เมื่อภารกิจของหนึ่งรัชทายาทหนึ่งขุนนางหนุ่ม สามารถขจัดปัญหาให้กับราษฎรได้แล้ว ยามนี้ยังคงมีอีกหนึ่งภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็หน้าที่ของกองทัพอันเกรียงไกร นำโดยแม่ทัพใหญ่เจียงซื่อกุ่ยและแม่ทัพผู้กล้าทั้งหลาย เพื่อทำาปกป้องแว่นแคว้นจากศัตรู ผู้จ้องจะรุกรานยึดแผ่นดินแคว้นจ้าวอย่างแคว้นต้าเหลียน
หลังจากเดินทางกันมาอย่างยาวนาน ในที่สุดกองทัพทหารหลายแสนนาย ก็มาถึงชายแดนเมืองจิ่นโจว สิ่งแรกที่ทหารทุกนายต้องทำคือการตั้งกระโจมที่พักและกระโจมกองบัญชาการ แม่ทัพใหญ่หารือร่วมกับเหล่าแม่ทัพถึงแนวทางการป้องกัน การรวบรวมข่าวสารเพื่อประเมินกำลังข้าศึก หรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของศัตรู ที่สำคัญต้องเตรียมเส้นทางสำหรับขนส่งเสบียงของกองทัพ
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย แม่ทัพใหญ่จึงนำแม่ทัพและรองแม่ทัพทั้งหลาย ไปยังกระโจมที่พักของจวิ้นอ๋องจ้าวไท่ชิง ซึ่งซีอ๋องได้นำกองทัพจำนวนหนึ่งแสนนาย เดินทางมายังชายแดนแห่งนี้ ั้แ่ได้รับจดหมายขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพใหญ่ ภายหลังเสด็จมาถึงจึงพบว่า ชายแดนเหนือมีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจริง
หวาอานองครักษ์ของซีอ๋อง มองเห็นกลุ่มของแม่ทัพใหญ่ตรงมาทางตนเอง จึงได้กลับเข้าไปด้านในเพื่อรายงานเื่ดังกล่าวต่อซีอ๋อง
“ทูลท่านอ๋อง ยามนี้แม่ทัพใหญ่กำลังนำแม่ทัพและรองแม่ทัพ มายังกระโจมของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”
“อืม เ้ารีบเชิญแม่ทัพใหญ่เข้ามาด้านในได้เลย ไม่ต้องมากพิธียามนี้เปิ่นหวางอยู่ในฐานะแม่ทัพเช่นกัน” ซีอ๋องมีนิสัยที่เรียบง่าย ไม่เื่มากกับพิธีการเช่นนี้นัก ยกเว้นกับขุนนางที่ทรงเกลียดขี้หน้าเท่านั้น
หลังจากหวาอานเดินออกไป แม่ทัพใหญ่ก็เข้ามาพร้อมแม่ทัพทั้งหมดทันที
“ถวายบังคมท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” ทุกคนประสานมือทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
“ตามสบายเถิดทุกท่าน ยามนี้อยู่ชายแดนอย่าได้มากพิธี”
“ขอบพระทัยท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
“การเดินทางเป็อย่างไรบ้างเล่าแม่ทัพใหญ่ มีผู้ใดคิดขัดขวางการเดินทัพของท่านหรือไม่” ปัญหาเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีขุนนางกังฉิน
