ณ หมู่บ้านฝั่งเหนือ คุณยายเจิ้งเลี้ยงลูกชายเพียงคนเดียวจนเติบใหญ่ มิหนำซ้ำยังช่วยหาภรรยาให้ลูก และช่วยเลี้ยงดูหลานทั้งสี่คนจนโต
ถึงคราวที่ควรจะได้พักผ่อนใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข ทว่าเมื่อสี่ปีก่อน คุณยายเจิ้งกลับพลัดตกบันได เป็อัมพาตนอนติดเตียง ใน่แรก ลูกสะใภ้ยังคงปรนนิบัติอย่างเอาใจใส่ แต่ไม่ถึงครึ่งปี ลูกสะใภ้ก็เริ่มเบื่อหน่าย ปล่อยให้คุณยายเจิ้งนอนจมกองอุจจาระปัสสาวะจนเหม็นเน่า ไม่ยอมทำความสะอาดให้ อาหารการกินก็แล้วแต่อารมณ์ดีก็จะป้อน ถ้าอารมณ์เสียก็ปล่อยให้อดอยาก
ลูกสะใภ้ยังคงโวยวายอาละวาดในบ้าน พร่ำบ่นว่าทำไมยายแก่ถึงไม่รีบตายๆ ไปเสียที เป็ภาระของคนในครอบครัว หลังจากเป็อัมพาตอยู่ครึ่งปี คุณยายเจิ้งก็เสียชีวิตลง
ด้วยความที่เป็ญาติกัน ซุนซิ่วฮวาจึงไปช่วยจัดงานศพ และจนถึงวันนี้เธอก็ยังจำภาพคุณยายเจิ้งในวันนั้นได้ไม่ลืม
ร่างของคุณยายเจิ้งเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก บริเวณแผ่นหลังและสะโพกเน่าเฟะ มีหนองไหลซึม
คุณยายเจิ้งตายเพราะอะไรกันแน่? อดตาย? หนาวตาย? หรือเ็ปทรมานจนตาย?
ซุนซิ่วฮวาตัวสั่นสะท้าน เธอคิดว่าเมื่อเธอแก่ตัวลงและต้องนอนติดเตียง ลูกสะใภ้อย่างหลิวหงเจินจะยอมปรนนิบัติเธออย่างอดทนหรือเปล่า? ด้วยนิสัยปากร้ายใจดำของลูกสะใภ้คนนี้ เกรงว่าทันทีที่เธอนอนติดเตียง นางจะต้องเปลี่ยนท่าทีและรังแกเธอสารพัดเป็แน่
ถึงตอนนั้น หากเธอยังพอมีแรงพูด อาจจะฟ้องลูกชายคนโตได้ แต่การฟ้องร้องจะช่วยอะไรได้ ในเมื่อถ้ามันได้ผล หลิวหงเจินคงไม่ทำตัวแบบนี้มานานแล้ว
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ซุนซิ่วฮวาพลันรู้สึกไม่สบายใจไปทั้งตัว
ใน่หลายวันที่ผ่านมา คุณปู่สวี่พยายามพูดคุยกับซุนซิ่วฮวามาโดยตลอด แต่เขา้าให้ภรรยาเป็ฝ่ายเอ่ยปากก่อน ทว่าคุณปู่ก็ไม่คาดคิดว่าภรรยาจะเพิกเฉยต่อเขาอย่างสิ้นเชิง ราวกับไร้ิญญา
สามวันผ่านไป คุณปู่สวี่เห็นว่าภรรยาไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนข้อให้ เขาจึงนั่งไม่ติดที่ สวี่เซี่ยงหัวกำลังจะกลับมาแล้ว หากภรรยาพยายามยุยงสวี่เซี่ยงหัวให้แยกบ้าน เื่นี้จะจัดการอย่างไรดี
