ในระหว่างที่ผู้เป็แม่กำลังพยายามโทรหาเธออย่างสุดชีวิตหลินลั่วหรานก็กำลังมองลงมาที่ด้านล่างจากบนเครื่องบิน
เครื่องบินค่อยๆลดความเร็วลงเพื่อเตรียมลงจอดสู่พื้นมันห่างจากการปรากฏตัวที่น่าใบริเวณลานหน้าห้างของเ้างูประหลาดเพียงเวลาสั้นๆ สิบกว่านาทีเมื่อลงจากเครื่องบินแล้ว เธอก็ทำการเปิดเครื่องโทรศัพท์ขึ้น
มีแจ้งเตือนสายโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับมากมายเมื่อเห็นว่ามาจากผู้เป็แม่ หลินลั่วหรานก็รู้สึกกังวลใจขึ้นมาที่บ้านเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?
ในระหว่างที่เธอกำลังจะโทรกลับไปพวกผู้โดยสารที่ลงมาจากเครื่องบินพร้อมกันกับเธอต่างพากันรุมล้อมมองและชี้ไปยังกระดานอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ของสนามบิน
“ที่รักนั่นใช่ที่ลานหน้าห้างเทียนฟู่ของเมืองหรงเฉิงหรือเปล่า หนังนี่เขาถ่ายที่นั่นเหรอ?”
“ถ่ายหนัง?ทำไมดูเหมือนจริงจัง!”
“นั่นมันนักข่าวนอกสถานที่ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 2 นี่นา หรือว่านี่จะไม่ใช่การถ่ายทำ แต่เป็การถ่ายทอดสด...”
“พูดบ้าๆน่า”
หลินลั่วหรานมองไปตามสายตาของผู้คนโทรศัพท์ในมือของเธอเกือบจะตกลงบนพื้น
ที่ลานหน้าห้างนั้นดาบที่ดูน่าใของเจิงเทียน สุดท้ายก็ล้มเหลวลง
กรงเล็บของเสี่ยวจินที่จับหางของเ้างูนั่นเอาไว้ก็ดูไร้เรี่ยวแรงไม่เหมือนปกติ และสิ่งที่ยิ่งทำให้หลินลั่วหรานละสายตาไปไม่ได้ก็คือคนที่กำลังใช้เถาวัลย์ในการพันรัดหัวงูเอาไว้ คือพ่อของเธอ!
และในขณะเดียวกันใบหน้าของหลินลั่วตง หรงตงหลิน และเหยียนนเฟิงต่างก็ปรากฏขึ้นมาในกล้อง
เ้างูสีแดงนั่นยังไม่ตายมันกลับมาแก้แค้นแล้ว!
ให้ตายเถอะหลินลั่วหรานกระทืบเท้าลงระหว่างการสร้างความตระหนกใให้กับผู้คนบนโลกกับความปลอดภัยของคนในครอบครัวหลินลั่วหรานไม่ได้สนใจอะไรกับสิ่งแรกมากนัก เธอจึงไม่ทันคิดที่จะร่ายเวทเกราะเล็กเธอก็รีบเรียกเจาเจี้ยนออกมา ก่อนที่จะร่ายเวทบังคับดาบขึ้นแม้ว่าเธอจะยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มคน แต่แสงประกายจากดาบที่สว่างขึ้นมาก็ยังคงดึงดูดความใของเหล่าผู้โดยสารและพนักงานที่ทำงานอยู่ในสนามบินทั้งหมดมาได้
ดาบบินสีฟ้าใสปรากฏร่างขึ้นอย่างราบรื่นผู้โดยสารสาวที่ก่อนหน้านี้ยังนั่งเครื่องบินลำเดียวกันมากำลังควบคุมดาบบินลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าใส ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย!
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจหญิงสาวที่ควบคุมดาบโบยบินขึ้นไปคนนั้นก็หายไปในกลุ่มเมฆผู้คนที่เห็นทุกอย่างด้วยตาของตัวเองต่างพากันใมองหน้ากันก่อนที่จะเริ่มส่งเสียงพูดคุยออกมาดังขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขา้าคำอธิบายเพียงอย่างเดียวโลกใบนี้เป็อะไรไปแล้ว?
