อั้นเตี้ยนมองหลิวจือเฮ่า จากนั้นมองเ้าตัวเล็กที่กำลังคว้าเสื้อผ้าเขาพลางกลืนน้ำลายแล้วขมวดคิ้ว นี่เป็อาหารบำรุงสุขภาพนายท่าน เขาจะให้คนอื่นได้อย่างไร
หลิวจือเฮ่ามองความคิดอั้นเตี้ยนออก "แผลของข้ายังไม่หาย ข้ากินอาหารมันเลี่ยนเหล่านี้ไม่ได้ ให้หนิงหนิงกินเถอะ!" ถ้าไม่ให้อีก น้ำลายจะไหลลงมาแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวจือเฮ่า อั้นเตี้ยนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เขาอยากให้นายท่านกินของดี แต่ลืมไปว่ากินของมันไม่ได้ ทำให้เด็กนี่ได้กินเลย
“เอ้า เอาไปกิน” อั้นเตี้ยนจ้องหลี่ชิงหนิงและส่งกล่องอาหารให้นาง “นายท่าน เดี๋ยวข้าจะเอาอาหารเบาๆ มาให้” ถ้านายท่านไม่กินของดีๆ จะหายดีได้อย่างไร
ถ้าพวกเขาไม่ทิ้งนายท่านไป นายท่านก็คงไม่ได้รับาเ็สาหัสขนาดนั้น
พวกเขาทั้งสี่ไม่ควรเชื่อฟังคำพูดของนายท่านและจากมา
คราวนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะอยู่เคียงข้างนายท่าน
หลี่ชิงหนิงกลืนน้ำลายที่มาถึงมุมปากกลับลงไป มองอาหารในกล่องแล้วเงยหน้าขึ้นมองอั้นเตี้ยน
นางดึงเสื้อคลุมของอั้นเตี้ยน จากนั้นปีนต้นขาทำให้เขาตัวแข็งทื่อ
เขาเงยหน้าถลึงมองเ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตัก อยากะโบอกให้ออกไป แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตก็พูดอะไรไม่ออก ทำได้แค่เพียงนั่งตัวแข็งทื่อให้นางนั่งตามใจชอบ
หลี่ชิงหนิงยื่นมือเล็กๆ ออกไปจับใบหน้าของอั้นเตี้ยน จุ๊บแก้มและบอกขอบคุณ จากนั้นใช้จังหวะที่อั้นเตี้ยนตกตะลึงปีนลงมาอย่างว่องไว เอากล่องอาหารในมือวิ่งจากไป
"ของอร่อย มากินด้วยกัน” นางวิ่งยิ้มไปหาพวกหลี่ชิงหลิง ส่งกล่องอาหารในมือให้กับหลี่ชิงหลิง "แบ่ง... แบ่ง..."
