หยุนเชียนซินกลับรู้สีกได้ถึงรังสีที่แข็งแกร่งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด หลงเหยียนที่ดูเหมือนไม่ถึงวัยยี่สิบปีด้วยซ้ำ ทว่าน้ำเสียงของเขาและความหมายที่พูดออกมานั้นทำให้เขารู้ว่าหลงเหยียนต้องรู้อะไรมาแน่
จากนั้นเขาก็รีบพยักหน้าทันที “สหายหลงเหยียนเอ๋ย ข้าอยู่มาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว ตอนนี้ข้าอายุมากกว่าร้อยปี แต่นี่เป็ครั้งแรกที่มีเด็กหนุ่มมาพูดกับข้าเช่นนี้ ทำให้ข้ารู้สึกบรรลุอะไรหลายอย่าง!”
ดูออกว่าหยุนเชียนซินก็รู้ว่าลั่วซาง้าสังหารหลงเหยียน ทว่าสุดท้าย หลงเหยียนกลับมาได้อย่างปลอดภัย คาดว่าลั่วซางต้องเป็อันตรายไปแล้ว มีโอกาสกลับมาได้น้อยยิ่งนัก
“คนหนุ่มไฟแรงเป็เื่จริง สหายหลงเหยียนเป็ดั่งัในหมู่คน!” แววตาที่เขามองหลงเหยียนนั้นต่างไปจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง คาดว่าคนสูงอายุคนนี้ หลังจากกลับไปก็รู้แล้วว่าควรปฏิบัติต่อตระกูลเจียงอย่างไร
ต่อให้มีตระกูลอู่ตี้คอยให้ท้าย ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถเอาเปรียบ ผิดคำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะเปลี่ยนกันปกครองเมืองได้ ส่วนเื่อื่น หลงเหยียนไม่อยากใส่ใจ เพราะหากตระกูลเจียงไม่ได้รับความเป็ธรรม อีกหน่อยอาจนำมาซึ่งปัญหาอีกก็ได้
ในเมื่อเื้ัตระกูลเจียงยังมีสำนักหยุนเฟิงคอยช่วยเหลือ ซึ่งตระกูลอู่ตี้ก็ไม่มีทางยอมมีปัญหาใหญ่หลวงกับสำนักหยุนเฟิงเพราะเมืองอารักษ์นิทราเพียงแห่งเดียวหรอก
ความจริงหลงเหยียนก็แค่เตือนเขาด้วยความหวังดีเท่านั้น หยุนเชียนซินเข้าใจดี แววตาเขาจึงเต็มไปด้วยน้ำดาแห่งความตื้นตัน
…
ตอนนี้ลั่วซางตายแล้ว ในที่สุดหลงเหยียนก็สามารถผ่อนคลายไปได้สัก่หนึ่ง หลังจากกลับไปแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับเทียนหลาง ตีให้ตายเขาก็ไม่ยอมรับ ส่วนเขาก็คงทำอะไรข้าไม่ได้! ต่อให้ก่อเื่ใหญ่โต มารดาไม่ออกมาปกป้อง อย่างไรเขาก็ต้องให้เมิ่งเหยามาช่วยพูดแทน
หลงเหยียนไม่ได้กังวลเื่นี้เท่าไรนัก ตอนนี้หลงเหยียนวางใจลงบ้างแล้ว ไปนึกถึงเื่ของสำนักมาร เขาต้องรีบทำเวลา รีบสืบหาเื้ัของสำนักมารว่ามีอะไรกันแน่
หยุนเชียนซินมองประเมินหลงเหยียนในใจ จากท่าทางการเดิน และยังมีรังสีที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้ความตกตะลึงในใจเขาเพิ่มมากขึ้น
ระหว่างนั้นก็พยักหน้าหงึกหงัก ชมเชยในใจไม่หยุด
เวลานี้เอง ด้านหลังหยุนเชียนซิน สตรีนางนั้นพุ่งเข้ามากลางอ้อมกอดของหยุนเชียนซิน
“ท่านปู่ เหตุใดท่านถึงชมเ้าหมอนั่นล่ะ? เมื่อครู่ใต้เท้าซือถูเป็คนช่วยพวกเราออกมา หลังจากที่ออกมาได้ ข้าเพิ่งเจอเขา”
หญิงสาวใบหน้าเปรอะเปื้อน ทว่าก็ยังไม่สามารถกลบความงามที่มีได้ ร่างกายนางมีกลิ่นหอมโชยออกมา
หยุนเชียนซินรีบจับมือของนาง “ถิงเอ๋อ อย่าริอ่านพูดไปเรื่อย เ้าจะไปรู้อะไร? เขาเป็ผู้ที่มีพร์สูง!”
หยุนซูถิงแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อ “เ้านั่นดูขาวสะอาด แล้วทำไมข้าถึงดูไม่ออกเล่า ว่าเขามีพร์สูงมาก?”
เมื่อหลงเหยียนเผชิญหน้ากับหยุนเชียนซิน เขาดูไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย
หลงเหยียนมองนาง ตอนแรกอยากคุยเล่นด้วย ทว่าข้างกายนางมีเสี่ยวซูอยู่ หลงเหยียนจึงทิ้งความคิดนั้นไป ในเมื่อนางมีคนหมั้นหมายแล้ว เช่นนั้นคงไม่เหมาะสม
“เสี่ยวถิง จะพูดเช่นนี้ไม่ได้ พี่เหยียนท่านนี้คือคนที่ตระกูลอู่ตี้ส่งมา ผู้ที่สามารถเข้าตระกูลอู่ตี้ได้นั้นล้วนเป็ผู้มีพร์สูงทั้งสิ้น”
“เหอะ พี่เสี่ยวซูก็หลอกลวง ท่าทางเขาดูเหมือนมีพร์สูงเช่นกัน หน้ากลับอ่อนเยาว์ยิ่ง ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็เหมือนเด็กกว่าข้า! ส่วนพร์น่ะหรือ? เขาเก่งขนาดนั้นจริงหรือ?”
ขณะที่หยุนซูถิงพูด นางก็ะโโลดเต้นไปด้วย ท่าทางน่ารักเสียจริง หลงเหยียนอดนึกถึงหลงหยุนฉีไม่ได้
หยุนเชียนซินมองหลงเหยียนครู่หนึ่ง คล้ายไม่ได้ใส่ใจเท่าไร ใบหน้าเขาไม่ได้เห็นถึงความผิดปกติ เมื่อมองหยุนซูถิงแล้วกลับดูน่าเอ็นดู
เ้าเมืองหยุนนึกในใจ ‘เ้าหลงเหยียนนี่ไม่ธรรมดา หากลั่วซางนั่นถูกเขาฆ่าตาย แสดงว่าพร์ของเขาคงเหนือชั้นมาก ต้องเป็ยอดมนุษย์แน่ ทั้งยังรู้จักถ่อมตน คนแบบนี้ อนาคตต้องสำเร็จใหญ่โต หากมอบหลานสาวข้าให้แก่เขาละก็?’
จากนั้นเขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม “เด็กน้อยหลงเหยียน หลานสาวข้าถูกตามใจจนเคยชิน โปรดท่านอย่าถือสา!”
“จะถือสาได้อย่างไร หลานท่านน่ารักถึงเพียงนั้น”
เมื่อหลงเหยียนพูดเช่นนี้ แววตาของหยุนเชียนซินก็เป็ประกาย
“หลานสาวข้าน่ะเรอะ นิสัยประหลาด กลับเหมือนเ้าเล็กน้อย ตอนนั้นรุ่นบิดาของตระกูลเรากำหนดหมั้นหมายให้เสี่ยวซู หลานสาวข้ากลับไม่ชอบเขา เฮ้อ… ดูเหมือนเื่ของหลานสาวข้า นับจากนี้ต้องให้นางตัดสินใจเองแล้วละ”
หยุนเชียนซินพูดไปก็จ้องหลงเหยียนไป ทว่ากลับไม่พบสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิม หลงเหยียนกลับหัวเราะในใจ
ซูจื่อมั่วพูดพลางยิ้ม “เสี่ยวถิง เ้าไม่ชอบเสี่ยวซูหรือ เป็เพราะหน้าตาเขาไม่ดีสินะ ไหนเ้าลองดูสิว่าข้าเป็อย่างไร ไปกับข้าดีกว่าหรือไม่”
ในตัวของซูจื่อมั่วถูกสิงโตน้อยควบคุมอยู่ หลงเหยียนหันไปมองมันด้วยสายตาดุดัน
“เสี่ยว เสี่ยวมั่ว ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา” หลงเหยียนกัดฟันกรอด
ขณะที่พูดอยู่นั้น ทุกคนก็กลับมาถึงจวนเ้าเมืองแล้ว บอกได้เลยว่าครั้งนี้ภารกิจสำเร็จ สามารถช่วยทุกคนออกมาได้แล้ว เวลานี้ ประชาชนและผู้ฝึกยุทธ์ในเมืองต่างก็พากันมาถึงจวนเ้าเมืองแล้ว
