บทที่ 33
"แด๊ดดี้" รุ่นเยาว์ของจริง
หลินซีตอบว่า "แน่นอนว่าแต่งได้ค่ะ"
"ในโลกนี้มีคนเกิดปีมะโรงกับปีเถาะตั้งกี่ล้านคน จะเป็ไปไม่ได้เลยเหรอที่จะแต่งงานกัน? เื่นี้ต้องวิเคราะห์ตามดวงชะตาเฉพาะบุคคลค่ะ เื่ปีนักษัตรให้ระบุไว้เป็ข้อควรระวังก็พอ เพราะมันมีผลต่อดวงชีวิตคู่แค่ประมาณ 1 ใน 8 ส่วนเท่านั้น"
หยางติงเซียงพยักหน้าแบบกึ่งรับกึ่งสู้ "ฉันเข้าใจแล้วค่ะท่านอาจารย์ เชิญต่อเลยค่ะ"
หลินซีวิเคราะห์ต่อ "ดวงของทั้งคู่มีกิ่งฟ้า 'อี่และเกิง' ส่งเสริมกัน กิ่งดิน 'ซื่อและเซิน' สมพงษ์กัน ฝ่ายหญิงจะเป็ฝ่ายทุ่มเทในความรักมากกว่า ส่วนฝ่ายชายต้องระวังคำพูดและการกระทำของตัวเองให้มาก ควรเห็นใจและถนอมน้ำใจฝ่ายหญิงให้มากกว่านี้"
"ดวงฝ่ายชาย้าธาตุน้ำ ส่วนฝ่ายหญิงมีธาตุทองและธาตุน้ำที่รุ่งโรจน์พอดี จึงช่วยส่งเสริมกันได้อย่างลงตัว ดวงการเงินของทั้งคู่จะช่วยหนุนนำซึ่งกันและกัน มีความรักใคร่กลมเกลียว การแต่งงานครั้งนี้จะส่งผลดีทั้งต่อครอบครัวและหน้าที่การงานค่ะ"
"ดวงฝ่ายชายเป็ลักษณะ 'กินได้รับโชค' ส่วนฝ่ายหญิง 'เปี่ยมวาสนาหนุนนำ' ทั้งคู่มีฐานะและพื้นฐานครอบครัวที่ทัดเทียมกัน เหมาะสมกันมาก งานแต่งครั้งนี้ไม่มีปัญหาค่ะ หาฤกษ์มงคลจัดงานได้เลย"
"ขอบคุณค่ะท่านอาจารย์" หยางติงเซียงพยักหน้าซ้ำๆ "ลูกชายฉันนิสัยดื้อดึงมาก มีแค่ลูกสะใภ้คนนี้แหละที่เอาเขาอยู่"
ลูกสะใภ้คนนี้เป็คนดีจริงๆ คราวที่แล้วตอนที่เธอหกล้มจนเอวเคล็ด ลูกสะใภ้ก็เป็คนมาเฝ้าดูแลที่โรงพยาบาลด้วยตัวเองถึงสามวันเต็มๆ พอกลับไปเธอต้องเตือนลูกชายว่าห้ามชวนทะเลาะเด็ดขาด
หยางติงเซียงขอบคุณเป็การใหญ่ "อาจารย์คะ รบกวนช่วยเลือกฤกษ์ดีๆ ให้ด้วยค่ะ"
หลินซีนับนิ้วคำนวณ "วันที่ 8 ของเดือนถัดไปนู่น (เดือนที่ 3 นับจากนี้) เป็วันดีค่ะ เหมาะแก่การวิวาห์"
หยางติงเซียงหยิบซองแดงส่งให้ "ขอบคุณค่ะอาจารย์ เดือนหน้าโน้นเชิญไปดื่มเหล้ามงคลที่งานนะคะ"
หลินซีรับซองมา "เหล้ามงคลคงไม่ต้องหรอกค่ะ แค่กลับไปเตือนคู่บ่าวสาวว่า ชีวิตคู่กระทบกระทั่งกันเป็เื่ธรรมดา มีอะไรให้หมั่นพูดคุยสื่อสารกันให้มากก็พอค่ะ"
"รับทราบค่ะ ขอบคุณในคำสั่งสอนนะคะอาจารย์" หยางติงเซียงเดินจากไปด้วยสีหน้าชื่นมื่น เหลือเวลาอีกเดือนกว่าๆ ต้องรีบกลับไปเตรียมงานแต่งแล้ว
หลังจากจบเคสนี้ หลินซีก็จิบน้ำพักเหนื่อย ท่ามกลางฝูงชน หลิวซู่เหมย จูงมือลูกสาวเบียดเสียดเข้ามา "อาจารย์คะ ฉันก็มาดูเื่งานแต่งเหมือนกันค่ะ"
หลิวซืออวี่ ทำหน้าลำบากใจ "แม่คะ อวี๋หย่งก็ให้ค่าสินสอดมาแล้ว ยังไงเราก็ต้องแต่งกันอยู่ดี แม่จะมากังวลอะไรนักหนา"
หลิวซู่เหมยหันไปถลึงตาใส่ "แม่เป็แม่แกนะ ถ้าแม่ไม่ห่วงเื่แต่งงานของแกแล้วใครจะห่วง?"