แม้ว่าหลี่ชิงหนิงจะเป็เด็กกินเก่ง แต่ไม่ใช่เด็กที่จะเก็บไว้กินคนเดียว หากมีอาหารอร่อยก็จะแบ่งให้กับทุกคน หลี่ชิงหลิงพอใจกับนางมากจึงยกนิ้วโป้งให้และกล่าวชม จากนั้นคีบน่องไก่อันเล็กไปให้กิน
หลังจากให้นางแล้วก็ให้เด็กๆ คนอื่นด้วย
เมื่อแบ่งให้ชายชรา เขาก็โบกมือ “ข้าไม่เอา เก็บไว้ให้เสี่ยวหนิงเถอะ!" เขาแก่มากแล้ว จะมีหน้าไปแย่งของแค่นี้กับเด็กๆ ได้ยังไง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหนิงก็ยกขาไก่แล้วพูดเสียงอู้อี้ว่ากิน...กิน…
"หนิงหนิงบอกว่าตัวเองมีแล้ว ให้ท่านปู่กินเลย” หลี่ชิงหลิงช่วยหลี่ชิงหนิงอธิบาย ยัดไก่บนตะเกียบเข้าปากชายชรา "บอกให้กินก็กินสิ บ่นอะไรเยอะแยะ”
ชายชรารู้สึกประทับใจกับเด็กๆ จนดวงตาเริ่มแดง เขาก้มหัวลงราวกับจะปกปิด พลางหัวเราะบอกว่าอร่อยมาก
หลี่ชิงหลิงชำเลืองมองชายชรา ยิ้มและแบ่งอาหารที่เหลือให้เด็กๆ
เมื่อเห็นภาพนี้ มุมปากอั้นเตี้ยนก็กระตุกอย่างรุนแรง อาหารที่เขาอุตส่าห์เอามาโดนแบ่งกินหมดแล้ว
“จะเอาอาหารเบาๆ มาให้ข้าไม่ใช่หรือ ยังไม่ไปอีก” หลิวจือเฮ่ารู้สึกหิวเมื่อเห็นเด็กๆ กินกันอย่างเอร็ดอร่อย “คราวหลังเอาส่วนของทุกคนมาด้วย” ถ้าโดนเด็กๆ จ้องระหว่างกิน เขาก็คงทำตัวไม่ถูก
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวจือเฮ่า อั้นเตี้ยนก็ตอบรับ หันหลังกลับและหายไป
เด็กๆ ต่างก็ฮือฮากับการไปมาไร้ร่องรอยนี้
อั้นเตี้ยนใช้เวลาราวสองเค่อในการเอาอาหารเบาๆ ที่ยังร้อนกลับมาวางตรงหน้าหลิวจือเฮ่า แถมแอบชำเลืองมองเ้าเด็กตะกละด้วย หากกล้ามาแบ่งอาหารกับนายท่านอีก เขาจะไม่เกรงใจแน่
หลิวจือเฮ่าจิบแกงจืดแล้ววางลง เขารู้สึกว่ามันไม่อร่อยเท่าของหลี่ชิงหลิง
"อั้นเตี้ยน ไม่สมกับเป็เ้าเลย!" ในบรรดาองครักษ์ทั้งสี่ อั้นเตี้ยนอายุน้อยที่สุดและค่อนข้างสดใส ถึงขั้นกล้าแซวเ้านายเป็ครั้งคราวด้วย เขาถึงได้ตามใจอีกฝ่ายมากพอตัว
อั้นเตี้ยนเอามือแตะจมูกด้วยความลำบากใจ เขาเองก็รู้สึกว่าตัวเองโวยวายใหญ่โตไปหน่อย ทำไมต้องเอะอะกับเด็กเล็กๆ แบบนี้ด้วย?
“นายท่าน ไม่อร่อยหรือ?” เขาเหลือบมองแกงจืดไก่ของหลิวจือเฮ่าที่กินคำเดียวก็วางบนพื้นแล้วขมวดคิ้ว
หลิวจือเฮ่าตอบโดยไม่เงยหน้า "ก่อนหน้านี้กินไปถ้วยหนึ่งแล้ว ถ้ากินอีกจะกินข้าวไม่ลง”
พูดจบ เสียงเด็กน้อยฟังดูสดใสก็ดังขึ้น "พี่จื่อเหิง กำลังกินอะไรอยู่"
หัวเล็กๆ โผล่ออกมาจากด้านหลังอั้นเตี้ยน ทำให้ร่างของอั้นเตี้ยนแข็งค้างอีกครั้ง เผยสีหน้าหงุดหงิดที่หาได้ยาก ให้ตายเถอะ เ้าตัวเล็กนี่มาที่นี่ั้แ่เมื่อไร? ทำไมเขาถึงไม่ทันสังเกต?
ถ้าเป็ศัตรู เขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือ?
