คุณนายหลิวผู้เฒ่าแทบคลั่ง สองเด็กแสบนี่ เลี้ยงเสียข้าวสุก! เพียงแค่เห็นแก่ของกิน ก็หันหลังให้กันได้ง่ายดายเสียแล้ว!
"เออ ดี! นับแต่นี้ไป พวกแกไม่ใช่คนในเมืองแล้ว! ก็ไปอยู่กับแม่บ้านนอกของแกที่บ้านนอกนั่นแหละ!" คุณนายหลิวผู้เฒ่าชี้หน้าด่าทอใส่ต้าเหว่ยกับเสี่ยวเหว่ยอย่างประชดประชัน
ต้าเหว่ยกับเสี่ยวเหว่ยชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าลังเล
"เมื่อก่อนคุณไม่ได้พูดแบบนี้นี่นา? เมื่อก่อนคุณไม่เคยปากไม่พ้นว่าพวกเขาเป็คนบ้านนอกหรือ? แล้วเมื่อไหร่ถึงกลายเป็คนในเมืองไปได้?" ฮวาเจาเอ่ย
เธอรู้อีกแล้ว!
คุณนายหลิวผู้เฒ่าตวัดสายตาไปมองจางกุ้ยหลาน เห็นทีว่าเธอกลับมาได้ไม่กี่วันก็คงนินทาพวกเขาสารพัด!
จางกุ้ยหลานงุนงงและน้อยใจ เธอไม่ได้พูดอะไรเ่าั้สักหน่อย เื่พวกนี้สำหรับเธอเป็เพียงเื่เล็กน้อยไม่น่าใส่ใจ
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็การคาดเดาของฮวาเจา ซึ่งก็แม่นยำราวกับตาเห็น
"การมีทะเบียนบ้านอยู่ในชนบทก็คือคนชนบท การอยู่ในเมืองก็มีแต่จะถูกดูถูก" ฮวาเจาหันไปพูดกับต้าเหว่ยและเสี่ยวเหว่ย "แต่ถ้ากลับไปชนบท เด็กๆ ทุกคนก็จะอิจฉาที่พวกแกเคยไปอยู่ในเมืองมาก่อน ต้องยกย่องพวกแกแน่ๆ"
ต้าเหว่ยกับเสี่ยวเหว่ยชะงักไป ดวงตาเป็ประกาย พวกเขาจะได้รับการยกย่อง? ไม่ใช่ถูกดูถูก?
แต่พี่สาวพูดก็เหมือนจะมีเหตุผล ที่นี่ พวกเขาคือคนชนบทที่เคยไปเมือง แต่ในเมือง พวกเขากลับเป็คนชนบทที่อาศัยอยู่ในเมือง เห็นทีการต้อนรับคงไม่เหมือนกัน!
คุณนายหลิวผู้เฒ่า... ฮวาเจาคนนี้นี่พูดจาเก่งเกินไปแล้ว! แค่ประโยคไม่กี่คำ ก็ทำให้หลานชายที่เลี้ยงดูมาสิบกว่าปีแทบจะเสียเปล่าเลยงั้นหรือ?
เธอไม่คิดบ้างหรือว่าปกติแล้วปฏิบัติต่อเด็กทั้งสองคนนี้อย่างไร ถึงจะมีกินมีใช้ บางครั้งก็มีเนื้อแบ่งให้บ้าง แต่เพราะคุณนายหลิวผู้เฒ่าไม่ชอบจางกุ้ยหลาน อีกทั้งเด็กๆ ก็ไม่มีสมุดเสบียง เธอจึงมักจะกล่าวโทษพวกเขา
บรรยากาศในบ้านจึงตึงเครียดมาโดยตลอด
ต้าเหว่ยกับเสี่ยวเหว่ยอยู่ในบ้านหลิวมาตลอด ก็รู้สึกเหมือนเป็คนนอก เหมือนไม่ใช่ลูกหลานของหลิวเซี่ยงเฉียน เป็เพียงตัวภาระที่จางกุ้ยหลานพามา
เด็กที่เติบโตมาแบบนี้ จะไปสนิทสนมกับเธอได้อย่างไร?
"เอาเงินมา!" คุณนายหลิวผู้เฒ่าะโใส่จางกุ้ยหลานอย่างกะทันหัน "ฉันคืนลูกชายสองคนให้แกแล้ว!" เธอเปลี่ยนเหตุผลในการเอาเงินที่คิดว่าสมเหตุสมผลกว่า "แต่พวกเขากินข้าวของบ้านหลิวมาั้แ่เด็ก แกต้องจ่ายเงิน!"
"โอ๊ย ยายแก่คนนี้!" พวกชาวบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ทนไม่ไหว "ลูกสองคนนี่แซ่หลิวใช่ไหม? ไม่ได้แซ่จางหรือแซ่อื่นนี่นา? เป็หลานแท้ๆ ของคุณใช่ไหม? กินข้าวบ้านหลิวแล้วต้องจ่ายเงิน?"
