สำหรับจั๋วอวิ๋นเซียนแล้ว มีเื่บางเื่ที่ยากจะลืมเลือน มีคนบางคนที่มิอาจลืมลง
บิดาจั๋วฟู่ไห่ พี่สาวจั๋วอวี้หวั่น ลุงเยี่ยน อาจารย์เฒ่า สหายซาลาเปา ถังจิ่ว...แล้วก็ผู้าุโเฉียนโม่
หากลองนับอย่างจริงจังแล้ว จั๋วอวิ๋นเซียนกับเฉียนโม่เคยพบกันเพียงครั้งเดียว และเป็เพราะโชคชะตาครั้งนั้น ชีวิตของเขาจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน
ดังนั้นถึงแม้สามปีมานี้จั๋วอวิ๋นเซียนจะไม่เคยพูดคุยกับเฉียนโม่เลย แต่เมื่อได้พบกันอีกครั้งก็มิได้รู้สึกเหินห่าง กลับกันให้ความรู้สึกคิดถึง เหมือนครอบครัว เหมือนสหาย ทั้งยังมีความเคารพและซาบซึ้ง
ความจริงแล้วชีวิตเรานั้นมีอิสระมิได้ถูกชะตาฟ้ากำหนด
หากไม่มีโชคจากมิติมายาสุญญตา หากไม่มีเฉียนโม่ช่วยเหลือ จั๋วอวิ๋นเซียนอาจจะไม่สามารถบำเพ็ญเซียน อาจจะเป็คนธรรมดา เมื่อเผชิญหน้ากับตระกูลซีโหลว เขาคงไร้กำลังเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเอง
สามารถกล่าวได้เต็มปากเลยว่า หากไม่มีเฉียนโม่ก็คงไม่มีจั๋วอวิ๋นเซียนในวันนี้
ระหว่างพวกเขา ไม่เพียงเชื่อมโยงกันด้วยผลกรรม แต่ยังมีหลายสิ่งอีกมากมาย
……
“ผู้าุโเฉียนโม่ มิได้พบกันนาน”
จั๋วอวิ๋นเซียนทักทายอย่างตั้งใจ เขาเผยรอยยิ้มดีใจบนใบหน้า
ผู้คนที่เห็นภาพนี้ต่างพากันเงียบกริบ
ฉินตงหวู่ติดตามจั๋วอวิ๋นเซียนอยู่ข้างกายมานานสามปีกว่าแล้ว นางเพิ่งเคยเห็นอีกฝ่ายยิ้มเช่นนี้เป็ครั้งแรก รอยยิ้มที่บริสุทธิ์และงดงาม
“ใช่แล้ว มิได้พบกันนานนะ”
เฉียนโม่เหมือนถูกรอยยิ้มของจั๋วอวิ๋นเซียนทำให้พลอยยิ้มไปด้วย สายตาเผยความอบอุ่นขึ้นมา ในเวลาเดียวกันในใจของนางก็เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา เหมือนกับเป็...สหายที่รู้จักกันมาเนิ่นนาน
ิญญาที่ถูกกำหนดให้โดดเดี่ยวมาเนิ่นนาน จะมีสหายได้อย่างไร?
หลังจากกลายร่างเป็มนุษย์แล้ว เฉียนโม่รู้สึกว่าตัวเองยิ่งเหมือน ‘คนธรรมดา’ มากขึ้น เจ็ดอารมณ์หกความรู้สึก รักโลภโกรธหลงยากตัดขาด จิตใจค่อยๆ แปดเปื้อนโลกมนุษย์
……
อีกด้านหนึ่ง ตอนนี้อารมณ์ของเ้าเกาะทั้งสามยิ่งซับซ้อนมากขึ้น
พวกเขาคิดไม่ถึงว่าท้ายที่สุดเพราะความเก่งกาจของจั๋วอวิ๋นเซียน ถึงสามารถแก้ไขความขัดแย้งระหว่างเกาะสามเซียนกับเผ่าสมุทร และพวกเขายิ่งคาดไม่ถึงว่าเื้ัของจั๋วอวิ๋นเซียนถึงกับมีภูมิหลังน่ากลัวเพียงนี้
เหมยซิ้งหงถอนหายใจ เขารู้ว่าความคิดที่จะรับศิษย์ของเขาน่าจะเป็ไปมิได้แล้ว มิอาจแม้กระทั่งเอาไปคิดได้อีก เพื่อมิให้เป็การหาเื่ใส่ตัว
คนบางคนถูกกำหนดแล้วว่าให้ก้าวทะยานสู่ฟากฟ้า!