“ทูลท่านอ๋อง ครั้งนี้กองทัพเดินทางได้อย่างราบรื่น ไร้อุปสรรคจากพวกขุนนาง และยังมีตัวประกันอย่างเหลียนเป่ยอ๋อง ที่นำคณะทูตไปเยือนเมืองหลวงมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่เชื่อหมดใจ ว่าเป็เพราะเดินทางตามฤกษ์มงคลที่บุตรสาวบอก ทุกอย่างจึงได้ราบรื่นอย่างไรเล่า
“เพราะฝีมือการทำนายของบุตรสาวท่านกระมัง เหลียนเป่ยอ๋องถึงได้เสียท่าถูกจับเป็ตัวประกัน เปิ่นหวางยินดีกับแม่ทัพใหญ่ด้วยนะ ที่ได้บุตรสาวตัวจริงกลับคืนสู่ตระกูลเจียง” ซีอ๋องแม้จะอยู่ไกลถึงชายแดนทิศประจิม แต่ข่าวต่าง ๆ ในเมืองหลวงย่อมมีสายลับคอยส่งข่าวรายงานอยู่เสมอ
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ ไม่ทราบว่าท่านอ๋องเป็อย่างไรบ้าง เื่อาการาเ็ของพระองค์” ที่แม่ทัพใหญ่ถามเช่นนี้ เกิดจากซีอ๋องได้นำทหารไปปราบพวกเผ่าเล็ก ๆ ที่เริ่มเหิมเกริมแข็งข้อกับแคว้นจ้าว
“อืม โชคดีได้ท่านหมอช่วยถอนพิษได้ทัน แม้จะยังหลงเหลืออยู่บ้างแต่ไม่เป็อุปสรรคกับการทำาแน่” เพราะซีอ๋องประมาทศัตรูที่เป็สตรี จึงถูกนางใช้ปิ่นอาบยาพิษแทงเข้าที่หน้าอก
“ท่านพ่อขอรับ แม้ท่านอ๋องจะบอกเช่นนั้นก็ตาม แต่อย่างไรเสียยังต้องใช้เวลาอีกนานนะขอรับ กว่าจะขับพิษร้ายนั่นออกมาจนหมดได้ ข้าคิดว่ามอบยาถอนพิษที่จิ่นเอ๋อร์ให้มา ถวายท่านอ๋องเพื่อถอนพิษมิดีกว่าหรือขอรับ” เจียงหยวนมองว่าาครั้งนี้ ยังต้องพึ่งฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจอีกมาก จึงนึกถึงยามากมายที่น้องสาวของตนมอบให้
“โหว นอกจากคุณหนูเจียงจะมีพร์ด้านการทำนาย ยังรู้วิชาแพทย์ถึงขั้นปรุงยาถอนพิษได้เชียวรึ?” เื่นี้เหนือความคาดหมายของซีอ๋องอย่างมาก
“ท่านอ๋องยังคงไม่ทราบกระมังพ่ะย่ะค่ะ คุณหนูเจียงผู้นี้คือคนที่รักษาคุณชายน้อยเหลียง ที่นอนไม่ได้สติมาเกือบครึ่งปีให้ฟื้นขึ้นมาได้ นอกจากนี้คุณหนูเจียงยังมีร้านขายยาสมุนไพร ซึ่งมีสรรพคุณด้านการรักษาที่ดีมากพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพเส่าหลิงช่วยตอบคำถามของซีอ๋อง เพราะตัวของแม่ทัพเส่าหลิงเอง ได้ซื้อยาจากร้านของอวี้จิ่นเช่นกัน
“จริงรึแม่ทัพใหญ่!!” เื่นี้ยิ่งเหนือความคาดหมายยิ่งกว่าเดิม
“เอ่อ แหะ ๆ ๆ บุตรสาวของกระหม่อมพอจะมีความรู้อยู่บ้าง มีใจอยากช่วยเหลือผู้ที่เจ็บป่วยจากโรคภัย ให้มีชีวิตอยู่กับครอบครัวได้นานอีกสักนิด เพราะได้หมอตำแยที่นำตัวนางไปสอนสั่ง จึงนำความรู้มาช่วยเหลือชาวบ้านพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่แบ่งรับแบ่งสู้ มิได้ยอมรับว่าบุตรสาวเก่งกาจเหนือผู้ใด แต่ก็ไม่ได้ด้อยจนรักษาผู้อื่นไม่ได้