"พวกเขามีทะเบียนบ้านเป็คนชนบท! ไม่มีเสบียง! ข้าวทุกเม็ด ผักทุกต้นที่กินเข้าไป ล้วนเป็สิ่งที่ฉันกับตาประหยัดมาทั้งนั้น!" คุณนายหลิวผู้เฒ่าเชิดหน้าขึ้นกล่าว "เงินที่พ่อแม่พวกเขาหามาได้ยังไม่พอให้พวกเขาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเลย! ตอนนี้เด็กๆ ไม่สนิทกับพวกเราแล้ว จะให้พวกเขาคายสิ่งที่กินของฉันออกมาไม่ได้หรือไง?"
ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก หากพวกเขาไม่พูดถึงความผูกพันแต่พูดถึงเื่เงินแล้ว การกล่าวเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรผิดจริงๆ ปู่ย่าตายายไม่มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูหลาน พ่อแม่ก็ไม่ได้ตายเสียหน่อย
ส่วนเื่ที่ว่าพ่อแม่มีเงินเหลือหรือไม่ พวกเขาก็ไม่รู้ ไม่สามารถพูดแทนจางกุ้ยหลานได้
"คุณ้าเท่าไหร่?" ฮวาเจาถาม
"500!" คุณนายหลิวผู้เฒ่าตอบทันที
นี่เป็เงินชดเชยที่เธอตั้งใจจะเอาจากหลิวชงอยู่แล้ว ตอนนี้มาได้หลานชายไป แถมยังประหยัดปากท้องไปได้อีก 2 ชีวิต!
ดูท่าปีนี้จางกุ้ยหลานคงหาเงินได้ไม่มากนัก ถั่วงอกก็เพาะไม่ออก ผักในสวนก็ไม่ได้ปลูก นี่ก็จะถึงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ปีนี้คงไม่มีหวัง จึงต้องเอาเงินจากเธอไปก่อน
ส่วนเื่ความผูกพัน ลูกชายก็คือลูกชาย หลานก็คือหลาน เมื่อพวกตนแก่ตัวลง ทำอะไรไม่ได้ หรือ้าเงิน ก็ค่อยมาหาพวกตน พวกตนจะไม่ดูแลได้อย่างไร? กฎหมายก็ไม่ยอม!
ฮวาเจาคำนวณดูแล้ว ก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด เด็กสองคนเลยนะ 10 ปี เอาแค่ 500 ปีหนึ่ง 50 เดือนหนึ่งเด็กสองคนกินไม่ถึง 5 หยวน ก็สมเหตุสมผลดี
"คุณรอเดี๋ยว ฉันไปเอาเงิน" ฮวาเจาลุกขึ้นเดินกลับบ้าน
จางกุ้ยหลานและพวกผู้หญิงในหมู่บ้านต่างมองเธอด้วยสายตาที่พูดไม่ออก
พวกเธอไม่อยากให้เธอจ่ายเงินก้อนนี้ มันไม่ใช่เื่! พ่อแม่เด็กก็ไม่ได้ไม่หาเงินมาหลายปี ถึงจะหาไม่พอ ปู่ย่าตายายก็ควรจะช่วยออกบ้าง ไม่ใช่ว่าเธอที่เป็พี่สาวต่างแม่ต้องมาจ่ายเงินก้อนนี้
แต่คนนอกยากจะตัดสินเื่ภายในครอบครัวได้ หากเธอเต็มใจจะจ่าย พวกเธอก็ไม่กล้าห้าม
ฮวาเจารีบกลับมาพร้อมเงิน 500 หยวน กำไว้ในมือ ทุกคนต่างเห็นกันหมด
เธอมองหน้าจางกุ้ยหลาน "แม่ เงินก้อนนี้ ฉันให้แม่ยืมไปก่อนนะ วันหลังถ้าแม่มีเงินแล้วค่อยเอามาคืนฉัน"
สีหน้าของจางกุ้ยหลานก็คลายลงทันที "จ้ะๆ!" เมื่อฮวาเจาพูดเช่นนี้ เธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
ทุกคนก็รู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยฮวาเจาก็ไม่ได้เป็คนใจดีที่ยอมเสียเงินฟรีๆ เงินก้อนนี้ถ้าบ้านหลิวจะเอาไปจริงๆ ก็เป็จางกุ้ยหลานที่ต้องจ่าย เพราะเด็กๆ มีทะเบียนบ้านเป็คนชนบท...
ฮวาเจายื่นเงินให้คุณนายหลิวผู้เฒ่า
คุณนายหลิวผู้เฒ่ายื่นมือไปรับ
ฮวาเจาไม่ยอมปล่อยมือ
คุณนายหลิวผู้เฒ่าเงยหน้าขึ้นมองเธอ ทำไม หรือว่าเสียดายแล้ว?