"การแต่งงานเป็เื่ใหญ่ ต้องให้อาจารย์ช่วยดูให้แน่ใจ ถ้าแต่งผิดคน ชีวิตแกทั้งชีวิตคือพังเลยนะ"
หลิวซืออวี่พึมพำ "อาจารย์คนนี้ดูเด็กจะตาย แม่ระวังโดนหลอกนะ"
หลิวซู่เหมยเขกหัวลูกสาวไปทีนึง "พูดจาเลอะเทอะ! แกรู้ไหมว่าแม่ต้องมาต่อแถวรอนานแค่ไหนกว่าจะได้เจออาจารย์น่ะ?"
หลิวซืออวี่ได้แต่ก้มหน้าเงียบ ่ที่ผ่านมา แม่เธอไม่ยอมไปเต้นระบำที่ลานกว้าง ไม่ไปเล่นไพ่นกกระจอก แต่กลับตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สากมาที่ถนนของเก่าทุกวัน ที่แท้ก็วางแผนเื่นี้ไว้นี่เอง ในเมื่อเป็ความหวังดีของแม่ จะลองดูหน่อยก็ได้
หลิวซืออวี่จึงยืนรออยู่ข้างๆ อย่างสงบ หลิวซู่เหมยหยิบกระดาษออกมาจากกระเป๋า "อาจารย์คะ อย่าถือสาสาวน้อยคนนี้เลยนะคะ แกยังเด็กไม่ค่อยรู้ความ"
"เข้าใจค่ะ เข้าใจ" หลินซีรับกระดาษมาดู "พวกคุณก็จะมาดูดวงสมพงษ์ก่อนแต่งเหมือนกันเหรอคะ?"
หลิวซู่เหมยพยักหน้า "ใช่ค่ะ ฉันกับหยางติงเซียงเป็เพื่อนบ้านกัน พอดี่นี้บ้านโน้นจะรับสะใภ้ ส่วนบ้านฉันจะออกเรือนลูกสาวน่ะค่ะ"
ทั้งคู่มาต่อแถวด้วยกันทุกวัน เฝ้ารอให้อาจารย์มา เมื่อกี้เธอยืนฟังอยู่ข้างๆ ก็นึกอิจฉาหยางติงเซียงที่ได้ลูกสะใภ้ดีๆ เธอเลยหวังว่างานแต่งของลูกสาวตัวเองจะราบรื่นแบบนั้นบ้าง
หลิวซู่เหมยถาม "อาจารย์คะ ช่วยดูหน่อยค่ะว่าผู้ชายคนนี้ดวงชงหรือดวงข่มลูกสาวฉันไหม?"
หลินซีขมวดคิ้ว "เื่ข่มหรือไม่ข่มนั่นไว้อีกเื่นะคะ แต่ผู้ชายคนนี้ดวง 'สือเสิน' และ 'ซางกวน' แรงมาก ดาวเสน่ห์ เพียบ เป็คนเ้าชู้หลายใจ ชีวิตรักค่อนข้างวุ่นวายและสกปรกค่ะ"
หลิวซู่เหมยรีบดึงแขนลูกสาว "แกอธิบายให้อาจารย์ฟังเองเลย!"