...
ปลายพู่กันของหวงเวยเจี้ยนเต็มไปด้วยพลังในระหว่างที่พู่กันถูกลากไปทั่วในอากาศมันก็สร้างเป็เกราะขึ้นครอบคลุมบริเวณของเ้างูประหลาดเอาไว้แม้ว่าคนธรรมดาจะมองไม่เห็นพลังที่ปิดกั้นมันเอาไว้แต่ก็เห็นว่าเ้างูประหลาดนั่นกำลังขยับติดอยู่ในพื้นที่กลมๆ เล็กๆราวกับว่าถูกกักขังเอาไว้
ผู้เป็พ่อดีใจขึ้นมาก่อนที่จะรีบทำให้เมล็ดต้นหนามเหล็กที่เขาโปรยลงไปกลายเป็เถาวัลย์ที่แข็งแกร่งที่แม้แต่ดาบคมก็ยังคงตัดออกได้ยาก เพื่อเพิ่มให้กลายเป็โซ่ตรวนในการพันรัดเ้างูตัวใหญ่นี้เอาไว้อีกชั้นเมื่อเห็นแบบนี้แล้วก็ดูเหมือนว่าเ้างูประหลาดจะถูกพวกเขาจับกุมไว้ได้อย่างมั่นคงในที่สุด
ผู้เป็พ่อรู้สึกเหนื่อยล้ามากเสี่ยวจินขยับปีกพุ่งมาที่ข้างกายของเขา แสงสีทองบนเรือนร่างของมันดูมัวหมองลงไม่เหมือนกับปกติ
ผู้ประกาศข่าวนอกสถานที่บอกเล่าเื่ราวต่างๆด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปีติ หัวหน้าหน่วยตำรวจโบกมือออกคำสั่ง “เล็งเป้าหมาย ยิง!”
ลูกะุนั้นไร้ซึ่งดวงตาแม้ว่าพวกเขาจะยืนอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่ได้ห่างไกลเท่าไร ผู้เป็พ่อจึงดึงนำตัวของหวงเวยเจี้ยนให้เดินออกมาแต่กลับพบว่าเด็กชายตัวเล็กที่สามารถควบคุมงูประหลาดเอาไว้ได้กำลังยืนนิ่งจ้องมองไปยังทิศทางหนึ่งราวกับรูปปั้น
ผู้เป็พ่อมองไปตามสายตาของเขามันคือต้นไทรย้อยต้นหนึ่ง และก็ไม่ได้มีอะไรที่ดูแปลกประหลาดไป
เมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้นผู้เป็พ่อก็ต้องรีบดึงให้ตัวเด็กน้อยเดินตามเขาไปมือขวาที่ใช้ถือพู่กันอยู่ของหวงเวยเจี้ยนบีบแน่นเข้าหากันดวงตาที่ถูกผมปกปิดเอาไว้แสดงความรู้สึกหวาดระแวงออกมา
“ออกมาผมรู้ว่าคุณอยู่ที่นั่น!” เขาะโเสียงดังไปทางต้นไทรย้อยพร้อมกับชี้ปลายพู่กันไปที่ทิศทางนั้น
เอ๋เด็กคนนี้เป็อะไรไป ต้นไทรย้อยต้นหนึ่งก็ถือว่าเป็ศัตรูของเขาเหรอ?
หลินลั่วตงก็ไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาเป็อะไรไป...
ผู้สื่อข่าวนอกสถานที่ััได้ถึงกลิ่นข่าวใหม่เขาจึงสั่งให้พวกผู้ร่วมทำงานเคลื่อนย้ายกล้องไปทางต้นไทรทันที
หวงเวยเจี้ยนดูมีท่าทางราวกับเ้าแมวที่พองขนขู่เขาดูกังวลมาก อยู่ๆ บริเวณ้าของต้นไทรย้อยก็มีเสียงหัวเราะคิกคักส่งผ่านออกมาเสียงนั้นช่างดูเย้ายวน แม้ว่าเสียงนั้นจะไม่ได้ดังมากแต่มันกลับดังก้องกังวานไปทั่วทุกซอกทุกมุมของบริเวณลานหน้าห้างเทียนฝู่แห่งนี้
“เด็กน้อยอาจารย์ของเธอไม่เคยสอนเหรอ ว่าการมาจ้องพี่สาวแบบนี้ มันดูไม่สุภาพ?”
