโหลกเืที่มีกู๋อวี่เป็ผู้นำซุกซ่อนลมปราณของตัวเองขยับเข้าไปใกล้รอบนอกของหุบเขาแล้วสังหารผู้ฝึกลมปราณหลายคนของเดือนดับที่ลาดตระเวนยามค่ำคืน
คนเ่าั้ส่วนใหญ่แล้วล้วนมีตบะกลาง์่ต้นและ่กลาง เมื่อเผชิญกับการลอบโจมตีของกู๋อวี่ พวกเขาจึงถูกฆ่าตายทันทีโดยที่ไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องโหยหวน
หลังจากที่ผู้ลาดตระเวนของเดือนดับที่อยู่รอบนอกถูกสังหารไปหมดสิ้น กู๋อวี่ก็ทำท่าทางบอกเป็นัยแก่เผยฉีฉี
ทันใดนั้นเผยฉีฉีก็ล่องลอยไปรอบๆ หุบเขาราวกับิญญาสีฟ้าดวงหนึ่ง ทั้งยังหยิบเอาหยกคงหลิงหลายก้อนออกมาจากในแหวนเก็บของอย่างต่อเนื่อง
หยกคงหลิงเ่าั้ถูกนางจัดวางไว้ตามตำแหน่งสำคัญใกล้กับหุบเขาด้วยวิธีที่พิเศษบางอย่าง
หยกคงหลิงเกือบร้อยก้อนถูกจัดวางขึ้นเป็ค่ายกลอย่างเงียบเชียบ และในหยกคงหลิงทุกก้อนก็ล้วนถูกนางสลักค่ายกลเล็กละเอียดลงไป
รอจนนางคิดว่าค่ายกลถูกจัดวางได้เรียบร้อยแล้ว เผยฉีฉีก็กลับมาหยุดอยู่ข้างกายกู๋อวี่อีกครั้ง แล้วจึงนั่งลง มือที่เรียวยาวราวหยกเนื้อละเอียดของนางพลันหมุนวนด้วยท่าทางที่ทำให้คนตาลายเพื่อสร้างตราประทับที่แปลกประหลาดมากมายออกมา
เนี่ยเทียนมองประเมินเผยฉีฉีด้วยความใคร่รู้ผ่านทิพย์จักษุทั้งเจ็ดข้าง ทั้งยังจับสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ รอบด้านไปด้วย
ไม่นานนักเขาก็มองเห็นว่าหยกคงหลิงเ่าั้ที่เผยฉีฉีเอาไปจัดวางไว้ทยอยกันปล่อยประกายแสงขมุกขมัวออกมา
ทุกที่ที่มีหยกคงหลิงวางอยู่ล้วนมีคลื่นแห่งมิติกระเพื่อมขึ้นมา แล้วรวมตัวกันขึ้นเป็สนามแม่เหล็กที่พิเศษ
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง รอยแยกห้วงมิติมากมายที่กระจายอยู่รอบๆ หุบเขาก็คล้ายถูกดึงดูด ถูกบิดเบือนทิศทาง
รอยแยกห้วงมิติมากมายเคลื่อนช้าๆ มาจากด้านนอกของหุบเขา
ทุกครั้งที่รอยแยกห้วงมิติมาหยุดอยู่ตรงหยกคงหลิงก้อนหนึ่ง อยู่ๆ หยกคงหลิงก้อนนั้นก็จะลอยพรวดเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติราวกับมีสติปัญญาเป็ของตัวเอง
รอยแยกห้วงมิติที่เดิมทีล่องลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อมีหยกคงหลิงร่วงเข้าไปก็จะหยุดชะงักกะทันหัน
และทันใดนั้นรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งก็พลันเกิดคลื่นมิติแปลกประหลาดกระเพื่อมออกมา
คลื่นห้วงมิติลูกแล้วลูกเล่าค่อยๆ แผ่จากรอบนอกหุบเขาเข้ามาด้านใน ก่อตัวกันกลายมาเป็ตาข่ายขนาดใหญ่ั์ที่มองไม่เห็นซึ่งปกคลุมตลอดทั้งหุบเขาเอาไว้
เผยฉีฉีที่อยู่ข้างกายกู๋อวี่ยังคงทำมุทราไม่หยุด ปีกจมูกของนางขยับไหวน้อยๆ บนหน้าผากขาวสะอาดมีเหงื่อเม็ดใสราวกับผลึกผุดซึม
ดูท่าแล้วการจัดวางเพียงแค่ครู่เดียวนี้น่าจะเผาผลาญพลังิญญาของนางไปมาก มิฉะนั้นนางคงไม่ดูเหน็ดเหนื่อยมากขนาดนี้
“เสร็จแล้ว”
ในที่สุดเผยฉีฉีที่มีใบหน้าเหนื่อยล้าก็ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง บอกเป็นัยให้กู๋อวี่ลงมือได้
