หลงเหยียนพูดแบบนี้ ก็ใช่ว่าจะจำไม่ได้ เขาจำได้ชัดเจน ในตอนที่พยัคฆ์ร้ายจูเก๋ออยากดูดโลหิตของเขา มาหลอมและสร้างความแข็งแกร่งแก่พลังของตนมันเป็อย่างไร
“ช่างเถิด เกรงว่าเื่ใหญ่ระหว่างสองตระกูล ผู้นำตระกูลนั่น หรือพวกผู้าุโ เ้าก็คงไม่รู้หรอก ข้าไม่โทษเ้า เื่ระหว่างสองตระกูลไม่มีผิดไม่มีถูก นี่คือกฎเกณฑ์ที่น่าอนาถในสังคมเรา เ้าไปเถิด ข้าไม่ฆ่าเ้า”
เมื่อได้ยินว่าหลงเหยียนจะปล่อยตนไป เจียงอวี่เจ๋อก็รู้สึกดีเหลือเกิน ดีใจจนน้ำตาแทบไหล ทันใดนั้น คล้ายเขานึกอะไรได้แล้ว?
“จริงด้วย พี่ใหญ่ ยังมีอีกเื่หนึ่ง เหมือนข้าเคยได้ยินท่านพ่อบอกว่าคนที่สำนักมารจับมาได้ ล้วนเกิดเดือนหยินปีหยินกันทั้งสิ้น หากเป็เช่นนั้น คาดว่าอาจมีเป้าหมายเหมือนที่ท่านบอก”
หลงเหยียนโบกมือ “เ้าไปเถิด!” แล้วตัวเองก็จมอยู่กับความคิด ‘คนที่เกิดในเดือนหยินปีหยินอย่างนั้นหรือ? คนที่พวกเขาจับตัวไป? หากมีโอกาส ข้าต้องสืบให้ชัดเจนว่าพวกเ้าเอาตัวหญิงชายอายุน้อยมาทำอะไรกันแน่?’
คาดว่าในเมืองอารักษ์นิทรา หรือเมืองอารักษ์ทั้งสิบแห่งรอบเมืองหยุนจง ต้องมีสำนักแขนงของสำนักมารแน่ ทำให้หลงเหยียนนึกถึงสำนักบงกชมารในเมืองั ที่แท้พวกเขาก็เกิดในเดือนหยางปีหยางนั่นเอง คนเหล่านี้ถูกพวกเขาจับตัวไป มีหรือที่จะรอดชีวิตกลับมา!
หลงเหยียนส่ายหน้า ครุ่นคิดทว่าก็ไม่เข้าใจ และไม่อยากคิดต่อไปแล้วด้วย อีกหน่อยยังเหลือเวลาให้สืบอีกนาน สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือกลับไปเมืองอารักษ์นิทราก่อน
ไม่นานหลงเหยียนก็มาถึงตีนเขาของหุบเขาชูหยุน ตอนนี้มีคนมากมาย มีสองคนยืนอยู่ด้านหน้า คนหนึ่งคือเ้าเมืองหยุนเชียนซิน ส่วนอีกคนก็คือซือถูหม่าที่รอการกลับมาของลั่วซาง
เมื่อเห็นหลงเหยียนกลับมาพร้อมซูจื่อมั่ว เ้าเมืองกับพรรคพวกก็เดินเข้ามาต้อนรับหลงเหยียนกับสหาย
“สหายน้อยหลงเหยียน พวกเ้าลำบากแล้ว!” สายตาของหยุนเชียนซินประกายความคาดไม่ถึงออกมา
คาดว่าเขาก็เหมือนซือถูหม่านั่นละ ล้วนคิดว่าตนต้องตายก่อนออกจากหุบเขาชูหยุน ตอนนี้ลั่วซางหายไป กลับเป็หลงเหยียนที่กลับมาได้อย่างปลอดภัย
“เ้าเมืองหยุน ท่านเกรงใจแล้ว!”
