เมื่อซุนเฟยออกมาจากโลก Diablo ก็บ่ายสองพอดี
เนื่องจากการแข่งขันการซ้อมรบจะเริ่มต้นขึ้นในอีกสองวัน ดังนั้นทุกคนในค่ายทหารอาณาจักรบริวารจึงวุ่นวาย สนามประลองดาบทั้งห้าสิบแห่งจะกลายเป็เวทีสำหรับการต่อสู้ของยอดฝีมือทุกอาณาจักรในการแข่งขันการซ้อมรบ ดังนั้น ทางราชอาณาจักรจึงส่งช่างและนักเวทหลวงจำนวนมากมาซ่อมแซมและติดตั้งข่ายเวทมนต์รอบๆ เวที เพื่อให้มั่นใจว่าสนามประลองดาบจะทนทานต่อพลังของเหล่ายอดฝีมือได้ และเพื่อให้แน่ใจว่าในระหว่างการต่อสู้จะไม่มีลูกหลงหลุดมาหาผู้ชมได้
เห็นได้ชัดว่าวันนี้ ค่ายทหารอาณาจักรบริวารมีชีวิตชีวาและคึกคักกว่าปกติ
ทุกอาณาจักรบริวารต่างพากันเตรียมการขั้นสุดท้าย ตามกฎกติกา ทุกอาณาจักรบริวารที่เข้าร่วมการแข่งขันจะถูกแบ่งออกเป็ห้าเขตสนามรบ นั่นก็คือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคกลาง การแข่งขันการซ้อมรบจะมีด้วยกันทั้งหมดสองรอบ
รอบแรกก็คือการแข่งขันแบบจัดอันดับ
ในรอบนี้ ทุกๆ อาณาจักรจะต้องส่งนักรบหรือนักเวทที่ทรงพลังที่สุดจำนวนหกคนเข้าร่วมการแข่งขัน จากนั้นก็ต้องส่งทหารชั้นยอดอีกห้าสิบนายเข้าร่วมการแข่งขันแบบกลุ่ม ยอดฝีมือสิบอันดับแรกและกองกำลังทหารสิบอันดับแรกจะได้รับเกียรติให้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิยาซิน และได้รับของรางวัลมากมายหลังจากการแข่งขันการซ้อมรบสิ้นสุด และการจัดอันดับดังกล่าวสามารถเพิ่มคะแนนให้กับอาณาจักรตัวเองในการแข่งขันลำดับต่อไปได้ด้วย
รอบที่สองคือการแข่งขันแบบท้าประลอง
ในรอบนี้ แต่ละอาณาจักรสามารถเลือกอาณาจักรอื่นเพื่อท้าประลองได้ โดยปกติแล้วจะไม่จำกัดจำนวนครั้งในการท้าประลอง อาณาจักรหนึ่งสามารถขอท้าประลองได้เรื่อยๆ แต่การแข่งขันแบบท้าประลองจะมีผู้เสียชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วน โดยปกติแล้ว บางอาณาจักรที่มีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งก็สามารถตอบรับการท้าประลองได้สองรอบติดกัน อาณาจักรที่ท้าชิงจะต้องท้าทายอาณาจักรที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าพวกเขา ถ้าพวกเขาชนะ พวกเขาจะได้รับระดับของผู้แพ้ไป รอบนี้โหดร้ายมาก มันเป็ตัวกำหนดระดับของอาณาจักรที่อยู่ภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรซนิท มีอาณาจักรระดับสูงจำนวนมากถูกลดระดับลงและอาณาจักรระดับต่ำมากมายที่ไม่รู้จักก็กลายเป็อาณาจักรระดับสูง
หลังจากการแข่งขันทั้งสองรอบในแต่ละเขตเสร็จสิ้น การแข่งขันที่สำคัญที่สุดจะเกิดขึ้น นั่นก็คือ การแข่งขันจัดอันดับอาณาจักร
ไม่ว่าจะเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกและกลาง ทั้งห้าเขตสนามรบจะต้องส่งยอดฝีมือที่ได้รับการคัดเลือกมาเป็ตัวแทนอาณาจักรของตัวเองเพื่อเข้าร่วมาครั้งสุดท้าย
าาที่แท้จริงจะต้องเหยียบย่ำศพและเืเนื้อของเหล่ายอดฝีมือเพื่อก้าวขึ้นไปเป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรบริวาร และนั่งแท่นเป็อาณาจักรบริวารอันดับหนึ่งของราชอาณาจักร
