“ได้ โม่เอ๋อร์รีบกลับนะ ข้าจะเตรียมงานแต่งรอ” เขายิ้มดีใจอย่างโง่งม ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปราวกับเด็กๆ ที่มีของหวานรออยู่ที่บ้าน
“เดี๋ยวก่อน” หลินโม่เหนียงะโตามหลัง
เขาหยุดและหันมารอฟังนางพูด
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว เ้ามาอุ้มข้า เรากลับด้วยกัน จัดเตรียมงานแต่งด้วยกัน เ้าว่าเช่นนี้ดีกว่าหรือไม่” ในเมื่อตัดสินใจแล้ว เขาก็เป็ปิศาจโง่เขลาตนหนึ่ง นางไม่จำเป็ต้องอับอายอะไร เพียงทำตามสิ่งที่้าก็พอ
“ดีกว่ามาก” เขาตอบ รีบวิ่งกลับมาอุ้มว่าที่เ้าสาวอย่างดีอกดีใจ
หลินโม่เหนียงเคยใฝ่ฝันว่าอยากให้คนรักอุ้มนางไว้ข้างหลังอย่างทะนุถนอม เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าจะทำได้ เพราะนางแต่งเป็เพียงอนุคนหนึ่ง ขอเพียงสามียังเลี้ยงข้าวสามมื้อก็ดีมากแล้ว
ส่วนเขาแม้จะเป็ปิศาจ แต่ไม่ว่านางสั่งอะไร เขาจะรีบทำให้ ดียิ่งนัก ดีกว่าบุรุษที่เป็มนุษย์หลายเท่า วันนี้นางจะเอาแต่ใจ สั่งให้เขาอุ้มเขาก็ทำ สั่งให้เขาร้องเพลงเขาก็ร้อง มีคนรักเช่นนี้ดียิ่งนัก
พวกเขาช่วยกันจัดบ้านหลังน้อยเพื่อเตรียมงานแต่ง หลินโม่เหนียงปูเตียงนอนด้วยผ้าแดงที่ไม่รู้ว่าเขาเอามาจากที่ใด ส่วนเขาลอยตัวมัดผ้าแดงตรงประตูบ้าน ไม่กลัวผู้ใดเห็น ไม่สนใจจะปกปิดความเป็ปิศาจของตนเอง
เขายังเตรียมอาหารอีกสิบชนิด เตรียมชุดแดงปักเลื่อมคล้ายเกล็ดปลาพร้อมปิ่นปักผมไข่มุก และเตรียมน้ำเซียงเฉ่าให้นางอาบนางด้วย
“เ้าเอาของพวกนี้มาจากที่ใด” โม่เหนียงถาม
“ข้า..เื่นี้กะทันหันไปสักหน่อย ข้าจึงใช้เวทเสกมันออกมา เ้าอย่าถือสาได้หรือไม่” เขาพูดอย่างเหนื่อยอ่อน คล้ายใช้กำลังไปมากกับการเสกสิ่งของพวกนั้น
“ข้าไม่ถือ” นางยิ้มดีใจ
พวกเขาไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติมิตร จึงจัดงานแต่งเงียบๆ กันสองคน กราบไหว้ฟ้าดิน ไหว้เ้าที่ ไหว้เทพเ้าเตาไฟ และกินอาหารรสหวานร่วมกัน จากนั้นก็เข้าหอ ตัดปอยผมมัดร่วม และดื่มสุรามงคล
โม่เหนียงเห็นบุรุษสายน้ำวางจอกสุราลง แต่กลับทำให้ผ้าปูโต๊ะเปียก ฝ่ามือของเขาเริ่มโปร่งใสมองทะลุจนเห็นอีกฝั่ง
“เ้าเป็อะไร!” นางใรีบคว้ามือเขามาดู
“ไม่เป็ไร เพียงแค่ใช้เวทไปมากจนยากจะควบคุมร่างนี้ให้คงอยู่เท่านั้น เ้าอย่ากังวล” เขาพูดง่ายดายราวกับไม่ใช่เื่ใหญ่
“เ้าจะหายไปหรือ?” หัวใจของโม่เหนียงคล้ายถูกบางสิ่งบิดดึงอย่างแรง นางไม่เคยคิดถึงเื่นี้ ไม่เคยรู้ว่าเขาต้องทำอย่างไรจึงจะคงรูปร่างมนุษย์ไว้ได้ ไม่รู้แม้สักนิดว่าเขาต้องใช้ความพยายามเท่าไรเพื่อเอาใจนาง
“โม่เอ๋อร์ไม่ต้องห่วง เื่เล็กเท่านั้น” เขาปลอบ
“เ้า..จะหายไป แต่เป็เื่เล็กหรือ เ้าปิศาจโง่เขลา หากแต่งแล้วเ้าต้องหายไปเ้าก็บอกสิ ไม่ใช่ตามใจข้า หากข้ารู้คงไม่บังคับให้เ้าใช้เวทเสกสิ่งของพวกนี้ เ้ามันโง่ยิ่งนัก เ้า..เ้า” น้ำตาของหญิงสาวไหลรินเป็หยด นางก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่นางรู้สึกกลัวจับใจ
“โม่เอ๋อร์ ไม่ อย่าร้อง อย่ากังวล” เขารีบจับสองแก้มเช็ดน้ำตาที่ไหลเป็สาย แต่ฝ่ามือของเขายามนี้กลายเป็มวลน้ำอุ่นโปร่งใสเท่านั้น ใบหน้าของโม่เหนียงจึงเปียกน้ำไปด้วย
