บทที่ 1 : ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ
ภายในถ้ำอับชื้นที่มืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านรอยแตกของเพดานถ้ำสาดส่องลงมาสะท้อนเงาของสองร่างที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันราวกับงูใหญ่ที่กำลังผสมพันธุ์
บรรยากาศภายในถ้ำร้อนระอุจนแทบหายใจไม่ออก ไม่ใช่เพราะอากาศ แต่เป็เพราะไอสังหารที่แปรเปลี่ยนเป็ความใคร่ดิบเถื่อนของบุรุษร่างั์
"อึก... อื้อ!"
ซีรุ่ยกรีดร้องในลำคอ เมื่อแผ่นหลังบอบบางของนางถูกกระแทกเข้ากับผนังถ้ำหยาบกระด้าง ความเ็ปแล่นริ้วขึ้นมา แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ตั้งตัว ริมฝีปากหยักลึกที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืก็บดขยี้ลงมาอีกครั้ง มันไม่ใช่จูบที่หอมหวาน แต่มันคือการ 'ตักตวง' และ '่ชิง' ลมหายใจไปจนหมดสิ้น
ชายหนุ่มตรงหน้า... ไม่สิ 'สัตว์ร้าย' ตนนี้กำลังขาดสติ
พิษ 'กามราคะเพลิงกัลป์' ในกายของ หยวนเฟยหลง กำลังอาละวาดถึงขีดสุด มันเหมือนมีลาวาร้อนไหลเวียนอยู่ในเส้นเื ทุกััที่แตะต้องผิวกายเย็นเยียบดุจหยกเนื้อดีของแม่นางน้อยในอ้อมแขน มันช่วยบรรเทาความทรมานที่กัดกินเขามานับสิบปีลงได้อย่างน่าอัศจรรย์
เขาไม่รู้ว่านางเป็ใคร ไม่สนว่าเป็กับดักของศัตรูหรือไม่ รู้เพียงแค่ว่า... เขาต้อง 'กิน' นางเดี๋ยวนี้!
"อ๊า!..."
เสียงหวีดร้องของซีรุ่ยดังขึ้นเมื่ออาภรณ์ชุดสุดท้ายถูกกระชากขาดวิ่นด้วยมือเปล่า ผิวกายขาวผ่องสะท้อนแสงจันทร์ล่อตาล่อใจ นางพยายามจะดันอกแกร่งนั้นออก แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงมหาศาลของจอมทัพได้ ยิ่งขัดขืน เขายิ่งรุกรานรุนแรงขึ้น
มือหยาบกร้านลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง บีบเค้นความนุ่มหยุ่นจนขึ้นรอยแดงเถือก ทุกััของเขาปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวนางให้ตื่นเพริด ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่นางได้รับมาผสมโรงเข้ากับความดิบเถื่อนของเขา ทำให้สมองของซีรุ่ยขาวโพลน
"ยะ... หยุดก่อน..." นางพยายามร้องห้ามเสียงสั่น เมื่อรับรู้ถึงความแข็งแกร่งดุจแท่งเหล็กร้อนที่กำลังดุนดันอยู่หน้าปากทาง์
"หยุดไม่ได้..." เสียงทุ้มคำรามตอบข้างใบหู ก่อนจะขบกัดติ่งหูของนางอย่างมันเขี้ยว "เ้าเป็คนเสนอตัวมาเอง... อย่าหวังว่าจะรอดไปได้!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างสูงใหญ่ก็แทรกกายเข้ามาอย่างไม่ปรานีปราศรัย
ความเ็ปแสนสาหัสฉีกกระชากสติของซีรุ่ย แต่มันกลับแฝงไปด้วยความสุขสมที่ยากจะอธิบาย เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนไปทั่วถ้ำ ผสมปนเปกับเสียงหอบหายใจและเสียงคำรามต่ำในลำคอของบุรุษ
บทรักดำเนินไปอย่างยาวนานและหนักหน่วง ไร้ซึ่งความอ่อนโยน มีเพียงความ้าที่ปะทุเดือด หยวนเฟยหลงตักตวงความหอมหวานจากร่างเล็กซ้ำแล้วซ้ำเล่า พลิกแพลงท่วงท่าตามสัญชาตญาณดิบ ไม่ว่าซีรุ่ยจะร้องขอความเมตตาหรือกรีดร้องด้วยความเสียวซ่านเพียงใด เขาก็ไม่ยอมหยุด
จนกระทั่งดวงจันทร์คล้อยต่ำลง... พายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำจึงค่อยๆ สงบลงพร้อมกับร่างสองร่างที่กอดก่ายกันแน่น ลมหายใจที่เคยหอบกระชั้นเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ
หยวนเฟยหลงซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น เขาหลับลึกไปในรอบหลายปี... หลับไปทั้งที่ยังกอด 'หมอนข้างมนุษย์' ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
. . .