"เงินก้อนนี้ เป็ค่าอาหารของเด็กทั้ง 4 คนั้แ่เล็กจนโต" ฮวาเจาชี้นิ้วอีกข้างไปที่ต้าฉิน เสี่ยวฉิน ต้าเหว่ย เสี่ยวเหว่ย
คุณนายหลิวผู้เฒ่าหน้ากระตุก "ไม่ได้ 4 คนเลยนะ 500 ไม่พอหรอก"
"แม่ของฉันแต่งเข้าบ้านหลิวมา 11 ปี ไม่เคยมีวันไหนได้พัก ได้เงินเดือนเท่าไหร่? แล้วบวกกับ 500 นี้ พอสำหรับค่าอาหารของเด็ก 4 คนไหม?"
คุณนายหลิวผู้เฒ่ากำเงินไว้แน่น อยากจะเก็บเงินเข้ากระเป๋าให้เร็วที่สุด
"พอแล้วๆ"
"ดี" ฮวาเจามองหน้าคุณนายหลิวผู้เฒ่า พูดทีละคำ "ถ้าอย่างนั้น เด็กๆ พวกนี้ ก็เป็ลูกที่แม่ฉันเลี้ยงดูมาเองทั้งหมด ไม่ได้ติดค้างอะไรบ้านหลิวพวกคุณสักนิด!"
แววตาของเด็กทั้ง 4 คนเปลี่ยนไปทันที พวกเขาไม่ได้ติดค้างอะไรบ้านหลิวอีกแล้วหรือ?
ั้แ่เล็กจนโต ปู่ย่าตายาย ลุง อา มักจะพูดกรอกหูว่าพวกเขาติดค้างบ้านหลิว ติดค้างปู่ย่าตายาย
นานวันเข้า พวกเขาก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ จนไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
แต่ตอนนี้ พวกเขาชดใช้หมดแล้ว?
ไม่ได้ติดค้างแล้ว?
คุณนายหลิวผู้เฒ่าััได้ถึงลางร้าย "มันไม่ใช่การคำนวณแบบนี้ พวกเขาเป็ลูกที่ฉันเลี้ยงมากับมือ..."
ฮวาเจาขัดจังหวะ "พวกเขาควรจะเป็ลูกที่แม่ฉันเลี้ยงดูเอง แต่คุณเห็นแก่เงิน จึงบีบให้แม่ฉันออกไปหาเงินทั้งที่ยังไม่ได้อยู่ไฟ ดังนั้นอย่าเอาเื่ดูแลพวกเขามาพูด คุณดูแลพวกเขาไป ก็ได้เงินไปแล้ว!"
คุณนายหลิวผู้เฒ่าถึงกับพูดไม่ออก อยากจะโต้แย้งแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร
"จำไว้ว่า เมื่อรับเงินก้อนนี้ไปแล้ว เด็กทั้ง 4 คนก็ไม่ติดค้างอะไรบ้านหลิวพวกคุณอีกต่อไป" ฮวาเจาเอ่ย
คุณนายหลิวผู้เฒ่ารู้ว่าคำพูดนี้ไม่ดี แต่จะให้เธอไม่รับเงินหรือ?
ไม่ได้
ฮวาเจาปล่อยมือ
คุณนายหลิวผู้เฒ่ารีบยัดเงินเข้ากระเป๋า
"เชิญกลับได้เลย ไม่ต้องมาส่ง" ฮวาเจาไล่แขก
คุณนายหลิวผู้เฒ่ารู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ไม่อยากจะไป แต่เงินก็ได้มาแล้ว จางกุ้ยหลานก็ไม่มีอะไร แล้วจะอยู่ทำไม?
เธอหันหลังเดินออกไป ไม่เป็ไร รอให้ผักในสวนออกผลแล้วเธอค่อยมาใหม่
คุณนายหลิวผู้เฒ่าและหลิวเซี่ยงเฉียนเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับ มีแต่หลิวชงเท่านั้นที่เดินออกไปโดยหันกลับมามองด้วยความอาลัยอาวรณ์ แต่สุดท้ายก็ไป
ในลานบ้านเงียบลงในทันที
ฮวาเจาหันกลับมาทันที มองเด็กทั้งสี่คนด้วยรอยยิ้ม "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ ที่รัก! นับจากนี้ไป ที่นี่คือบ้านของพวกเธอ! ที่นี่มีแม่ มีพี่สาว พวกเราจะเป็คนที่รักพวกเธอที่สุดในโลก!"
รอยยิ้มของเธอสดใสราวกับมีแสงสว่างส่องประกาย โลกทั้งใบดูสว่างไสวขึ้น
"เพื่อเป็การฉลองวันดีๆ วันนี้ เราจะกินมื้อใหญ่กัน!" ฮวาเจากล่าวอย่างยินดี
เด็กทั้งสี่คนเงยหน้ามองพี่สาวที่ดูเหมือนจะมีแสงสว่างอยู่รอบตัว พวกเขาเผยรอยยิ้มที่ขี้อายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน รวมถึงความเคลือบแคลง
ที่รัก?
พวกเขาเป็ที่รักด้วยหรือ?
เป็ครั้งแรกที่ได้ยินใครเรียกพวกเขาว่าที่รัก....
ความรู้สึกนี้ ช่างดีเสียจริง....
พี่สาวคนนี้ ช่างดีเสียจริง....
