ค่ำคืนนั้น ณ เรือนพักของศิษย์สายตรงบนยอดเขาประจิม
ไป๋หยุนเฟยนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ในมือถือมีดบินสีเงินเล่มนั้นเอาไว้โดยไม่ยอมให้ห่างจากมือ
นี่คืออาวุธชิ้นแรกที่มันหลอมประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยตนเอง แม้จะเป็เพียงกึ่งวัตถุิญญา แต่หากมีผู้ใดเอาวัตถุิญญาชั้นปฐีมาขอแลกมันก็ไม่ยินยอม
ผ่านไปเนิ่นนาน ไป๋หยุนเฟยจึงเก็บมีดบินเล่มนั้นเข้าไว้ จากนั้นก็หยิบแหวนช่องมิติที่โค่วฉางคงมอบให้ขึ้นมา
เมื่อสำรวจดูภายในก็สร้างความตกตะลึงแก่ไป๋หยุนเฟยอย่างยิ่ง ในช่องมิตินั้นกว้างใหญ่ถึงยี่สิบห้าตารางวา!! ภายในอัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบหลากหลายชนิด เพียงก้อนสินแร่ขนาดน้อยใหญ่ก็มีอยู่หลายพันก้อน! ยังมีศิลาาธาตุต่างๆอีกหลายร้อยก้อน...
หากสิ่งที่อยู่ในแหวนวงนี้ออกไปสู่โลกภายนอก ก็เพียงพอจะทำให้สำนักเล็กบางสำนักถึงกับเข่นฆ่าเพื่อแย่งชิง แต่สำหรับสำนักช่างประดิษฐ์แล้ว กลับมีค่าเพียงให้ศิษย์สายตรงคนหนึ่งใช้ในการ‘ฝึกฝน’เท่านั้น...
แต่กระนั้น ไป๋หยุนเฟยกลับไม่ทราบถึง‘มูลค่า’สิ่งของเหล่านี้เท่าใดนัก มันเพียงรู้สึกตกตะลึงต่อจำนวนที่‘มากมาย’เท่านั้น --- วัตถุดิบจำนวนมากเช่นนี้ น่าจะเพียงพอให้มันใช้ฝึกฝนได้อีกเนิ่นนาน
หลังจากกวาดสำรวจสิ่งของทั้งหมดแล้ว ผ่านไปครู่ใหญ่ไป๋หยุนเฟยจึงลูบแหวนบนมือขวา พร้อมกับที่แสงวาบขึ้นก็ปรากฏม้วนหนังสือโบราณสีแดงสดขึ้นในมือ
นี่คือม้วนตำราที่โค่วฉางคงเอ่ยถึงซึ่งบันทึกไว้ด้วยข้อมูลอันมากมายหลากหลาย
ไป๋หยุนเฟยเก็บแหวนเอาไว้อย่างดี หลังจากขจัดเื่วุ่นวายทั้งมวลออกจากความคิดก็เริ่มศึกษาข้อมูลที่ถูกบันทึกเอาไว้ในม้วนตำรา
ผ่านไปชั่วยามครึ่ง...
ไป๋หยุนเฟยลืมตาขึ้นช้างแช่มช้า หลังจากระบายลมหายใจยาวเหยียดก็ทอดถอนใจพร้อมกับกล่าวว่า “ช่างน่าเหลือเชื่อนัก ที่แท้สิ่งที่ข้าสามารถทำได้สำเร็จ กลับเป็เพียงยอดูเาน้ำแข็งที่โผล่พ้นจากผิวน้ำเท่านั้น! เพียงเื่อัตราส่วนของวัตถุดิบรองก็มีอยู่หลายพันสูตรที่แตกต่างกัน! มิหนำซ้ำเพียงเื่เกี่ยวกับวัตถุิญญาชั้นมนุษย์ก็มีเนื้อหามากมายถึงเพียงนี้ เช่นนี้ข้าจะต้องศึกษาจนถึงเมื่อใดกัน...”