หลิวซืออวี่ตอบเสียงอ่อย "อาจารย์คะ เื่พวกนั้นหนูรู้หมดแล้วค่ะ อวี๋หย่งเคยผ่านความรักมาบ้างก็จริง แต่เขาก็ตัดขาดกับคนเก่าหมดแล้ว เขาให้สัญญากับหนูว่า ชีวิตที่เหลือจะรักหนูแค่คนเดียว"
"ผู้ชายที่เก่งและเพอร์เฟกต์ก็ต้องมีผู้หญิงมารุมล้อมเป็ธรรมดา การเคยมีแฟนมาหลายคนมันก็เื่ปกตินี่คะ"
หลินซีเหลือบมองเธอด้วยความแปลกใจ นี่มัน... ทรง 'สมองความรัก' ในตำนานหรือเปล่านะ?
หลินซีถามอย่างไม่เข้าใจ "ผู้ชายคนนี้แก่กว่าคุณตั้งสิบปี คุณไปหลงอะไรเขาคะ?"
หลิวซืออวี่หน้าแดง "หนูชอบผู้ชายที่ดูเป็ผู้ใหญ่ค่ะ อวี๋หย่งเขาเอาใจใส่และอ่อนโยนมาก ดูแลหนูทุกอย่างในชีวิต ต่อให้หนูทำอะไรผิดเขาก็ไม่เคยว่าหนูเลยสักคำ"
เธอเล่าว่ารู้จักกับอวี๋หย่งในงานเลี้ยงวันนั้นเธอเมานิดหน่อย อวี๋หย่งจึงอาสาขับรถไปส่งเธอที่บ้าน เธอเมาจนอาเจียนใส่เขาเต็มตัว แต่อวี๋หย่งไม่บ่นสักคำ กลับบอกเธออย่างอ่อนโยนว่า "ดื่มเหล้ามันเสียสุขภาพนะ คุณเป็ผู้หญิงดื่มเยอะแบบนี้มันอันตราย วันหลังดื่มให้น้อยลงหน่อยนะครับ"
ตอนนั้นเธอกำลังแย่ กุญแจบ้านก็หายไปไหนไม่รู้ แถมที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่ อวี๋หย่งอยู่เป็เพื่อนเธอที่หน้าบ้านทั้งคืน วิ่งขึ้นวิ่งลงไปซื้อยาแก้แฮงค์มาให้ คอยถามไถ่ด้วยความห่วงใย เธอไม่เป็อะไรมาก แต่อวี๋หย่งกลับเป็หวัดแทน
หลิวซืออวี่รู้สึกผิดมาก แต่อวี๋หย่งแค่ยิ้มแล้วบอกว่า "ไม่เป็ไรครับ ผมแข็งแรง"
หลังจากนั้น มีครั้งหนึ่งฝนตกหนัก เธอไม่มีร่มและยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ริมทาง ก็บังเอิญเจออวี๋หย่งอีกครั้ง
อวี๋หย่งยิ้มแล้วบอกว่า "บังเอิญจัง เราเจอกันอีกแล้ว ขึ้นรถเถอะครับ ฝนคงตกอีกนาน" ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ เขาก็ลงมาเปิดประตูรถและป้องหัวพาเธอขึ้นรถอย่างดี
ตลอดทางเขาไม่พูดอะไรมาก แค่เตือนว่า "ถึงบ้านแล้วรีบอาบน้ำอุ่นนะครับ จะได้ไม่เป็หวัด"
วินาทีนั้นเองที่เธอตกหลุมรักเขา หลังจากนั้นพวกเขาก็แลกผู้ติดต่อ คุยกันบ่อยขึ้น ไปทานข้าว ดูหนังด้วยกัน จนความสัมพันธ์สุกงอม
อวี๋หย่งเป็คนอารมณ์คงที่ ไม่สูบบุหรี่ไม่ดื่มเหล้า ชอบออกกำลังกาย อาสาทำงานบ้านทุกอย่าง และไปรับไปส่งเธอทำงานทุกวัน เขาจะรายงานตลอดว่าไปไหน และเตรียมเซอร์ไพรส์ในวันสำคัญเสมอ ผู้ชายคนนี้ทั้งหน้าตาและนิสัยตรงสเปกเธอทุกอย่าง พวกเขาจึงตกลงจะแต่งงานกันตามธรรมชาติ
ตอนแรกแม่ไม่เห็นด้วย "ไอ้แก่เนี่ยแก่กว่าแกตั้งสิบปี ยังไงก็ไม่ได้!"
