กริ๊ง! เสียงกระดิ่งเหนือบานประตูดังขึ้น พร้อมกับชายในผ้าคลุมคนหนึ่งก้าวเข้ามาภายในร้าน
“ยินดีต้อนรับครับ”
ชายหนุ่มผมทองที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ปรายตามองแขกผู้มาเยือน ก่อนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสเป็กันเอง
‘เอริค’ เปิดผ้าคลุมออก ดวงตาสีมรกตเหลือบมองชายหนุ่มสักพัก ก่อนจะยื่นกระดาษรายการซื้อของให้เขา
“เอาของตามนี้” เขาเอ่ยเสียงเรียบ พลางเอนตัวพิงเข้ากับเคาน์เตอร์ร้าน
“มีบัตรประจำตัวกิลด์ไหมครับ ถ้าเป็กิลด์ในพันธมิตรจะได้รับส่วนลดด้วยนะครับ” ประกายตื่นเต้นปรากฏในดวงตาอำพันคู่สวย ก่อนจะมองชายตรงหน้าอย่างไม่ลดละ
“ไม่มีหรอก กิลด์บ้าบออะไรนั่นน่ะ เอาของมาเถอะ เท่าไหร่ฉันก็จ่ายไหว” เอริคเบนสายตาไปทางอื่น รู้สึกอึดอัดกับการจ้องมองของคนตรงหน้า
“ได้เลยครับ ดันเจี้ยนธามีร์สินะครับ ระดับนี้คุณต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ ลุยเดี่ยวโดยไม่มีปาร์ตี้ แถมยังเป็ดันเจี้ยนที่อันตรายแบบนี้ ถ้าให้ผมเดาคุณคงอยู่แรงค์ S แล้วสินะครับ” ชายหนุ่มกล่าวชมพลางเอื้อมมือไปหยิบโพชั่นจากชั้นด้านหลัง
เอริคมองเขาก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “จะบ้ารึไง ฉันแค่แรงค์ A เอง ยังไม่ถึง S ซะหน่อย”
“คุณไม่รู้เหรอครับว่าในนั้นมีคิงออร์คอยู่ตั้งสองตัวเลยนะ แถมยังมีัไปจำศีลด้วย”
เอริคชะงัก มองเขาอย่างประหลาดใจกับข้อมูลที่ได้รับรู้ ไม่ใช่ว่าในนั้นมีแต่พวกสไลม์กับกอบลินหรอกหรือ
เขาหยิบรายละเอียดงานที่รับขึ้นมาดูอีกรอบ
“ข้อมูลนายผิดรึเปล่า ใบนี้เป็งานจากกิลด์ของทางศาสนจักรเลยนะ ไม่น่าผิดหรอก”
“ไหนครับ ขอผมดูหน่อย” ชายหนุ่มหยิบกระดาษจากมือของเอริค ก่อนจะอ่านรายละเอียดภายในอย่างรวดเร็ว
“นี่มันข้อมูลเก่าตั้งหลายปีแล้วนะครับ อยากได้ข้อมูลอัปเดตไหมครับ ผมมีทั้งแผนที่และข้อมูลพร้อมจำนวนมอนสเตอร์ทั้งหมดอยู่”
‘เป็ไปไม่ได้’
เอริคคิดในใจพลางมองเขาอย่างไม่เชื่อ ข้อมูลของศาสนจักรเป็ข้อมูลที่ใหม่ที่สุดแล้ว เขามั่นใจว่าชายตรงหน้าต้องโกหกเป็แน่
ราวกับอ่านใจได้ ชายหนุ่มหยิบสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมา เอ่ยพึมพำคาถาเบา ๆ สมุดเล่มนั้นคลี่เปิดออก เผยภาพจากหน้าถ้ำฉายเข้าไปถึงภายใน
ไม่ผิดแน่ แม้เป็ถ้ำกลางป่า แต่ถ้ำนี้กลับเต็มไปด้วยทรายอันเป็เอกลักษณ์ของดันเจี้ยนธามีร์
“นี่คือที่ที่คุณจะไปใช่ไหมครับ”
ถ้ำที่ดำมืดแต่มีแสงสลัวพอให้เห็นร่างร่างหนึ่งนอนอยู่ตรงกลาง แม้จะมองเห็นไม่ชัดแต่ก็รู้ได้ทันทีว่านั่นคือัเพลิง
“เ้าัตัวนี้มักย้ายที่นอนอยู่บ่อย ๆ บางวันก็อยู่ชั้นสี่ บางวันก็อยู่ชั้นหก ถ้าคุณโชคดีอาจเจอมันนอนอยู่หน้าดันเจี้ยนเลยก็ได้นะครับ” เขาพูดขึ้นอย่างติดตลกก่อนจะปิดหนังสือเก็บกลับเข้าที่
“แผนที่นั่นเท่าไหร่ล่ะ” เอริคเอ่ยถามอย่างสนใจ
“ถ้ารับทั้งแผนที่กับข้อมูลทั้งหมด สี่โกลด์ครับ” เขาชูสี่นิ้วอย่างขี้เล่น “สนใจไหมครับ”
