แสงแดดยามเช้าทอดตัวผ่านรอยแยกของกำแพงอิฐในคฤหาสน์ตระกูลหลิว โรซี่ ลี ในร่างของ เยว่ชิง ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับแผนการในหัวที่ซับซ้อนกว่างานวิจัยใดๆ ที่เธอเคยทำ สำหรับเธอแล้ว มนุษย์คือสารเคมีที่มีความเสถียรต่ำและคาดเดายากที่สุด
“ในโลกก่อน ฉันสอบตกเื่มนุษยสัมพันธ์จนต้องตาย แต่ในโลกนี้... ถ้าฉันอยากจะปกป้องเป่าเป้ยและมีชีวิตที่สงบสุข ฉันต้องควบคุม ‘ตัวแปร’ ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ให้ได้”
เธอเริ่มก้าวออกจากห้องนอนด้วยท่วงท่าที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่เยว่ชิงที่เดินก้มหน้าสั่นเทา แต่เป็หญิงสาวที่หลังตรงและสายตาคมกล้า จุดมุ่งหมายแรกของเธอคือห้องครัวที่ส่งกลิ่นควันฟืนลอยออกมา
“ป้าหวังคะ วันนี้ทำหมั่นโถวหรือคะ?” โรซี่เอ่ยทักทายแม่ครัวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่มีจังหวะจะโคน
ป้าหวัง ชะงักมือที่กำลังนวดแป้ง เธอแปลกใจที่เห็นสะใภ้รองเข้ามาทักทายด้วยตัวเอง “ค่ะคุณหนูเยว่ชิง วันนี้อากาศชื้น แป้งดูเหมือนจะไม่ค่อยขึ้นฟูเลยค่ะ ป้ากลัวว่าคุณนายใหญ่จะบ่นเื่รสััที่หยาบเกินไป”
โรซี่เดินเข้าไปใกล้ เธอสังเกตเนื้อแป้งอย่างละเอียด “ลองเพิ่มน้ำเกลือความเข้มข้นต่ำลงไปสักนิดสิคะป้าหวัง แล้วอุ่นน้ำที่จะใช้ผสมแป้งให้ได้อุณหภูมิประมาณ 35-40 องศาเซลเซียส มันจะช่วยเร่งปฏิกิริยาของยีสต์ธรรมชาติได้ดีขึ้น และทำให้กลูเตนในแป้งยืดหยุ่นกว่าเดิม”
ป้าหวังขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจศัพท์ประหลาดๆ แต่เธอก็ลองทำตามคำแนะนำอย่างกล้าๆ กลัวๆ “คุณหนูพูดเื่อะไรนะคะ... ยีสต์? กลูเตน? แต่ถ้าคุณหนูว่าแบบนั้น ป้าจะลองดูค่ะ”
ในขณะที่รอแป้งขึ้นฟู โรซี่ไม่ได้เดินหนีไปไหน เธอเริ่มชวนป้าหวังคุยเื่ทั่วไป เรียนรู้เื่ราวในบ้านผ่านสายตาของคนรับใช้ เธอพบว่าป้าหวังมีลูกชายที่กำลังป่วยเป็โรคปอดอักเสบ และต้องใช้เงินจำนวนมากซื้อยาจากต่างประเทศ
“เื่ยาลูกชายป้า... ถ้ามีโอกาส ฉันจะลองช่วยดูนะคะ ฉันพอจะมีความรู้เื่สารประกอบยาอยู่บ้าง”
คำพูดสั้นๆ นั้นทำให้ดวงตาของป้าหวังมีประกายความหวัง “จริงหรือคะคุณหนู? ขอบพระคุณมากค่ะ! ปกติไม่มีใครในตระกูลหลิวสนใจเื่ของพวกเราเลย...”
โรซี่พยักหน้าจางๆ เธอเรียนรู้ว่า ‘ความจริงใจ’ ผสมกับ ‘ประโยชน์ที่มอบให้’ คือสูตรสำเร็จของการสร้างพันธมิตร
จากนั้นเธอเดินออกไปที่ลานสวนหลังบ้าน พบกับ ลุงเ้า คนสวนวัยชราที่กำลังพยายามกำจัดศัตรูพืชบนแปลงผักกาดขาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ลุงเ้าคะ อย่าใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงขนาดนั้นเลยค่ะ มันจะซึมลงไปในดินและทำลายระบบราก” โรซี่ทักขึ้น
ลุงเ้าเงยหน้ามองด้วยแววตาฉงน “แต่ถ้าไม่ใช้ หนอนพวกนี้ก็จะกินผักจนหมดครับคุณหนู คุณนายใหญ่กำชับว่าต้องได้ผักที่สวยที่สุดไปเลี้ยงแขกสัปดาห์หน้า”
“ลุงลองใช้น้ำส้มสายชูผสมกับกระเทียมบดและน้ำเปล่าในอัตราส่วนที่ฉันจะบอกดูนะคะ สารอัลลิซินในกระเทียมและกรดอะซิติกจะช่วยขับไล่แมลงโดยไม่ทำลายโครงสร้างของพืช” โรซี่อธิบายพลางลงมือช่วยลุงเ้าผสมสูตรไล่แมลงอย่างคล่องแคล่ว
ลุงเ้ามองดูสะใภ้รองที่เคยถูกตราหน้าว่าโง่เขลาด้วยความเลื่อมใส “คุณหนู... คุณหนูเปลี่ยนไปมากจริงๆ ครับ ราวกับเป็คนละคน”
“ฉันแค่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าความรู้มีค่ามากกว่าน้ำตาค่ะลุง”
แต่ความสงบเงียบในการ ‘ทดลองทางสังคม’ ของเยว่ชิงก็สิ้นสุดลง เมื่อเสียงสับเท้าที่รวดเร็วและน้ำหนักตัวที่มั่นคงของ อันฉี ดังใกล้เข้ามา แม่สามีในชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มยืนเด่นอยู่กลางลานบ้าน ใบหน้าสวยแต่บึ้งตึงของเธอดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
“เยว่ชิง! แกไปมุดหัวทำอะไรในครัวกับในสวน!” อันฉีแผดเสียง “คนอย่างแกนี่มันต่ำตมจริงๆ! เป็ถึงเมียนายพล แต่กลับมานั่งเกลือกกลั้วกับขี้ข้าและดินโคลน ช่างทำให้อับอายขายหน้าตระกูลหลิวเสียจริง!”