คุณปู่สวี่จุดยาเส้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความหวังดีว่า “ลูกสะใภ้คนโตทำตัวไม่ดี แต่เธอก็เป็คนแบบนี้แหละ เธอจะโกรธ จะตี จะด่า ก็ทำได้ตามใจชอบ แต่อย่าได้พูดเื่แยกบ้านเชียว การแยกบ้านเป็เื่ที่พูดเล่นไม่ได้นะ ถ้าพูดออกไป ลูกชายคนโตจะคิดยังไง”
เื่ราวที่หร่วนจินฮวาอาละวาดในวันนั้น ย่อมก่อให้เกิดเื่ซุบซิบนินทามากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าจะต้องแยกบ้านเพราะเื่ซุบซิบนินทาเพียงแค่นี้ คุณปู่สวี่เป็คนแรกที่ไม่เห็นด้วย ถ้าไม่แยกบ้าน ลูกหลานทุกคนจะต้องเชื่อฟังเขาที่เป็หัวหน้าครอบครัว แต่ถ้าแยกบ้านแล้ว ใครจะยังเชื่อฟังเขาอีก
คุณปู่สวี่สูบยาเส้นอึกใหญ่ แล้วกล่าวต่อไปว่า “ฉันก็รู้ว่าหลายปีมานี้ลูกชายรองช่วยดูแลลูกชายคนโตมาเยอะ” คุณปู่แค่ลำเอียง ไม่ได้โง่ แน่นอนว่าเขารู้ว่าครอบครัวลูกชายคนโตเอาเปรียบมาโดยตลอด
“แต่ลูกชายคนโตไม่ได้ลำบากหรอกหรือ เลี้ยงลูกตั้งสี่คนที่ต้องไปโรงเรียน แถมอาเหวินก็สุขภาพไม่ดี แต่ก็เป็เื่แค่สองปีนี้เท่านั้นแหละ พออาเหวินเข้ามหาวิทยาลัย รัฐบาลก็ดูแลเื่ที่พักและอาหารให้ แถมยังมีเงินเดือนให้ด้วย พอเรียนจบออกมาก็ต้องได้งานดีๆ แน่ ถึงตอนนั้นเขาก็ควรจะตอบแทนลุงทั้งสามคน และดูแลน้องชาย ครอบครัวก็เป็แบบนี้แหละ นายช่วยฉัน ฉันช่วยนาย”
ถ้าให้สวี่เจียเหวินไปช่วยคนอื่น หลิวหงเจินคงอาละวาดบ้านแตกเป็แน่ ซุนซิ่วฮวาเข้าใจลูกสะใภ้คนนี้อย่างถ่องแท้ นางเห็นว่าการเอาเปรียบเป็เื่ธรรมดา แต่ถ้าใครคิดจะเอาเปรียบนาง ฝันไปเถอะ!
เมื่อเห็นซุนซิ่วฮวานั่งหน้าบึ้งเงียบ คุณปู่สวี่ก็หรี่ตาลง แล้วลดเสียงลง “เื่แยกบ้านน่ะ เธออย่าพูดอีกเลยนะ มันจะทำให้ลูกชายคนโตเสียใจ พวกเราแก่แล้ว ยังไงก็ต้องพึ่งพาเขาเลี้ยงดูนั่นแหละ”
ทำไมเขาถึงลำเอียงเข้าข้างลูกชายคนโต อย่างแรกนั่นคือลูกชายคนแรก ความหมายมันต่างกัน อย่างที่สอง ในอนาคตเขาจะต้องพึ่งพาลูกชายคนนี้ดูแลยามแก่เฒ่า เขาดียังไง ลูกชายก็ย่อมจะกตัญญูตอบแทนเขาเมื่อแก่เฒ่าอย่างนั้น
คุณปู่สวี่คิดว่าภรรยาจะยอมคล้อยตาม แต่ไม่คาดคิดว่าซุนซิ่วฮวาจะถลึงตาใส่ แล้วถ่มน้ำลาย “จะไปหวังพึ่งพวกเขาเลี้ยงดู ดูสิว่าพอแก่ตัวลง หลิวหงเจินจะยอมยกน้ำ ยกข้าว หรือเช็ดอุจจาระปัสสาวะให้แกไหม ฉันนอนติดเตียงตั้งแปดวัน น้ำสักหยดฉันยังไม่ได้กินจากเธอเลยนะ พอฉันแก่จนขยับตัวไม่ได้แล้ว เธอคงอยากฆ่าฉันให้ตายๆ ไปซะเลยมั้ง”