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ เหงื่อเย็นก็ซึมชื้นที่หลัง
หลิวจือเฮ่าเห็นแล้วเกือบสำลักข้าว รีบปิดปากกลืนอย่างรวดเร็ว
“กินข้าวอยู่ หนิงหนิงจะกินไหม”
หลี่ชิงหนิงเพิกเฉยสีหน้าย่ำแย่ของอั้นเตี้ยน ดึงเสื้อคลุมของอั้นเตี้ยนปีนขึ้นไปอย่างชำนาญ นั่งบนตักของเขาอย่างมั่นคง
นางจ้องอาหารของหลิวจือเฮ่า กลืนน้ำลาย จับท้องอีกครั้งแล้วส่ายหัวด้วยความเสียดาย “ท้องอิ่ม ไม่เอาแล้ว” พี่สาวเคยบอกไว้ว่าถ้าอิ่มแล้วยังกินอีกจะปวดท้อง นางไม่อยากปวดท้อง
หลิวจือเฮ่าอดหัวเราะไม่ได้ เขามองนางอย่างอ่อนโยน "พรุ่งนี้พี่จื่อเหิงจะชวนหนิงหนิงกินอีก ดีไหม” เขาจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเคยหัวเราะแบบนี้ตอนไหน
เมื่อเขาได้ยินว่าพรุ่งนี้จะมีของกินอีก ตาของหลี่ชิงหนิงก็หรี่โค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว หัวเล็กๆ ผงกรัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวและพูดว่าดี
อั้นเตี้ยนก้มหัวมองเด็กน้อยในอ้อมแขน รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา ผู้ใหญ่เห็นใบหน้าเ็าของเขายังกลัวเลย แล้วทำไมเด็กคนนี้ถึงไม่กลัว?
หรือเขากลายเป็คนอ่อนโยนไปแล้ว?
“นายท่าน...” เขามองหลิวจือเฮ่าราวกับขอความช่วยเหลือ อยากให้ช่วยลากเ้าตัวเล็กลงไป
หลิวจือเฮ่าเงยหน้าขึ้นมองอั้นเตี้ยนแล้วหัวเราะในใจ เมินเขาและคุยกับหลี่ชิงหนิงต่อไป
นายท่านเปลี่ยนไปแล้ว ไม่สนความเป็ความตายเขาเลย
“เ้า... เ้าตัวเล็ก ลงไปเถอะ” สุดท้ายอั้นเตี้ยนก็ต้องไล่เอง
หลี่ชิงหนิงจ้องอาหารอร่อยของหลิวจือเฮ่าโดยไม่ได้ยินอั้นเตี้ยน เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ยื่นมือไปอุ้มนางลง จากนั้นก็รีบลุกขึ้นยืน ไม่กล้านั่งอีก
หลี่ชิงหนิงกะพริบตา นางยังสับสนอยู่เล็กน้อย นางหันไปมองอั้นเตี้ยนแล้วเอียงหัว “นั่งเหนื่อยแล้วหรือ"
"..." อั้นเตี้ยนปากกระตุก จ้องนางอยู่หลายวินาที สุดท้ายก็ผละสายตาหันไปอีกฝั่ง
เขาไม่รู้จะพูดอะไรกับเ้าตัวเล็กคนนี้จริงๆ
หลี่ชิงหนิงเหลือบมองเขาอีกครั้ง จากนั้นก็หันไปสนใจอย่างอื่น วิ่งไปหาหลิวจือเฮ่า มองอาหารแล้วนั่งลง พลางถามด้วยความสงสัยว่ามันคืออะไร อร่อยไหม
หลิวจือเฮ่าตอบคำถามของนางอย่างอดทน หลังกินหมดนางจึงจะหยุดพูด
อั้นเตี้ยนเก็บชามและตะเกียบของหลิวจือเฮ่าใส่ในกล่องอาหารแล้วออกไปอย่างรวดเร็ว
รวดเร็วราวกับถูกภูตผีไล่ล่า