“โชคยังดี หลายวันที่ผ่านมามีอาจารย์คอยชี้แนะส่วนสำคัญที่เป็แก่นหลักให้ ‘กระจ่างเพียงหนึ่งก็รู้ซึ้งถึงรายละเอียดอีกร้อยอย่าง’ ท่านอาจารย์ยกตัวอย่างมาเพียงหนึ่งก็สามารถเข้าใจถึงสามเื่ราวแล้ว ยามนี้ข้าพอจะเข้าใจเนื้อหาส่วนใหญ่ได้แล้ว”
ไป๋หยุนเฟยเริ่มอ่านเนื้อหาในม้วนตำราจนครบหนึ่งรอบ จากนั้นจึงเลือกบางหัวข้อเพื่อศึกษาโดยละเอียด โดยเลือกเพียงส่วนที่จำเป็และมีความสำคัญที่จะต้องพัฒนาให้ชำนาญ แล้วไป๋หยุนเฟยก็ใช้เวลาทั้งคืนไปกับการคร่ำเคร่งศึกษาค้นคว้าอย่างตั้งใจ...
…………
เช้าวันต่อมา ไป๋หยุนเฟยจึงไปหาศิษย์พี่ใหญ่ซ่งหลินเพื่อขอให้จัดเตรียมถ้ำหลอมประดิษฐ์ให้ ยามที่ทั้งสองเดินไปถึงหน้าผาหลอมประดิษฐ์ ศิษย์ทั้งหลายในบริเวณนั้นก็มองมาด้วยสายตาอิจฉาเลื่อมใส จากนั้นทั้งคู่จึงขึ้นไปยังถ้ำหลอมประดิษฐ์ที่อยู่ซ้ายสุดของแถวบนสุด
“ศิษย์น้องไป๋ จากนี้ไปถ้ำหลอมประดิษฐ์นี้เป็ของเ้าแล้ว ระหว่างหลอมประดิษฐ์หากมีความจำเป็ต้องใช้วัตถุดิบใดก็สามารถบอกให้ศิษย์น้องที่เฝ้าหน้าผาด้านล่างไปจัดเตรียมมาให้”
“ทราบแล้ว ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่”
กระทั่งซ่งหลินจากไป ไป๋หยุนเฟยที่อยู่ตามลำพังในถ้ำก็กวาดตามองรอบกาย ถ้ำนี้เพียงมองรอบเดียวก็สำรวจได้ครบ
ถ้ำนี้กว้างและสูงสองวา ลึกเข้าไปด้านในร่วมห้าสิบวา ก้นถ้ำมีพื้นที่กว้างขวางราวห้าวา ถ้ำนี้คล้ายเป็อุโมงค์ยาวที่ด้านในมีห้องศิลาอันกว้างขวาง แต่นอกนั้นก็ไม่มีสิ่งใดอีก
เมื่อยื่นมือลูบคลำผนังถ้ำ ก็ััได้ถึงความเรียบลื่นแข็งแกร่งราวกับผิวััของโลหะ ดูท่าแล้วถ้ำที่อยู่บนหน้าผานี้คงสร้างจากวัสดุที่ไม่ธรรมดาจึงมีความแข็งแรงถึงเพียงนี้
เมื่อเดินมาถึงห้องศิลา ไป๋หยุนเฟยก็นำเบาะออกมารองก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงกับพื้น จากนั้นจึงนำแหวนช่องมิติที่โค่วฉางคงมอบให้ออกมา
ไป๋หยุนเฟยตรวจสอบด้วยความเคยชิน
“ระดับไอเทม: ดีเลิศ”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 46 แต้ม”
ไป๋หยุนเฟยตาลุกวาว “ดีเลิศ!”
นี่ถือเป็เครื่องประดับที่มีระดับสูงสุดเท่าที่มันเคยพบเห็นมา หลังจากนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่จึงอัพเกรดจนถึง +8
“ระดับไอเทม: ดีเลิศ”
“ระดับการอัพเกรด: +8”
“คุณสมบัติเพิ่มเติม: พละกำลัง +66”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 54 แต้ม”
หากอัพเกรดต่อไปก็มีโอกาสที่จะถูกทำลาย ไป๋หยุนเฟยย่อมไม่คิดที่จะเสี่ยงอย่างแน่นอน มันมองดูแหวนในมือพร้อมกับครุ่นคิดขึ้น “+8 เพิ่มพละกำลังหกสิบหกหน่วย ถ้าหาก +10 ก็น่าจะราวร้อยหน่วย... หากว่าเป็ระดับ‘หายาก’แล้ว เครื่องประดับระดับสูงเช่นนี้จะมีคุณสมบัติเพิ่มเติมใดกันนะ? ต้องหาโอกาสสอบถามศิษย์พี่ใหญ่ดูสักครั้ง ว่าสามารถหลอมประดิษฐ์เครื่องประดับขึ้นได้หรือไม่...”