ซุนซิ่วฮวาคิดได้อย่างถ่องแท้ ลูกสะใภ้คนโตคนนี้พึ่งพาไม่ได้ แม้ลูกชายจะมีใจ แต่เื่ดูแลปรนนิบัติยังไงก็ต้องเป็หน้าที่ของลูกสะใภ้อยู่ดี
หลายปีมานี้ เธอไม่ได้ตำหนิหลิวหงเจินน้อยไปเลย ไม่ใช่ว่าเธออยากเป็แม่สามีใจร้าย แต่เป็เพราะหลิวหงเจินทำตัวไม่ดีอย่างเหลือทน หลิวหงเจินจะไม่มีความแค้นฝังใจได้อย่างไร หากนางคิดจะทำร้ายคนชราก็มีวิธีมากมาย เธอไม่อยากจบชีวิตลงแบบคุณยายเจิ้ง
แม้จะหวังพึ่งโจวชุ่ยชุ่ยที่ซื่อสัตย์ เธอก็ไม่สามารถหวังพึ่งหลิวหงเจินได้ ก่อนหน้านี้เธอถูกความหลงผิดบังตา ไม่เคยคิดเื่นี้อย่างถี่ถ้วนเลย ด้วยความที่ต้องพึ่งพาครอบครัวลูกชายคนโตดูแลยามแก่เฒ่า เธอจึงเผลอใจลำเอียงเข้าข้างพวกเขาไปบ้าง
“เธอไปอยู่กับพวกเขาเถอะ ส่วนฉันจะไปอยู่กับเสี่ยงหัว” เมื่อคิดได้ ซุนซิ่วฮวาก็รู้สึกสบายใจขึ้นทันที ในบรรดาลูกชายทั้งสี่คน สวี่เซี่ยงหัวเป็คนเดียวที่สนิทกับเธอมากที่สุด ลูกทั้งสองคนก็เป็เธอที่เลี้ยงดูมาเองกับมือ พวกเขาจึงใกล้ชิดและเอาใจใส่เธอมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีคังจื่อ เด็กคนนี้มีนิสัยไม่เหมือนลูกชายคนที่สอง แต่กลับเหมือนสวี่เซี่ยงหัว ในอนาคตจะต้องเป็คนที่มีอนาคตไกลอย่างแน่นอน
ตลอดเวลาที่เธอนอนป่วยติดเตียง หลานๆ มีเพียงสวี่ชิงเจียและสวี่เจียคังที่กตัญญูที่สุด คอยยกน้ำ ยกอาหาร มาให้ แถมยังอดทนพูดคุยเป็เพื่อนเธออีกด้วย
“เธอว่าอะไรนะ?” คุณปู่สวี่เบิกตาโพลง
“คุณทวดสาม คุณย่าทวดสามคะ ไม่ดีแล้วค่ะ ลุงเซี่ยงหัวตีป้าหงเจินค่ะ!” สวี่หงฉี หลานชายของคุณปู่สวี่รีบร้อนวิ่งเข้ามาแจ้งข่าว
คุณปู่สวี่ใจนลุกขึ้นยืน “เกิดอะไรขึ้น!” แม้สวี่เซี่ยงหัวจะไม่ชอบหลิวหงเจินผู้เป็พี่สะใภ้แค่ไหน เขาก็ไม่เคยลงไม้ลงมือมาก่อน
เื่นี้ต้องเล่าย้อนกลับไปนานหน่อย
หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในวันนั้น บรรยากาศในบ้านตระกูลสวี่ก็แปลกประหลาดไปมาก แม้แต่บนโต๊ะอาหารก็เงียบสงัด
มีเพียงสองพี่น้องสวี่เจียเป่าและสวี่เจียหยางเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ
ในวันนั้น สวี่เจียเป่าไปช่วยสวี่เซี่ยงตังทำเฟอร์นิเจอร์ที่บ้านลุง ส่วนสวี่เจียหยางก็วิ่งตามโจวชุ่ยชุ่ยไปฆ่าปลาที่ริมแม่น้ำ
