ได้ยินซั่งกวานจือหนิงพูดดังนั้น แววตาของจูชิงพลันมืดมนลง แทบกระอักเืออกมา
“เ้าเกลียดข้าถึงขนาดที่ต้องทำกับข้าเช่นนี้เชียวรึ?” จูชิงหัวเราะไม่ออก
แม้ว่าซั่งกวานจือหนิงจะเจตนาดี ไม่ได้ทำเื่เลวร้ายอะไร ทว่าสัญญาณพลุซึ่งเป็สัญญาณที่เอาไว้ใช้บอกตำแหน่งให้กับขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็เป็การเปิดเผยตำแหน่งของพวกเขาในขณะเดียวกัน
หลายวันผ่านไปจอมยุทธ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็ยังมาไม่ถึง เดาว่าน่าจะเกิดปัญหาขึ้นระหว่างทาง เมื่อนึกถึงแรงสั่นะเืก่อนหน้านี้แล้ว สีหน้าของจูชิงพลันดูไม่ดีเท่าไหร่นัก
จูชิงกลืนแก่นปราณลงไปหนึ่งหยดโดยไม่สนว่าคนที่เห็นจะตกตะลึงหรือไม่ พลังปราณน่าพรั่นพรึงไหลทะลักเข้าไปในร่างกาย เปลี่ยนเป็ลมปราณบริสุทธิ์ผ่านการหล่อหลอมของหินโลหิต
ภายใต้การหล่อเลี้ยงของลมปราณ ในที่สุดใบหน้าที่ซีดเซียวของจูชิงก็เริ่มมีสีจางๆ
“ระวัง!” จูชิงกระทืบเท้าขวา ลมปราณเส้นหนึ่งส่งผ่านไปในดิน แรงพลังมหาศาลกระแทกพื้นเป็รอยแตกขนาดใหญ่
“ตู้มมม!” เงาดำเคลื่อนผ่านปฐี จอมยุทธ์สวมหน้ากากเงินประจักษ์กาย ยิงธนูหลายสิบลูกออกมาจากแขนเสื้อพุ่งตรงไปที่หน้าของจูชิง
จูชิงเตรียมตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว ง้าวปีศาจอำมหิตแปรเปลี่ยนเป็กระบี่ยาว “สังสารวัฏ!”
เขาใช้สังสารวัฏปกป้องจินหลิงเอ๋อร์กับซั่งกวานจือหนิงพวกนางจึงไม่ได้รับาเ็ใดๆ
“จอมยุทธ์หน้าเงิน หอเงา!” จินขวางใมาก กายาเปลี่ยนเป็แสงกระบี่พุ่งปราดมาปรากฏตรงหน้าจูชิง
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวน!” จอมยุทธ์หน้าเงินแค่นเสียงเยือกเย็น
เหล่าจอมยุทธ์หน้าเงินแห่งหอเงา ขั้นบำเพ็ญเพียรต่ำสุดอยู่ที่ขั้นสั่งสม แต่ยามนี้พอเผชิญหน้ากับจินขวางเขากลับรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
จินขวางผ่านการผจญภัยบนเกาะหลัวโหว หลังจากที่กลับมาขุนเขากระบี่เทียนหยวนเขาได้สมุนไพรและยาโอสถมากมาย ่เวลาสองปีที่ผ่านมา ขั้นพลังวิวัฒน์เป็ขั้นสั่งสมสองชั้นฟ้า สร้างความอึกทึกในขุนเขากระบี่เทียนหยวนไป่หนึ่ง
ถ้าไม่มีคนอีกคนหนึ่ง บางทีจินขวางอาจกลายเป็เสาหลักอนุชนของขุนเขากระบี่เทียนหยวนไปแล้วก็เป็ได้
ถึงขั้นบำเพ็ญเพียรของจินขวางจะสูงกว่าจูชิงมาก แต่การตอบสนองต่ออันตรายยังด้อยกว่าจูชิง
แต่นั่นก็เป็เื่ที่สมเหตุสมผล จินขวางบำเพ็ญเพียรอยู่แต่ในขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาโดยตลอด เมื่อมีขุนเขากระบี่เทียนหยวนปกป้องคุ้มครองแทบไม่มีอะไรทำร้ายจินขวางได้
แตกต่างกับจูชิง ตอนที่ถูกทิ้งอยู่ในมหาสมุทรเขาต้องพึ่งพาตัวเอง พอมาถึงมหาทวีปชางอู๋หลิงก็ต้องพึ่งพาตัวเอง หรือตอนที่เผชิญหน้ากับหอสุราลัยและหอเงา เขาก็ยังต้องพึ่งพาตัวเองอีกเช่นเดิม
