ในจังหวะอันตราย มีใบไม้สองสามใบพุ่งตรงไปที่คอของชายผู้เป็ผู้นำ และทหารที่อยู่ข้างๆ ด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
ทหารที่เตรียมแทงอาหวงหยุดชะงัก ดาบยาวและหอกในมือตกพื้นเสียงดังโครม คนก็ล้มตามไปด้วย
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึงไปชั่วขณะ หลี่ชิงหลิงเป็คนแรกที่ได้สติขึ้นมา นางะโสั่งอาหวง "อาหวง กลับมา!"
อาหวงกระโจนทับศัตรูล้มไปหนึ่ง มันกัดคออีกฝ่ายขาด ก่อนจะวิ่งกลับไปหาหลี่ชิงหลิง
หลี่ชิงหลิงจ้องอาหวง "ไว้จะคิดบัญชีกับเ้าทีหลัง” พูดจบก็หันมองหลิวจือโม่ ส่งสัญญาณไม่ให้เขาโผล่เข้ามา ให้ซ่อนตัวไว้ก่อน
เด็กสาวหยิบหอกบนพื้นขึ้นมา ้าต่อสู้กับศัตรูที่เหลือ แต่ก่อนที่นางจะได้เคลื่อนไหว ศัตรูทั้งหมดที่อยู่รอบตัวนางก็ล้มลง
นางกำหอกในมือแน่นขณะมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นบุคคลลึกลับที่ช่วยตนไว้ จึงพูด "ไม่ทราบผู้มีพระคุณท่านไหนช่วยชีวิตเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ ช่วยปรากฏตัวออกมาได้หรือไม่" พูดจาสุภาพแบบนี้ ทำเอาขนแทบลุกชันไปทั้งตัว
หลังจากพูดจบ ชายในชุดดำก็ะโลงมา เขาเอ่ยปากทันทีว่านายพลขอให้เขาปกป้องโดยไม่รอให้หลี่ชิงหลิงถาม
โชคดีที่เขามาทันเวลา ไม่เช่นนั้น...
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มุมปากของหลี่ชิงหลิงก็โค้งขึ้น ก่อนจะกล่าวขอบคุณชายชุดดำ
ทันทีที่นางพูดจบ หลิวจือโม่ก็วิ่งเข้ามาจับไหล่นางไว้ มองนางขึ้นๆ ลงๆ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีจึงคลายความกังวล
เขาดึงนางมากอดในอ้อมแขน กล่าวเสียงสั่นเครือ "โชคดีที่เ้าไม่เป็ไร"
หลี่ชิงหลิงเอื้อมมือไปตบหลังเขาและพูดเบาๆ "ต้องขอบคุณอาหวงกับอาไป๋” ถ้าไม่ใช่พวกมัน นางคงไม่รอดมาถึงตอนนี้ “พี่กลับมาทำไม ข้าให้…”
นางถูกหลิวจือโม่ขัดก่อนจะพูดจบ "ให้ข้าหนีไปกับเด็กๆ แล้วปล่อยให้เ้าเผชิญหน้าศัตรูตามลำพัง ข้าทำไม่ได้" เขากอดนางแน่นอีกครั้ง "ไม่ว่าจะเป็หรือตาย ข้าก็อยากอยู่กับเ้า”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ดวงตาของหลี่ชิงหลิงก็กลายเป็สีแดง เอ่ยว่าเ้าคนโง่
นี่ไม่ใช่คนโง่แล้วจะเป็อะไรได้?
แต่นางชอบเขาที่โง่แบบนี้
“เราต้องรีบไป หากพลธนูมาจะหนีไม่ได้แล้ว” หลี่ชิงหลิงผลักหลิวจือโม่เบาๆ พูดอย่างกระวนกระวาย
ทันทีที่พูดจบ ชายในชุดดำก็เอ่ย "กองกำลังศัตรูทั้งหมดถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว" นี่คือสาเหตุที่เขามาช้า
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของหลี่ชิงหลิงก็เป็ประกาย "จริงหรือ?”
