นางโจวยื่นมือขึ้นเกี่ยวคอเสื้อของเขา ดวงตาของนางราวกับกำลังมีไฟคุกรุ่นอยู่ภายใน
“แล้วเ้าจะได้เห็น”
......
ระยะทางครึ่งชั่วโมง เสิ่นม่านใช้เวลาวิ่งเพียงสิบนาทีเศษก็ถึงบ้าน
นางปิดประตู ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะบุกมาฆ่าปิดปาก นางจึงถือมีดทำครัวนั่งเฝ้าอยู่ที่ประตู ค่ำคืนดึกดื่น สุดท้ายนางก็เผลอหลับไปทั้งที่ยังเฝ้าประตูอยู่แบบนั้น
จนกระทั่งรุ่งเช้า
เสิ่นม่านนั่งเอนอยู่บนกองฟืนและหญ้าฟาง เมื่อเห็นเงาคนเคลื่อนไหวตรงหน้า นางชูมีดทำครัวแล้วะโผลุงขึ้นมาทันใด
ต้าเป่าสะดุ้งจนล้มก้นจ้ำเบ้า เขาอ้าปากค้างจนลืมร้องไห้
เสิ่นม่านโล่งใจเมื่อเห็นว่าเป็เขา “ต้าเป่านี่เอง แม่ใหมด”
ต้าเป่ามองนางนิ่งๆ และสูดน้ำมูก “ท่านแม่ เป็อะไรไปหรือ?”
เสิ่นม่านยืนขึ้นและบิดี้เี การนอนบนกองฟืนและหญ้าฟางทั้งคืน ทำให้นางเมื่อยตัวไปหมด “ไม่เป็ไร เ้าหิวแล้วสินะ? แม่จะไปทำอาหารเดี๋ยวนี้”
เมื่อนึกว่าเมื่อคืนทุกอย่างมืดสนิท นางวิ่งรวดเร็วปานนั้น นางโจวคงดูไม่ออก เสิ่นม่านจึงเบาใจและออกไปตักน้ำ ระหว่างทาง นางบังเอิญเห็นผักป่าที่สามารถกินได้ จึงเก็บกลับมาเพื่อทำข้าวอบให้ต้าเป่า
เด็กวัยกำลังโต จะให้กินแต่โจ๊กคงไม่ได้
ในบ้านไม่มีน้ำมัน เสิ่นม่านจึงใช้น้ำร้อนลวกผักเพื่อกำจัดรสฝาดขมของผัก จากนั้นใช้น้ำบ่อหุงข้าวสองถ้วย จากนั้นใส่ลูกเต๋าขาหมูตามฉบับและหุงด้วยไฟอ่อน
หลังจากผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง กลิ่นข้าวผสมกับกลิ่นเนื้อก็หอมฟุ้งไปทั่ว ข้าวอบใกล้จะเสร็จแล้ว เสิ่นม่านใส่ผักป่าเขียวสดไว้้าข้าว แล้วจึงโรยเกลือและเครื่องปรุงเล็กน้อย ขาหมูสีแดงสดกับผักใบเขียวฉ่ำวาว แล้วก็เม็ดข้าวสีขาว ทุกอย่างผสมผสานกันอย่างลงตัว
ณ หมู่บ้านที่น้อยคนนักที่จะได้กินข้าวขาว ข้าวอบหม้อนี้จึงแลดูล้ำค่าเป็พิเศษ
ต้าเป่ากำลังจ้องตาปริบๆ
เสิ่นม่านดับไฟ แล้วใช้ความอุ่นจากใต้หม้ออบข้าวต่ออีกสักพัก เมื่อเปิดฝาหม้อออกอีกครั้ง กลิ่นหอมกรุ่นฟุ้งกระจายไปรอบทิศ!
นางลูบศีรษะของต้าเป่าเบาๆ แล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ไปล้างมือก่อนถึงจะกินได้ จากนั้นล้างหน้ามอมแมมของเ้าให้สะอาดด้วย”
ต้าเป่าะโลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปทันที
หลังอาหารเช้า เสิ่นม่านไปหาหญ้าฟางที่ไม่มีใคร้าเพื่อมามุงหลังคาจุดที่มีรูรั่ว
หลังจากทําทั้งหมดนี้เรียบร้อย เสิ่นม่านก็เหนื่อยจนแทบหมอบ ขณะที่เพิ่งลงจากหลังคา ประตูบ้านอันซอมซ่อก็ถูกคนผลักออก
นางโจวยิ้มราวกับดอกเบญจมาศเบ่งบาน ลมพัดหวิวเข้ามา ในมือของนางถือตะกร้าและมีผ้าบังไว้ พอเข้าประตูมาก็ทักทายอีกฝ่าย
“เสิ่นม่าน ทำอะไรอยู่?”