การถูกล่าสังหารครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้จูชิงมีการตอบสนองต่ออันตรายเร็วเป็พิเศษ ดังนั้นจูชิงจึงรู้ว่าจอมยุทธ์หน้าเงินซุ่มโจมตีอยู่และตั้งรับได้ทันเวลา
ถ้าไม่ใช่จูชิงแต่เป็ซั่งกวานจือหนิงกับจินหลิงเอ๋อร์ พวกนางคงถูกจอมยุทธ์หน้าเงินฆ่าตายไปแล้ว ลูกธนูที่ยิงออกมานั้นอาบยาพิษ หากถูกยิงเข้า ผลที่เกิดขึ้นย่อมเลวร้ายเกินจินตนาการ
ก่อนหน้านี้จูชิงใช้ร่างกายหนักมากเกินไป สภาพยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่นักจึงจำเป็ต้องใช้แก่นปราณช่วย
หลังจากที่ประมือกับหอเงามาหลายครั้ง จูชิงเลยรู้ว่ามือสังหารหอเงามักจะไม่ลงมือคนเดียว การที่หน้ากากเงินปรากฏกายออกมาเฉกเช่นนี้ นั่นแปลว่าอย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีมือสังหารอีกสองสามคนที่อยู่ในระดับเดียวกันซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง
มือสังหารหอเงาเชี่ยวชาญในการซ่อนตัวเป็อย่างมาก หากพวกเขา้าที่จะซ่อน แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะรู้ตำแหน่งของมือสังหาร
“จินขวาง เ้าจัดการจอมยุทธ์หน้าเงินตรงหน้าเ้า ส่วนอีกสองคนที่เหลือข้าจัดการเอง” จูชิงเอามือกุมหน้าอกแล้วเดินออกไป
หลังจากที่หมดสติไป เมื่อตื่นมาเขาก็มีอาการเจ็บแปลบที่หน้าอก ตัวเขาเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
“จู่ๆ พลังกายศักดิ์สิทธิ์ก็ะเิออกมา ไม่รู้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกับร่างกายของเขา” เฒ่าปีศาจที่ทำกรรมฐานอยู่บนศิลาผนึกิญญาพิชิต์พูดพึมพำ
จูชิงกุมหน้าอกของตัวเอง เขาััได้ว่ามีไอพลังคลุมเครืออยู่ใกล้ๆ กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงมากอย่างต่อเนื่อง จึงเป็เื่ยากที่จะคาดเดาตำแหน่งของพวกเขาได้
“คำสาปผลาญโลหิต!” จู่ๆ วิชาประหลาดก็แวบเข้ามาในจิติญญาของจูชิง!
จูชิงอยากวิชานั้น ทว่าภาพวิชามันยังกะพริบไปมาไม่หยุด มองเห็นได้ไม่ชัดเจน
จู่ๆ ดอกบัวโลหิตก็ทอประกายแสงหม่นหมองปรากฏขึ้นที่หินโลหิตแล้วหายวับไปในพริบตา กระทั่งจูชิงก็ยังไม่ทันสังเกตเห็น
ทันใดนั้น วิชาคำสาปโลหิตประจักษ์ในจิติญญาของจูชิง ชัดเจนแจ่มแจ้ง เขารู้สึกคุ้นเคยกับวิชานี้อย่างอธิบายไม่ได้ ราวกับว่ามันฝังอยู่ในหัวใจ
“แฮ่กๆ!” จอมยุทธ์หน้าเงินสองคนที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้หายใจไม่ออก ร่างกายของพวกเขาร้อนขึ้นอย่างน่าประหลาดคล้ายกับมีบางสิ่งในกายากำลังแผดเผา
“ภาพลวงตางั้นรึ?” มือสังหารหน้ากากเงินทั้งสองขมวดคิ้ว พวกเขาตรวจสอบร่างกายของตัวเองแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ
ตราประทับเปลวเพลิงประจักษ์กลางระหว่างคิ้วของจูชิง รอบๆ ตราประทับมีอักขระิญญาที่จูชิงไม่เคยเห็นมาก่อน บางทีอาจเป็เพราะผลกระทบจากตราประทับเปลวเพลิงนี้ ยามนี้ดวงตาของจูชิงจึงกลายเป็สีแดงก่ำ!
