โมบายเดินลงจากรถด้วยท่าทางซวนเซ เธอรู้สึกเวียนหัวจนตาพร่าและเจ็บแปลบที่แขนขวาอย่างรุนแรง เมื่อเลิกแขนเสื้อขึ้นดู หัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น รอยแผลลากยาวจุดที่เคยเ็ปบัดนี้กลายเป็สีม่วงคล้ำจนเกือบดำ โมบายหน้าเสีย หัวใจชาวาบไปจนถึงปลายเท้า เธอยกมือที่สั่นเทาขึ้นขยี้ตา หวังว่ามันจะเป็เพียงภาพลวงตา แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองพ่อแม่ พี่ชาย รวมถึงคุณปู่คุณย่าที่กำลังกอดกันด้วยความดีใจอยู่เบื้องหน้า ความจริงก็ย้ำเตือนว่าเวลาของเธอกำลังนับถอยหลัง
“โมบาย ทำอะไรอยู่ลูก? รีบเข้าบ้านมาพักผ่อนเร็ว” เสียงแม่น้ำฟ้าดังขึ้นเรียกบุตรสาวที่ยังยืนนิ่งอยู่ข้างรถ นางและสามีถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่หมู่บ้านยังสงบสุขและพ่อแม่สามียังปลอดภัย
“นั่นโมบายใช่ไหมลูก? รีบเข้าบ้านก่อนเร็ว แล้วนี่ไปทำอะไรกันมา ทำไมเนื้อตัวถึงได้มอมแมมขนาดนี้” คุณย่าบ่นอุบตามประสาผู้ใหญ่เมื่อเห็นสภาพลูกหลานที่เสื้อผ้าเปรอะเปื้อน ส่วนคุณปู่ที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงได้เดินเข้าไปเอนหลังพักผ่อนในบ้านก่อนแล้ว
“ขอพวกเราอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนพักสักตื่นก่อนนะครับแม่ แล้วผมจะเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟัง” ราชันเอ่ยบอกมารดา เขาเห็นลูกเมียแต่ละคนเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่อยู่ จึงรีบให้ทุกคนขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองเพื่อชำระล้างคราบเืและสิ่งสกปรกที่เผชิญมาตลอดทาง
...
ภายในห้องนอนอันเงียบสงบ โมบายปิดประตูลงกลอนอย่างแ่า เธอกวาดสายตามองห้องที่คุ้นเคยเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกเพื่อสำรวจาแอีกครั้ง ความหวาดกลัวกัดกินหัวใจ หากเธอต้องกลายเป็พวกมัน... ครอบครัวคงทำใจฆ่าเธอไม่ลง และนั่นจะทำให้ทุกคนตกอยู่ในอันตราย
ร่างกายของเธอเริ่มประท้วงด้วยอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็ไข้หนัก อาจเป็เพราะเธอเพียงถูกข่วนไม่ได้ถูกกัด เชื้อจึงลุกลามช้ากว่าปกติ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เธอรู้ตัวว่าอยู่ได้อีกไม่นาน โมบายฝืนสังขารไปอาบน้ำและเปลี่ยนเป็ชุดแขนยาวกางเกงขายาวมิดชิด เธอมานั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ เริ่มตวัดปากกาเขียนจดหมายลา และแผนการรับมือซอมบี้ภายในหมู่บ้านอย่างละเอียด
เธอเขียนเน้นย้ำเื่การสร้างรั้วปิดตายทางเข้าออก การจัดเวรยามเฝ้าระวัง และกฎเหล็กในการตรวจร่างกายผู้ที่เข้าออกหมู่บ้านเพื่อกักตัวดูอาการ ส่วนเื่อาหารการกินนั้นเธอไม่ห่วงนัก เพราะที่นี่มีทั้งไร่นาและลำธาร แต่เพื่อความไม่ประมาท เธอจึงกำชับให้ทุกคนในหมู่บ้านหมั่นฝึกซ้อมร่างกายให้แข็งแรงเพื่อพร้อมต่อสู้