เสียงหัวเราะหยุดลงเรือนร่างที่สวมใส่ชุดดําของซินหยวนผิงปรากฏขึ้นบนยอดไม้ตัวของเธอในตอนนี้มีใบหน้าเหมือนกับผู้ช่วยพิเศษของฝูหม่านโหลวราวกับแกะแต่กลับมีท่าทางที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงดังนั้นบรรดาพนักงานของฝูหม่านโลวที่กำลังมุงดูอยู่ที่หน้าโทรทัศน์นอกจากคนที่เคยอยู่ร่วมกันมาอย่างไอลี่แล้ว ก็ไม่มีใครรับรู้ได้ว่านี่คือเธอ
“พ่อ!”
ผู้หญิงคนนี้บ้านตระกูลหลินไม่มีวันจะลืมเลือนเธอไปได้ที่หลินลั่วหรานหายไปในตอนนั้นก็เป็เพราะเธอ!
ผู้เป็พ่อขยับเดินเข้าไปกอดเข้าที่ตัวของหลินลั่วตง
“คุณอานี่คือ...” เมื่อหรงตงหลินเห็นท่าทางหวาดระแวงของทั้งสองพ่อลูกเขาก็รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจอะไรขึ้นมาใบหน้าของผู้เป็พ่อดูหนักแน่นเสียยิ่งกว่าตอนที่ต่อสู้กับงูั์เสียอีก
น้ำเสียงของผู้เป็พ่อเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง “เธอคือศัตรูตัวฉกาจของบ้านหลิน”
ไม่ใช่เพราะหลินลั่วหรานไม่อยู่หรือเพราะโจวเย้าเวยที่ทำเขาเจ็บหนักพูดพาดพิงไปถึงหญิงสาวสวมชุดดำคนนี้แต่เป็เพราะเมื่อนึกไปถึงตอนที่ลูกสาวโดนพาตัวไป ในสามปีนั้นไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาต้องลำบากมากเท่าไรกว่าจะหนีออก มาได้ผู้เป็พ่อจึงไม่สามารถที่จะลืมเื่ราวเหล่านี้ไปได้แม้แต่น้อย
“ครับเธอเป็คนไม่ดี!” หลินลั่วตงพยักหน้าลงอย่างรุนแรงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน แม้ว่าเขาจะยังคงมีอายุน้อยแต่เขาก็จำมันได้ไม่ลืมเลือน
ศัตรูตัวฉกาจ?
เหยียนเฟิงแทบจะหยุดหายใจในทันทีบ้านตระกูลหลินเก่งกาจมากขนาดนี้ ยังมีคนสามารถจะเป็ศัตรูกับพวกเขาได้อีกไม่ใช่ว่าผู้หญิงสวมชุดดำคนนี้จะยิ่ง...เหยียนเฟิงรู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกตะลึงในความงดงามของผู้หญิงผู้สูงศักดิ์อยู่เลยแต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกใเสียจนเกือบตาย
แต่ว่าที่แท้อินทรีย์วิเศษแห่งจีนก็เป็ของบ้าน‘ดอกฟ้า’ นี่เองเหยียนเฟิงรู้สึกดีใจมาก ที่ตัวเองไม่เคยไปทำอะไรไม่ดีกับพี่สาวดอกฟ้าคนนั้น
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวจินที่มีสายตาเยือกเย็นกำลังยืนอยู่ข้างกายเหยียนเฟิงเป็เพียงแค่คนธรรมดาเขาจึงทั้งรู้สึกประหลาดใจและหวาดกลัวขึ้นมาพร้อมกัน
เจิงเทียนขยับเดินเข้ามาใกล้พิษงูกระจายไปทั่วร่างของเขา เขาเกรงว่าหากตัวเองพูดอะไรออกมาเืพิษก็อาจจะไหลทะลักออกมาได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไรและก็ไม่ได้นำเอาผ้าที่ปิดหน้าที่ดูตลกนั่นออกด้วยเขาเพียงแต่ยืนเงียบสงบพิจารณาสถานการณ์อยู่เฉยๆ
หลายๆคนต่างพากันพูดซุบซิบขึ้นหัวหน้าตำรวจออกคำสั่งให้ลูกน้องจัดการยิงเข้าที่งูั์จนเรือนร่างของมันเต็มไปด้วยรอยะุเมื่อเห็นว่าเ้างูั์เหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย เืงูกระจายไปทั่วทั้งพื้นที่พวกเขาก็เริ่มหันเหความสนใจไปยังหญิงสาวสวมชุดดำที่อยู่ๆ ก็ปรากฏกายขึ้นมาแทนเมื่อดูจากท่าทางเป็กังวลของเด็กชายที่ควบคุมงูตัวนี้เอาไว้ได้ก็เกรงว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่คนดีเสียเท่าไร!