“หนึ่งเค่อ พวกเ้ามีเวลาแค่หนึ่งเค่อเท่านั้น หนึ่งเค่อให้หลัง ไม่ว่าจะสังหารผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่อยู่ที่นี่ได้หรือไม่ก็ต้องถอนกำลังออกมาโดยเร็วที่สุด”
นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ดวงตาสุกใสที่ประกายแสงหม่นมัวเล็กน้อยจ้องเขม็งไปยังกระท่อมไม้หลังหนึ่งที่ไม่ใหญ่นักในหุบเขา
นางมั่นใจอย่างยิ่งว่าค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่เดือนดับจัดวางไว้ในเทือกเขาฮ่วนคงอยู่ในกระท่อมไม้หลังนั้น
หากสามารถสังหารยอดฝีมือของเดือนดับทั้งหมดได้ในเวลาหนึ่งเค่อ อีกทั้งสามารถทำลายค่ายกลนำส่งแห่งมิติได้ เดือนดับก็จะเสียหายอย่างใหญ่หลวง
ต่อให้เดือนดับคิดจะสร้างค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดเดียวกันขึ้นมาอีกหลังหนึ่งในเทือกเขาฮ่วนคงก็จำเป็ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรและทรัพย์สินมหาศาล
ท่ามกลางขั้นตอนเหล่านี้ หากผู้แข็งแกร่งของกะโหลกเืและเปลวอัคคีก่อกวน เปิดฉากสังหาร ความเสียหายของเดือนดับก็จะยิ่งแผ่เป็วงกว้างไปอีก
“ฆ่า!”
ดวงตาของกู๋อวี่ฉายแสงเหี้ยมโหด หลังจากส่งสายตากับพวกสือชิงก็กระโจนเข้าใส่ฐานที่ตั้งของเดือนดับอย่างบ้าคลั่งราวกับัร้ายที่พุ่งตัวออกจากหุบเหวลึก
พอเขาขยับตัว สือชิงและผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์อีกสองคนของกะโหลกเืก็ออกตัวอย่างไม่รีรอ!
เมื่อกู๋อวี่ะโ ไช่โยวที่รออยู่ด้านนอกก็คำรามกร้าวขึ้นมาเช่นกัน “ไป! ใช้พลังการต่อสู้ที่มากที่สุด สังหารคนของเดือนดับให้ได้มากที่สุด อย่ามัวรีรอเด็ดขาด!”
“ฟิ้วๆๆ!”
ผู้แข็งแกร่งทุกคนของกะโหลกเืเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงห้อทะยานเข้าหาหุบเขาด้วยท่าทางดุดัน
“ใครกัน?”
“นั่นใคร?”
“สถานที่แห่งนี้เป็ของเดือนดับ ผู้ใดมันช่างกำเริบเสิบสานถึงขนาดกล้าบุกเข้ามาในถิ่นของเดือนดับ!”
ในหุบเขา ผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่กำลังฝึกตนหรือไม่ก็พูดคุยกันเบาๆ ต่างก็ใจึงรีบตวาดเสียงดัง หวังว่าจะสามารถกำราบพวกที่บุกเข้ามาด้วยน้ำเสียงทรงพลังนั้นได้
“นายท่านกู่แห่งกะโหลกเืของพวกเ้ามาเยือนอย่างไรเล่า!”
กู๋อวี่หัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง เผยตัวด้วยท่าทางโอหัง ลูกกลมโลหะสีเงินแวววาวหลายลูกพลันบินออกมาจากกลางฝ่ามือของเขา
ลูกโลหะเ่าั้เมื่ออยู่ภายใต้แสงจันทร์ก็ส่องประกายเย็นเยียบ ตอนที่พุ่งเข้ามาใกล้จุดศูนย์กลางที่พวกผู้แข็งแกร่งของเดือนดับอยู่ก็ะเิออกกะทันหัน
เข็มเงินเล็กบางราวเส้นผมที่ทอแสงเย็นะเืน่าขนลุกพลันสาดกระเซ็นไปแปดทิศ
ในสายตาของเนี่ยเทียนแล้ว ลูกโลหะเ่าั้ไม่ต่างอะไรไปจากตัวเม่นที่สลัดขนทำให้หนามแหลมทั่วร่างกระจัดกระจายไปรอบด้าน
“สวบๆๆ!”
