แม้ว่าไข้ของหลี่ชิงหลิงจะลดลงแล้ว แต่ร่างกายของนางก็ยังค่อนข้างอ่อนแอ หลิวจือโม่จึงห้ามไม่ให้นางทำอะไร และปล่อยให้นางพักผ่อน
ชายชรารักษาสัญญาและอยู่ต่ออีกสองวัน เมื่ออาการของหลี่ชิงหลิงดีขึ้น เขาก็สั่งยาให้นางและเตรียมจากไป
หลี่ชิงหลิงมองผมขาวเต็มหัวและแผ่นหลังที่ดูเหงาหงอยแล้วนึกถึงปู่ในชาติก่อน ในคอนางพลันตีบตันเล็กน้อย
นางพูดอย่างไม่เกรงใจ "่เวลาแบบนี้ ตาแก่อย่างปู่จะไปไหนได้ ครอบครัวข้าก็ใช่จะเลี้ยงท่านปู่ไม่ไหว” แม้ว่านางจะไม่ใช่คนดี แต่นางก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะเห็นคนลำบากแล้วไม่ช่วย!
หลังอยู่กับชายชราคนนี้มาสองวัน ยกเว้นปากที่ออกจะจัดหน่อย ส่วนอื่นก็ไม่เลวเลย
อีกอย่าง ่เวลาแบบนี้มีหมออยู่ในครอบครัวถือเป็เื่โชคดีมาก
ที่นางป่วยครั้งนี้ก็รอดมาได้เพราะความแน่วแน่
แต่ถ้าโชคร้าย เด็กๆ คนอื่นป่วยละ? พวกเขาอาจจะยืนหยัดไม่ไหวก็เป็ได้
นาง้าเก็บชายชราไว้เผื่อเหตุการณ์แบบนี้
ชายชราที่วางมือบนตะกร้าชะงัก เลิกคิ้วพลางหันไปมองหลี่ชิงหลิง และพูดยียวน "แม่หนู อยากให้ปู่เป็หมอโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายล่ะสิ" หลังจากได้อยู่กับเด็กๆ เหล่านี้สองวัน เขาก็ค้นพบว่าหลี่ชิงหลิงที่ดูเ็านั้นใจอ่อนที่สุด
หลี่ชิงหลิงส่งเสียงหึ "ไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่” พูดจบก็หันหลัง ไม่สนใจชายชราอีก
ชายชราลูบเคราและหัวเราะ "ถ้าไม่อยากให้อยู่ ข้าก็จะอยู่ เอาให้เ้าอกแตกตายเลย” หลี่ชิงหลิงพูดถูก ่เวลาแบบนี้เขาจะไปไหนได้
หากออกไป เขาอาจถูกจับหรือถูกฆ่าตาย
เสียแต่ว่าเขาตกลงกับหลิวจือโม่ไว้ก่อนหน้านั้นว่าเขาจะอยู่สองวันเพื่อรักษาหลี่ชิงหลิง หากอาการของนางดีขึ้นก็จะจากไป
เขาเห็นว่าที่นี่มีเสบียงเหลือไม่มากนัก จึงลำบากใจที่จะอยู่ต่อ
เมื่อหลี่ชิงหลิงเอ่ยปาก เขาก็รู้สึกสงสารเด็กๆ เหล่านี้ คิดว่ามีผู้ใหญ่อยู่เคียงข้างจะดีกว่า ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนใจไม่จากไป
ถ้าเขาอยู่ที่นี่ เขาจะไม่แย่งอาหารกับเด็กๆ เหล่านี้ แต่จะหาวิธีหาอาหารด้วยตัวเอง
เมื่อเห็นว่าชายชราอยู่ต่อ เด็กๆ ก็โห่ร้องอย่างมีความสุข
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อยู่กับชายชรานานนัก แต่เด็กๆ เหล่านี้ก็ชอบและติดเขามาก
หลี่ชิงหลิงเห็นแล้วรู้สึกประหลาดใจ เนื่องจากพวกเขาสูญเสียพ่อแม่ั้แ่เด็กๆ จึงระวังคนภายนอกมาก เด็กๆ จะระวังคนนอก ไม่ค่อยไปติดคนแปลกหน้าที่พวกเขาไม่รู้จักดี นี่แค่สองวันเท่านั้น ชายชราก็ครองใจพวกเขาแล้ว ไม่ธรรมดาจริงๆ
แต่นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ใช่คนจิตใจแย่อะไร ไม่งั้นเด็กๆ คงไม่ติดเขาหรอก
หลี่ชิงหนิงและหลิวจือโหรวกอดขาของชายชรา ขอให้เขาพาออกไปเล่น
สองวันมานี้ ชายชราจะพาพวกนางออกไปเล่นและเล่าเื่ให้ฟังด้วย พวกนางชอบมาก
ชายชรายื่นมือออกไปลูบหัวเด็กน้อยทั้งสองแล้วพาออกไป
เด็กชายทั้งสามก็ตามออกไปด้วย พวกเขาก็ชอบฟังชายชราเล่าเื่