เ้าเมืองหยุนยืนอยู่บนประตูเมือง มองคนที่อยู่เบื้องล่างก่อนจะเอ่ยออกไป “ครั้งนี้ ก่อนอื่นเราต้องขอบคุณใต้เท้าตัวแทนจากเมืองอู่ตี้ หากไม่มีพวกเขาช่วย เราคงจัดการปัญหาในครั้งนี้ไม่ได้…”
เขาพูดอยู่หลายเื่ ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่ได้พูดก็คือตระกูลเจียงสมรู้ร่วมคิดกับสำนักมาร ถือเป็การโยนความผิดทั้งหมดไปใส่สำนักมาร
คาดว่าเขาต้องจัดการความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลได้ดีกระมัง กุมอำนาจยี่สิบปี เมื่อถึงขีดกำจัด มากสุดพวกเขาก็แค่ประลองยุทธ์กันใหม่อีกครั้ง… อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่เื่ที่หลงเหยียนต้องกังวลแทนแล้ว
เขาแนะนำหลงเหยียนและซูจื่อมั่วแบบคร่าวๆ หลงเหยียนเดินจากไปอย่างเร่งรีบ ไม่ว่าอย่างไรซือถูหม่าก็ยังไม่กลับมา
กลับไปถึงห้องส่วนตัว สิ่งแรกที่เขาทำก็คือบิดหูซูจื่อมั่ว
“เ้าสิงโต หน้าไม่อายจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะกล้าจีบหยุนซูถิงอย่างเปิดเผย ทั้งยังพูดเช่นนั้นออกไปอีก”
สิงโตน้อยปรบมือ “เฮ้อ การที่ข้ากล้าพูดออกมาก็ยังดีกว่าแสร้งทำใหญ่โต กลับไม่กล้าแสดงออกหรอกน่า ท่านไม่รีบฉวยโอกาสก่อน ประเดี๋ยวผู้อื่นก็ชิงโอกาสไปเสียหรอก!”
ขณะที่สิงโตน้อยกำลังพูดอยู่นั้น เขาถูกชกที่ลูกตาอย่างแรงหนึ่งครั้ง ทันใดนั้น ทั้งสองเริ่มสู้กันอีกครั้ง ใช่ว่าหลงเหยียนอยากทำร้ายมัน เขากลับรู้สึกดีใจด้วยซ้ำ เพราะในที่สุดก้อนหินที่ทับกลางอกก็ถูกยกออกแล้ว
ในใต้หล้านี้ จะไม่มีคนชื่อลั่วซางปรากฏตัวอีกแล้ว…
“เ้านึกว่าใครจะเ้าเล่ห์เช่นเ้าล่ะ? หมดทางเยียวยาแล้ว” หลังจากที่พวกเขาสองคนสู้กันจนเหนื่อย ก็พิงเตียงเพื่อพักผ่อน
จนถึงวันที่สอง ซือถูหม่ากลับมาถึงจวนเ้าเมืองแล้วตรงมาหาหลงเหยียนทันที
หลงเหยียนเปิดประตูให้เขาเข้ามา ซือถูหม่าพบว่าซูจื่อมั่วอยู่ในห้องหลงเหยียน เขาประหลาดใจมาก ทั้งสองแลดูสนิทสนมกันกว่าเดิม
“ใต้เท้าซือถู ท่านกลับมาแล้วหรือ” หลงเหยียนแสร้งเดินออกมาด้านนอก มองหาไปทั่วก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ท่านหาใต้เท้าลั่วซางไม่เจอหรือขอรับ? เป็ไปได้อย่างไร จนถึงตอนนี้ยังไม่กลับมาอีก”
แววตาซือถูหม่าเย็นเยียบ เขากำหมัดแน่นแล้วมองหลงเหยียน “หลงเหยียน พูดความจริงกับข้า เ้ารู้ว่าเขาไปไหนใช่ไหม หรือว่าเขาตายไปแล้ว?”
หลงเหยียนมองท่าทางที่เยือกเย็นของเขา หลงเหยียนเองก็อดทนกับเขามามากแล้วเช่นกัน
“ใต้เท้าซือถู ข้าจะขอพูดอีกแค่ครั้งเดียว ข้าไม่รู้ว่าเขาไปไหน ข้าเห็นแค่ว่าเขาตามผู้พิทักษ์ลิ่งออกไป หากท่านไม่เชื่ออีก เช่นนั้นก็เชิญออกจากห้องข้าได้แล้ว”
--------------------