“มหาวิชาพร์ คำสาปผลาญโลหิต!” รูม่านตาขยายออก จูชิง “มองเห็น” จอมยุทธ์หน้าเงินทั้งสองแล้ว ลมปราณของพวกเขาส่องแสงสว่างไสวประหนึ่งคบเพลิงยามค่ำคืน
ตราประทับเปลวเพลิงระหว่างคิ้วสาดประกายแสง จากนั้นท่ามกลางสายตาของจูชิง ลมปราณของทั้งสองก็เริ่มเผาไหม้ ทั้งยังรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ!
“อ๊ากกก!” จอมยุทธ์หน้าเงินคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้อ้าปาก ในปากนั้นมีเปลวเพลิงลุกโชนโชติ่ เขาไม่สามารถซ่อนตัวได้อีกต่อไป มันผลาญเผาดวงตา ปาก และจมูก ไม่นานนักเปลวไฟก็ลุกลามไปทั่วทั้งกายา
กระทั่งตันเถียนยังกลายเป็ทะเลเพลิง ทุกหนแห่งในร่างกายที่มีลมปราณล้วนถูกแผดเผาจนหมด!
“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย!” จอมยุทธ์หน้าเงินคำราม กลิ้งตกลงมาจากต้นไม้นอนทุรนทุรายอยู่บนพื้นดิน
ผ่านไปไม่นานเสียงก็เงียบลง ร่างกายมอดไหม้โดยสมบูรณ์!
กายศักดิ์สิทธิ์มีพลังน่าเหลือเชื่อเหนือสามัญ คำสาปผลาญโลหิตเป็เพียงวิชาหนึ่งในนั้นเท่านั้น ทว่าพลานุภาพน่าพรั่นพรึงเกินพรรณนา จอมยุทธ์ขั้นสั่งสมสี่ชั้นฟ้าดับสิ้นวาชีวาในเสี้ยวพริบตาด้วยการตายที่ไม่สามารถอธิบายได้!
จอมยุทธ์ที่ล่าสังหารจูชิงก่อนหน้านี้ก็ตายเพราะคำสาปผลาญโลหิตเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าจูชิงยังมีพลังน่ากลัวเฉกเช่นนี้อยู่ด้วยจึงยากที่จะป้องกัน
การตื่นขึ้นของกายศักดิ์สิทธิ์ทำให้จูชิงได้รับพลังใหม่ แม้ว่าจะเป็เพียงเศษเสี้ยว แต่ก็เพียงพอที่จะใช้ประมือกับจอมยุทธ์ทั่วไป
จอมยุทธ์หน้าเงินหนึ่งคนในนั้นที่ซ่อนตัวอยู่ตายแล้ว ส่วนอีกคนสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก ตัวมอดไหม้เป็ตอตะโก
เบื้องหน้าคำสาปผลาญโลหิตซ่อนเร้นไปก็เปล่าประโยชน์ เมื่อใดที่ตราประทับเพลิงระหว่างคิ้วประสานกับดวงตาของจูชิง สิ่งที่จูชิงเห็นไม่ใช่แค่เปลือกนอกหากเป็ลมปราณ ไม่มีใครสามารถซ่อนลมปราณจากสายตาของเขาได้ เมื่อลมปราณในกายาของพวกเขาถูกจุดด้วยตราประทับเปลวเพลิง สิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่มีเพียงอย่างเดียวก็คือความตาย
จอมยุทธ์หน้าเงินที่กำลังเผชิญหน้ากับจินขวางมองหน้าอกของจูชิงด้วยความกลัว เด็กหนุ่มที่ดูอ่อนแอนั่นฆ่าสหายทั้งสองของเขาได้อย่างไร อีกทั้งสองคนนั้นยังถูกเผาจนเป็เถ้าถ่าน มันเป็คนหรือเป็ผีกันแน่
“หอเงา! ใจกล้าห่อฟ้ายิ่งนัก อาจหาญกล้าล่วงเกินขุนเขากระบี่เทียนหยวน” กระบี่ด้านหลังของจินขวางสั่นสะท้าน จอมยุทธ์หน้าเงินยังไม่ทันตอบสนอง เพียงจินขวางชักกระบี่ ที่คอของจอมยุทธ์หน้าเงินพลันมีเืไหลรินเป็สายธาร
“วรยุทธ์นางแอ่นทองย้อนกลับ!” จินขวางสลัดเืบนกระบี่แล้วเก็บกระบี่เข้าฝักดั่งเดิม
ทันทีที่กระบี่เก็บเข้าฝัก จอมยุทธ์หน้าเงินก็ล้มลงกับพื้น กอปรกับท่วงท่าสง่างามของจินขวาง ไม่รู้ว่ามีสตรีตั้งกี่คนหลงไหล
ทว่าความสนใจของสตรีทั้งสองไม่ได้อยู่ที่จินขวางเลยแม้แต่น้อย พวกนางจับจ้องสายตามองไปที่จูชิง
“อั่ก!” จูชิงหน้าแดงก่ำ เืทะลักออกมาเต็มปาก
“จูชิง!”
