เช้าวันรุ่งขึ้นเทวทิณณ์ลืมตามา พร้อมกับร่างเล็กนอนขดกลมอยู่ภายใต้อ้อมกอด เขาเผลอยิ้มแล้วก้มลงหอมศีรษะเธออย่างถนอม ก่อนเธอจะสะดุ้งรู้สึกตัว พลันรีบลุกขึ้นแล้วห่อตัวด้วยผ้าห่มทันที
“ทำไม” เทวทิณณ์เลิกคิ้วถาม
“วันนี้พิมพ์มีเรียนเช้าค่ะ ต้องรีบไป” เขาทอดสายตามองร่างของหญิงสาวที่เดินเข้าห้องน้ำไป พร้อมรอยยิ้ม ความจริงแล้วพิมพ์มาดาเป็เด็กหน้าตาน่ารัก กิริยารน ๆ ยิ่งทำให้เขาพอใจอย่างมากที่ได้จ้องมอง
ภายใต้สายน้ำที่รดลงร่างของเธอ หญิงสาวรับรู้แล้วว่าความสะอาดของเธอ ได้หลุดลอยหายไปพร้อมกับการกระทำของเขาเมื่อคืนที่ผ่านมา ความจริงแล้วเพียงแค่เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างก็จะเป็เื่ปกติ หญิงสาวพยายามเชื่อมั่นและปลอบใจตัวเอง ก่อนจะปิดน้ำแล้วเดินออกมา ทว่าร่างของเทวทิณณ์รอเธออยู่หน้าประตู เขาคว้าร่างเล็กเข้าหาตัว แล้วเตรียมจะรวบรัดเธออีกครั้ง
“พี่ทิณณ์คะ จะทำอะไร” หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมทำตาแป๋วไม่เข้าใจ
“พี่จ่ายสามแสน ไม่ใช่เพื่อแค่นอนกับเธอ เพียงครั้งเดียวหรอกนะ” เขาพูดจบก่อนจะก้มลงซุกไซร้เธอ พร้อมกับสูดกลิ่นสบู่ ก่อนที่พิมพ์มาดาจะตั้งสติแล้วรั้งตัวออก
“พี่ทิณณ์คะ พิมพ์...”
“ขัดคำสั่ง?” เขาเลิกคิ้วถาม ก่อนที่เธอจะอ้ำอึ้ง
“เปล่าค่ะ แต่ว่า...” ยังไม่ทันที่หญิงสาวพูดจบ เขาก็ลากร่างของเธอ เข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูทันที
ภายในรถคันหรูของเทวทิณณ์ หญิงสาวเลื่อนสายตามองทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ วันนี้เป็วันแรกที่พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนใหม่ที่ไม่สะอาดเหมือนเดิม เธอพยายามปลอบตัวเองซ้ำ ๆ ว่าให้ทำตัวปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนสายตาสั่นระริกเมื่อเห็นตึกของมหาวิทยาลัยอยู่ด้านหน้า พร้อมกับรถของเทวทิณณ์จะค่อย ๆ จอดเทียบริมถนน
“พี่จอดให้ลงตรงนี้นะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมสายตาของพิมพ์มาดา จะฉายแววแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจในเวลาไม่นาน ว่าเื่ระหว่างเธอกับเขาเป็ความลับ เธอเป็เพียงผู้หญิงที่ขายศักดิ์ศรีเพื่อแลกเงินกับเขาเท่านั้น ไม่มีความจำเป็ที่เทวทิณณ์จะต้องประกาศให้ใครรับรู้ว่าเธอกับเขาเป็อะไรกัน
“ค่ะ” พิมพ์มาดาตอบรับแล้วเตรียมเปิดประตู
“เดี๋ยวก่อน” เขาเอ่ยรั้งขึ้น
“ตอนเย็นมารอตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่แวะมารับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ พิมพ์กลับเองได้”
“พี่บอกให้เธอรอ เธอต้องรอ”
“งั้นก็ได้ค่ะ” พิมพ์มาดายอมเชื่อฟังเขาแต่โดยดี ก่อนที่รอยยิ้มของเทวทิณณ์จะเผยออกมาอย่างพอใจ พลันเปิดไฟเลี้ยวรถออกในทัน ปล่อยให้หญิงสาวทอดสายตามองรถคันหรูแล่นห่างออกไป สองเท้าเล็กเดินไปตามทางเรื่อย ๆ พร้อมความคิดมากมายหลั่งไหลออกมา