เวลาผ่านไปชั่วโมงเศษ จู่ๆ เืกำเดาสีเข้มก็ไหลทะลักออกมาจากจมูกของเธอราวกับทำนบแตก มันเปื้อนไปทั่วโต๊ะและกระดาษที่กำลังเขียน โมบายยกมือขึ้นเช็ดเืพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เธอรู้แล้วว่าเวลาสิ้นสุดลงแล้ว
โมบายทำความสะอาดใบหน้าอย่างลวกๆ ก่อนจะตัดสินใจนำอาหารและของใช้ทั้งหมดที่เก็บไว้ในมิติกำไลออกมาวางไว้ในห้องนอนจนเต็มพื้นที่จนแทบไม่มีที่เดิน เธอยังเดินลงไปที่ห้องครัว นำอาหารปรุงสำเร็จที่แม่ทำไว้ในมิติออกมาแช่ตู้เย็นไว้จนเต็มทุกเครื่อง
ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากบ้านด้วยสติที่เริ่มเลือนราง เธอเดินสวนกับคุณย่าที่เพิ่งกลับจากการไปคุยกับคนในหมู่บ้านพอดี
“ยัยหนูของย่า... จะไปไหนลูก? ทำไมไม่นอนพักให้หายเหนื่อยก่อน” คุณย่าถามหลานสาวคนเดียวด้วยความเอ็นดู
“คุณย่าไปไหนมาคะ?” โมบายถามเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาและอาการไออย่างสุดความสามารถ
“ย่าไปบ้านย่าใหญ่กับย่าเล็กมาจ้ะ เอาผลไม้ที่พ่อแม่เราซื้อมาไปฝากเขา ย่าใหญ่เขายังบ่นอยู่เลยว่าลูกหลานบ้านเขาไม่ยอมกลับมาฉลองด้วยกัน ไม่เหมือนพ่อแม่เราที่กลับมาหาปู่ย่าทุกปี” คุณย่าเล่าด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
โมบายโผเข้ากอดคุณย่าแน่น “คุณย่าคะ... หนูจะไปเดินเล่นแถวนี้สักหน่อย ถ้าพ่อแม่ตื่นแล้ว บอกให้เข้าไปในห้องนอนหนูด้วยนะหนูมีของจะให้”
“ได้ๆ อย่าไปนานนักล่ะ รีบกลับมากินข้าวเที่ยงนะ ย่าทำของโปรดไว้ให้ตั้งหลายอย่าง” คุณย่าสั่งกำชับแล้วเดินเข้าบ้านไป โดยไม่รู้เลยว่านั่นคืออ้อมกอดสุดท้ายจากหลานสาว
ทันทีที่คุณย่าลับตา เืไหลออกจากจมูกโมบายไม่หยุด เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกแล้วรีบเดินมุ่งหน้าไปยังูเาหลังหมู่บ้าน เธอหันกลับมามองบ้านคุณปู่คุณย่าเป็ครั้งสุดท้ายด้วยแววตาอาลัยรัก ก่อนจะหายลับเข้าไปในป่าลึก
...
โมบายกัดฟันเดินหนีขึ้นมาบนเขา เธอรู้ดีว่าหากเธอกลายร่างบนนี้ อย่างน้อยเธอก็จะไม่ทำร้ายใครในหมู่บ้าน สติของเธอบัดนี้เริ่มขาด่ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอจนมองเห็นทางลัดเข้าสู่ตัวเมืองเป็เพียงเงารางๆ เธอเดินมานานกว่าชั่วโมงจนถึงตีนเขาอีกฝั่ง
บนถนนเส้นเปลี่ยวมีรถจอดทิ้งไว้หลายคัน โมบายพยายามหารถที่มีกุญแจเสียบค้างอยู่ จนในที่สุดเธอก็พบรถคันหนึ่ง เธอรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ขับรถออกไปให้ไกลจากเขตหมู่บ้าน มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองที่วุ่นวาย
ก่อนที่สติจะดับวูบลงและดวงตาจะกลายเป็สีขาวขุ่น รถที่เธอขับก็พุ่งเข้าชนซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อย่างรุนแรงจนเกิดการะเิสนั่นหวั่นไหว เปลวเพลิงลุกโชนแผดเผาทุกสิ่ง กำไลหยกที่ข้อมือของโมบายแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ พร้อมกับแสงสว่างวาบที่วาบขึ้นครู่หนึ่งก่อนจะดับไปตลอดกาล...