หลิวซืออวี่ร้องไห้บอกแม่ว่า "แม่คะ ชาตินี้ถ้าไม่ได้แต่งกับเขา หนูจะไม่แต่งกับใครอีกแล้ว"
อวี๋หย่งไม่อยากให้เธอลำบากใจ เขาเลยควักเงินสินสอดออกมาทันที 500,000 หยวน "ซืออวี่ ผมเข้าใจที่แม่มองว่าผมอายุเยอะไปหน่อย แต่ผมจะพิสูจน์ความจริงใจที่มีต่อคุณให้แม่เห็นครับ"
หลิวซืออวี่ซาบซึ้งใจสุดๆ พอนึกถึงเื่นี้เธอก็แอบปาดน้ำตา "อาจารย์คะ หนูรู้ว่าอวี๋หย่งอายุเยอะไปนิด แต่หนูรักเขาจริงๆ ค่ะ"
หลิวซู่เหมยกลอกตาขึ้นฟ้า "ขายหน้าจริงๆ"
ถึงอวี๋หย่งจะให้เงิน 50,000 หยวนอย่างใจป้ำ แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ามันมีเงื่อนงำ บ้านเธอเป็คนปักกิ่งแท้ๆ เงินห้าแสนไม่ใช่เื่ใหญ่ แต่ในเมื่อลูกสาวปักใจจะแต่ง เธอก็ต้องยอมไปก่อน
หลิวซู่เหมยทั้งโกรธทั้งอาย "อาจารย์คะ เด็กคนนี้มันหัวรั้น ฉันห้ามไม่ฟังเลย"
"แม่ก็ตกลงแล้วนี่คะ" หลิวซืออวี่รีบพูด "อาจารย์คะ หนูไม่ชอบผู้ชายประเภท 'น้องชาย' ค่ะ หนูชอบสไตล์ 'แด๊ดดี้ที่มีความหนุ่ม' ซึ่งอวี๋หย่งคือไทป์นั้นเลยค่ะ อวี๋หย่งเล่าอดีตให้หนูฟังหมดแล้ว หนูไม่แคร์อดีต หนูสนแค่ปัจจุบันและอนาคตค่ะ"
หลินซีขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม "แด๊ดดี้ที่มีความหนุ่ม?"
หลิวซืออวี่นึกว่าอาจารย์ไม่เข้าใจคำศัพท์วัยรุ่น จึงรีบอธิบาย "หมายความว่า ผู้ชายที่ดูเป็ผู้ใหญ่ มั่นคง แต่ก็อ่อนโยนเอาใจใส่ และยังมีหัวใจที่ดูเป็วัยรุ่นน่ะค่ะ"
หลินซีทำหน้าพิลึก "ถ้าดูจากดวงชะตาแล้ว อวี๋หย่งมีดาวบุตรปรากฏชัดเจนที่ฐานยาม เขา 'มีลูก' มานานแล้วค่ะ"
"ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือ เขาเป็ 'คุณพ่อ' มาั้แ่อายุ 18 แล้วค่ะ"
"นี่สิถึงเรียกว่า 'แด๊ดดี้รุ่นเยาว์' ของจริง"
หลิวซืออวี่ตาเบิกกว้าง "เป็ไปไม่ได้! ไม่มีทางเด็ดขาด! อวี๋หย่งไม่เคยแต่งงานมาก่อนนะคะ!!"