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ความวุ่นวายในครั้งนั้นโดยตรง และแน่นอนว่าไม่มีใครจะตั้งใจเล่าเื่ที่น่าหงุดหงิดเ่าั้ให้พวกเขาฟัง
สวี่เจียคังยังแบ่งขนมและผลไม้กระป๋องให้พวกเขาบ้าง สองพี่น้องจึงดีใจเป็อย่างยิ่ง
วันนี้ สองพี่น้องยังคงเช่นเคย หอบหิ้วลูกอมนมตระต่ายขาวตัวใหญ่เดินออกไปเล่นอย่างสบายใจ กำลังแกะห่อลูกอมอย่างเอร็ดอร่อยเพื่อเตรียมกิน จู่ๆ สวี่เจียฉวนก็โผล่พรวดออกมาพร้อมเพื่อนๆ
ช่างเป็เคราะห์กรรมที่สวี่เจียฉวนกับเพื่อนๆ กำลังเล่นอยู่แถวนั้นพอดี
วันนั้นสวี่เซี่ยงกั๋วจับสวี่เจียฉวนถอดกางเกงแล้วฟาดก้นจนบวมเป่ง เขาใช้เวลาสองวันกว่าจะฟื้นตัว พอหายดี สวี่เจียฉวนก็วิ่งออกไปเล่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กผู้ชายที่เคยชินกับการเล่นนอกบ้านจะทนอยู่ในบ้านได้อย่างไร
เมื่อเห็นลูกอมนมตระต่ายขาวตัวใหญ่ในมือสวี่เจียหยางและสวี่เจียเป่า สวี่เจียฉวนก็เกิดความริษยาขึ้นมาทันที กล่องลูกอมของเขาถูกแม่ซ่อนไว้ และให้เขากินวันละแค่สองเม็ด แถมรสชาติก็ไม่ดีเท่าลูกอมนม
แม่ของเขาบอกว่าของดีๆ ทั้งหมดที่ควรจะเป็ของพวกเขาถูกซ่อนไว้ในห้องของสวี่ชิงเจีย และถ้าไม่มีสวี่ชิงเจีย เขากับแม่ก็คงไม่ต้องถูกตี แม่ของเขาพูดถูกจริงๆ ผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์ก็คือตัวหายนะ!
“เอาลูกอมมาให้ฉัน!” สวี่เจียฉวนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงข่มขู่
สวี่เจียหยางและสวี่เจียเป่าหันหลังวิ่งหนี แต่สวี่เจียหยางขาสั้น จะวิ่งสู้สวี่เจียฉวนที่อายุมากกว่าสามปีได้อย่างไร ไม่นานเขาก็ถูกจับได้ สวี่เจียฉวนเข้ามาคลำกระเป๋าของเขา
สวี่เจียหยางบิดตัวไม่ยอม ส่วนสวี่เจียเป่าที่วิ่งหนีออกไปแล้ว ก็วิ่งกลับมาช่วย แต่กลับกลายเป็ว่าตัวเองก็ถูกจับไปพร้อมกัน
เด็กน้อยทั้งสองคนถูกเด็กโตสามคนจับกดลงพื้นแล้วแย่งลูกอมไปจนหมด
สวี่ชิงเจียที่มาตามสวี่เจียหยางกลับบ้านไปอาบน้ำ ได้ยินเสียงน้องชายร้องไห้ จึงรีบวิ่งตามเสียงไป ก็เห็นสวี่เจียฉวนนั่งทับตัวสวี่เจียหยางทั้งตบทั้งบีบ เธอโกรธจัด จึงพุ่งเข้าไปสวมกอดคอสวี่เจียฉวนจากด้านหลังแล้วดึงตัวเขาลงมา “แกทำอะไร!”