สมญานามทั้งสองชื่อนี้เป็สัญลักษณ์ของความรุ่งโรจน์ไม่มีที่สิ้นสุด สมัยที่องค์จักรพรรรดิยาซินยังเป็เพียงองค์ชายใหญ่แห่งเซนิท ในการแข่งขันการซ้อมรบของราชอาณาจักรสปาร์ตากุส เขาได้กลายเป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่งและอาณาจักรของเขาก็ได้กลายเป็อาณาจักรบริวารอันดับหนึ่ง เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เขากลายเป็คนที่มีชื่อเสียงไปในทันที และใช้โอกาสนี้แยกตัวออกมาจากราชอาณาจักรสปาร์ตากุส ก่อตั้งราชอาณาจักรเซนิทขึ้นมาและสถาปนาตัวเองขึ้นเป็จักรพรรดิ เพราะเื่นี้ทำให้สมญานามทั้งสองชื่อนี้กลายเป็สิ่งที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็เชื้อพระวงศ์หรืออาณาจักรบริวารต่างก็ให้ความสำคัญกับสองตำแหน่งนี้มาก
และาาที่ชนะก็จะได้รับสถานะให้กลายเป็องค์ชายแห่งราชอาณาจักร เกียรติยศสามารถเทียบเท่ากับเชื้อพระวงศ์ของราชอาณาจักร
รางวัลนี้ดึงดูดใจยอดฝีมือกับาาอาณาจักรบริวารคนอื่นๆ จนแทบคลั่ง!
ยกเว้นอาณาจักรบริวารหกแห่งที่ถูกปะาไปในข้อหาฏแล้ว อาณาจักรบริวารอื่นๆ ทั้งสองร้อยสี่สิบสี่แห่งต่างก็หวังว่าจะได้รับผลประโยชน์มากมายจากการแข่งขันการซ้อมรบในครั้งนี้กลับไปด้วย
ใน่บ่าย อาณาจักรบริวารทั้งหมดจะต้องส่งตัวแทนไปสุ่มรับหมายเลขจากอาคารบริหารชั่วคราวที่สร้างขึ้นตรงกลางค่ายทหารอาณาจักรบริวาร
ปกติแล้วาาอาณาจักรบริวารจะไปที่นั่นเพื่อสุ่มหมายเลขด้วยตัวเอง แต่ซุนเฟยไม่สนใจเื่ยิบย่อยพวกนี้ ดังนั้นเขาจึงส่งหัวหน้าผู้บัญชาการทหารเมืองแซมบอร์ด แปเตอร์ แช็คไปเป็ตัวแทนของเขาเพื่อไปสุ่มหมายเลขที่อาคารบริหารชั่วคราว
“เขตสนามรบภาคเหนือหมายเลขแปด?”
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แช็คก็กลับมารายงานผล ซุนเฟยแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจและบอกกับแช็คว่าเป็ความโชคดีของเขา
นี่เป็เลขที่ดี
เมืองแซมบอร์ดตั้งอยู่ทางภาคเหนือสุดของเซนิท ดังนั้นจึงถูกจัดให้อยู่ในเขตสนามรบภาคเหนือโดยอัตโนมัติ เขตสนามรบภาคเหนือมีอาณาจักรบริวารที่เข้าร่วมทั้งหมดห้าสิบอาณาจักร ในฐานะที่เป็คนจีน ซุนเฟยชอบเลข “หก” และ “แปด” เนื่องจากเป็ตัวแทนของความโชคดีและความมั่งคั่ง
ใน่บ่ายมีการเรียกประชุมผู้นำและทหารของเมืองแซมบอร์ด มันถูกจัดขึ้นโดยาา าาชื่นชมผู้นำและเหล่าทหารเมืองแซมบอร์ดที่สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองขึ้นมาอย่างก้าวะโภายในระยะเวลาสั้นๆ องค์าาอเล็กซานเดอร์ได้กล่าวสุนทรพจน์ปลุกใจในระหว่างการประชุมและเรียกชื่อเหล่าทหารที่มีผลงานโดดเด่นในระหว่างการเดินทัพขึ้นมาเพื่อกล่าวชมเชย จากนั้นก็พูดถึงเื่การแข่งขันการซ้อมรบที่จะกำลังจะมาถึง เขากล่าวถึงความคาดหวังสามประการ ‘หวังว่าทหารทุกคนจะอดทนต่อความยากลำบาก หวังว่าทหารทุกคนจะเข่นฆ่าศัตรูให้ได้มากที่สุด หวังว่าการต่อสู้จะออกมาดี’ ทุกคนจะต้องสู้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อเมืองแซมบอร์ด...
