“ข้าเป็คนเจอโสมเื มันต้องเป็ของข้าสิ!” ซั่งกวานเหยียนหลานยังคงดื้อรั้น
พวกเขาหาได้สนใจคำพูดของนางไม่ ในเมื่อได้โสมเืมาแล้วก็ไม่จำเป็ต้องมีความเกี่ยวข้องอะไรกับซั่งกวานเหยียนหลานอีก กอปรกับจูชิงมีพลังยุทธ์แกร่งกล้า พวกเขาจึงกลัวมิกล้าประมือกับจูชิง ได้สิ่งที่้ามาอยู่ในมือแล้วทั้งกลุ่มก็รีบเผ่นไปอีกทางประเดี๋ยวนั้น
“อย่าไป อย่า...” ซั่งกวานเหยียนหลานอยากตามไป แต่จูชิงจับข้อมือของนางเอาไว้แน่นราวกับโซ่เหล็ก
“ถ้าเ้าตามไป เ้าจักต้องตาย” จูชิงกล่าว
“ไม่ต้องมายุ่งกับข้า เ้าจะเก็บโสมเืเอาไว้ก็ได้แท้ๆ แต่เ้ากลับเอามันให้พวกเขา” ซั่งกวานเหยียนหลานแค่นเสียงหึ
จูชิงกลอกตา “ข้าเป็คนช่วยชีวิตเ้ายังไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ ผู้หญิงสกุลซั่งกวานนิสัยเสียเหมือนกันหมดไม่มีผิด!”
ซั่งกวานเหยียนหลานจ้องเขม็งมองจูชิง “ข้าจะเอาโสมเื!”
“สมองเ้าตายไปแล้วรึ” จูชิงกลอกตา
“ข้าไม่สน เ้าต้องหาโสมเืมาคืนข้า!” ซั่งกวานเหยียนหลานพูดเสียงแข็ง
โสมเืเป็สิ่งที่พบเจอได้ยากยิ่งยวดในจักรวรรดิต้าฉี มันคือสมบัติล้ำค่าของจอมยุทธ์ นางเคยเห็นมันเพียงครั้งเดียวในวังวิหารของจักรวรรดิต้าฉีซึ่งกำลังเตรียมเป็ของกำนัลมอบให้กับองค์ชาย
โสมเืหนึ่งต้นช่วยเพิ่มลมปราณได้มากถึงสามส่วน ทั้งยังมีส่วนช่วยในการทะลวงขั้นพลัง ถ้านางได้กินโสมเือันนั้นย่อมทะลวงเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณได้อย่างง่ายดาย
“ข้าเบื่อจะพูดกับเ้าแล้ว” จูชิงเบ้ปาก
“เ้าพวกนั้นรังแกข้าผู้หญิงอ่อนแอตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แทนที่เ้าจะช่วยข้า แต่เ้ากลับเอาโสมเืที่ข้าต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะได้มันมาให้กับพวกเขา” ซั่งกวานเหยียนหลานร้องไห้
“ทำดีแต่ดันไม่ได้ดี” จูชิงถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย
จูชิงยอมรับว่าตัวเองรับมือกับผู้หญิงไม่เก่งนัก พอเห็นซั่งกวานเหยียนหลานร้องไห้ เขาก็ไม่รู้ว่าควรจัดการเื่นี้อย่างไร
ซั่งกวานเหยียนหลานเอามือปิดหน้า แอบมองจูชิงผ่านทางช่องนิ้ว ครั้นเห็นเขาทำหน้าลำบากใจมุมปากพลันกระตุกยิ้ม
“เ้าต้องช่วยข้านะ!” ซั่งกวานเหยียนหลานแสร้งทำเสียงสั่น
จูชิงถอนหายใจ “เอาล่ะ ไม่ต้องร้องไห้แล้ว ข้าเป็คนผิดเอง ข้าจะช่วยเ้าเองตกลงหรือไม่?”
จูชิงอยากเอาโสมเืคืนจากคนพวกนั้นบัดเดี๋ยวนี้ ถ้าเขาทำแบบนั้นั้แ่แรกก็คงไม่วุ่นวายเฉกเช่นนี้
จอมยุทธ์หลอมกายาเก้าชั้นฟ้า อีกทั้งยังมีจำนวนคนมากกว่า จูชิงไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยนจึงตัดสินใจทำเช่นนั้นเพื่อให้พวกเขาถอยกลับไป
ไม่คิดเลยว่าซั่งกวานเหยียนหลานคนเดียวจักรับมือยากยิ่งกว่าผู้ชายเกือบสิบคน!