ถ้าคนอื่นรู้ว่าเขากลัวเด็กน้อยคงโดนหัวเราะจนฟันหลุด
หลังจากวันนั้น ทุกครั้งที่อั้นเตี้ยนมาส่งอาหารจึงไม่อ้อยอิ่งอีก วางอาหารแล้วหายไปทันที
หลิวจือเฮ่าเขาเห็นแล้วก็หัวเราะในใจ เขาเองก็ไม่คิดว่าอั้นเตี้ยนจะกลัวเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่สมกับเป็เขาเลย
เด็กๆ มีความสุขกันมาก พวกเขาได้กินอาหารอร่อยที่ไม่เคยกินจากหลิวจือเฮ่ามากมาย
่นี้เด็กๆ ตื่นแล้วก็ฝึกทำท่านั่งม้าหรือหม่าจาปู้ทุกวัน วันละครึ่งชั่วยาม
แม้ว่าขาของพวกเขาจะสั่นเทาจนเหงื่อออกท่วมตัว แต่ก็ไม่มีใครค้านอะไร
หลิวจือเฮ่าเห็นแล้วก็แอบพยักหน้า รู้สึกว่าเด็กๆ มุ่งมั่นเกินที่เขาคาดไว้
เขาคิดว่าทำวันเดียวก็จะเหนื่อยแล้วยอมแพ้เสียอีก? แต่กลับยืนหยัดโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“จือโม่ พ่อแม่เ้าล่ะ?” หลิวจือเฮ่าถามราวกับไม่ใส่ใจนัก
หลิวจือโม่มองาแบนหลังของหลิวจือเฮ่าแล้วกล่าวเสียงเรียบ "ไม่อยู่แล้ว..."
“ทำไมไม่อยู่ ไม่อยู่ั้แ่เมื่อไร?”
มือของหลิวจือโม่หยุดชะงัก จากนั้นทายาต่อ "ติดโรคปีก่อนแล้วรักษาไม่หาย” หลังหลี่ชิงหลิงบอก เขาก็พบว่าตนเองค่อนข้างคล้ายกับหลิวจือเฮ่าอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก
อย่างไรเสีย โลกนี้ก็มีคนมากมายที่หน้าตาคล้ายกัน ความคล้ายคลึงของเขากับหลิวจือเฮ่าก็ไม่ได้มีความหมายอะไร
แต่เมื่อเขาได้ยินคำถามของหลิวจือเฮ่าก็แอบระวังขึ้นมา
เขารู้ว่าพ่อและแม่ของเขาไม่ได้มาจากหมู่บ้านหนิวโถว พวกเขามาตั้งรกรากในหมู่บ้านสิบกว่าปีก่อน การพูดจาก็แตกต่างจากชาวบ้านอย่างมาก
เมื่อก่อนเขาไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้เขาสงสัยว่าภูมิหลังของพ่อแม่อาจจะไม่ธรรมดา
ไม่รู้ว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านหนิวโถว สิบปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังและเขาก็ไม่เคยถามด้วย
จากไปปีที่แล้ว? ปีที่แล้วงั้นหรือ?
หลังจากได้ยินแบบนี้ แววตาหลิวจือเฮ่าก็มืดลงชั่วครู่ เขากลัวว่าการถามคำถามมากเกินไปจะดึงดูดความสนใจของหลิวจือโม่จึงเปลี่ยนเื่ "เ้าได้ไปเรียนกับพวกจือเยี่ยนหรือไม่?”
ลุงสี่เรียนสูงขนาดนั้น ถ้าเขาเป็คนสอนมาเองก็คงมีความรู้แน่
"อืม..." หลิวจือโม่พยักหน้า "แต่ก่อนท่านพ่อเคยสอน หลังท่านเสียไปก็ไปเรียนกับอาจารย์คนอื่นที่นั่น” ถ้าไม่ใช่เพราะภัยพิบัติครั้งนี้ เขาคงได้ลงสอบแล้ว