ผู้แข็งแกร่งของเดือนดับสิบกว่าคนยังไม่ทันตั้งตัวได้ก็ถูกเข็มเงินเ่าั้แทงทะลุร่าง จนบนตัวเต็มไปด้วยรูที่มีเืไหลนอง
เสียงร้องโหยหวนเสียดแทงแก้วหูดังเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งหุบเขาทันที ผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่อยู่ในหุบเขาคำรามกร้าวต่างคนต่างเรียกอาวุธวิเศษออกมาใช้ ทั้งยังหยิบเกราะขึ้นมาสวมลงบนร่าง
“กู๋อวี่แห่งกะโหลกเื!”
“กะโหลกเืบุกโจมตีแล้ว! รีบส่งข่าวนี้ไปยังพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง ให้ผู้แข็งแกร่งของศูนย์บัญชาการรีบส่งกำลังมาช่วย!”
“กู๋อวี่เป็บ้าไปแล้วแน่ๆ เขากล้ามาถึงถิ่นของพวกเราก็อย่าหวังว่าจะได้รอดชีวิตกลับไป!”
ผู้แข็งแกร่งหลายคนของเดือนดับพอเห็นกู๋อวี่ปรากฏตัวก็ทั้งตะลึงทั้งฮึกเหิม จึงร้องะโกันโหวกเหวกแล้วรีบพุ่งไปยังกระท่อมไม้หลังที่เผยฉีฉีจับจ้องเอาไว้
กู๋อวี่ก็เหมือนกับหม่าจิ่วที่ต่างก็เป็ผู้รับผิดชอบของกะโหลกเืและเดือนดับในเทือกเขาฮ่วนคง กู๋อวี่มาที่นี่ก็หมายความว่ากะโหลกเืเตรียมจะเปิดฉากสังหารครั้งใหญ่แล้ว
สถานที่แห่งนี้คือฐานที่ตั้งของเดือนดับ พวกเขาสามารถใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติเรียกให้ผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างมาให้การช่วยเหลือได้ทันที
รอจนผู้แข็งแกร่งมากมายของเดือนดับทยอยกันมาถึงเทือกเขาฮ่วนคง กู๋อวี่และสมาชิกทุกคนของกะโหลกเืก็จะต้องฝังศพไว้ที่นี่!
“หึหึ ไปเถอะ ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเ้าจะเรียกไอ้พวกเศษสวะมาจากพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างได้อย่างไร” กู๋อวี่แสยะยิ้มชั่วร้าย
เขาได้พาคนบุกเข้ามาในหุบเขาก่อนใคร และกำลังไล่สังหารสมาชิกของเดือนดับที่อยู่รอบด้านอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
ั์ตาของพวกสือชิงคล้ายถูกอาบย้อมไปด้วยสีเื ภาพหัวกะโหลกสีเืที่อยู่บนหน้าอกของพวกเขาก็คล้ายจะปลดปล่อยประกายแสงแห่งความกระหายเืออกมา
กลางหุบเขา สมาชิกของเดือนดับที่มีตบะกลาง์หลายสิบคน รวมกับผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์่ต้นอีกหลายคนต่างก็แผดเสียงคำรามดุร้ายพยายามล้อมโจมตีพวกกู๋อวี่
และเวลานี้เอง สมาชิกกะโหลกเืหลายสิบคนที่ไช่โยวเป็ผู้นำก็พากันเฮโลเข้ามาในหุบเขาแล้วตะลุมบอนเข้าใส่พวกเขา
เนี่ยเทียนตามมาถึงทีหลัง เขาอาศัยทิพย์จักษุเจ็ดข้างลอบมองสถานการณ์ก่อน ไม่ได้รีบร้อนลงมือ
“อู้!”
เงาสีฟ้าเข้มเส้นหนึ่งพลันบินผ่านเส้นสายตาของเขา ลอดทะลุผ่านสมาชิกกะโหลกเืและเดือนดับที่กำลังต่อสู้กัน ตรงดิ่งไปที่กระท่อมไม้หลังนั้น
“เผยฉีฉี!”