ซินหยวนผิงถูกปลายกระบอกปืนนับสิบต่อมาแต่แน่นอนว่าเธอไม่ได้สนใจกับพวกตำรวจธรรมดาเหล่านี้
เธอยังคงจ้องมองไปยังหวงเวยเจี้ยนพร้อมกับหัวเราะคึกคักออกมา “เด็กน้อย ไปกับพี่สาวจะดีกว่า...”
หวงเวยเจี้ยนยกรอยยิ้มบริเวณมุมปากขึ้นก่อนที่จะพูดแทรกคำพูดของซินหยวนผิงขึ้นมา “พี่สาว?...คุณป้าครับ ผมเป็ลูกคนเดียว อย่ามาทำตัวเป็พี่สาวของผมเลย!”
น้ำเสียงที่นุ่มนวลของเด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นมาอย่างจริงจังราวกับว่าเขาเพียงแค่้าจะแก้คำเรียกที่ซินหยวนผิงใช้ผิดให้ถูกต้องด้วยเจตนาดีเท่านั้นแต่มันกลับทำให้ในใจของผู้คนที่กำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียดรู้สึกขบขันขึ้นมา...เด็กน้อยช่างพูดจาไร้เดียงสา สีหน้าของหญิงสาวสวมชุดดำเปลี่ยนไปในทันที
บนโลกนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีผู้หญิงที่ดูภายนอกเยาว์วัยและงดงามคนไหนจะรู้สึกพึงพอใจเมื่อถูกคนอื่นเรียกว่าป้าหรอกแม้ว่าความจริงอายุของเธอจะสามารถเป็ย่าของคนอื่นได้แล้วก็ตาม
หลินลั่วตงรู้สึกราวกับได้เปิดโลกใบใหม่เขากับหลินลั่วหรานตามสะกดรอยหวงเวยเจี้ยนอยู่ตั้งหลายวันแต่กลับไม่เคยรู้เลยว่าเขาจะเป็คนที่น่าสนใจและปากร้ายมากขนาดนี้และเมื่อนึกไปถึงท่าทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง แต่กลับท่องคำว่า ห่านเอ๋ยห่านออกมา หลินลั่วตงก็อดที่จะแอบขำออกมาไม่ได้
ใบหน้าของซินหยวนผิงบิดเบี้ยวผิดปกติไปสายตาที่เธอใช้ในการจ้องมองหวงเวยเจี้ยนประกายความ้าฆ่าออกมา
หัวหน้ากองตำรวจรู้สึกเกรงกลัวหญิงสาวที่ยืนอยู่บนยอดไม้มากเมื่อเห็นว่าสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป เขาก็รู้สึกกังวลแทนเด็กชายคนนั้นขึ้นมา
ไม่รู้ซินหยวนผิงคิดอะไรอยู่กระโปรงของเธอสั่นไหวโดยไร้ซึ่งแรงลม ก่อนที่เธอจะเดินลงมาจากยอดไม้
ไม่ใช่ะโไม่ได้ร่อนตัวลงมาแต่ดูราวกับมีขั้นบันไดที่มองไม่เห็นรองรับอยู่บริเวณใต้เท้าของเธอ เธอกำลังค่อยๆเดินลงมาทีละก้าวจริงๆ
ถ้าหากว่าสิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่มากพอที่จะทำให้ใในทุกๆ ย่างก้าวของเธอยังคงปรากฏดอกบัวสีดำลอยขึ้นในอากาศส่งกลิ่นหอมเย้ายวนอีกด้วย ในสายตาของผู้คนทั่วไปเพียงเท่านี้มันก็ดูน่าอัศจรรย์มากพอแล้ว