“เ้า..เ้า..” หญิงสาวไม่รู้จะพูดอะไร แต่เสียงที่เรียกเขากำลังสั่นกลัว
“ไม่เป็ไร” เขาพูดแล้วก้มลงมาจูบภรรยามนุษย์ของตน
เขาจูบริมฝีปาก สอดลิ้นเข้าไปควานหาความหอมหวานด้วยความเชี่ยวชาญ กลืนกินปลายลิ้นของภรรยาอย่างเมามายอยู่สักครู่ จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น และยกมือให้โม่เหนียงดู
“เห็นหรือไม่ ข้าไม่เป็ไร” เขาบอกยิ้มๆ
“..!!” โม่เหนียงมองมือที่กลับมาเหมือนเดิม ทั้งยังคล้ายว่าเขากลับมาดูแข็งแรงสดชื่นเช่นเดิมแล้ว
“เ้า..สูบพลังจากข้าหรือ?” นางถามออกไป ในใจรู้สึกกลัวเล็กน้อย
“ใช่” เขาตอบและยิ้มกว้าง ก่อนจะเข้ามากอดนางไว้
“กลัวแล้วหรือ หึ” เขากระซิบข้างหูของภรรยาพร้อมเสียงขบขันชอบใจ
“เ้าจะกินข้าหรือไม่” นางกลัวแล้วจริงๆ นางยังจำได้ว่าเขาเคยกัดคอของนางจนเจ็บ แม้ตอนนั้นเขาจะยังเป็เพียงสายน้ำเท่านั้น
“ฮ่าๆ ๆ ๆ” เขากอดภรรยาเอาไว้พร้อมกับหัวเราะออกมาดังๆ
ในใจของหญิงสาวยามนี้คล้ายรับรู้ความจริงได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ที่แท้ปิศาจตนนี้ทำทุกอย่างเพื่อล่อลวงนาง คำพูดอ่อนหวานจำพวก ขอเพียงเ้า้า ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อเ้า หรือ การที่เขาเอาใจนาง อุ้มนางเดิน ล้วนทำเพื่อสูบพลังของนาง รอวันได้กินนางเป็อาหาร!
“ได้..เ้ากินข้าก็ได้ แต่ก่อนตาย ช่วยบอกว่ารักข้าสักหน่อยได้หรือไม่” หญิงสาวน้ำตาไหลรินอีกครั้ง
“ข้ารักเ้า แต่ไม่ต้องร้อง ข้าไม่กินเ้า อาจจะกัดเ้าบ้างเวลาที่เ้าดื้อดึง แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็เ้าต่างหากที่จะกินข้า” เขาจูบซับน้ำตาของภรรยาที่คิดไปไกล พร้อมรอยยิ้มชอบใจ
“เ้าไม่กินข้าหรือ?” โม่เหนียงเริ่มไม่เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาใช้คำพูดกระชากอารมณ์ของนางไปทางนี้ทีทางโน้นที นางไม่รู้แล้วว่าควรรู้สึกเช่นไรดี
“หากเรารวมกันเป็หนึ่ง เ้าจะเป็ฝ่ายกลืนกินข้าไม่ใช่หรือ” เขาเงยหน้าถามภรรยา ทำสายตาคล้ายคนไร้เดียงสาไม่เข้าใจความเป็ไป แต่กลับมีรอยยิ้มหยักเล็กน้อยที่มุมปาก แสดงให้เห็นว่าเขากำลังหยอกนางเล่น
โม่เหนียงนึกตามที่เขาพูดแล้วให้รู้สึกหน้าร้อนผ่าว
“ปิศาจลามกเ้าเล่ห์” นางด่า ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งร้องไห้ หวาดกลัว และทำใจว่าอาจตายเพราะถูกเขากินในเร็วๆ นี้ นางนึกว่าเขาเป็ปิศาจโง่เขลา ที่แท้เขาก็รู้ทุกอย่างดี เพียงแต่ไม่ยอมพูดให้นางเข้าใจ จงใจกลั่นแกล้งนาง
“โม่เอ๋อร์ อย่ากลัวเลย ข้าไม่กินเ้า แม้ว่าข้าจะสูบพลังจากเ้าก็จริง แต่เ้าจะไม่ตาย และ..หากเราเข้าหอร่วมอภิรมย์แล้ว อาจทำให้เ้าบรรลุเป็เซียนด้วยก็ได้ เพราะข้าจะเป็กระถางบำเพ็ญเพียรให้เ้าได้เป็อย่างดี” สามีของโม่เหนียงกอดนางไว้ในอ้อมอกอย่างหวงแหนทะนุถนอม
“เ้ารู้ได้อย่างไร” หญิงสาวถาม
“ข้าอ่านหนังสือของเ้า”
“เ้าอ่านหนังสือออกหรือ” โม่เหนียงผลักเขาออกเพื่อสบตา
“ใช่แล้ว เ้า..อ่านไม่ออกหรือ?” เขาขมวดคิ้ว
“...” โม่เหนียงรู้แล้วว่าไม่ควรเรียกเขาว่าปิศาจโง่
“หึ วันหลังข้าอ่านให้เ้าฟังดีหรือไม่” เขาเสนอ พร้อมกับอุ้มภรรยาขึ้น
“อุ้ย” นางใที่จู่ๆ ก็ถูกอุ้ม แต่ก็ยอมให้เขาอุ้ม