เ้าเกาะทั้งสามเดิมทียังคิดว่า เมื่อเกาะสามเซียนพัฒนาจนแข็งแกร่งแล้ว จะรวมทะเลล่วนซิงเป็หนึ่งเดียว ตอนนี้ดูท่าพวกเขาคงหวังมากเกินไปแล้ว
มีเทพเซียนอย่างเฉียนโม่ เกาะสามเซียนอีกสิบแห่งก็ก่อเื่อะไรมิได้ นอกจาก...เกาะสามเซียนจะสามารถหยุดจั๋วอวิ๋นเซียนไว้กับตัวได้ แล้วยืมพลังอำนาจของเฉียนโม่ สะกดความวุ่นวายทั้งหมด สร้างกฎระเบียบขึ้นมาใหม่ เหมือนกับราชวงศ์ห้าแคว้น
แน่นอนว่าความคิดเช่นนี้ก็ไม่เลวเลย แต่น่าเสียดายที่เ้าเกาะทั้งสามรู้สึกลำบากใจ ว่าควรใช้วิธีใดเพื่อรั้งตัวจั๋วอวิ๋นเซียนเอาไว้? ข่มขู่คงเป็ไปไม่ได้แน่นอน เช่นนั้นคงทำได้เพียงใช้มิตรภาพและผลประโยชน์ โชคดีที่ความสัมพันธ์ของเกาะสามเซียนกับจั๋วอวิ๋นเซียนนับว่าไม่เลว มิเช่นนั้นคงทำได้เพียงจ้องมองเท่านั้น
เมื่อคิดได้เช่นนี้เ้าเกาะทั้งสามสบตากันพลางพยักหน้า ดูเหมือนจะตัดสินใจได้แล้ว
แต่เมื่อลองกลับมาคิดแล้ว พวกเหมยซิ้งหงไม่เข้าใจจริงๆ ในเมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนมีภูมิหลังเช่นนี้ เหตุใดตระกูลจั๋วทั้งครอบครัวยังแตกแยก? ส่วนจั๋วอวิ๋นเซียนเหตุใดถึงาเ็สาหัส จนต้องหลบๆ ซ่อนๆ ? หรือว่าทุกอย่างทำเพื่อปิดบังตัวตน?
……
“ใช่แล้วผู้าุโ ท่านออกมาได้อย่างไร?”
จั๋วอวิ๋นเซียนนึกบางอย่างออกจึงอดถามด้วยความสงสัยมิได้
เฉียนโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา “สิ่งนี้คือวิชาลับนิกายเซียน สร้างร่างแยก มิใช่ร่างจริงของข้า ดังนั้นจึงอยู่ได้มินานนัก”
จั๋วอวิ๋นเซียนตะลึงเล็กน้อย เขาแผ่จิตไปหาเฉียนโม่ ดังคาดเขาพบว่าถึงแม้พลังของอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งมาก แต่กลับล่องลอยไม่มั่นคง แต่จั๋วอวิ๋นเซียนเป็คนฉลาดจึงมิได้เปิดโปง เพราะขอเพียงยังมีเฉียนโม่อยู่ เขาก็จะปลอดภัย อีกทั้งเผ่ามนุษย์กับเผ่าสมุทรคงไม่สู้กันอีกชั่วคราว
จากนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนเปลี่ยนเื่กล่าวว่า “ผู้าุโ เมื่อครู่ท่านพูดว่าสัตว์ั์หุบเหว มันคือตัวอะไรกันแน่? ดูน่ากลัวยิ่งนัก!”
“น่ากลัวหรือ?”
เฉียนโม่ยืนเอามือไขว้หลังแล้วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่มีอะไรน่าแปลก ก็แค่หางของสัตว์ั์หุบเหวเท่านั้น แล้วก็เป็แค่หางขาดด้วย หากมันกล้าก่อเื่ ข้าจะตัดหางมันอีกครั้งหนึ่งเอง”
หางหรือ? แค่หรือ? เื่เล็กเท่านั้น!
จั๋วอวิ๋นเซียนอ้าปากค้าง ไม่รู้ควรตอบอย่างไร ทำได้เพียงยิ้มแห้ง
เมื่อผู้คนได้ยินก็เหงื่อไหลท่วม รู้สึกว่านี่มิใช่บทสนทนาในระดับเดียวกัน...เฮ้อ! เอาเถอะ ความจริงแล้วเฉียนโม่ก็มิใช่คนระดับเดียวกับพวกเขาจริงๆ
ถึงอย่างไรนางก็เป็ิญญาเซียนโบราณ ถึงแม้จะเป็เพียงเศษเสี้ยวิญญา แต่นางก็เคยเป็เซียน!
“ผู้าุโ เช่นนั้นสัตว์ั์หุบเหวตัวจริงเป็อย่างไร?”