“กระหม่อมขอยืนยันอีกคนพ่ะย่ะค่ะ ว่ายาของคุณหนูเจียงมีสรรพคุณดีมากจริง ๆ หากท่านอ๋องได้เสวยยาของคุณหนูเจียง กระหม่อมเชื่อว่าอาการาเ็จากยาพิษ ย่อมหายดีเป็ปลิดทิ้งพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพไคผิงที่เคยกินยาสมุนไพรจากร้านของอวี้จิ่น พูดยืนยันขึ้นมาอีกหนึ่งเสียง
“เช่นนั้นเปิ่นหวางคงต้องรบกวนแม่ทัพใหญ่แล้ว” เมื่อมีคนยืนยันว่ายาสมุนไพรของอวี้จิ่นดีจริง ซีอ๋องจึง้าพิสูจน์ดูบ้าง ว่าจะดีอย่างที่ทุกคนพูดหรือไม่
“กระหม่อมยินดีที่ได้ช่วยรักษาท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” แม้ภายนอกจะยังคงนิ่งสงบได้ แต่ภายในใจล้วนยกความดีทั้งหมดให้บุตรสาว
“ท่านอ๋องนี่คือยาถอนพิษ ที่น้องสาวของกระหม่อมปรุงขึ้นมาจากสมุนไพรหายาก ซึ่งผ่านขั้นตอนมากกว่าการปรุงยาทั่วไป ทำให้สรรพคุณของยาดีมาก เมื่อกินเข้าไปแล้วไม่ถึงสามลมหายใจ ท่านอ๋องจะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในพ่ะย่ะค่ะ” เจียงหยวนนำยาถอนพิษหนึ่งเม็ดที่อยู่ในมือยื่นให้กับซีอ๋อง
“ขอบใจแม่ทัพเจียง”
อึก อึก อึก
ซีอ๋องรับยาถอนพิษจากมือของเจียงหยวนมาได้ ก็รีบเสวยยาและดื่มน้ำชาอีกเล็กน้อย เมื่อได้เห็นกับตาว่าซีอ๋องกินยาถอนพิษจริง ทุกคนต่างเฝ้ารอดูผลลัพธ์ของยาว่า สามารถช่วยกำจัดพิษที่เหลืออยู่ของซีอ๋องได้หรือไม่
ในตอนนี้ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงพูดคุย หรือแม้แต่การหายใจแรง ๆ ยังไม่กล้า เพราะพวกเขากำลังรอเื่สำคัญ ที่ผู้ตัดสินคือซีอ๋องจ้าวไท่ชิงผู้นี้ แต่ในขณะเดียวกันความเงียบสงบ เป็อันต้องมลายหายไปประหนึ่งว่าถูกคนขัดใจ เนื่องจากเสียงที่ทำลายความเงียบนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็แม่ทัพเสียนมู่ ผู้ใต้บังคับบัญชาของซีอ๋องนั่นเอง
ตึก ตึก ตึก พรึ่บ!!
“ท่านอะ อะ อ๋อง..!!” แม่ทัพเสียนมู่เร่งรีบเข้ามาในกระโจม มิได้รั้งรอให้หวาอานรายงานซีอ๋องเสียก่อน สุดท้ายจึงหยุดชะงักกับการเรียกซีอ๋องเสียดื้อ ๆ
“โห่ แม่ทัพเสียนมู่” รองแม่ทัพซีซิ่วหันไปโอดครวญกับผู้มาใหม่ ที่เข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือเสียก่อน
“เอ่อ คารวะท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ” แม่ทัพเสียนไม่รู้จะพูดสิ่งใด จึงหันไปกล่าวทักทายแม่ทัพใหญ่แทน
“อืม” แม่ทัพใหญ่ก็คิดไม่ต่างกับคนอื่น ๆ เช่นกัน
“แม่ทัพเสียนท่านเร่งรีบมาพบเปิ่นหวะ อึก ขวับ! พรู้ดดด!!!” ซีอ๋องถามแม่ทัพเสียนได้ไม่ทันไร ก็ทรงกระอักเืสีดำออกมา
“ท่านอ๋อง!!”