ในตอนท้ายของการประชุม รายชื่อของ ‘ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก’ สำหรับการแข่งขันจัดอันดับก็ออกมา อัศวินบรอนซ์เซนต์และเทศกิจที่มีคุณสมบัติมากพอจะเข้าร่วมการแข่งขันแบบกลุ่มห้าสิบคนก็มีชื่ออยู่ในนั้นด้วย
หลังจากนั้นก็เกิดความวุ่นวายเล็กๆ ขึ้นมา แต่ละคนต่างเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง
ภายในค่ายทหารอาณาจักรบริวารเต็มไปด้วยเสียงะโและเสียงกีบเท้าม้า อาวุธแหลมคมถูกขัดจนมันวาว ธงยาวดุจักระพือไปตามแรงลม หอกยาวอันคมกริบถูกตั้งเรียงรายอย่างหนาแน่น จิตสังหารทะยานสู่ท้องฟ้า
......
......
ดวงจันทร์สีเงินลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า
ในหลุมั์ที่เทือกเขามอร์โร
หมัดโปร่งแสงทะลวงผ่านอากาศไปสู่ความมืด จากนั้นก็มีรอยฉีกขาดเป็ทางยาวสีแดงเพลิงปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า เสียงดังแสบหูก็ดังสนั่นตามมา
“ดี” ยอดฝีมือลึกลับแสดงความคิดเห็นออกมา แต่ริมฝีปากของเขากลับกระตุกเล็กน้อย
เขาคาดไม่ถึงว่าพร์ของาาหนุ่มตรงหน้าจะสูงแบบนี้ แค่วันเดียวก็ก้าวหน้าขึ้นมาได้ขนาดนี้
หมัดโปร่งแสงของซุนเฟยทะลวงผ่านอากาศด้วยความเร็วเสียงและยังได้สร้างรอยฉีกขาดสีแดงขึ้นมาบนท้องฟ้ายามราตรี ก่อนจะกลายเป็ดวงดาวบนท้องฟ้า...การโจมตีครั้งนี้เหมือนกับการโจมตีที่ยอดฝีมือลึกลับใช้เมื่อคืน การควบคุมพลังดีมากจนยอดฝีมือลึกลับหลงคิดไปว่าเขาเป็คนต่อยออกไปเอง
เห็นได้ชัดว่าเขาได้เข้าสู่ ‘ขอบเขตละเอียดอ่อน’ ที่นักรบทั่วไปยากที่จะเข้าใจมากที่สุดแล้ว
และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ ยอดฝีมือลึกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ความแข็งแกร่งของาาแซมบอร์ดตอนนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อคืน จากเจ็ดดาวระยะต้นมาถึงเจ็ดดาวระยะกลาง…ความเร็วแบบนี้ มันเหนือกว่าอัจฉริยะที่เขาเคยพอเจอมาทั้งหมด น่ากลัว น่าเกรงขาม น่าเหลือเชื่อ!
สัตว์ประหลาดอะไรกัน!
ยอดฝีมือลึกลับแอบคิดในใจอย่างเงียบๆ
ทีแรกเขาคิดว่าอาจจะต้องให้เวลาสักระยะหนึ่งเพื่อให้าาหนุ่มคนนี้ย่อยความรู้ในหนังสือเล่มนั้นทั้งหมด แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ มันคงไม่จำเป็แล้ว
วูบ!