“อาจารย์!”
ซั่งกวานจือหนิงกับจินหลิงเอ๋อร์เกือบคว้าแขนจูชิงไม่ทัน ร่างกายยังไม่หายดีแต่ยังฝืนใช้มหาวิชาอย่างคำสาปผลาญโลหิต จูชิงไม่รู้หรือไรว่าคำว่าตายสะกดอย่างไร
แสงกระบี่สว่างวาบบนท้องฟ้า ชายชราคนหนึ่งพลิ้วกายลงมาข้างๆ ซั่งกวานจือหนิง ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยาแเล็กใหญ่ บ่งบอกได้ชัดว่าผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมา
จินขวางจำชายชราผู้นี้ได้ เขาเป็หนึ่งในจอมยุทธ์ที่ทำลายผนึกหินโลหิต ขั้นบำเพ็ญอยู่ที่ขั้น์ปฐีสี่ชั้นฟ้า กระนั้นยังได้รับาเ็สาหัส พอจะจินตนาการได้ว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้น่าพรั่นพรึงมากเพียงใด
“ข้าเจอหัวขโมยสำนักปีศาจระหว่างทาง เสียเวลาไปไม่น้อย” ชายชรามองจูชิงพลางขมวดคิ้ว
“ผู้าุโ พวกเรารีบไปจากที่นี่เถอะ มือสังหารหอเงารู้ตำแหน่งของพวกเราแล้ว” จินขวางพูด
“ไปไม่ได้ สำนักปีศาจล้อมเอาไว้หมดแล้ว!” ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึก
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวน ถ้าพวกเ้ามุดหัวอยู่ในมหาทวีปิเจี้ยนเทียน พวกเราสำนักปีศาจคงทำอะไรไม่ได้ ทว่าพวกเ้าอยู่ดีไม่ว่าดีกลับอยากหาที่ตาย เดินทางมามหาทวีปชางอู๋หลิง วันนี้จะเป็จุดจบของขุนเขากระบี่เทียนหยวน!” จอมยุทธ์สวมอาภรณ์ที่มีสัญลักษณ์หัวกะโหลกปักอยู่ที่หน้าอกเอ่ยปาก
“เซ่อกุ่ย สำนักผีราชันอย่างเ้าจะทำอะไรข้าได้?” ชายชราแค่นเสียงเย็น
“ข้าคนเดียวคงหยุดผู้าุโสือจ้งที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างเ้าไม่ได้ ทว่าเมื่อรวมกับขั้น์ปฐีหนึ่งชั้นฟ้าสี่คน คิดจะฆ่าเ้าใช่ว่าเป็ไปไม่ได้” เซ่อกุ่ยหัวเราะ
“ท่านผู้าุโ!” จินขวางหน้าเปลี่ยนสี ถึงชายชราจะหลอมผสานดวงอาทิตย์สี่ดวง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์สำนักปีศาจหลายคนย่อมเสียเปรียบ ตัวคนเดียวจะเอาชนะศัตรูมากขนาดนั้นได้อย่างไร!