ผู้สื่อข่าวนอกสถานที่พูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก “ทุกๆ การก้าวเดิน...มีดอกบัวโผล่ออกมาครับ ท่านผู้ชมทุกท่านครับวันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่งูประหลาด นักดาบ และผู้ที่มีความสามารถในการควบคุมพืช กวีน้อยแต่ยังมีหญิงสาวลึกลับที่มีดอกบัวปรากฏออกมาในทุกๆ ฝีก้าวของเธอด้วย...” ผู้สื่อข่าวนอกสถานที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเสียจนไม่ทันได้สนใจที่จะเช็ดหยาดเหงื่อบริเวณหน้าผากของตัวเองเขาสามารถรับรู้ได้ว่า หลังจากวันนี้ไปเขาจะต้องได้ขยับการงานขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน!
เมื่อมองไปยังพวกนักข่าวที่ทำอาชีพเดียวกันค่อยๆพากันมาที่นี่ และกำลังหยิบเอากล้องขึ้นมาหามุมถ่ายอย่างรีบร้อนอยู่จากบริเวณไกลๆผู้สื่อข่าวนอกสถานที่ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 2 แห่งเมืองหรงเฉิงยิ่งพูดเท่าไรเขาก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้นผู้คนเ่าั้ต่างก็อยู่ข้างหลังของเขา ช่อง 2 ของพวกเขาต่างหากที่เป็คนถ่ายทอดสดคนแรก!
ในระหว่างที่ผู้สืบข่าวกำลังตื่นเต้นอยู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงกระจกแตกดังขึ้น ไม่ใช่เพียงเสียงเดียวเท่านั้นแต่มันกลับส่งเสียงจะออกมาเรื่อยๆ หรือว่าพวกตำรวจจะเริ่มลงมือกับหญิงสาวคนนั้นแล้ว?
เมื่อเขามองไปรอบๆก็เกือบจะต้องเป็ลมสลบไป!
ใต้เท้าของซินหยวนผิงมีดอกบัวปรากฏอยู่มันงดงามดึงดูดสายตา เธอเพิ่งจะลดมือลง
“เหมือนกับพวกยุงเกลียดจริงๆ” เธอพูดให้คำนิยามออกมาราวกับว่าการทำลายกล้องทุกตัวในสถานที่นี้เป็เื่ที่จำเป็จะต้องทำอยู่แล้ว
ผู้ประกาศข่าวนอกสถานที่ชี้ไปยังตัวของเธอก่อนจะพูดออกมาว่า เธอเธอเธอ อยู่นาน แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปส่วนพวกนักข่าวและผู้รายงานข่าวที่เพิ่งมาถึงต่างก็กลายเป็ก้อนหินไปแล้วความใและเสียใจโบกสะบัดไปยังหัวใจของพวกเขา
ซินหยวนผิงเดินมาถึงบริเวณด้านหน้าของหวงเวยเจี้ยนเด็กชายตัวน้อยนั้นไม่ได้หลบไปไหน เขามองตรงไปด้วยความกล้าหาญแต่ความจริงการรับมือตรงๆ แบบนี้ ก็ทำให้หยาดเหงื่อไหลออกมาเต็มแผ่นหลังของเขาแล้ว
หญิงสาวใส่ชุดดำคนนี้แข็งแกร่งมาก!