ยอดฝีมือลึกลับโบกมือ ก่อนที่จะมีห่อสีม่วงอีกหนึ่งห่อก็ลอยเข้าไปหาซุนเฟย จากนั้นเขาก็หายตัวไปอีกครั้ง
“พรุ่งนี้มาอีกครั้ง!” เสียงที่ไร้อารมณ์ลอยเข้ามาในหูของซุนเฟยอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของซุนเฟยจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่เขาก็ยังคงมองไม่เห็นอยู่ดีว่ายอดฝีมือลึกลับคนนั้นจากไปอย่างไร
ในมือของซุนเฟยยังคงเป็คัมภีร์ใบลานอีกหนึ่งเล่ม เป็หนังสือทำมือที่สวยงามเหมือนกับบันทึกที่เขามาได้เมื่อคืนนี้ ตัวหนังสือทำมาจากขนสัตว์อสูรสีเหลืองอ่อนและพับซ้อนๆ กันอย่างเป็ระเบียบ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือชื่อและเนื้อหา
'ทักษะการซ้อนทับพลังและทักษะการหมุนเกลียวคลื่นพลัง'
มีตัวอักษรเล็กๆ เขียนไว้ว่า ‘นำเสนอโดยองค์ชายใหญ่ยาซิน าาแห่งเซนิท’ ลายมือเหมือนเล่มเมื่อวาน อีกทั้งผู้แต่งก็คือองค์จักรพรรดิยาซิน
ซุนเฟยคิดถึงเื่นี้และเข้าใจว่าชายคนนั้นหมายถึงอะไร
ทักษะการซ้อนทับพลังและทักษะการหมุนเกลียวคลื่นพลังเป็ทักษะขั้นสูงที่จะช่วยเพิ่มพลังการโจมตีให้กับทักษะคลื่นพลังอย่างมาก แต่ทักษะขั้นสูงเหล่านี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อความสามารถในการควบคุมได้เข้าสู่ระดับ ‘ละเอียดอ่อน’ เท่านั้น ดังนั้น เมื่อวานนี้ยอดฝีมือถึงได้มอบ 'บันทึกขั้นตอนการฝึก ‘การควบคุม’ และทักษะการควบแน่นคลื่นพลังฉบับสมบูรณ์' จากนั้นถึงได้มอบ 'ทักษะการซ้อนทับพลังและทักษะการหมุนเกลียวคลื่นพลัง' เล่มนี้ให้เขา
ยอดฝีมือลึกลับคนนี้เป็เหมือนอาจารย์ที่ไม่ชอบพูด แต่จะคอยบอกสอนแนวทางการฝึกให้กับเขาทีละขั้นและชี้แนะเส้นทางที่ควรจะไป
บางทีเขาอาจจะเห็นว่าซุนเฟยแข็งแกร่งแต่ยังขาดพื้นฐาน ดังนั้นครั้งแรกที่พบกัน เขาถึงได้ลงมือโจมตีซุนเฟยอย่างหนักหน่วง เพื่อทำให้ซุนเฟยตระหนักว่าเขาขาดอะไร
ทำไมยอดฝีมือลึกลับคนนั้นถึงได้ดีกับข้าขนาดนี้นะ?
สำหรับคำถามนี้นั้น ซุนเฟยก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกัน
ถึงแม้ว่าซุนเฟยจะชอบหลงตัวเองว่าเป็คนที่หล่อเหลา โคตรอัจฉริยะและมีพร์อันเหลือล้น...แต่เขาก็รู้ว่า บนโลกใบนี้มีบางคนที่เกลียดกันได้อย่างไม่มีเหตุผล และมีบางคนที่รักใคร่กันได้อย่างไม่มีเหตุผลเช่นกัน ยอดฝีมือลึกลับคนนี้ยอมเสียเวลามาช่วยสอนตัวเองแบบนี้ ไม่รู้ว่าเขากำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่นะ?
------------------------
