ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ จิตใจฉินตงหวู่เกิดรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมา
และเมื่อนางเข้ามาในเรือนของหอตำราหลางฮ้วนจึงตะลึงงันอยู่กับที่ เพราะพื้นเต็มไปด้วยหลุมบ่อ พื้นหญ้ากระเบื้องหินไม่เหลือชิ้นดี แม้แต่ประตูใหญ่ของหอหลางฮ้วนล้วนถูกทำลายสิ้น!
ที่นี่เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่!
“นายน้อย? นายน้อย…ท่านเป็อะไรหรือไม่?”
เมื่อฉินตงหวู่เห็นจั๋วอวิ๋นเซียนนั่งอยู่ที่พื้นก็รีบเข้าไปพยุงอีกฝ่าย
ตอนนี้จั๋วอวิ๋นเซียนอ่อนแอมาก เขาเพียงโบกมือพลางกล่าวว่า “อย่าเพิ่งถาม พยุงข้าไปรักษาตัวก่อน…แล้วอีกเดี๋ยวมาเก็บกวาดที่นี่เงียบๆ พยายามปลอมแปลงให้เหมือนว่าเกิดจากการสร้างลูกปัดเพลิงอัสนีล้มเหลว อย่าให้ใครมองออก”
“ทราบแล้วเ้าค่ะ”
ฉินตงหวู่รีบหยักหน้ารัวๆ จากนั้นพยุงจั๋วอวิ๋นเซียนเข้าไปในหอตำรา
บนหลังคาไม่ไกลออกไป มีเงาหนึ่งปรากฏตัวที่นี่อย่างไร้สุ้มเสียงและเฝ้ามองทั้งสองคนจากไปเงียบๆ นางก็คือสตรีผ้าคลุมหน้าลึกลับ
“เพียงแค่สามสี่ปี ก็เติบโตมาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าดูถูกเขาเกินไปจริงๆ…แต่ข้าสงสัยนักว่า เ้าจะสามารถก้าวไปได้ไกลแค่ไหนกัน”
นางบ่มพึมพำกับตัวเอง จากนั้นหันหน้าแล้วหายตัวไป ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
……
ในห้องลับ จั๋วอวิ๋นเซียนนอนอยู่ในห้องโดยมีฉินตงหวู่ดูแลอยู่ข้างกาย
“นายน้อย เมื่อครู่เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?”
ฉินตงหวู่เป็คนมีสัญชาตญาณแม่นยำมาตลอดละยังเป็คนที่ฉลาดมาก จึงไม่เชื่อว่าจั๋วอวิ๋นเซียนจะเกิดอุบัติเหตุตอนสร้างลูกปัดเพลิงอัสนีจริงๆ มิเช่นนั้นเหตุใดนางจึงมิได้ยินเสียงอะไรเลย
หลังจากจั๋วอวิ๋นเซียนทานยาเข้าไปแล้ว อาการจึงค่อยๆ ดีขึ้น “เถ้าแก่หอเจินเป่ามาหาข้า คิดจะตัดไฟั้แ่ต้นลมลักพาตัวข้าไป แต่ตอนนี้มิเป็ไรแล้ว”
“เถ้าแก่หอเจินเป่าหรือ! หญิงอ้วนคนนั้นยังกล้าปรากฏตัวอีกหรือ?”
ฉินตงหวู่ตกตะลึง จากนั้นถามด้วยความสงสัย “ได้ยินมาว่าหญิงอ้วนคนนั้นลึกล้ำมิอาจคาดเดา ฝีมือเป็อย่างไรบ้าง? นายน้อยมิเป็ไรแล้วจริงหรือ?”
“ระดับเปิดชีพจร…”
จั๋วอวิ๋นเซียนยังพูดไม่จบ ฉินตงหวู่ก็อุทานออกมา “อะไรนะ! ระ…ระดับเปิดชีพจร! นายน้อย ตอนนี้…ท่านมีพลังเพียงใดกันแน่?”
สำหรับจั๋วอวิ๋นเซียนแล้ว ฉินตงหวู่เป็คนที่เชื่อถือได้ เขาจึงมิได้ปิดบัง “ไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน สู้กับระดับรวมพลังได้ หนีจากระดับกำเนิดปราณได้ สำหรับระดับเปิดชีพจรแล้ว…เมื่อครู่สังหารในกระบวนท่าเดียวได้เป็เพียงแค่โชคช่วยเท่านั้น หากสู้กันจริงๆ ต่อให้ไม่ตายก็พิการ”
“โชคก็คือส่วนหนึ่งของพลังเช่นกัน!”