ชายชุดดำพยักหน้า
"ดีจังเลย ขอบคุณท่านนายพลให้ด้วยนะเ้าคะ” นางรู้ว่าถ้าหลิวจือเฮ่าไม่ได้สั่งไว้ ชายชุดดำคงไม่มา
ชายในชุดดำพยักหน้าอีกครั้ง
หลี่ชิงหลิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก จับมือของหลิวจือโม่แน่น "พี่จือโม่ไปเรียกเด็กๆ กลับมาเถอะ ส่วนข้าจะช่วยพักแผลให้อาหวงกับอาไป๋” ก่อนจะหันไปหาชายชุดดำ “รบกวนช่วยคุ้มครองพี่โม่หน่อยได้หรือไม่" นางกลัวว่าจะมีสัตว์ป่าอยู่ในูเาลึก
“ได้...” ท่านนายพลเองก็ขอให้เขามุ่งความสนใจไปที่การปกป้องสามพี่น้องหลิวจือโม่ “ข้าชื่อสืออี”
"ขอบคุณ พี่สืออี” หลี่ชิงหลิงยิ้มให้เขา และขอบคุณเขาอีกครั้ง "พี่จือโม่ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงข้า"
หลิวจือโม่เหลือบมองอาหวงที่นอนหายใจหอบถี่อยู่บนพื้นอย่างเป็ห่วง "พาอาหวงกลับไปที่ถ้ำก่อน แล้วข้าจะไปหาน้องๆ” เขาไม่สบายใจหากทิ้งนางไว้ที่นี่
ไม่ว่าจะยังไงก็ส่งนางกลับถ้ำก่อนค่อยว่ากัน
หลี่ชิงหลิงก้มหัวมองอาหวงที่อ่อนแอกว่าเดิมไม่น้อยแล้วลูบหัวโตๆ ของมันด้วยความทุกข์ใจ ก่อนจะตอบตกลง
ทั้งสองยื่นมือออกไปเพื่อยกมัน แต่พบว่าอาหวงหนักเกินไป ทั้งสองยกได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แบบนี้คงไม่สามารถเดินกลับได้
ช่วยไม่ได้ ทั้งสองทำได้เพียงหันมองสืออี อีกฝ่ายก้าวออกมาแบกอาหวงขึ้นไหล่อย่างรู้งาน
หลี่ชิงหลิง "..."
หลิวจือโม่ "..."
สืออีแข็งแรงเกินไปไหม? ยกอาหวงที่หนักเช่นนี้ได้ในคราวเดียว
หลังจากชำเลืองมองทั้งสองคน สืออีก็บอกให้นำทาง
หลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่หัวเราะออกมาก่อนจะเดินนำไปที่ถ้ำ
เมื่อกลับถึงถ้ำ หลี่ชิงหลิงเร่งให้หลิวจือโม่รีบไป ไม่เห็นเด็กๆ กลับมาอย่างปลอดภัย นางเองก็ไม่สบายใจ
หลิวจือโม่กำชับหลี่ชิงหลิงอยู่นานจึงจากไป
ทันทีที่หลิวจือโม่จากไป หลี่ชิงหลิงก็หยิบหญ้าห้ามเืมาเริ่มทุบ หลังทุบเสร็จก็ช่วยทาให้อาหวงและอาไป๋
“คราวนี้รอดมาได้เพราะพวกเ้า ถ้าไม่มีพวกเ้า ข้าคงตายไปนานแล้ว”
อาหวงเลียหลังมือของหลี่ชิงหลิงแล้วส่งเสียงสองครั้ง
ทันทีที่ได้ยินมันตอบรับ หลี่ชิงหลิงก็เคาะหัวและแสร้งดุ "อาหวง คราวหน้าถ้าเ้าไม่ฟังข้า ข้าจะตีก้นเ้า ได้ยินไหม?” วินาทีที่เห็นดาบยาวแทงเข้าไป นางรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นจริงๆ “ถ้าไม่ใช่สืออีมาทัน เ้าคงเป็รังผึ้งไปแล้ว”
พูดจบก็ลดเสียงลงอีกครั้ง วางหญ้าห้ามเืในมือ กอดศีรษะใหญ่ของอาหวง น้ำเสียงเจือสะอื้น "อาหวง เ้าเป็ครอบครัวข้า ถ้าไม่มีเ้าแล้วข้าจะเศร้าแค่ไหน? เด็กๆ จะเศร้าขนาดไหน?”