เื่ที่ปู่เล่าเมื่อวานยังไม่จบเลย พวกเขายังอยากฟังต่อ
"โดนหลอกง่ายแบบนี้ โดนหลอกไปขายยังไม่รู้ตัวเลยมั้ง” หลังจากที่พวกเขาทั้งหมดออกไป หลี่ชิงหลิงก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะ
หลิวจือโม่เงยหน้ามอง และยกมุมปากขึ้น "ไม่ต้องห่วง พวกเขาไม่ถูกหลอกง่ายๆ หรอก" แม้ชายชราจะเป็ข้อยกเว้น
หลี่ชิงหลิงเดินไปหาหลิวจือโม่ เห็นว่าเขากำลังจำแนกสมุนไพรอย่างจริงจัง "ทำไมจริงจังจังปานนี้ ไม่ได้จะไปเป็หมอเสียหน่อย" นางหยิบยาสมุนไพรชิ้นหนึ่งขึ้นมาเล่น
ใน่สองวันที่ผ่านมา นางเห็นเขาจำแนกสมุนไพร อันไหนไม่รู้ก็ถามชายชรา
ชายชราไม่ได้ปิดบัง เขาตอบอย่างจริงจังทุกครั้งที่ถาม ทั้งสอนถึงวิธีการเตรียมยาและอื่นๆ ด้วย
หลิวจือโม่พูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นว่าเผื่ออนาคต หลังเจอเื่คราวนี้ ข้าไม่อยากรู้สึกไร้พลังอีกแล้ว
ครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว
หลี่ชิงหลิงเ็ปใจ จับจ้องใบหน้าด้านข้างที่จริงจังของเขา คอรู้สึกตีบตันเล็กน้อย การที่นางป่วยครั้งนี้ทำให้เขาใกลัวจริงๆ
มิฉะนั้นเขาคงไม่มีความคิดเหล่านี้ แต่การเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อป้องกันตัวก็เป็เื่ดี
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ก็นั่งลงบนพื้น ก้มหน้าก้มตาลงจำแนกสมุนไพรที่ชายชราเก็บมา
“ลุกขึ้น อย่านั่งบนพื้น” หลิวจือโม่ยื่นมือไปดึงนางลุก “พื้นเย็นเกินไป จะนั่งลงไปเลยไม่ได้” เขาเดินไปหาเก้าอี้ที่ทำจากไม้วางไว้ข้างหลังนาง และให้นางนั่งอีกครั้ง
นางรู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม และดูแลนางเป็ขึ้นมาในเวลาสั้นๆ นางรู้สึกว่ามันหวานแหววไม่เบา
เด็กสาวนั่งบนเก้าอี้ เท้าคางมองเขา "วันนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ไม่ต้องกินยาแล้ว" นางสงสัยจริงๆ ว่าชายชรากำลังแกล้งนางหรือเปล่า ยานั่นขมชะมัด
“ไม่ได้” ท่าทีของเขาในเื่นี้หนักแน่นมาก “ดื่มอีกสองวันก็ได้แล้ว ทีหลังไม่ต้องดื่มแล้ว นะ?” เมื่อรู้ตัวว่าน้ำเสียงของตนค่อนข้างแข็งจึงลดอ่อนลงตอนท้าย
หลี่ชิงหลิงเม้มริมฝีปาก "ยาพิษชัดๆ ไม่ป่วยก็จะป่วยแล้ว” น่าเสียดายที่ในยุคนี้ ไม่มียาเม็ด หากมียาเม็ดนางจะกลืนโดยไม่พูดอะไรสักคำ คงไม่ต้องมาต่อรองแบบนี้
“ไร้สาระอีกแล้ว” หลิวจือโม่บีบจมูกของนางด้วยความเอ็นดูแล้วยิ้ม “เ้ายังไม่หายดี ไว้หายดี ข้าจะไม่บังคับดื่มยาแล้ว ดื่มอีกวันนะ อย่าให้ข้าเป็ห่วงเลย” ยานั้นขมมากจริงๆ นางปฏิเสธก็ไม่แปลกเลย
หลี่ชิงหลิงมองใบหน้าที่อ่อนโยนของเขาแล้วแอบก่นด่าในใจ ผู้ชายคนนี้ใช้กลยุทธ์หนุ่มงามเล่นกับนางอีกแล้ว
แล้วนางก็ดันไม่มีพลังต่อต้านกลยุทธ์นี้ เมื่อเขาใช้ก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
เด็กสาวยื่นมือไปผลักใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาออกไป และพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่ารู้แล้ว ไว้อีกสองวันจะขู่ข้ายังไงก็ไม่ดื่มแน่