เมื่อพูดจบ หลงเหยียนก็กวาดมองรอบๆ มองหญิงสาวและชายหนุ่มที่กำลังร่ำไห้ กับครอบครัวของพวกเขาที่เข้ามารับ ทั้งสองฝ่ายกอดกัน ต่างปลอบใจกันและกัน เวลานี้ ใบหน้าของพวกเขาแสดงออกถึงความปีติยินดี
หญิงสาวและชายหนุ่มที่หายตัวไปหลายวัน แม้จะลำบากตรากตรำไปหน่อย ทว่าสุดท้ายก็กลับมาได้อย่างปลอดภัย
คนที่ดีใจที่สุดคือเ้าเมืองหยุน หลานสาวสุดที่รักของเขากลับมาแล้ว เขาหันไปขอบคุณซือถูหม่า ไม่นานคนก็มากันครบ เ้าเมืองหยุนนำคนที่อยู่ด้านหลังคุกเข่าเพื่อเป็การกล่าวขอบคุณซือถูหม่ากับหลงเหยียน
ชายชราที่มีพลังน่ากลัว กลับทำให้หลงเหยียนรู้สึกเหมือนเขาคล้ายคลึงผู้าุโแห่งตระกูลหลง
“ใต้เท้าซือถู ขอบคุณที่ครั้งนี้ท่านช่วยคนในเมืองอารักษ์นิทราของเราไว้มาก ข้าหยุนเชียนซินขอเป็ตัวแทนของทุกคน กล่าวขอบคุณพวกท่าน… หากหลังจากนี้ท่าน้าอะไร พวกเราตระกูลหยุนจะทำอย่างสุดความสามารถ…”
ขณะที่หยุนเชียนซินพูดนั้น แววตาเขาเต็มไปด้วยความตื้นตัน ปลาบปลื้มจนน้ำตาแทบไหล
ซือถูหม่ากำลังสงสัยกับเื่ของลั่วซาง มีหรือจะสนใจเื่ของหยุนเชียนซิน หลงเหยียนรีบประคองเ้าเมืองหยุนกับพรรคพวกลุกขึ้น
“ครั้งนี้คนตระกูลเจียงทำไม่ถูกจริงๆ ยังโชคดีที่กิจการในเมืองเสียหายไปบ้างเล็กน้อย ประชากรไม่ได้เป็อะไรมาก” หยุนเชียนซินลองคำนวณดู คนที่ตายไป ส่วนใหญ่ล้วนเป็คนเผ่าหยุนทั้งนั้น
เ้าเมืองหยุนอยากกลับจวนเ้าเมือง ต้อนรับซือถูหม่ากับพรรคพวกให้ดี ทว่าจนถึงตอนนี้ ลั่วซางก็ยังไม่ปรากฏตัว กลับทำให้เขารู้สึกร้อนใจ
“ได้ กลับไปแล้วค่อยคุยกันเถิด หากเป็ไปได้ รอลั่วซางกลับมาแล้วเราค่อยจัดงานเลี้ยง!”
ความประหลาดใจของเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามหลักแล้ว เวลานี้ลั่วซางควรกลับมาแล้ว เขาเป็ถึงชีพมนุษย์ขั้นสูง ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย
ก่อนหน้านี้ซือถูหม่ายังนึกไม่ถึง ตอนนี้เขาร้อนใจขึ้นมาแล้ว แววตาก็เริ่มสับสน
หยุนเชียนซินกับคนอื่นๆ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ เมื่อนึกถึงพละกำลังของลั่วซาง รวมกับการตัดสินใจสังหารหลงหยียน อีกทั้งตอนนี้หลงเหยียนยังไม่เป็อะไร ทำให้เขาไม่เข้าใจเช่นกัน
“หลงเหยียน แล้วคนตระกูลเจียงที่เ้าจับได้เล่า? เขาหนีไปไหนแล้ว?”
หลงเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ “ข้าสังหารมันตายแล้ว ทว่าหลังจากเขาตาย ของที่ข้าได้จากตัวเขา สามารถยืนยันได้เช่นกัน”
เมื่อพูดจบ หลงเหยียนก็หยิบตราประจำตัวของเจียงอวี่เจ๋อให้หยุนเชียนซิน
“ได้แล้ว พวกเ้ากลับไปได้แล้ว หาลั่วซางไม่เจอ เกรงว่าข้ากลับเมืองอู่ตี้ คงไม่รู้จะรายงานกับเบื้องบนอย่างไร หลังจากเจอแล้วเราค่อยกลับพร้อมกัน”
ซือถูหม่าไม่ได้กลัวผู้นำของหน่วยตัวเอง กลับกลัวบุคคลสำคัญในหน่วยกฎระเบียบนั่นมากกว่า หากเทียนหลางมาหาเื่ เขาจะรับมืออย่างไร เทียนหลางเป็ถึงคนที่ผู้นำหน่วยกฎระเบียบให้ความสำคัญ อีกทั้งความสัมพันธ์ของเขากับลั่วซางยังดีมากด้วย
“ใต้เท้าซือถู ข้าไปหากับท่านก็แล้วกัน!” แววตาของหลงหยียนเริ่มเปลี่ยนไป แสร้งทำเหมือนคนดี
ซือถูหม่าครุ่นคิด ‘ไม่ว่าอย่างไร คนที่อยากฆ่าเ้าหมอนี่ก็คือลั่วซาง อีกหน่อยยังมีโอกาสอีกมาก ให้เขาตามมาด้วย ข้าไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวก ทั้งยังเป็ภาระอีก’
จากนั้นจึงโบกมือ “ไม่ต้องหรอก เ้ากลับไปพร้อมพวกเขาเถิด รอพวกเรากลับมา”
“ขอรับๆๆๆ!” แววตาหลงเหยียนประกายความเ้าเล่ห์ แล้วนึกในใจ ‘หากเขาสามารถกลับมาได้ เ้าคงได้เจอผีน่ะสิ’
ศพของลั่วซางถูกหลงเหยียนเก็บเข้าถุงผ้าเฉียนคุนแล้ว อีกทั้งตอนที่เพิ่งออกมา เขาเผาศพให้กลายเป็จุณไปแล้ว ส่วนสมบัติของพวกเขาก็ถูกหลงเหยียนเก็บเข้ากระเป๋าเรียบร้อย
ถุงผ้าเฉียนคุนของผู้พิทักษ์กวงยังไม่เสียหาย หลงเหยียนนึกในใจ หากกลับไปถึงตระกูลของตนแล้ว ค่อยมอบมันให้หยุนฉี คาดว่านางต้องดีใจมากแน่
…
เป็ไปตามที่ซือถูหม่าบอก หยุนเชียนซินพาทุกคนกลับไปยังเมืองอารักษ์นิทรา ระหว่างนั้น ชายชราถามหลงเหยียนอย่างระมัดระวัง “สหายน้อยหลงเหยียน ข้าดูออกว่าพร์เ้าดีเยี่ยม ด้วยประสบการณ์ทั้งชีวิตของข้า อนาคตของเ้าสามารถก้าวขึ้นไปยังจุดสูงสุดได้”
“หืม? หมายความว่าอย่างไร?” หยุนเชียนซินพูดจาลึกลับ ทำให้หลงเหยียนประหลาดใจ
“อ้อ ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร อาจเพราะข้าแก่ชราจึงดูผิดไป!” เมื่อหยุนเชียนซินที่มีพลังระดับชีพมนุษย์เริ่มแรก ขณะที่มองหลงเหยียน ในวินาทีนั้น เขาพบความดุร้ายประกายวาบผ่าน จึงรีบเปลี่ยนบทสนทนาทันที
ก่อนหน้านี้เขายังััระดับพลังของหลงเหยียนได้ ทว่านับั้แ่แผ่นดินในจวนของตนแตก เขาก็ไม่สามารถััระดับพลังของหลงเหยียนได้อีกเลย
มีหรือที่หลงเหยียนจะไม่เข้าใจ ตาแก่นั่นกำลังสงสัยอยู่ เขาจึงโกหกหยุนเชียนซินเหมือนที่บอกกับซือถูหม่า
บางครั้งซือถูหม่าดูไม่ออก ทว่าชายชราที่มีชีวิตยาวนานคนนี้อาจดูออกบ้างก็ได้ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก
พวกเขาสองคนเดินนำหน้า ระหว่างทางก็พูดคุยไปด้วย ซูจื่อมั่วเดินตามหลังพวกเขาเงียบๆ ท่าทางคล้ายเชื่อฟังหลงเหยียนมาก ยิ่งทำให้เ้าเมืองหยุนรู้สึกว่าหลงเหยียนต้องไม่ธรรมดาแน่
“เ้าเมืองหยุน ข้าขอพูดตามตรง ข้าก็เกิดจากตระกูลใหญ่เหมือนกัน ถึงแม้สถานที่เล็กๆ ของเราจะเปรียบกับเมืองอารักษ์นิทราไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเป็เมืองหรือหมู่บ้าน การแย่งชิงระหว่างสองตระกูล หากมันเกี่ยวข้องไปถึงประชาชนในเมือง เช่นนั้นก็คงไม่น่าดู”
--------------------