หวงเวยเจี้ยนรู้สึกว่าริมฝีปากของเขานั้นแห้งผากขึ้นมาเขาพยายามควบคุมมือของตัวเองให้นิ่งเอาไว้ ก่อนที่จะยกเอาพู่กันเก่าๆขึ้นมาอีกครั้ง
เขาตวัดปลายพู่กันออกไปด้วยความตั้งใจ ความเร็วของมันรวดเร็วมากและท่าทางของเขาเองก็หนักแน่นเช่นกัน
“สายน้ำแห่งแม่น้ำหวง...ไหลรินลงจากฟ้า”เขายังท่องบทกวีเช่นเดิม แต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่กลอนง่ายๆ อย่าง ห่านเอ๋ยห่านอีกต่อไปแล้วแต่กลับเป็กวีเชิญดื่มเหล้าที่ได้รับความนิยมมากของหลี่ไป๋แทน
เด็กชายตัวน้อยส่งเสียงแห้งผากออกมาเมื่อซินหยวนผิงจะก้าวเดินไปข้างหน้าเธอก็พบว่าเท้าของเธอราวกับถูกอะไรขวางกั้นเอาไว้
“ช่างน่าสนใจจริงๆแต่เธอคิดว่าแค่นี้จะกันฉันเอาไว้ได้เหรอ?”
ฝีเท้าของซินหยวนผิงขยับก้าวเดินต่อเมื่อเธอยกเท้าขวาขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของหวงเวยเจี้ยนก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัดมือของเขานั้นยังคงขยับไปไม่หยุด พร้อมกับท่องบทกวีต่อไป “ตรงไปยังท้องมหาสมุทร...หาได้ไหลย้อนกลับ!”
เส้นสายที่ปรากฏออกมาจากพู่กันขึ้นเพื่อป้องกันพุ่งตรงเข้าไปหาซินหยวนผิง
“ทำอะไรเกินตัว!”
ซินหยวนผิงเหยียดรอยยิ้มออกมาท่าทางความใจดีก่อนหน้านี้หายไปไม่มีเหลืออีกแล้ว เธอขยับก้าวเดินอีกครั้งระหว่างที่ดอกบัวสีดำปรากฏขึ้นมาเธอก็เหยียบลงทำเอาเส้นสายปลายพู่กันที่สามารถควบคุมงูประหลาดเอาไว้ได้แตกสลาย
หวงเวยเจี้ยนกระอักเืสดๆออกมา ก่อนที่จะเซถอยไปข้างหลัง เขาโซเซไปมาจนไม่อาจจะยืนอยู่นิ่งๆ ได้
เพียงพริบตาซินหยวนผิงก็ขยับเข้าไปใกล้ตัวของเขาพร้อมกับจับเข้าที่คอของเด็กชายตัวน้อย
“เด็กน้อยเมื่อกี้ไม่ใช่ว่ายังปากเก่งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ไหน ตอนนี้จะยังก้าวร้าวอะไรได้อีกฮ่าๆๆ!”
เมื่อเห็นว่าหวงเวยเจี้ยนถูกจับเอาไว้มือของหลินลั่วตงก็กำหมัดแน่นขึ้นจนหรงตงหลินและเหยียนเฟิงต้องรีบจับตัวของเขาเอาไว้
ในสถานที่แห่งนี้หากไม่นับพวกตำรวจแล้ว คนที่ยังคงเหลือพลังในการต่อสู้ได้ก็มีเพียงแค่ผู้เป็พ่อเท่านั้น...ในระหว่างที่เขาเพิ่งจะขยับเท้าก้าวเดินออกไป เขาก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาจากเมฆสูงมันดูราบเรียบ และเฉื่อยชา แต่กลับดูคุ้นหูอย่างประหลาด
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเธอก็ยังชอบทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่าอยู่เหมือนเดิม!”
ในใจของผู้เป็พ่อผ่อนคลายลงใบหน้าของหลินลั่วตงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
คนที่ทำให้จิตใจของพวกเขาสงบลงได้มากที่สุดในที่สุดเธอก็กลับมาแล้ว