“ทรงเป็เช่นไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจู่ ๆ ถึงได้กระอักเืออกมาได้ หวาอาน! ตามท่านหมอลู่มาเร็วเข้า” แม่ทัพเสียนมู่ที่ไม่รู้ว่าซีอ๋องเสวยยาถอนพิษ จึงตื่นตระหนกกว่าผู้ใดในที่นี้
“แม่ทัพเสียนใจเย็นก่อนท่านอ๋องมิได้เป็อันใดมาก นี่เป็อาการที่เกิดจากยาถอนพิษ ยามนี้พิษที่เหลืออยู่ถูกขับออกมาหมดแล้ว”
“แม่ทัพใหญ่ท่านพูดจริงรึ!!” หวาอานที่วิ่งเขามาเพราะเสียงเรียกของแม่ทัพเสียน ได้ยินสิ่งที่แม่ทัพใหญ่พูดจึงได้ถามย้ำอีกครั้ง
“แน่สิหวาอาน นั่นคือยาถอนพิษที่มีเงินแสนตำลึงทอง ก็ไม่อาจหาซื้อได้หรอกนะ หากเ้าไม่เชื่อลองถามท่านอ๋องดูก็รู้แล้วล่ะ” ที่แม่ทัพใหญ่พูดกับหวาอานนั้นเป็เื่จริง สำหรับยาดี ๆ ของบุตรสาว แต่ถ้าถูกพวกหมอปลอม ๆ หลอกขายนั่นก็อีกเื่
“ท่านอ๋องตอนนี้ทรงรู้สึกอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ” หวาอานได้คำตอบจากแม่ทัพใหญ่ จากนั้นได้หันมาถามอาการของซีอ๋องอีกครั้ง
“ฟืดด ฟู่ อืม เปิ่นหวางรู้สึกว่ากำลังภายในดีขึ้นมาก แตกต่างกับก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด สมกับที่เป็ยาจากเทพธิดาพยากรณ์จริง ๆ” ซีอ๋องพูดตามความรู้สึกที่ััได้
“พวกกระหม่อมขอแสดงความยินดีกับท่านอ๋อง บัดนี้ถอนพิษออกมาจนหมดแล้ว ยามต้องประจันหน้ากับข้าศึก คนพวกนั้นคงคาดไม่ถึงเื่นี้อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่นำแม่ทัพทุกคนแสดงความยินดีกับซีอ๋อง
“ขอบใจพวกท่านมาก ถึงอย่างไรความดีความชอบ คงต้องยกให้คุณหนูเจียงที่มีรู้ความสามารถด้านยาสมุนไพร” ซีอ๋องกล่าวชมเชยอวี้จิ่น พาลให้นึกอิจฉาที่ตนนั้นไม่มีบุตรสาวเช่นผู้อื่นบ้างนี่สิ“ขอบพระทัยท่านอ๋อง ที่ทรงชมบุตรสาวของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”
“ว่าแต่ท่านเถิดแม่ทัพเสียน รีบร้อนมาพบเปิ่นหวางมีอันใดงั้นรึ”
“อ้อ ทูลท่านอ๋อง กระหม่อมจะรีบมารายงานว่าด้านหน้า เขตชายแดนของเรา มีทหารจากแคว้นต้าเหลียนมานำพระดำรัส ของฮ่องเต้เหลียนหวู่จินฝากมาบอกว่า รบกวนท่านอ๋องช่วยลงโทษเหลียนเป่ยอ๋อง เพื่อมิให้เป็เยี่ยงอย่างต่อบุตรหลานคนอื่น เมื่อต้องไปต่างแคว้นในฐานะทูตของแคว้นต้าเหลียนพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพเสียนมู่ได้ยินครั้งแรกยังคิดว่าตนหูฝาดเสียด้วยซ้ำ
“เสือร้ายยังไม่กินลูกฉายาฮ่องเต้ทรราช ไม่คิดไว้ใจแม้แต่โอรสที่เกิดจากสนมรักเช่นนี้ จิตใจอำมหิตอย่างแท้จริง เฮ้อ ไม่ต้องแปลกใจแล้วว่าเหตุใดองค์ชายทั้งหลาย ถึง้าชิงบัลลังก์จากพระบิดาของตน” ซีอ๋องทราบประวัติการขึ้นครองราชของฮ่องเต้เหลียนหวู่จิ่น เพราะเส้นทางแห่งการได้มาซึ่งบัลลังก์ั ล้วนเต็มไปด้วยเืของคนภายในแคว้น