เมื่อเข้ามาใกล้ ไม่จำเป็ต้องใช้ทิพย์จักษุเนี่ยเทียนก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เขาสังเกตเห็นแต่แรกแล้วว่าหลังจากที่ระงับค่ายกลของในหุบเขาได้ เผยฉีฉีก็จับจ้องกระท่อมไม้หลังนั้นไม่วางตา
จากสายตาของเผยฉีฉีเขาจึงรู้ได้ว่าในกระท่อมไม้หลังนั้นต้องมีค่ายกลนำส่งแห่งมิติของเดือนดับอยู่แน่นอน
“ค่ายกลนำส่งแห่งมิติใช้ไม่ได้!”
“แย่แล้ว! พวกเราไม่สามารถสื่อสารกับพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง ไม่สามารถให้พวกผู้แข็งแกร่งจากศูนย์บัญชาการตามมาช่วยได้!”
“ต้องเป็ฝีมือของนางมารเผยแน่นอน!”
ในกระท่อมไม้ พวกผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่ก่อนหน้านี้หมายจะให้พวกกู๋อวี่ตายอยู่ที่นี่พลันร้องะโเสียงดังเสียงโหวกเหวกด้วยความร้อนใจ
เมื่อพวกเขาเข้ามาในห้องแล้วเห็นว่าค่ายกลนำส่งแห่งมิติใช้ไม่ได้ก็ััได้ทันทีถึงสนามแม่เหล็กห้วงมิติที่ไม่มั่นคงซึ่งไม่รู้ว่ามันมาอยู่ในหุบเขาั้แ่เมื่อไหร่
สนามแม่เหล็กห้วงมิติที่ไม่มั่นคงเ่าั้บิดเบือนคลื่นเคลื่อนไหวห้วงมิติอย่างรุนแรง ทำให้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติของเดือนดับมิอาจเปิดใช้งานได้
“ใต้เท้าหม่าจิ่วทำไมถึงยังไม่กลับมาสักที? บัดซบ ไม่ใช่ว่าเขาควรจะสังหารนางเผยไปแล้วหรอกหรือ?”
“ที่ซวยที่สุดก็คือพวกเราไม่สามารถติดต่อกับพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง ไม่สามารถให้ผู้แข็งแกร่งตามมาช่วยอย่างทันท่วงที!”
ในห้องไม้ ผู้แข็งแกร่งหลายคนของเดือนดับร้อนใจจนเหงื่อโซมกาย แต่กลับทำอะไรไม่ได้
“คุณหนูเผย! ข้าช่วยเ้าเอง!”
สือชิงมองออกถึงจุดประสงค์ของเผยฉีฉี ตอนที่นางพุ่งเข้าหาที่กระท่อมไม้หลังนั้น เขาจึงขยับตัวตามมาด้วย
ก่อนหน้าที่เผยฉีฉีจะมา สือชิงได้เข้ามาใกล้กระท่อมไม้นั้นก่อนแล้ว และทันใดนั้นเขาก็ยกเท้ากระทืบลงไปบนพื้นดินอย่างแรง พลังงานขุ่นคลั่กระลอกหนึ่งพลันกระเพื่อมขึ้นมาจากพื้นดิน
กลางพื้นดินคล้ายมีสัตว์ั์ตัวหนึ่งกำลังดิ้นรนซึ่งเสียงร้องคำรามของมันพุ่งเข้ากระแทกใส่กระท่อมไม้อย่างแรง
เมื่อพื้นดินสั่นะเือย่างหนัก กระท่อมไม้อันเป็ที่ตั้งของค่ายกลนำส่งแห่งมิติจึงพังครืนลงมา ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งของเดือนดับที่ยืนอยู่ใกล้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติรีบถลาพรวดออกห่างทันที
ส่วนค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่มีขนาดปกติซึ่งสามารถรองรับคนได้ห้าคนกลับถูกดูดให้ติดลึกอยู่ในพื้นดินราวกับเป็แม่เหล็ก ไม่มีวี่แววว่าจะพังทลาย
“ฟิ้วๆๆ!”
กระบี่ไร้รอยบินออกมาจากร่างของเผยฉีฉี เผยกายอยู่ครู่เดียวก็หายวับไปท่ามกลางความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย
“กระบี่ไร้รอย! กระบี่ไร้รอยของนางมารเผย!”
ใบหน้าของพวกผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่อยู่ใกล้กับค่ายกลนำส่งแห่งมิติเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ใจนหนีกระเจิดกระเจิงกันไปคนละทิศคนละทาง
“สวบๆ!”
กระบี่ไร้รอยสองเล่มปรากฏพรวดขึ้นมาอย่างน่าพิศวงแล้วแทงทะลุลงไปบนร่างผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์สองคนของเดือนดับทันที
-----