นางไม่อยากแตะต้องยาขมๆ แบบนี้เลยจริงๆ
เขาลูบหัวนางและบอกว่าดีมาก
"พี่จือโม่ ที่บ้านเหลือเสบียงไม่เยอะแล้ว ไว้อีกสองวันข้าดีขึ้น กลับถ้ำเดิมไปขนเสบียงกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลิวจือโม่ก็ขมวดคิ้ว "ข้าไปคนเดียวก็ได้ เ้าพักผ่อนอยู่บ้าน” ก่อนหน้านี้ก็พักไม่พอ ร่างกายจึงอ่อนล้าและเจ็บป่วย
“คนเดียวจะขนได้เท่าไร?” หลี่ชิงหลิงพูดอย่างไม่เห็นด้วย “จะว่าไปก็ไม่รู้ว่าทหารม้าาาหนานเยี่ยนค้นพบรึยัง ถ้าข้าไปจะปลอดภัยกว่า”
เขาไม่คุ้นเคยกับูเาซงมากนัก หากเจอเข้ากับทหารม้าจะไม่รู้ทางหนี แต่ถ้านางไป นางมั่นใจว่าสามารถหลบหลีกได้
หลิวจือโม่เงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวหลายครั้ง เห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของนางแล้วถอนหายใจเล็กน้อย ขอให้อาหวงสำรวจเส้นทางก่อน หากไม่มีอันตรายก็ค่อยตามไป
นางดื้อขนาดนี้ ถ้าเขาปฏิเสธ นางอาจจะแอบไปซึ่งจะอันตรายยิ่งกว่า
สัญญากับนางและปล่อยให้ไปกับเขา เขาคงจะสบายใจกว่า
เมื่อเห็นว่าเขาเห็นด้วย หลี่ชิงหลิงก็หัวเราะและตอบอืมสองครั้ง
ถ้ามีอาหวงคอยสำรวจเส้นทาง นางก็วางใจ
"ตกลง ไปพักผ่อนกันเถอะ!" หลิวจือโม่ผลักนางเพื่อให้ไปพักผ่อน เมื่อนางอ้าปากจะคัดค้าน เขาก็พูดอีก "ยังไม่หายดี ไปไม่ได้"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงก็ก้มหน้าลงด้วยความท้อแท้ ลุกขึ้นไปพักผ่อนอย่างเชื่อฟัง
แม้ว่าเขาจะยอมนางในหลายๆ เื่ แต่เขาก็ไม่ประนีประนอมกับเื่สุขภาพเลย
มันทั้งหวานและขมจริงๆ
หลิวจือโม่หันไปมอง เห็นนางหลับแล้วก็หัวเราะพลางลุกไปช่วยห่มผ้าให้
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ เขาก็ก้มหัวลงจูบที่หน้าผากของนางด้วยความเขินอาย จากนั้นลูบแก้มอย่างอ่อนโยน หันหลังเดินก้าวยาวออกจากถ้ำเหมือนทำอะไรผิด
ทันทีที่เขาเดินออกจากถ้ำก็เห็นชายชราที่อยู่ไม่ไกลนักแบกใครคนหนึ่งเดินกลับมาด้วยความยากลำบาก
เขาขมวดคิ้ว เดินเข้าไปจึงพบว่าคนที่อยู่บนร่างของชายชราได้รับาเ็สาหัส าแยังมีเืไหล ส่วนเ้าตัวสลบไปนานแล้ว
“ท่านปู่ เขาเป็ใคร รู้จักหรือ?”
ชายชราพยักหน้าพลางหอบ “รู้จัก เ้าหนูโม่ รีบช่วยหน่อย ไม่งั้นกระดูกแก่ๆ ของข้าโดนบดขยี้แน่” เ้าคนนี้หนักจนจะทับเขาตายแล้ว
หลิวจือโม่ไม่ถามอะไรอีกและช่วยพยุงชายคนนั้นลงมา ทั้งสองช่วยกันพยุงมือคนละข้าง ลากเขาไปที่ถ้ำ
"เสี่ยวเฟิง เสี่ยวเยี่ยน ต้าเหอ พวกเ้าสามคนช่วยล้างเืที่พื้นหน่อย” หลิวจือโม่หันกลับมาสั่งพวกหลี่ชิงเฟิง
หากไม่ล้างคราบเื ไม่เพียงแต่จะดึงดูดสัตว์ป่ามา แต่ยังดึงดูดศัตรูอีกด้วย
ชายชราก็รีบพยักหน้า บอกพวกหลี่ชิงเฟิงให้ทำความสะอาดเืเพื่อไม่ให้คนอื่นค้นพบ
เขาคิดไกลยิ่งกว่าหลิวจือโม่ การที่าเ็ขนาดนี้ไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดาแน่ๆ นึกมาถึงตรงนี้ เขาก็กังวลเล็กน้อย กลัวว่าจะทำให้เด็กเหล่านี้ได้รับอันตรายยิ่งยวด