“ท่านอ๋อง กระหม่อมคิดว่าพวกเราไปเยี่ยมเหลียนอ๋อง เพื่อเป็ตัวแทนบอกถึงความห่วงใยของบิดาที่ต่อบุตร ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เจียงหยวนเสนอความคิดของตน เพราะเขากำลังคิดว่าเหลียนอ๋อง จะมีสีหน้าเช่นไรเมื่อได้ยินเื่นี้
“ได้ อย่างน้อยก็มีเื่สนุกให้ทำบ้าง ไปกันเถิด”
“เชิญท่านอ๋องเสด็จพ่ะย่ะค่ะ” เจียงหยวนเป็ผู้นำเสด็จซีอ๋อง ไปยังบริเวณที่ใช้เป็ที่คุมขังตัวประกัน
บริเวณที่ใช้คุมขังตัวประกัน จะแยกให้ห่างจากคลังเสบียงและคลังอาวุธ มิให้พวกเขามีโอกาสลอบทำลายสองสิ่งนี้ได้ เจียงหยวนเดินนำซีอ๋องและเหล่าแม่ทัพ มาถึงลานดินที่มีกรงขังขนาดใหญ่ ทั้งยังมีทหารระดับนายกองคอยเฝ้าเอาไว้
ซีอ๋องที่เห็นสภาพของตัวประกันถึงกับเลิกคิ้ว ทรงหันไปใช้สายตาสอบถามกับแม่ทัพใหญ่ เกี่ยวกับคนที่นั่งอยู่ในกรงขัง หน้าตาดูหมองคล้ำไม่เหมือนขุนนางขั้นสูง แม้แต่คนที่เป็ถึงเป่ยอ๋องอย่างเหลียนเหรินเซียว ยังมีสภาพดูไม่ได้สายตาที่เหม่อลอยนั่นคืออันใด
แม่ทัพใหญ่ไฉนเลยจะไม่เข้าใจ ว่าซีอ๋อง้าทราบสาเหตุที่ตัวประกันทั้งหลาย มีสภาพที่ดูไม่ได้เช่นนี้
“ทูลท่านอ๋อง สาเหตุที่พวกเขามีสภาพเช่นที่เห็นนั้น เกิดจากการออกฤทธิ์ของยาพิษ ซึ่งเป็ฝีมือของบุตรสาวกระหม่อมอีกเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่ตอบซีอ๋องไปตรง
“อะไรนะ!! แม้แต่ยาพิษนางก็สามารถทำได้เช่นนั้นรึ โอ้ ท่านแม่ทัพใหญ่เปิ่นหวางคงไม่กล้าเป็ศัตรูกันท่านแน่” ซีอ๋องคิดเช่นนั้นจริง ๆ
“โธ่ ท่านอ๋องละก็อย่าล้อกระหม่อมเล่นสิพ่ะย่ะค่ะ หากคนของต้าเหลียนไม่คิดร้ายต่อฝ่าา บุตรสาวของกระหม่อมไฉนเลยจะกล้าปรุงยาพิษ ที่เป็อันตรายออกมาใช้เช่นนี้เล่าท่านอ๋อง”
“ฮ่า ๆ ๆ เปิ่นหวางแค่พูดเล่นเท่านั้น ท่านแม่ทัพใหญ่อย่าถือสา”
เหลียนเป่ยอ๋องที่กำลังนั่งใช้ความคิด เกี่ยวกับการหลบหนีออกไปจากค่ายทหารแห่งนี้ ได้ยินเสียงหัวเราะอยู่ไม่ไกลตนเองเท่าใด จึงเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็ใคร ความโกรธเกรี้ยวจึงตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะร้องะโให้แม่ทัพใหญ่มอบยาถอนพิษ
“เจียงซื่อกุ่ย!! ยามนี้มาถึงชายแดนแล้ว เ้าควรมอบยาถอนพิษมาให้เปิ่นหวางเสียที อย่าได้คิดตระบัดสัตย์เป็อันขาด” หากยังไม่ได้รับยาถอนพิษอีกละก็ เหลียนเป่นอ๋องคงทนรับสภาพตนเองต่อไปไม่ได้แน่ ตลอดการเดินทางต้องอับอายไปกี่ครั้ง จนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
“ห๋า! นี่กระหม่อมไปรับปากเื่ยาถอนพิษไว้เมื่อใดกัน นี่เหลียนอ๋องท่านอย่ากล่าวอ้างโดยไม่มีพยานนะ ยามอยู่ในท้องพระโรงมีเพียงบุตรสาวของกระหม่อม ที่บอกว่านางมียาถอนพิษ แต่ไม่ได้บอกว่าจะมอบให้เมื่อถึงชายแดนเสียหน่อย หรือกระหม่อมจะเลอะเลือนจนจำไม่ได้กันนะ” แม่ทัพใหญ่ทำท่าครุ่นคิดกลั่นแกล้งเหลียนเป่ยอ๋อง ที่สีหน้าเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความโกรธ
“เหลียนอ๋อง อย่าลืมสิว่าตอนนี้ท่านอยู่สถานะอันใด อย่าได้เรียกร้องอันใดให้มากนักจะดีกว่า ส่วนยาถอนพิษคงต้องขออภัยด้วยจริง ๆ พอดีน้องสาวของกระหม่อม นางไม่ได้ฝากมาให้พวกท่านแต่อย่างใด” เจียงหยวนเห็นตัวประกันหน้าแดงก่ำ จนแทบจะพังกรงขังออกมาได้อยู่แล้ว จึงกลั่นแกล้งด้วยอีกคน
“นี่น่ะรึเหลียนเป่ยอ๋องผู้กระหายา และ้าขึ้นเป็รัชทายาทของต้าเหลียน หน่วยก้านไม่เลว เหตุใดถึงได้ถูกคนซ้อนแผนวางยาพิษตนเองได้ น่าขายหน้าเสียจริง แต่นั่นคงไม่ร้ายแรงเท่าข่าวดีที่เปิ่นหวางจะบอกท่านแน่” ซีอ๋องกล่าวเช่นนั้นเรียกความสนใจ ของคนที่กำลังโกรธขึ้งได้ทันที
“ข่าวดี? ข่าวดีอันใดทำไมต้องมาบอกเปิ่นหวางด้วย ทางที่ดีรีบปล่อยเปิ่นหวางไปจะดีกว่า หาไม่แล้วเมื่อกองทัพต้าเหลียนเปิดศึก พวกเ้าไม่มีทางรอดจากาครั้งนี้แน่” แม้จะอยู่ในกรงขังแต่ยังพยายามใช้กองทัพมาข่มขู่อีกฝ่าย
“หึ มาถึงขนาดนี้แล้ว ท่านคิดว่าทหารแคว้นจ้าว รักตัวกลัวตายเช่นนั้นรึ เหลียนอ๋องจงฟังให้ดี ก่อนที่เปิ่นหวางจะมาพบท่าน มีทหารจากแคว้นต้าเหลียนมาส่งสาสน์ ใจความสำคัญก็คือให้เปิ่นหวางสังหารท่านเสีย และนั่นยังเป็พระประสงค์ของฮ่องเต้ ผู้เป็พระบิดาของท่านเองเสียด้วย” ซีอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังมิได้คิดล้อเล่น
“ไม่จริง!! เป็ไปไม่ได้! เสด็จพ่อไม่มีทางตรัสเช่นนี้แน่ พวกเ้าโกหกแต่งเื่ขึ้นมาเพื่อ้าสังหารเปิ่นหวาง รับสั่งนี้ไม่มีทางมาจากเสด็จพ่อ ไม่มีทาง เปิ่นหวางไม่เชื่อ!! ปล่อยเปิ่นหวางออกไป เปิ่นหวาง้าไปถามเสด็จพ่อด้วยตัวเอง รีบปล่อยสิเร็วเข้ายืนนิ่งกันอยู่ทำไม อ๊ากกก” เหลียนเป่ยอ๋องคาดไม่ถึงว่าพระบิดา จะทรงทิ้งหมากที่ไร้ประโยชน์อย่างไม่ใยดี
“เชื่อหรือไม่เชื่อ นั่นเป็เื่ที่เหลียนอ๋องต้องคิดด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามนั่นคือพระบิดาที่ท่านเห็นมาั้แ่เด็ก คงรู้อุปนิสัยกันดีอยู่บ้างกระมัง อยู่ที่นี่อย่างสงบอย่าได้คิดหนีจะดีกว่า ถึงวันที่ต้องเปิดศึกเปิ่นหวางจะให้ท่าน ได้ไถ่ถามเื่นี้กับแม่ทัพใหญ่ของต้าเหลียนก็แล้วกัน” ซีอ๋องกล่าวทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะหันหลังเดินจากไป
“ท่านลองทบทวนให้ดี ๆ เถิด ที่ผ่านมาท่านเป็โอรสผู้ที่ได้รับความโปรดปรานจริงหรือ มิใช่ซ่อนโอรสที่โปรดปรานตัวจริงไว้อย่างดีหรอกรึ” แม่ทัพใหญ่ไม่เชื่อว่าฮ่องเต้ของต้าเหลียน จะไม่มีแผนสำรองอื่น ๆ
ตุบ
เมื่อทุกคนกลับไป เหลียนอ๋องคิดตามที่แม่ทัพใหญ่พูดมา จนนึกถึงเื่ที่ตนเคยสงสัยออกมาได้ นั่นหมายความว่าตนเองเป็เพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน ที่พระบิดาปลุกปั้นไว้ใช้งานเท่านั้น บัดนี้กลายเป็หมากไร้ค่าให้คนกำจัดทิ้งเสียแล้ว