ฉินตงหวู่มองจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยสีหน้าตื่นเต้น ราวกับเห็นสัตว์ประหลาดอย่างไรอย่างนั้น นางรู้มานานแล้วว่าจั๋วอวิ๋นเซียนฟื้นพลังกลับมาได้แล้ว อีกทั้งยังทะลวงระดับได้อีกด้วย แต่นางคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งถึงขั้นนี้ ถึงขั้นสังหารยอดฝีมือระดับเปิดชีพจร
แต่เมื่อสามปีก่อนจั๋วอวิ๋นเซียนก็สังหารผู้บำเพ็ญเซียนระดับกำเนิดปราณมาแล้ว ตอนนี้พอมาลองคิดดูก็ไม่มีสิ่งใดน่าใ
คนที่น่าเหลือเชื่อทำเื่น่าเหลือเชื่อก็ถือเป็เื่ปกติอยู่แล้ว
……
พอรักษาตัวได้พักหนึ่ง เมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนอาการดีขึ้นจึงกล่าวว่า “ไม่พูดถึงเื่พวกนี้แล้ว พี่ฉินเล่าสถานการณ์ของเกาะสามเซียนตอนนี้ให้ข้าฟังทีสิ?”
เมื่อเอ่ยถึงสถานการณ์ของเกาะสามเซียน ฉินตงหวู่ขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “สถานการณ์ด้านนอกไม่ค่อยดีนัก จู่ๆ บนเกาะสามเซียนก็มีไส้ศึก แอบทำลายฐานค่ายกลไปชุดหนึ่ง ทำให้ค่ายกลป้องกันพังทลายอย่างสิ้นเชิง…เกาะสามเซียนถูกคลื่นน้ำสีเืกลืนกินไปหมดแล้ว หากมิใช่เพราะเ้าเกาะทั้งสามเตรียมการเอาไว้ ให้ทุกคนบนเกาะถอยมาหลบในเมืองซานเซียน เกรงว่าอาจจะมีคนต้องตายไปไม่น้อย โชคดีที่เมืองซานเซียนเดิมทีก็คือค่ายกลชุดหนึ่ง มิเช่นนั้นผลลัพธ์คงยากจะคาดเดา”
เมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นอย่างห้ามมิได้ เดิมทีเขาคิดว่าเกาะสามเซียนสามารถอดทนได้สักเดือนสองเดือน กลับคิดไม่ถึงว่าสถานการณ์แย่ลงเร็วเช่นนี้ ดูท่าหอเจินเป่าจะลงแรงไปไม่น้อยเลย
ทว่าท่าทีของเผ่าสมุทรถึงจะเป็สิ่งที่ทำให้จั๋วอวิ๋นเซียนกังวล ครั้งนี้อีกฝ่ายถึงขั้นตัดสินใจเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าจะสังหารเกาะสามเซียนให้สิ้นไม่ยอมเลิกรา
เมืองซานเซียนคือปราการด่านสุดท้าย ห้ามถอยเด็ดขาด
เมื่อเห็นจั๋วอวิ๋นเซียนขมวดคิ้วแน่น ฉินตงหวู่จึงทนไม่ไหวถามออกมา “นายน้อย ท่านมีวิธีอะไรหรือไม่?”
“รอ”
“รอสิ่งใดหรือ?”
“รอกำลังเสริม รอของจากเ้าหอเหมา”
ตอนนี้จั๋วอวิ๋นเซียนปวดศีรษะมากเช่นกัน จะคิดหาวิธีอื่นออกได้อย่างไร
บนโลกใบนี้ ไม่เคยมีคำว่าสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง เพียงแต่คนฉลาดจะละเอียดรอบคอบมากกว่าเท่านั้น ถึงอย่างไรกำลังคนก็มีขีดจำกัด เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่แท้จริง จึงไม่มีกำลังต่อต้านแม้แต่น้อย ต่อให้ฉลาดเพียงใดก็ไร้ประโยชน์
……
นอกเมืองซานเซียน คลื่นน้ำสีเืโหมกระหน่ำ ปิดแผ่นฟ้าคลุมผืนดิน
บรรยากาศในเมืองกดดันมาก มีคนไม่น้อยที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
ทุกคนมารวมตัวกันที่จวนเ้าเมืองเพื่อหารือแผนการรับมืออีกครั้ง
เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน เกาะทั้งสามแห่งรอบนอกเกาะสามเซียนพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง สถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้แล้ว แต่กลับไม่มีวิธีรับมือแต่อย่างใด
หลังจากโต้เถียงกันมาพักหนึ่ง ท้ายที่สุดทุกคนแยกย้ายจากกันไปอย่างไม่สบอารมณ์
แน่นอนว่าถึงแม้จะโต้เถียงกัน แต่เมื่อถึงเวลาลงมือจริง ทุกคนยังคงสามัคคี ถึงอย่างไรเื่นี้ก็เกี่ยวพันกับความเป็ตายของตัวเองจึงมิอาจบ่ายเบี่ยงได้ มิเช่นนั้นหากเมืองแตก พวกเขาทุกคนต้องตายอยู่ที่นี่
หากมิใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันก็มิอาจเชื่อถือได้ แม้แต่ขอยอมจำนนก็เป็ไปไม่ได้!