จั๋วอวิ๋นเซียนรู้สึกว่า การปรากฏตัวของหางสัตว์ั์หุบเหวมิใช่เื่บังเอิญ จึงเอ่ยถามต่อไป
คนอื่นๆ ก็หูตั้งเช่นกัน พวกเขาอยากรู้คำตอบ
เมื่อครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่ง เฉียนโม่กล่าวว่า “ในสมัยโบราณมีสิ่งมีชีวิตสี่ชนิด ‘แรกเริ่ม ไท่ชูผู้แข็งแกร่ง’ ‘ต้นกำเนิด ไท่สื่อผู้ศักดิ์สิทธิ์’ ‘สุญญตา ไท่ซวี่ผู้สร้างมายา’ ‘หุบเหวลุ่มลึก ไท่หยวนผู้ดุร้าย’ ”
“ไท่ซวี่ผู้สร้างมายา? หรือว่า...”
จั๋วอวิ๋นเซียนตกตะลึง นึกถึงมิติมายาสุญญตาขึ้นมาทันที
เฉียนโม่มองจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยความชื่นชมพลางกล่าวอย่างเรียบเฉย “นับว่าเ้าฉลาดนัก สามารถนึกถึงเื่นั้นได้ แต่เ้าคิดไม่ผิด ความจริงแล้วมิติมายาสุญญตาก็คือดวงตามายาดวงหนึ่งของสัตว์ั์สุญญตา ต่อมาจึงถูกนิกายเซียนไท่ซวีสร้างเป็มิติเซียนแห่งหนึ่ง และนามของ ‘นิกายเซียนไท่ซวี’ ก็มีต้นกำเนิดมาจากสิ่งนี้”
“นิกายเซียนไท่ซวีหรือ? มิติเซียนสุญญตาหรือ?”
จั๋วอวิ๋นเซียนยังอยากถามต่อ แต่เฉียนโม่โบกมือกล่าวว่า “พอแล้ว เ้ายังเด็กเกินไป เื่บางเื่บอกเ้าไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะปวดหัวเปล่าๆ”
“แล้วข้าช่วยท่านได้หรือไม่?”
“เ้ามีจิตใจเช่นนี้ก็พอแล้ว ตอนนี้เ้ายังช่วยอะไรมิได้ ฝึกฝนตัวเองให้ดีก็พอ”
ถึงแม้ท่าทางของเฉียนโม่จะไม่สนใจสิ่งใด แต่ในใจของนางรู้สึกพึงพอใจ อย่างน้อยความรู้สึกที่ถูกคนห่วงใยก็ไม่เลวเลย
จากนั้นเฉียนโม่กล่าวแนะนำต่อว่า “ไท่หยวนผู้ดุร้าย มีร่างกายขนาดใหญ่ สามารถกลืนกินพลังต้นกำเนิดฟ้าดิน แย่งชิงพลังชีวิตของทุกสรรพสิ่ง เรียกได้ว่าเป็ปีศาจชั่วร้าย แต่เป็เพราะมันดุร้ายเกินไป ต่อมาจึงถูกผู้ยิ่งใหญ่ในยุคโบราณจัดการ สุดท้ายิญญาแตกสลาย ร่างกายขาดสะบั้น...”
เมื่อได้ยินความลับที่เฉียนโม่เล่ามา ผู้คนรอบด้านล้วนอ้าปากค้าง
ในยุคโบราณ...จะเป็ยุคสมัยที่รุ่งเรืองเพียงใด ห่างไกลเพียงใดกัน?
เฉียนโม่เว้นจังหวะเล็กน้อย จากนั้นกล่าวว่า “หากข้าคาดเดาไม่ผิด ใต้ทะเลล่วนซิงแห่งนี้ น่าจะซ่อนชิ้นส่วนร่างกายของสัตว์ั์หุบเหวไท่หยวนเอาไว้ แต่ถ้าคิดจะฟื้นคืนชีพไท่หยวน ต้องใช้ิญญาและเืเนื้อจำนวนมหาศาลเป็เครื่องสังเวย”
“อะไรนะ! ไท่หยวนฟื้นคืนชีพได้หรือ?”
จั๋วอวิ๋นเซียนตกตะลึงเล็กน้อย คนอื่นๆ ก็ใไม่แพ้กัน
“มีอะไรให้ใเพียงนั้นกัน”
เฉียนโม่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “เทพปีศาจโบราณ ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนหยดเืเกิดใหม่ได้ทั้งนั้น ต่อให้กลับสู่สังสารวัฏ ก็ยังสามารถรักษาิญญาแท้จริงไม่ดับสูญ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสี่ถือกำเนิดในยุคโบราณ ตัวมันมีร่างกายที่ไม่มีวันดับสูญอยู่แล้ว”
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้”
เพียงชั่วพริบตาจั๋วอวิ๋นเซียนก็เกิดความคิดซับซ้อนในสมองมากมาย ในที่สุดเขาก็รู้สาเหตุของาแล้ว ในที่สุดก็เข้าใจการมีอยู่ของทะเลล่วนซิงแล้ว