หลังจากพักความคิดเื่นี้ไว้ก่อนชั่วคราว ไป๋หยุนเฟยก็นำแหวนมาสวมที่นิ้วจากนั้นจึงสะบัดมือไปเบื้องหน้า ได้ยินเสียงดัง‘ตึง’ กระถางหลอมประดิษฐ์ใบใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า มันนั่งอยู่บนพื้นที่ยกสูงขึ้นปากกระถางจึงอยู่ตรงหน้าอกพอดี นี่เป็ความสูงที่เหมาะแก่การหลอมประดิษฐ์ที่สุด
หลังจากนำกระถางหลอมประดิษฐ์ออกมา จู่ๆไป๋หยุนเฟยก็เลิกคิ้วราวกับฉุกคิดถึงเื่บางอย่าง แล้วจากนั้นก็ยื่นมือขวาไปแตะบนกระถางพร้อมกับเพ่งความคิด
“ระดับไอเทม: สมบัติตกทอดระดับต่ำ (พิเศษ)”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 86 แต้ม”
ไป๋หยุนเฟยตกตะลึงไปชั่วขณะ
“เอ่อ... นี่มันคืออะไรกัน?” ไป๋หยุนเฟยแทบไม่อยากเชื่อจึงลองตรวจสอบอีกสองครั้ง แต่ข้อมูลที่ปรากฏก็ยังเป็เช่นเดิม มันรู้สึกประหลาดใจยิ่ง “สมบัติตกทอดระดับต่ำ มิหนำซ้ำด้านหลังยังมีคำ‘พิเศษ’อยู่อีก หมายความว่าอย่างไร? ไม่มีคุณสมบัติอันใด ไม่มีพลังโจมตี ไม่มีพลังป้องกัน ทั้งยังไม่มีผลกระทบพิเศษอันใด... นี่เป็อุปกรณ์ประเภทใดกันแน่? หรือว่าจะเหมือนกับเครื่องประดับที่ต้องอัพเกรดก่อนจึงจะปรากฏขึ้น? แต่นี่เป็ถึงวัตถุิญญาชั้นปฐีระดับต่ำ...”
มันลองอัพเกรดดูครั้งหนึ่ง แต่ความแตกต่างที่ปรากฏขึ้นก็มีเพียงแค่ข้อมูลบอกว่า ‘ระดับการอัพเกรด: +1’ แต่นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีสิ่งใดแตกต่างไปจากเดิม
จิตใจของไป๋หยุนเฟยกลายเป็ว้าวุ่นสับสน
“ระดับของศิลาอัพเกรดคือ‘พิเศษ’ แต่ก็ไม่มีผลพิเศษอันใด เพียงแค่ไม่สามารถอัพเกรดได้ แต่ระดับของกระถางหลอมประดิษฐ์เป็‘สมบัติตกทอดระดับต่ำ’และยังมี‘พิเศษ’เพิ่มขึ้นมา โดยที่ไม่มีคุณสมบัติอันใด แม้แต่คุณสมบัติของการโจมตีและป้องกันก็ไม่มี แต่ยังสามารถอัพเกรดได้ เพียงแต่อัพเกรดแล้วกลับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง”
“นี่... ไฉนข้าจึงรู้สึกว้าวุ่นกังวลเช่นนี้ หรือว่ากระบวนการอัพเกรดจะ... เกิดข้อบกพร่องขึ้น?!”
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นในหัว ไป๋หยุนเฟยก็บังเกิดความว้าวุ่นสับสน --- หากว่ากระบวนการอัพเกรดเกิด‘ปัญหา’ขึ้นจริง เื่นี้ต้องสร้างความะเืใจแก่มันอย่างสูงสุดแน่นอน
มันรีบนำอาวุธและเครื่องประดับออกมาอัพเกรดทีละชิ้น ผ่านไปสักพัก ไป๋หยุนเฟยก็ถอนหายใจกล่าวกับตนเองเสียงค่อย “ยังดีที่ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ถ้าเช่นนั้นคงเป็เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้มีความ‘พิเศษ’แต่ว่า... ก็คงพอจะบอกได้ว่ากระบวนการอัพเกรดมี‘ข้อบกพร่อง’ คงเป็เพราะก่อนหน้านี้ข้าได้พบเจอสิ่งของมาไม่มากพอ ดังนั้นจึงไม่เคยมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้น ยามนี้เมื่อมีศิลาอัพเกรดและกระถางหลอมประดิษฐ์ หลายอย่างก็ชัดเจนขึ้น... จากนี้ไปจะยิ่งได้พบเจอสิ่งของหรืออาวุธอีกมากมาย ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาอื่นปรากฏขึ้นอีกหรือไม่?”