……
ณ ห้องลับหอตำราหลางฮ้วน
จั๋วอวิ๋นเซียนนั่งอยู่บนแท่นหินอย่างโดดเดี่ยว หลังจากพักรักษาตัวมาหลายวัน ร่างกายของเขาฟื้นฟูได้พอสมควรแล้ว สีหน้าดูดีขึ้นมาก
การสังหารจูหยวนหยวน มิได้ทำให้เขาดีใจเท่าไรนัก เพราะเขาเข้าใจดี อาจจะเป็เพราะความล้าหรือโชคช่วย แต่มิใช่เพราะพลังของเขาแน่นอน หากเป็เวลาอื่น สถานที่อื่น หรือยอดฝีมือคนอื่น ไม่แน่ว่าเขาอาจจะกลายเป็ซากศพไปแล้ว
ดังนั้นเพื่อให้เขามีชีวิตได้นานขึ้น การเพิ่มพลังของตัวเองถึงจะเป็เส้นทางที่ถูกต้อง
จั๋วอวิ๋นเซียนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหยิบกำไลหยกขาวออกมา มันมีขนาดเท่าข้อมือพอดี ภายนอกเรียบเนียน ภายในเต็มไปด้วยอักขระระยิบระยับ ทั้งประณีตและงดงาม กำไลชิ้นนี้ก็คือ ‘กำไลมิติ’ ที่จูหยวนหยวนพกติดตัว
พื้นที่ขนาดกว้างใหญ่ไพศาล อยู่ในกำไลอันเล็กจ้อย
‘กำไลมิติ’ นับว่าเป็สมบัติวิเศษสายมิติชนิดหนึ่ง ทั้งล้ำค่าและหายาก มีเพียงขั้วอำนาจที่มีรากฐานเก่าแก่มั่นคงหรือยอดฝีมือเท่านั้นถึงจะมีไว้ติดตัว ในฐานะที่จูหยวนหยวนเป็ถึงเถ้าแก่ของหอเจินเป่า มีกำไลมิติชิ้นหนึ่งก็มิใช่เื่น่าแปลกแต่อย่างใด
จากนั้นหลังจากจั๋วอวิ๋นเซียนหลอมกำไลมิติเสร็จแล้ว จึงหลอมรวมจิตเข้าไปในนั้น
พื้นที่ในกำไลมิติวงนี้มีขนาดใหญ่มาก แทบจะใหญ่กว่าถุงมิติหลายร้อยเท่า ต่อให้ใสู่เาสูงร้อยจั้งเข้าไปก็ไม่เป็ปัญหา
และเมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนหยิบกล่องใบเล็กที่ภายนอกตกแต่งอย่างงดงามออกมาเปิดดูหลายใบ ในนั้นเป็เครื่องสำอางและของใช้ส่วนตัวของสตรีจำนวนมาก! ต่อให้เขามีจิตใจที่เข้มแข็งเพียงใด ตอนนี้ก็ยังรู้สึกอายจนหน้าแดง ด้วยเหตุนี้เขาจึงใช้เปลวเพลิงเผาของทั้งหมดจนสิ้น ไม่เหลือร่องรอยแต่อย่างใด
……
จากนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนหยิบกล่องใหญ่รูปทรงเดียวกันออกมาหลายกล่อง และเมื่อเขาเปิดดูก็ต้องตกตะลึง หัวใจแทบจะหยุดเต้น
ในกล่องเต็มไปด้วยศิลาเซียน วางเรียงกันอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย อย่างน้อยก็มีจำนวนหลายหมื่นก้อน
แล้วกล่องเช่นนี้มีจำนวนเท่าใดหรือ? มันมีมากถึงแสนกว่ากล่อง!
เมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนลองคำนวณดู ก็พบว่ามันมีจำนวนหนึ่งพันล้านศิลาเซียน! หนึ่งพันล้านศิลาเซียนแบบไม่ขาดไม่เกิน!