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าเป็คนดี ถ้างั้นจนกว่าเ้าจะหาโสมเืเจอ พวกเราร่วมเดินทางไปด้วยกันเถอะ” ซั่งกวานเหยียนหลานที่แต่เดิมแสร้งทำเป็ร้องไห้ยิ้มร่าออกมา
ซั่งกวานเหยียนหลานเป็บุตรสาวของสามนตราชแห่งจักรวรรดิต้าฉี แน่นอนว่ามิใช่พวกไม่รู้ประสีประสา จากพลังที่จูชิงสำแดงเมื่อครู่ นางรู้ได้เลยว่าจูชิงเป็คนที่สามารถพึ่งพาได้
หากมีแค่กำลังซั่งกวานเหยียนหลานไม่มีทางร่วมเดินทางกับจูชิงเป็แน่แท้ ทว่าเขาเป็คนจิตใจดีแล้วยังฉลาดหลักแหลม ซั่งกวานเหยียนหลานจึงเชื่อว่าถ้าอยู่กับจูชิงน่าจะเป็ประโยชน์ไม่มากก็น้อย
จูชิงเห็นแบบนั้นก็เม้มปากแน่น “เ้าหลอกข้างั้นรึ?”
“ก็เ้าเป็คนดีนี่นา คนดีก็เป็แบบนี้แหละ” ซั่งกวานเหยียนหลานยิ้ม
จูชิงยิ้มพลางส่ายหัว สำหรับเขาแล้วมันก็ไม่ใช่เื่แย่อะไร อย่างน้อยมีมิตรสหายย่อมดีกว่าสร้างศัตรู
“แฮ่กๆ!” ในอีกฝากหนึ่งของป่า กลุ่มที่หาเื่ซั่งกวานเหยียนหลานพวกเขาสี่คนกำลังยืนพิงต้นไม้ใหญ่พลางหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย
“ท่านพี่ พวกเราจะวิ่งหนีทำไม พวกเราสี่คนจะประมือกับเ้านั่นที่มีแค่คนเดียวไม่ได้งั้นรึ?” ชายอีกคนไม่พอใจเท่าไหร่นัก
“เ้าจะไปรู้อะไร《ดาบตัดทอง》ของข้าถึงเป็ทองคำยังฟันขาดเป็สองท่อน แต่เ้านั่นใช้มือเปล่ารับกระบวนท่าของข้าได้ ขืนสู้ด้วยมีแต่ต้องตายสถานเดียว” ชายผู้เป็หัวโจกแค่นเสียง
“นังแพศยานั่นโชคดีเสียจริง ถ้าข้าจับนางได้ข้าจักทำให้นางจดจำข้าตลอดชีวิต” รอยยิ้มชั่วร้ายผุดบนใบหน้า
ซั่งกวานเหยียนหลานเป็บุตรสาวของสามนตราช มีใบหน้าโฉมสะคราญงามล่มเมือง
“มารยาร้อยเล่มเกวียน ตอนแรกมาทำตีสนิทกับพวกเรา พอพวกเราเจอโสมเืก็อาศัย่จังหวะไม่ทันระวังตัวขโมยโสมเืแล้วหนีไป ถ้ามิใช่เพราะข้าผูกด้ายเชื่อมสัมพันธ์ไว้กับโสมเืคงถูกนังนั่นแย่งไปแล้ว” ชายคนหนึ่งกล่าว
“ช่างมันเถอะ อย่ามัวแต่ไปเสียเวลากับนางเลย การทดสอบครั้งนี้มีเวลาอยู่จำกัด พวกเราต้องรีบหน่อยแล้ว” ชายหัวโจกเอ่ย
“เ้าหนู เ้าต้องแก้ไขความคิดวีรบุรุษช่วยสาวงามอะไรนี่ซะ ผู้หญิงคนนี้แค่ดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดา อย่าถูกนางหลอกใช้สิ” เฒ่าปีศาจตักเตือน
“ถ้างั้นจะให้ข้าดูนางถูกฆ่าต่อหน้าต่อตางั้นรึ” จูชิงยิ้มเจื่อน
“คิดจะเดินบนเส้นทางบำเพ็ญเพียรก็ต้องเตรียมใจกับเื่พวกนี้เอาไว้บ้าง” เฒ่าปีศาจแค่นเสียง
จูชิงพยักหน้า “ข้าจะแยกย้ายกับนางหลังจากหาโสมเืเจอ!”