เมื่อเห็นเธอ สวี่เจียฉวนก็เหมือนเห็นศัตรูเก่าที่เกลียดชังกันมาแต่ปางก่อน เขาสาดหมัดใส่เธอโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง พร้อมกับสบถคำหยาบคายออกมาไม่หยุด ซึ่งฟังแล้วรู้เลยว่าเรียนรู้มาจากหลิวหงเจิน
สวี่ชิงเจียไม่อยากจะถือสาเด็กเกเร แต่เธอก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดที่จะไม่ตอบโต้ พอได้ยินเขาสบถคำหยาบคายออกมาไม่หยุด เธอก็ยิ่งโกรธขึ้นมาทันที
เธอเตะเข้าที่เข่าจนเขาล้มลง แล้วก็คว้าหญ้าแห้งกำหนึ่งอุดปากเขาไว้ เด็กตัวเล็กแค่นี้กลับพูดจาหยาบคายถึงขั้นต่ำทราม สวี่เซี่ยงกั๋วและหลิวหงเจินคงอยากเลี้ยงเขาให้เป็อันธพาลกระมัง
เพื่อนร่วมแก๊งของเขาสองคนยืนมองอยู่เฉยๆ ไม่ได้เข้ามาช่วย อย่างแรกคือพวกเขาใกับลูกเตะของสวี่ชิงเจีย อย่างที่สองก็คือเธอน่ารัก ใครจะบอกว่าเด็กผู้ชายไม่รู้จักความสวยงาม เวลาเล่นเกมทุกคนต่างก็แย่งกันอยากร่วมทีมกับเธอ
วันนี้คงเป็วันที่ไม่สงบอย่างแน่นอน หลิวหงเจินที่กำลังหิ้วกะละมังไม้มาซักผ้าที่ริมแม่น้ำ บังเอิญเห็นภาพสวี่ชิงเจียเตะลูกชายของเธอล้มลงกับพื้น เืลมพลันพุ่งขึ้นไปถึงศีรษะ
“บ้าไปแล้ว! แกกล้าดียังไงมาตีน้องชายแก!” หลิวหงเจินโกรธจัด พุ่งเข้าไปจับผมเปียของสวี่ชิงเจียแล้วดึงไปข้างหลังอย่างแรง ทำให้สวี่ชิงเจียร้องเสียงหลงด้วยความเ็ป
ในวินาทีนั้น หลิวหงเจินเต็มไปด้วยโทสะ ไร้สติสัมปชัญญะใดๆ มีเพียงความ้าที่จะตีสวี่ชิงเจียให้ตาย ไม่พอที่แม่ลูกจะต้องถูกตี ยังแอบไปตีน้องชายสุดที่รักอีก ช่างกล้าท้าทายเหลือเกิน
แม้สวี่ชิงเจียจะมีความว่องไว แต่เธอก็เป็เพียงเด็กสาวอายุสิบขวบ จะสู้หลิวหงเจินได้อย่างไร
“อย่าตีพี่สาวของผม!” สวี่เจียหยางพุ่งเข้าไปกอดขาหลิวหงเจินแล้วกัดเข้าให้
หลิวหงเจินเ็ป จึงยกเท้าเตะสวี่เจียหยางจนกลิ้งไปบนพื้น “ไอ้เด็กเวร!”
ในจังหวะที่เสียสมาธินี้ สวี่ชิงเจียก็หลุดพ้นจากเงื้อมมือของหลิวหงเจินได้สำเร็จ เธอเห็นสวี่เจียหยางนอนร้องไห้จ้าอยู่บนพื้น สวี่ชิงเจียตาแดงก่ำ คว้าก้อนหินก้อนหนึ่งแล้วขว้างไป
หลิวหงเจินใ ถอยหลังไปหนึ่งก้าว หวุดหวิดจะโดนก้อนหินที่ขว้างมา เธอคำรามด้วยความโกรธจัดแล้วพุ่งเข้าไป “แกไอ้ลูกบ้า ไอ้เด็กสารเลว คิดจะฆ่าคนใช่ไหม!”
สวี่ชิงเจียหันหลังวิ่งหนี “ช่วยด้วยค่ะ! หลิวหงเจินจะฆ่าหนูกับน้องชาย เพื่อที่พ่อจะได้เลี้ยงลูกชายของเธอ!”