อาหวงแลบลิ้นเลียน้ำตาที่ไหลลงมาบนจมูกของหลี่ชิงหลิง มันดุนท้องของนางและส่งเสียงครวญครางสองครั้ง
“ครั้งหน้าอย่าทำแบบนี้อีกรู้ไหม”
คราวนี้อาหวงเงียบ
มันรู้ว่าครั้งต่อไปที่มันเจอสถานการณ์เดิม มันจะยังทำแบบเดิม หลี่ชิงหลิงเป็คนเลี้ยงมันมา เป็เหมือนมารดา แล้วมันจะทิ้งนางไปได้อย่างไร?
หลี่ชิงหลิงเช็ดน้ำตา เคาะหัวมันสองครั้งแล้วทายาต่อด้วยความโกรธ
อาการาเ็คงต้องใช้เวลาฟื้นตัวอย่างน้อยสิบวันหรือครึ่งเดือน
เด็กสาวถอนหายใจเงียบๆ หลังจากพันแผลเสร็จอย่างรวดเร็วจึงพูดอย่างเป็กังวล "ไม่รู้ว่าเด็กๆ เป็อย่างไรบ้าง พี่โม่จะหาเจอไหมนะ” นางกลัวว่าพวกเขาจะซ่อนตัวจนพี่โม่หาไม่เจอ
ความกังวลของนางไม่ได้ไร้เหตุผล หลิวจือโม่วิ่งกลับไปยังจุดที่แยกกัน แต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหายไปทางไหน
เขาขมวดคิ้ว อ้าปากแล้วะโ "ท่านปู่ เสี่ยวเยี่ยน เสี่ยวเฟิง อยู่ไหนกัน" เขาเรียกหลายครั้งแต่ไม่มีการตอบรับ
แย่แล้ว ไม่รู้ว่าพวกเขาไปซ่อนที่ไหนกัน
สืออีก้าวไปข้างหน้า มองไปรอบๆ ชี้ไปทิศหนึ่ง แล้วบอกว่าพวกเขากำลังไปทางนั้น
หลิวจือโม่ชำเลืองมองเขา ตัดสินใจเชื่อและตรงไปหาทางนั้น
ต้องหาให้เจอก่อนมืด เพราะเขากลัวว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
ูเาลึกสามารถเจอกับสัตว์ป่าเข้าได้ง่ายๆ
โดยเฉพาะ่นี้ที่สัตว์ไม่มีอะไรกิน พวกมันจะยิ่งดุร้าย
ซึ่งตอนนี้หลิวจือเยี่ยน และคนอื่นๆ เจอกับสัตว์ป่าเข้าแล้วจริงๆ เป็หมาป่าที่หิวโหยและดุร้าย
ชายชราดึงเด็กๆ ไปไว้ข้างหลังเขา ส่งหลี่ชิงหนิงไปไว้ในอ้อมแขนของหลี่ชิงเฟิง "ข้าจะล่อไว้ พวกเ้าไปกันก่อน"
เขาหงุดหงิดมาก ในอดีตเขาจะพกยาพิษที่ทำไว้เองบ้างเพื่อช่วยตัวเองให้กรณีฉุกเฉินเช่นนี้
ตอนนี้ทำได้เพียงใช้ร่างกายเข้าปะทะ
ดวงตาของหลี่ชิงเฟิงแดงก่ำ "ท่านปู่ ข้าจะล่อเอง ท่านพาน้องๆ ไป”
"ไม่ ข้าล่อเอง..." ต้าเหอเดินไปหาชายชราด้วยใบหน้าที่มุ่งมั่น "ปู่พาพวกเสี่ยวเฟิงไป"
หากไม่ใช่พี่เสี่ยวหลิงรับเขาและพี่สาวไว้ พวกเขาคงหิวตายไปนานแล้ว จะยังมีวันนี้ได้อย่างไร