"แพงขนาดนั้นใครจะซื้อวะ" แม้อยากจะได้ข้อมูลชุดใหม่แต่ราคากลับเกินงบที่เขาตั้งไปไกล
"แหม่ ๆ ข้อมูลละเอียดแบบนี้มันก็ต้องแพงอยู่แล้วสิครับ อีกอย่าง นี่เป็ข้อมูลระดับ S เลยนะครับ"
"ไม่เอาหรอก ของแบบนั้นไม่จำเป็ต้องใช้หรอก" เอริคมั่นใจในฝีมือ งานที่ยากกว่านี้เขาก็เคยผ่านมาแล้ว แค่นี้ไม่คณามือหรอก เขาคิดในใจ แต่กลับรู้สึกไม่มั่นคง
"งั้นผมขอเตือนไว้ก่อนนะครับว่าคุณควรไปถึงแค่ชั้น 4 หลังจากนั้นจะเป็ถิ่นของคิงออร์คแล้วนะครับ ไม่แน่อาจจะเจอกับัด้วย"
“รู้ดีจังนะ” เขากล่าวอย่างประชด
“สายข่าวผมเยอะน่ะครับ”
ชายหนุ่มตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ แล้วเดินไปหยิบของอีกสองสามอย่างจากหลังร้านใส่ลงถุงกระดาษที่เตรียมไว้ เมื่อบรรจุของทั้งหมดลงถุงจึงนำไปวางบนเคาน์เตอร์ “ทั้งหมด 5 โกลด์ครับ”
เอริคยังไม่ทันหยิบเงิน ชายหนุ่มก็ยื่นกระดิ่งอันหนึ่งมาตรงหน้า "อันนี้ผมแถมให้ครับ ถ้าคุณสู้ไม่ไหว เพียงแค่สั่นกระดิ่ง คุณก็จะกลับมาหน้าดันเจี้ยนทันที"
“มันของระดับสูงไม่ใช่รึไง อย่างต่ำก็น่าจะ 7 โกลด์ แถมกันง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ” เขามองมันอย่างไม่เชื่อสายตา หรือมันจะเป็ของปลอมกัน แต่เมื่อคิดเช่นนั้นเขากลับััได้ถึงพลังเวทมหาศาลภายในกระดิ่งจิ๋วตรงหน้า
“ไม่เป็ไรหรอกครับ คุณลูกค้าซื้อเยอะขนาดนี้ ถ้าเสียไปจะมีใครมาอุดหนุนได้เท่าคุณอีกล่ะครับ ลูกค้าแรงค์ A ขึ้นไปก็ไม่ใช่ว่าจะหากันง่าย ๆ ไม่แน่คุณอาจจะได้เลื่อนเป็แรงค์ S จริงก็ได้” ชายหนุ่มจับมือเอริคก่อนจะยัดกระดิ่งให้ “อีกอย่างร้านเราไม่ได้ขายของแพงขนาดนั้นนะครับ”
“สนใจสมัครสมาชิกร้านด้วยไหมครับ” เขากล่าวอย่างคะยั้นคะยอ
เอริคจึงเพียงแต่ถอนหายใจกับท่าทางนั้น “จะทำอะไรก็ทำ”
ชายผมทองยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินไปหยิบเอกสาร “ขอทราบชื่อด้วยครับ”
“เอริค แอชฟิลด์” แม้จะไม่เต็มใจตอบ แต่เขากลับก็มองชายตรงหน้าไม่ละสายตา
“แรงค์ A สินะครับ” ชายหนุ่มเขียนจดข้อมูล “คุณรับงานนี้มากี่ปีแล้วล่ะครับ”
“สามปี”
“ว้าว ไม่ธรรมดาเลยนะครับ คนปกติคงไม่สามารถมาถึงขั้นนี้ได้เร็วขนาดนี้แน่” ดวงตาอำพันมองเขาอย่างชื่นชม ก่อนจะยื่นบัตรใบหนึ่งให้เขา
“นี่บัตรสมาชิกของร้านครับ เมื่อคุณมาซื้อจะมีการสะสมแต้ม ทุก ๆ 1 โกลด์จะได้ 1 แต้มครับ”
เอริค พลิกดูบัตรนั่นก่อนจะพบรอยประทับเวทจาง ๆ สี่ห้ารอยที่หลังบัตร
“ถ้าครบ 10 แต้ม มาแลกของสมนาคุณกับทางร้านได้นะครับ รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน”
“ตอนนี้ฉันก็มี 5 แต้มแล้วสินะ” เขาพึมพำเบา ๆ แล้วจึงหยิบเหรียญมาวางบนเคาน์เตอร์
ขณะที่เขากำลังจะเดินออกจากร้าน ชายหนุ่มก็เรียกไว้เสียก่อน
“เกือบลืมไปเลย”
ชายผมทองยื่นนามบัตรใบหนึ่งที่ลงชื่อ - ลูเซียน ซิลแวน
“ถ้า้าให้ช่วยอะไร มาหาผมได้ทุกเมื่อนะครับ” เขาเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “แล้วมาอุดหนุนใหม่นะครับ”