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาแยงตา
ซีรุ่ยขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามาคือความปวดร้าวไปทั้งตัว ราวกับว่านางเพิ่งผ่านสมรภูมิรบหรือถูกรถบรรทุกสิบล้อทับก็ไม่ปาน โดยเฉพาะ่ล่างที่ระบมจนแทบขยับขาไม่ได้
"บ้าเอ๊ย..."
นางสบถเบาๆ พลางค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาฉายเป็ฉากๆ ยิ่งกว่าหนัง 4K ใบหน้าของซีรุ่ยร้อนผ่าว นางก้มมองสภาพตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยรักสีกุหลาบและคราบคาวโลกีย์ ก่อนจะหันไปมอง 'ตัวต้นเหตุ' ที่ยังคงหลับสนิทอยู่ข้างๆ
ชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ผิวสีแทนคล้ำแดดแบบทหาร เต็มไปด้วยรอยแผลเป็ที่ดูน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับรูปสลักเทพเ้าา คิ้วกระบี่ จมูกโด่งเป็สัน...
‘หล่อ... แต่ดุฉิบหาย’ ซีรุ่ยวิจารณ์ในใจ
นางใช้นิ้วจิ้มไปที่แผงอกแน่นปึ้กนั่นเบาๆ เขายังคงหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ
ซีรุ่ยถอนหายใจยาว ในฐานะสาวสมัยใหม่ที่ผ่านโลกมาโชกโชน เื่ One Night Stand ไม่ใช่เื่คอขาดบาดตาย ยิ่งในสถานการณ์ที่นางโดนยาปลุกกำหนัด การได้ผู้ชายเกรดพรีเมียมขนาดนี้มาเป็ที่ระบายก็นับว่าไม่ขาดทุน... มั้ง?
"ถือว่าหายกันนะพ่อรูปหล่อ วิน-วิน ทั้งคู่"
ซีรุ่ยพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่สายตาเหลือบไปเห็นกองเสื้อผ้าของเขาที่กองระเกะระกะ เนื้อผ้าไหมสีดำปักลวดลายพยัคฆ์ด้วยด้ายเงิน ดูปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงระยับ
สมองของอดีต CEO เริ่มคำนวณมูลค่าทันที
นางทะลุมิติมาตัวเปล่าในร่างคุณหนูตกอับ เงินทองไม่มีติดตัวสักแดง แล้วจะเอาอะไรไปตั้งตัว? จะให้เดินกลับบ้านไปมือเปล่าก็คงถูกแม่เลี้ยงใจร้ายจับขายอีกรอบแน่
มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบเสื้อคลุมของเขามาค้นอย่างคล่องแคล่ว
"โอ๊ะ... แจ็คพอต!"