ชีวิตของเขาเป็ของพี่เสี่ยวหลิง เขาอยากปกป้องพวกเสี่ยวเฟิง
เมื่อนึกถึงหลี่ชิงหลิงที่ไปจัดการกับศัตรูด้วยตัวเองเพื่อให้พวกเขาได้จากไป ดวงตาของต้าเหอก็เต็มไปด้วยน้ำตา
“ไอ้หนู มาวุ่นวายทำไม” ชายชราตวาดแล้วยื่นมือไปดึงต้าเหอมาข้างหลัง “ปู่แก่มากแล้ว อยู่มาพอแล้ว เ้ายังเด็ก ชีวิตยังอีกยาวไกล"
แม้ว่าเขาจะต้องเสี่ยงชีวิต เขาก็จะปล่อยให้เด็กเหล่านี้หนีไปจากที่นี่ให้ได้
"ไม่..." พวกหลี่ชิงเฟิงอ้าปากจะคัดค้าน แต่ชายชราก็ขัดทันที
เขากำหมัดแน่น พูดเสียงเบา "เสี่ยวเฟิง เสียวเยี่ยน ต้องมีชีวิตอยู่กับน้องๆ ต่อไปเพื่อพี่ๆ” เขานึกถึงหลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่ที่อาจจะตายไปแล้วก็คอตีบตันขึ้นมา
“ตกลงตามนี้ ข้าจะล่อหมาป่าตัวนี้ไว้ พวกเ้าฉวยโอกาสหนีซะ” หลังจากหยุดครู่หนึ่ง เขาก็หลับตาลงอีกครั้ง และพูดด้วยความยากลำบาก “แยกกันหนี”
เขาไม่รู้ว่าจะล่อได้นานเท่าใด หากแยกกันหนีจะมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า
เขาไม่มีทักษะอะไร ที่พอทำได้ก็มีเพียงเท่านี้
หลี่ชิงเฟิงและคนอื่นๆ เข้าใจ พวกเขากลั้นน้ำตาไม่อยู่
หลี่ชิงหนิงรู้สึกถึงบรรยากาศเศร้าสร้อยจึงร้องไห้เสียงดัง
นางร้องไห้ หลิวจือโหรวก็ร้องไห้ตาม
เมื่อได้ยินเสียงร้อง หมาป่าที่เล็งพวกเขาก็เริ่มขยับอุ้งเท้าหน้า เตรียมพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ
พวกเขาที่ยืนอยู่ข้างหน้าไม่ได้สังเกตเห็นเสี่ยวซีที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ หลังจากนางหายใจเข้าลึกๆ สีหน้าก็เริ่มมั่นคงขึ้น
นางมองต้าเหออย่างลึกซึ้ง เอามือปาดน้ำตาบนหน้า ถอยไปสองสามก้าวเงียบๆ ก้มลงหยิบหินก้อนใหญ่ กัดฟันวิ่งไปข้างหน้า เผชิญหน้ากับหมาป่าแล้วขว้างก้อนหินออกไปเต็มแรง "มาสิ มากัดข้า!"
เมื่อต้าเหอเห็นเสี่ยวซีกำลังยั่วยุหมาป่าก็รีบร้องเรียก "พี่สาว..."
"ไป... พวกเ้ารีบไป…” เสี่ยวซียิ้ม "ต้าเหอ ต้องมีชีวิตต่อไปนะ”
หมาป่าที่โกรธเกรี้ยวร้องคำราม กระโจนไปทางเสี่ยวซี เสี่ยวซีเห็นแล้วรีบหันหลังวิ่งหนี