“หลิวหงเจิน แกทำอะไร!” หร่วนจินฮวาเป็คนแรกที่วิ่งเข้ามา และมีคนอีกจำนวนมากตามหลังมา
เสียงเอะอะโวยวายดังขนาดนี้ ใครจะไม่ได้ยิน ั้แ่ไกลๆ ก็เห็นหลิวหงเจินรังแกเด็กสองคน พวกเขาะโห้ามปราม แต่หลิวหงเจินก็ไม่สนใจ มือหนึ่งดึงผมเปียของหลานสาว อีกเท้าหนึ่งก็เตะหลานชาย เด็กทั้งสองคน คนหนึ่งสิบขวบ อีกคนแค่ห้าขวบ เธอกล้าลงมือได้อย่างไร
สวี่ชิงเจียพุ่งเข้ากอดหร่วนจินฮวา “ป้าคะ เธอจะฆ่าหนูกับน้องชาย เธอโกรธที่วันนั้นหนูไม่ยอมย้ายของไปไว้ในห้องเธอ แถมยังแบ่งลูกอมอีกด้วย”
สวี่ชิงเจียดูน่าสงสารมาก เด็กสาวที่ปกติสวยสะพรั่ง ตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้ามีรอยเืจากการข่วนของเล็บ
พอได้ยินเธอพูดเช่นนั้น ทุกคนก็รู้สึกโกรธแค้น เื่วันนั้นเป็อย่างไร พวกเขาทุกคนก็เห็นอยู่เต็มตา ไม่ได้ผลประโยชน์ก็มารังแกเด็กข้างหลัง ช่างไร้ยางอายเหลือเกิน
“หลิวหงเจิน แกเป็ผู้ใหญ่แต่กลับตบตีเด็กสองคน แกยังมียางอายอยู่ไหม!” หร่วนจินฮวาชี้หน้าหลิวหงเจินด้วยความโกรธ
“ใช่แล้ว วันนั้นพวกแม่ลูกแกต่างหากที่ทำตัวไม่สมควร แล้วยังมาโทษเด็กอีก”
“ดูสิ ตีเด็กซะขนาดนี้ แกกล้าลงมือได้ยังไง”
“…”
คำตำหนิติเตียนจากคนรอบข้างทำให้สมองที่ร้อนระอุของหลิวหงเจินเย็นลง เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาทันที เธอ… เธอตีสวี่ชิงเจียกับสวี่เจียหยางไปแล้ว!
ตอนนี้สวี่เจียหยางและสวี่เจียเป่าถูกอุ้มเข้ามา สวี่เจียหยางพุ่งเข้ากอดสวี่ชิงเจีย ร้องไห้สะอึกสะอื้น “พ่อคะ พ่อคะ พี่สาว หนูกับพี่สาวอยากหาพ่อ”
สวี่ชิงเจียลูบคลำตามร่างกายของน้องชายอย่างเร่งรีบ ถามว่า “เจ็บตรงไหน ไม่สบายตรงไหน บอกพี่สาวนะ”
เสียงร้องไห้นั้นทำให้หญิงสาววัยรุ่นบางคนรู้สึกไม่สบายใจ มองหลิวหงเจินด้วยความรังเกียจ “พอลุงเซี่ยงหัวกลับมา ดูสิว่าแกจะอธิบายให้เขายังไง” สวี่เซี่ยงหัวนั้นเป็คนที่รักลูกมาก ขนาดตัวเองยังไม่กล้าแตะต้องลูกสักนิด แต่กลับถูกคนอื่นทำร้ายจนเป็แบบนี้ เขาก็คงจะโกรธจัดเป็แน่
กล่าวถึงเฉาเฉา เฉาเฉาก็มาถึงพอดี
“เซี่ยงหัว! แกมาดูเร็วเข้า เจียเจียกับหยางหยางถูกพี่สะใภ้แกตีแล้ว!”
สีหน้าของสวี่เซี่ยงหัวมืดครึ้ม เขากระแทกรถจักรยานทิ้งแล้วรีบเดินเข้ามา
“พ่อ!” สวี่เจียหยางร้องะโวิ่งเข้าไปหาพ่อ ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพูดไม่เป็ภาษา “พ่อครับ ป้าคนโตตีพี่สาว ดึงผมเปียพี่สาว ป้าคนโตเตะผม เจ็บมากเลยครับ พ่อครับ เจียฉวนแย่งลูกอมผม เขาตีผม ตีพี่สาว พวกเขาเป็คนไม่ดี!”