เฒ่าปีศาจแทบกระอักเื “โคลนหย่อมหนึ่งฉาบยังไงก็ไม่ติดผนัง![1]”
ซั่งกวานเหยียนหลานมองจูชิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขั้นบำเพ็ญเพียรของจูชิงต่ำกว่านางหนึ่งขั้น ทว่ากลับััมิได้ถึงสรรพสิ่งใดๆ นางรู้สึกว่าจูชิงมีของพิเศษบางอย่างอยู่กับตัว
“เ้าเป็คนที่ไหน ดูท่าคงมิใช่คนของจักรวรรดิต้าฉีใช่หรือไม่ ข้าไม่เคยเห็นใครใช้วรยุทธ์เฉกเช่นเ้าในจักรวรรดิต้าฉีเลย” ซั่งกวานเหยียนหลานเริ่มบทสนทนา
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าข้าเกิดที่ไหน” จูชิงตอบ
ซั่งกวานเหยียนหลานยิ้มเล็กน้อย “แล้วเ้าฝึกฝนวรยุทธ์อะไรอย่างนั้นรึ สอนข้าได้หรือไม่?”
“ไม่ได้!” จูชิงปฏิเสธในทันที
ซั่งกวานเหยียนหลานผงะไปชั่วขณะ นางไม่คิดว่าจูชิงจะปฏิเสธทันควันเฉกเช่นนี้ เื่แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“แม่นางคนนี้น่าสนใจไม่เบา” เฒ่าปีศาจทำกรรมฐานอยู่บนศิลาผนึกิญญาพิชิต์คล้ายกับเห็นอะไรบางอย่างในตัวซั่งกวานเหยียนหลาน เขายิ้มแล้วมองจูชิง
จูชิงขมวดคิ้วพลางยกแขนขวา ัคะนองน้ำน้อยแปรเปลี่ยนเป็อัสนีทองคำพุ่งทะยานเข้าไปในป่า ไม่กี่ลมหายใจผ่านไปัคะนองน้ำน้อยก็กลับมาพร้อมกับคาบผลไม้สีแดงสดลูกหนึ่ง
“ผลชาดแดง ขั้นมนุษย์ระดับกลาง มูลค่าหนึ่งร้อยค่าคุณูปการ” จูชิงยิ้ม
“หวา งูน้อยตัวนี้น่ารักมาก ขอข้าจับหน่อยสิ!” ครั้นซั่งกวานเหยียนหลานเห็นัคะนองน้ำน้อย ดวงตาทั้งสองเป็ประกาย ยื่นเหยียดมือไปข้างหน้ามาดหมายลูบหัวัคะนองน้ำ
“ฟ่อ!” ัคะนองน้ำน้อยทำเสียงขู่ซั่งกวานเหยียนหลาน ถ้านางเข้ามาใกล้กว่านี้ มันพร้อมจู่โจมโดยไม่ลังเล
“ัคะนองน้ำน้อยกลับมา!” จูชิงกวักมือ ัคะนองน้ำน้อยหันหลังเลื้อยเข้าไปในแขนเสื้อของจูชิงอย่างรวดเร็ว
“สุดยอดเลย เ้าเลี้ยงสัตว์อสูริญญาด้วยอย่างนั้นรึ” ซั่งกวานเหยียนหลานมองจูชิงด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเคารพนับถือ
จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่อธิบายไม่ได้ว่าคืออะไร
“ข้าขอดูงูน้อยตัวนั้นหน่อยจะได้หรือไม่?” ซั่งกวานเหยียนหลานพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมเข้ามากอดแขนของจูชิง
ทันใดนั้นเอง จิติญญาของจูชิงสั่นสะท้าน เขามองซั่งกวานเหยียนหลานที่เข้ามากอดแขนตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เขาปล่อยให้นางเข้ามาใกล้ขนาดนี้ได้อย่างไร ถ้ายามนี้ซั่งกวานเหยียนหลานถือมีดอยู่ในมือย่อมสามารถแทงทะลวงอกของเขาได้อย่างง่ายดาย!