เสิ่นม่านตกตะลึงอยู่กับที่ หากนางจำไม่ผิดละก็ เมื่อวานทั้งสองเพิ่งทะเลาะวิวาทกันไปหนึ่งยก ตอนนี้กลับแกล้งทำเนียนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดาว่าคงมีแผนชั่วแน่ๆ
เสิ่นม่านทำหน้านิ่งขรึมไม่พูดจา รอยยิ้มบนใบหน้าของนางโจวจึงชะงักไป แต่ฉับพลันก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางสนิทสนมและยัดตะกร้าใส่ในมือของเสิ่นม่าน
“วันนี้ข้าไปเดินตลาดจึงซื้อของมาฝากเ้ากับต้าเป่า พวกเ้าสองแม่ลูก คงยังไม่ได้กินข้าวเช้าสินะ?”
เสิ่นม่านหรี่ตาลงและเปิดผ้าบนตะกร้าออก ด้านในเป็ขนมวอวอโถว เห็นดังนั้นนางก็ขมวดคิ้วเป็ปม อย่างน้อยนางเคยเป็อดีตแม่ครัวขั้นเทพ ย่อมต้องมีความสามารถติดตัวอยู่บ้าง ปฏิกิริยาการรับรู้กลิ่นของเสิ่นม่านอ่อนไหวกว่าคนทั่วไปมาก พอเปิดผ้าออกนางก็ได้กลิ่นแปลกประหลาดของสมุนไพรบางอย่าง
นางยกมือขึ้นปิดจมูกและขบคิด
สตรีผู้นี้คงไม่ใช่เพราะรู้ว่านางดันไปเห็นเื่ฉาวโฉ่ จึงคิดจะมาฆ่าปิดปากหรอกนะ?
นางโจวเห็นนางปิดจมูกทั้งยังเผยสีหน้าไม่พอใจ พลันสะดุ้งโหยงในใจ คงไม่ใช่ว่านางได้กลิ่นหรอกนะ?
มิน่าใช่ ตอนที่นางซื้อยามาก็ไม่รู้สึกว่าจะมีกลิ่นผิดปกติตรงไหน
เสิ่นม่านแสยะยิ้มมองไปที่นางโจว “ของดีแบบนี้ท่านเก็บไว้กินเองเถิด ข้ากับต้าเป่ากระเพาะไม่ดี คงไม่มีบุญจะลิ้มรส”
นางโจวเริ่มไม่สบายใจ นางฝืนยิ้มออกมา “ที่บ้านยังมีอีก! เ้ากับต้าเป่าเพิ่งย้ายเข้ามา ไม่มีอะไรให้กิน เด็กกำลังโตจะปล่อยให้หิวไม่ได้!” พูดจบนางโจวก็ถือตะกร้าจะมุดเข้าบ้าน
เสิ่นม่านขวางนางโจวไว้ทันควัน รอยยิ้มกระตือรือร้นกว่านางเสียอีก จากนั้นก็คว้าวอวอโถวมายัดใส่ปากของนางโจวเสียเลย
“เราสองคนจะกินได้อย่างไร พี่สะใภ้ลำบากที่สุด ของนี่ท่านเอาไว้กินเองเถิด บำรุงร่างกายดีเชียวล่ะ!”
สีหน้าของนางโจวเปลี่ยนทันใด จากนั้นรีบขยับถอยหลังหนีและไม่กล้าแตะต้องของสิ่งนั้นอีก กระทั่งวอวอโถวตกสู่พื้น “เสิ่นม่านเหนียง เ้าหมายความเช่นไรกัน? กลัวว่าข้าจะวางยาหรือไร?”
เสิ่นม่านแสร้งทําเป็แปลกใจ “วางยา? ข้าไม่ได้พูดเสียหน่อย พี่สะใภ้คงไม่ได้วางยาจริงๆ หรอกกระมัง? ข้าแค่อยากให้กินด้วยกัน เหตุใดท่านจึงพูดว่าร้ายตนเองเช่นนี้?”