สวี่เซี่ยงหัวหน้าเขียวคล้ำ เส้นเืที่ขมับปูดโปน เขากอดสวี่เจียฉวนที่ร้องไห้ตัวสั่นงันงก แล้วมองไปที่สวี่ชิงเจีย เห็นเืไหลซิบๆ จากแก้มของเธอ สวี่เซี่ยงหัวกำหมัดแน่น ส่งเสียงกรอดๆ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ขาของหลิวหงเจินก็เริ่มสั่น เธอรีบวิ่งหนีโดยไม่คิดถึงสวี่เจียฉวนที่ถูกเธอทิ้งไว้ข้างหลัง
สวี่เซี่ยงหัวปล่อยลูกชาย แล้วรีบก้าวเท้าตามไปสองสามก้าว ยกเท้าเตะเข้าให้
หลิวหงเจินกรีดร้องอย่างน่าอนาถ กลิ้งลงไปที่ริมตลิ่ง หวุดหวิดจะตกลงไปในแม่น้ำ
ชาวบ้านที่มุงดูต่างก็รู้สึกสะใจ นี่แหละสมควรแล้ว เด็กๆ เล่นกันตีกันก็เื่ธรรมดา ผู้ใหญ่ไม่ช่วยห้ามปราม กลับเข้ามาร่วมวงช่วยลูกตัวเองตีคนอื่น แถมลูกของเธอยังเป็ฝ่ายผิดอีก ช่างเหลือเกินจริงๆ
หลิวหงเจินที่นอนคว่ำอยู่ริมแม่น้ำ รู้สึกเวียนหัวไปหมด เจ็บไปทั้งตัวเหมือนโดนรถทับ เธอทุบพื้นดินร้องโหยหวน “ฉันไม่อยู่แล้ว! ไม่อยู่แล้ว! น้องชายตีพี่สะใภ้ ยังมีคุณธรรมอยู่ไหม เซี่ยงกั๋ว! แกมาดูเร็วเข้า!” หลิวหงเจินบีบน้ำมูกกำลังจะร้องไห้ต่อ ก็เห็นสวี่เซี่ยงหัวเดินตรงเข้ามาหาเธอ คิ้วขมวด ใบหน้าเ็า โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น เปล่งประกายแห่งความอาฆาต
หลิวหงเจินตัวสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว ไม่กล้าพูดอะไรอีก เธอรีบคลานลุกขึ้นยืนด้วยมือและเท้า คิดจะวิ่งหนี แต่พอเพิ่งจะยืนขึ้นได้ จู่ๆ ก็รู้สึกเ็ปอย่างรุนแรงที่ท้ายทอย
สวี่เซี่ยงหัวจับผมของหลิวหงเจิน ลากเธอไปที่ริมแม่น้ำ แล้วกดหัวเธอจมลงไปในน้ำโดยตรง
แขนขาของหลิวหงเจินที่อยู่บนฝั่งยังคงดิ้นรนอย่างรุนแรง แต่สวี่เซี่ยงหัวใช้มือที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
เสียงฟองน้ำดังโครมครามพร้อมกับคลื่นน้ำที่แตกกระจายออกไป
“หัวจื่อ! แกอย่าทำบ้าๆ นะ!” สวี่ไจ่ชุนที่อยู่บนฝั่งใแทบตาย รีบวิ่งลงมาห้ามปราม นี่มันกำลังจะฆ่าคนนะ!
‘โครม’ สวี่เซี่ยงหัวดึงหัวหลิวหงเจินขึ้นมาจากน้ำ
“ช่วย——” หลิวหงเจินที่หน้าซีดเผือด พออ้าปากก็สำลักน้ำ ไออย่างบ้าคลั่ง น้ำมูกน้ำตาไหลทะลัก เธอตัวสั่นไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าเพราะหนาวหรือเพราะใ
สวี่ไจ่ชุนถอนหายใจโล่งอก ก็บอกแล้วว่าสวี่เซี่ยงหัวไม่น่าจะทำอะไรวู่วาม แต่ถอนหายใจได้ครึ่งทาง ก็ต้องสูดลมหายใจกลับเข้าไปใหม่
สวี่เซี่ยงหัว... เขากดหัวหลิวหงเจินจมลงไปในน้ำอีกแล้ว!