โรซี่ยืดตัวขึ้น ปัดเศษดินออกจากมือท่วงท่าสงบนิ่งจนอันฉีรู้สึกอึดอัด “การบริหารจัดการทรัพยากรในบ้าน ทั้งเื่อาหารและพืชพรรณ คือหน้าที่พื้นฐานของภรรยาไม่ใช่หรือคะคุณแม่?”
“แกอย่ามาใช้คำพูดแปลกๆ มาย้อนฉัน!” อันฉีเดินเข้ามาใกล้พลางใช้นิ้วชี้หน้า “ที่พ่อแกเอาแกมาประเคนให้ลูกชายฉันเพราะหวังจะเกาะตระกูลหลิวกิน วันๆ นอกจากจะหัวสมองทึบแล้วยังจะมาทำตัวตกต่ำอีก ถ้าคนนอกรู้เข้าว่าสะใภ้หลิวไปนั่งคุยเื่ปุ๋ยเื่ยาทางเดินหายใจกับคนใช้ เขาจะคิดยังไง!”
โรซี่จ้องมองดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะของแม่สามีด้วยความเย็นเยียบ “คุณแม่คะ การที่ครอบครัวของฉันมีฐานะด้อยกว่าไม่ได้หมายความว่าฉันไม่มีศักดิ์ศรี หรือไม่มีปัญญา และการที่ฉันพูดคุยกับป้าหวังหรือลุงเ้า ก็เพราะพวกเขาคือฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้บ้านหลังนี้ขับเคลื่อนไปได้ ถ้าคุณแม่มองคนเพียงแค่ที่เปลือกนอกและฐานะ ฉันเกรงว่าคุณแม่นั่นแหละค่ะที่จะทำให้ตระกูลหลิวดูไร้การศึกษาในสายตาของผู้เจริญแล้ว”
“แก... แกกล้าด่าฉันว่าไร้การศึกษาเหรอ!” อันฉีตัวสั่นด้วยความโกรธ เธอเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้จองหองคนนี้
แต่โรซี่คว้าข้อมือของแม่สามีไว้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ “ความดันโลหิตของคุณแม่กำลังพุ่งสูงขึ้นนะคะ ผิวหน้าเริ่มแดงและลมหายใจติดขัด ถ้าไม่อยากเส้นเืในสมองแตกต่อหน้าคนงาน... ฉันแนะนำให้คุณแม่ไปพักผ่อนและสงบสติอารมณ์ค่ะ”
อันฉีสะบัดข้อมือออกด้วยความใ แรงบีบของเยว่ชิงนั้นแข็งแกร่งและมั่นคงจนเธอคาดไม่ถึง “จำไว้เยว่ชิง! ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจ แกจะไม่มีวันได้อยู่อย่างเป็สุขในบ้านหลังนี้! ฉันจะให้หลิวเหว่ยรู้ว่าเมียเขามันเสียสติไปแล้ว!”
อันฉีสะบัดหน้าเดินหนีไป ทิ้งความกดดันไว้เื้ั แต่โรซี่เพียงแค่พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เธอหันไปหาลุงเ้าที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ
“ลุงเ้าคะ ไม่ต้องกังวลค่ะ ทำตามสูตรที่ฉันบอก แล้วผักของลุงจะเป็ที่หนึ่งในเมืองนี้แน่นอน”
สำหรับโรซี่ ลี แล้ว กำแพงอคติของอันฉีคือ ‘ปฏิกิริยาย้อนกลับ’ ที่ต้องใช้เวลาในการสลายตัว เธอรู้ดีว่าคำพูดอย่างเดียวคงไม่พอ เธอต้องใช้ผลลัพธ์จากสติปัญญาของเธอเป็อาวุธ เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า... สะใภ้ไร้สกุลคนนี้คือเพชรเม็ดงามที่ตระกูลหลิวไม่คู่ควรต่างหาก
เย็นวันนั้น เมื่อป้าหวังนำหมั่นโถวที่นุ่มฟูและมีกลิ่นหอมมากกว่าทุกครั้งมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร แม้แต่อันฉีที่เตรียมจะด่าทอก็ยังต้องเงียบลงด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่หลิวเหว่ยซึ่งนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยนั้น ลอบมองภรรยาของเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... เขาััได้ถึง ‘พลังงาน’ บางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ พลังงานที่ทรงอำนาจและน่าดึงดูดอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวผู้หญิงคนไหน