สิ่งที่นางเจอคือถุงเงินที่มีก้อนตำลึงทองหลายก้อน และที่สำคัญกว่านั้นคือ 'ป้ายหยกพกสีเืนก' สลักลายัสี่เล็บ เนื้อหยกเย็นเฉียบและโปร่งแสง ประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ มูลค่าคงซื้อโรงเตี๊ยมขนาดกลางได้ทั้งหลัง!
"ถือซะว่าเป็ค่าตัวของฉันก็แล้วกันนะ บริการระดับ VVIP ขนาดนี้ คิดแค่นี้ถือว่าลดราคาให้แล้ว"
ซีรุ่ยแสยะยิ้มมุมปาก นางจัดการเก็บถุงเงินและป้ายหยกเข้าอกเสื้อตัวเอง (ซึ่งเป็เสื้อคลุมตัวนอกของเขาที่นางฉวยมาใส่คลุมร่างเปลือย เพราะชุดเดิมของนางขาดวิ่นไปหมดแล้ว)
นางมองชายหนุ่มที่ยังหลับใหลเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจก้มลงไป... ไม่ได้จูบลา แต่กัดเข้าที่ไหล่หนาของเขาเต็มแรงจนจมเขี้ยว!
"อึก..." ร่างหนาสะดุ้งเล็กน้อยครางในลำคอ แต่ยังไม่ตื่นเพราะความเพลียสะสม
"รอยนี้ฝากไว้ให้ดูต่างหน้า จำไว้ว่าผู้หญิงที่นอนกับนายคือฉัน... ซีรุ่ย"
พูดจบนางก็ไม่รอช้า กัดฟันข่มความเ็ปที่่ล่าง พยุงสังขารเดินกระเผลกออกจากถ้ำไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันหลังกลับมามอง
...
หนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ต่อมา
แพขนตายาวขยับไหว ก่อนที่เปลือกตาจะเปิดขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสีรัตติกาลที่คมกริบ
หยวนเฟยหลงลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกแรกที่รับรู้คือความ 'เบาสบาย' อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ความร้อนรุ่มที่เคยเผาไหม้ทรวงอกหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสดชื่นราวกับเพิ่งได้ดื่มน้ำทิพย์
พิษกามราคะ... สงบลงแล้ว?
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึง 'นาง'
"แม่นาง?"
หยวนเฟยหลงหันมองรอบกาย แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า กองไฟมอดดับ อากาศเย็นชื้น... ไร้เงาของสตรีผู้นั้น
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที เขาจำได้ว่าเมื่อคืนมันรุนแรงแค่ไหน นางน่าจะลุกไม่ไหวด้วยซ้ำ ทำไมถึงหนีไปได้?
มือหนาควานหาเสื้อคลุมเพื่อจะลุกขึ้นตามหา แต่กลับพบว่าเสื้อคลุมตัวนอกของเขาหายไป... พร้อมกับถุงเงินและป้ายหยกประจำกาย!
ดวงตาคมกริบก้มลงมองหัวไหล่ตนเองที่มีรอยฟันกัดจนห้อเืปรากฏเด่นชัด ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นมา แต่ในขณะเดียวกันมุมปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างน่าขนลุก
นางไม่เพียงแต่ใช้ร่างกายเขาถอนพิษ แต่ยังกล้าขโมยของและทิ้งรอยรักไว้เย้ยหยันเขาอีกงั้นหรือ?
ช่างกล้าหาญ... ช่างน่าสนใจ!
"องครักษ์เงา!" เขาตวาดเสียงดังก้อง
พริบตาเดียว เงาสีดำสามสายก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้า
"ท่านอ๋อง!"
"ไปตามหาสตรีผู้นั้น... นางาเ็และหนีไปได้ไม่ไกล พลิกแผ่นดินหาก็ต้องเอาตัวมาให้ได้!"
หยวนเฟยหลงกำมือแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น แววตาของนักล่าฉายชัด
"นางกินข้าแล้วคิดจะหนีงั้นหรือ... ฝันไปเถอะ!"