ใบหน้าของนางโจวแดงก่ำจนแทบจะเสแสร้งต่อไปไม่ไหว แต่พอนึกถึงแผนการของตน นางก็ต้องอดทนต่อไป
“ทำดีไม่ได้ดี! ข้าอุตส่าห์เอามาให้ เ้าก็กินไปสิ จะมาเกรงใจอะไรกันนักหนา?!” พูดจบนางก็วางตะกร้าแล้ววิ่งออกไป
เสิ่นม่านก้มลงมองของในตะกร้า ยิ่งมองก็ยิ่งรำคาญตา นางจึงหยิบตะกร้าขึ้นมาแล้วโยนตามนางโจวไป
“เอาไปกินเองเถิด!”
นางโจววิ่งอย่างเร็วรี่ ตะกร้าจึงไม่กระแทกโดนตัวนาง
วอวอโถวกลิ้งกระจายไปเต็มพื้น
คิดทำร้ายข้าหรือ? ไม่มีทางเสียหรอก ข้ามมิติมาทั้งที จะยอมเสียโอกาสไปเปล่าๆ ได้อย่างไร!
นางปัดมือและเดินกลับเข้าบ้าน
ต้าเป่าเดินเข้าไปในลานบ้านพร้อมกับหน้านิ่วคิ้วขมวด จากนั้นค่อยๆ เก็บวอวอโถวขึ้นมาเป่าทีละอัน อย่างไรก็เป็อาหาร ทิ้งไปน่าเสียดายแย่
เสิ่นม่านหัวใจหล่นลงไปอยู่ตาตุ่ม นางรีบะโ
“ต้าเป่า!”
“อย่ากิน! แม่ของข้าวางยาไว้ในวอวอโถว!”
ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงเด็กผู้หญิงที่ยังไม่โตเป็สาวดังขึ้น ทันใดนั้น ร่างเล็กก็วิ่งถลาเข้ามา พร้อมปัดวอวอโถวในอ้อมแขนของต้าเป่าหล่นลงบนพื้น
เสิ่นม่านเข้ามาดึงเขาและมองไปทางเสี่ยวหลาน
เด็กสาวคนนี้โตกว่าต้าเป่าราวสองปี แต่รูปร่างกลับพอๆ กัน ผมเผ้าของเด็กสาวราวกับหญ้าฟางที่แห้งกรอบ เสื้อผ้าเต็มไปด้วยรอยปะ ทั้งยังตัวผอมซูบเหลือง บนแขนมีรอยช้ำเป็จ้ำๆ เดาว่าอยู่บ้านคงถูกตีอยู่บ่อยครั้ง
เพราะเมื่อครู่นางรีบวิ่งเกินไป แก้มของเสี่ยวหลานจึงแดงระเรื่อ นางเหลือบมองเสิ่นม่านด้วยความลังเล ก่อนจะถูฝ่ามืออย่างทำอะไรไม่ถูก
“ท่าน... ท่านอา ข้าเห็นแม่ข้าใส่อะไรบางอย่างลงไปในวอวอโถว เป็ผงแป้งสีขาว! พี่ชายก็เห็น เขาบอกว่ามันคือยาพิษ จึงให้ข้ามาบอกพวกท่านว่าอย่ากิน!” หลังจากพูดจบ นางก็หดคออย่างหวาดหวั่นเล็กน้อย
แม้ว่าเสี่ยวหลานจะเรียกผู้หญิงคนนี้ว่าท่านอา ทว่านางไม่ได้สนิทสนมมาั้แ่เด็ก อาจเป็ไปได้ว่า เสิ่นม่านมีรัศมีที่ร้ายกาจแบบเดียวกันกับนางโจว เด็กทั้งคู่จึงไม่กล้าเข้าใกล้สองคนนี้
เสิ่นม่านยกมือขึ้น เสี่ยวหลานนึกว่าสิ่งที่ต้อนรับตนเองคือฝ่ามือที่ดังเพียะ นางรีบหดคอ จากนั้นข้อมือของนางถูกเสิ่นม่านคว้าไว้
เสิ่นม่านดึงแขนที่ผอมแห้งกับท่อนฟืนและขมวดคิ้ว “แม่เ้าเป็คนตีหรือ?”
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่มนุษย์แล้ว กับลูกแท้ๆ ยังลงมือได้ลงคอ? จะว่าไป เหมือนว่าเ้าของร่างเดิมก็เป็คนนิสัยเช่นนี้
สมกับคำกล่าวที่ว่า คนแบบไหนย่อมดึงดูดคนแบบนั้น
ก่อนที่เสิ่นม่านจะปล่อยมือ ประตูที่ห้อยอยู่รอมร่อก็ถูกคนถีบออกอีกครั้ง
-----