“เ้าเป็ใคร!” จูชิงเบิกตาทั้งสองกว้าง เขาััได้ว่าฝีเท้าลอยอยู่เหนืออากาศเล็กน้อย ลมปราณภายในร่างราวกับถูกบางสิ่งยับยั้ง
“รู้ตัวแล้วงั้นรึ ทว่ามันสายเกินไปแล้ว” ซั่งกวานเหยียนหลานหัวเราะมือคว้าถุงเอกภพที่ห้อยอยู่ที่เอวของจูชิง
ศิษย์สามัญที่มีถุงเอกภพนั้นพบเจอได้ยากยิ่ง มิจำเป็ต้องถามว่าในถุงเอกภพมีอะไร ลำพังแค่ถุงเอกภพอย่างเดียว สำหรับซั่งกวานเหยียนหลานก็นับว่าได้พบของล้ำค่ามากแล้ว
ซั่งกวานเหยียนหลานเองไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะเจอปัญหาระหว่างขโมยโสมเื ทั้งยังไม่คิดด้วยว่าเ้าโง่จูชิงจักโผล่มา แล้วที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือเ้าโง่นั่นดันมีถุงเอกภพ นางหรือจักปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ อีกทั้งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเคยทำแบบนี้
“ฮ่าๆ ข้าเตือนเ้าแล้ว ตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด!” เฒ่าปีศาจหัวเราะคิกคัก
จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามขับเคลื่อนลมปราณเพื่อใช้ลมปราณปัดป้องขัดขวางซั่งกวานเหยียนหลาน!
ซั่งกวานเหยียนหลานตกตะลึงไปโดยพลัน นางไม่คิดว่าจูชิงที่อยู่ในสถานะเช่นนั้นจะยังขับเคลื่อนลมปราณได้อีก
“เป็ไปได้ยังไง...” ซั่งกวานเหยียนหลานใมาก นางอยากหนี แต่ในเสี้ยวพริบตามือหยาบหนาของจูชิงพุ่งมาจับคอของนางไว้แน่น!
“ข้าอุตส่าห์ช่วยเ้า เ้าตอบแทนบุญคุณข้าแบบนี้รึ!” จูชิงพูดด้วยโทสะ
ซั่งกวานเหยียนหลานกลัวมาก เพลานี้นางััได้ถึงจิตสังหารน่าพรั่นพรึงแผ่ซ่านออกมาจากตัวของจูชิง มิรู้ว่าต้องฆ่าคนเท่าไหร่ถึงจะมีจิตสังหารรุนแรงเฉกเช่นนี้
“นางเป็กายลาวัณย์ แม้มิได้ฝึกวิชาเย้ายวนหากก็สามารถหลอกล่อศัตรูได้ด้วยเสน่ห์ เมื่อครู่เ้าตกหลุมพรางของนางอย่างจัง” เฒ่าปีศาจสรวลสันต์
“นั่นมันอันตรายไม่ใช่รึ!” พอจูชิงนึกถึงตอนที่ปล่อยให้นางเข้ามาใกล้โดยไม่ทันระวังตัวเขาถึงกับขนลุกซู่อย่างอดมิได้
“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิง เพราะก่อนหน้านี้เ้ามิได้ทันระวังตัว อีกทั้งเ้าเป็แค่ขั้นหลอมกายา นางถึงได้กล้าหว่านเสน่ห์ใส่เ้า ถ้าหากเป็จอมยุทธ์ที่มีขั้นบำเพ็ญเพียรสูงกว่าเคลื่อนย้ายลมปราณ พวกเขาน่าจักรู้ตัวในทันที” เฒ่าปีศาจอธิบาย
“นาง...” จูชิงนึกภาพตอนที่คิดจะฆ่านางเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก เขาฆ่าสัตว์อสูรมาแล้วไม่น้อย ทว่าไม่เคยฆ่ามนุษย์มาก่อน
“กายลาวัณย์นับว่าเป็หม้อสัมฤทธิ์ที่ไม่เลว แม้ว่าต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่น่าจะพอช่วยเหลือเ้าในยามวิกฤติได้” เฒ่าปีศาจพูด
[1] สำนวนหมายถึง คนไร้ความสามารถ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ หมดหนทางช่วยเหลือ