ไป๋หยุนเฟยยิ่งคิดก็ยิ่งว้าวุ่น เนื่องเพราะกระบวนการอัพเกรดคือสิ่งสำคัญที่ช่วยค้ำจุนมันอยู่ หากว่าจากนี้มี‘ข้อบกพร่อง’เพิ่มขึ้นทุกทีเช่นนี้... ไป๋หยุนเฟยสะบัดหน้าไม่กล้าที่จะครุ่นคิดต่อ
“ยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะครุ่นคิดถึงเื่นี้ อีกอย่างกังวลใจมากเพียงใดก็ไม่เกิดประโยชน์ ปล่อยวางไว้ก่อนแล้วค่อยคิดหาหนทางในภายหลังเถอะ...” ไป๋หยุนเฟยใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก็ครุ่นคิดขึ้น “ที่ต้องทำในยามนี้คือตั้งใจศึกษาเรียนรู้วิชาหลอมประดิษฐ์ ยังเหลือเวลาอีกเดือนครึ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีออกมาให้ได้ ข้าจึงจะกล้าพูดได้เต็มปากว่าเป็ศิษย์สายตรง!!”
หลังจากโยนความคิดอันฟุ้งซ่านทิ้งไป ไปหยุนเฟยใช้เวลาชั่วก้านธูปเพื่อสงบใจลง จากนั้นจึงเริ่มต้นการหลอมประดิษฐ์
เมื่อมีประสบการณ์จากความสำเร็จในวันก่อน อีกทั้งยังผ่านการทบทวนครุ่นคิดมาทั้งคืน การหลอมประดิษฐ์ครั้งแรกในวันนี้จึงเป็ไปโดยราบรื่น ผ่านไปราวชั่วก้านธูป ไป๋หยุนเฟยก็หลอมประดิษฐ์มีดบินยาวสามนิ้วออกมาได้เล่มหนึ่ง
“ระดับไอเทม: ดีเลิศ”
“พลังโจมตี: 160”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 46 แต้ม”
ไป๋หยุนเฟยตรวจสอบดูคุณสมบัติแล้วจึงครุ่นคิดขึ้น “พลังโจมตีกลับน้อยกว่าเล่มเมื่อวันก่อนเล็กน้อย หรือเป็เพราะควบคุมขั้นตอนยังไม่ดีพอ?”
หลังจากนึกย้อนทบทวนการหลอมประดิษฐ์เมื่อครู่โดยละเอียดทุกขั้นตอน ไป๋หยุนเฟยก็หยิบวัตถุดิบออกมาอีกครั้งก่อนจะโยนลงในกระถางหลอมประดิษฐ์
ผ่านไปราวชั่วก้านธูป...
“ระดับไอเทม: ดีเลิศ”
“พลังโจมตี: 182”
สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 50 แต้ม
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “เป็อย่างที่คิด สองขั้นตอนนั้นควบคุมได้ไม่ละเอียดพอ แต่ครั้งนี้ก็ยังมีอีกหลายจุดที่สามารถพัฒนาขึ้นได้อีก ลองอีกครั้งเถอะ...”
ทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว ไป๋หยุนเฟยหลอมประดิษฐ์อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเวลาหนึ่งวันผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
“ระดับไอเทม: หายากระดับต่ำ”
“พลังโจมตี: 208”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 60 แต้ม”
ไป๋หยุนเฟยมองดูมีดบินสีเงินในมือ ดวงตาก็ฉายแววตื่นเต้นออกมา “ในที่สุดก็หลอมประดิษฐ์สิ่งของชั้นหายากขึ้นมาได้แล้ว! แม้จะเพียงแตะขอบเขตของวัตถุิญญาก็ตาม แต่ก็ถือว่าข้าพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว!”
เมื่อมองดูแสงจากท้องนภาภายนอกถ้ำ ไป๋หยุนเฟยก็ครุ่นคิดขึ้น “ยามนี้ก็ค่ำแล้ว วันนี้พอเท่านี้เถอะ จบวันนี้ด้วยผลงานการฝึกฝนที่ดีที่สุดจะดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่!”