เสียงกรี๊ดของบรรดานักศึกษาหญิง พากันรุมล้อมเทวทิณณ์ ขณะที่เขาเดินผ่าน บ้างขอถ่ายรูป บ้างมีของขวัญติดไม้ติดมือไปมอบให้ ขนาดว่าเขาไม่ได้เป็ดารายังมีแฟนคลับมากมายถึงเพียงนั้น พิมพ์มาดาทำได้เดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่แววดาวจะยกมือเรียกเธอ
“พิมพ์ทางนี้” พิมพ์มาดาหันกลับไปสบตากับเทวทิณณ์ครั้งสุดท้าย ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินไปหาเพื่อนรักที่ยืนเรียกอยู่ไม่ห่าง
“มาอยู่กับฉันตรงนี้ดีกว่า ขืนเธอยืนอยู่ตรงนั้น มีหวังโดนแฟนคลับพี่เทวทิณณ์ทับตายพอดี”
“ทำไมวันนี้นักศึกษาพวกนั้น ถึงเข้าไปรุมขอถ่ายรูปและให้ของขวัญพี่เขามากมายอย่างนั้นล่ะ” พิมพ์มาดาย่อตัวลงนั่ง แล้วหันมองตรงไปยังฝูงชนด้วยความแปลกใจ
“ได้ยินว่าวันนี้เป็วันเกิดของพี่เทวทิณณ์อะ คนก็เลยแสดงความยินดีเยอะมั้ง นั่นไง พี่ปุยนุ่นมาแล้ว” สิ้นเสียงของแววดาว ร่างของนักแสดงสาวก็เดินฝ่าฝูงชนเข้ามา พร้อมทุกคนหลีกทางให้ เธอเดินมาพร้อมกับดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ แล้วยื่นให้เทวทิณณ์ด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
“สุขสันต์วันเกิดนะคะทิณณ์”
“ขอบใจนะนุ่น” เขาตอบรับดอกไม้ของหญิงสาว แล้วพากันเดินไปทางอื่น พิมพ์มาดาทอดสายตามองทุกอย่าง อย่างเงียบ ๆ เธอรู้สึกเหมือนจุกอยู่ในอก พูดอะไรไม่ออก เป็ครั้งแรกที่รู้สึกขยะแขยงตัวเองขึ้นมาอย่างนั้น
“เป็อะไรหรือเปล่า ทำหน้าซึม ๆ แบบนี้อีกแล้ว” แววดาวสะกิดพร้อมกับเอ่ยทัก ให้พิมพ์มาดารู้สึกตัว
“เปล่า ไม่มีอะไร”
“จะไม่มีอะไรได้ไง ปกติเธอแค่เห็นพี่ปุยนุ่น ดวงตาเธอก็เป็ประกาย จนแทบหลุดออกจากเบ้า แต่วันนี้ สายตาที่เธอมองพี่ปุยนุ่นดูเปลี่ยนไปนะ”
“ก็แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง ถ่ายรูปกับพี่เขาก็ถ่ายไปแล้ว แค่มองห่าง ๆ ก็พอแล้วล่ะ”
“แน่ใจนะว่าไม่ได้ตัวร้อน” แววดาวขมวดคิ้ว พลางยกมือขึ้นวัดอุณหภูมิเพื่อนรัก ก่อนที่พิมพ์มาดาจะรีบลุกขึ้น แล้ววิ่งออกไป เมื่อเห็นชนกันต์เดินผ่านมา
“พี่กันต์คะ”
“อ้าวพิมพ์” เขาเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนเคย
“คุณพ่อกับคุณแม่เป็ไงบ้างคะ”
“เอ่อ...” ชนกันต์อ้ำอึ้งหาทางลงให้กับตัวเอง
“อ่อ...ตอนนี้คุณป้ากับคุณลุงปลอดภัยแล้วนะ เพื่อนของท่านหางานที่ถูกกฎหมายให้ทำแล้วล่ะ แต่ว่าเงินก็น้อยตามลงไปด้วย ส่วนเื่ที่พิมพ์หาเงินสามแสนไปให้ท่านอะ พี่ไม่ได้บอกหรอกนะว่าพิมพ์เอาเงินมาจากไหน พี่บอกกับคุณลุงกับคุณป้าว่าเป็เงินเก็บของพี่เอง”
“ขอบคุณมากนะคะพี่กันต์ ที่ช่วยปิดบังเื่นี้ ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่รู้ พวกท่านคงไม่สบายใจแน่ ๆ ที่พิมพ์เลือกใช้วิธีขายศักดิ์ศรีตัวเองแบบนั้น” พิมพ์มาดาพูดพร้อมใบหน้าเศร้า ก่อนจะนึกบางอย่างได้จึงเงยหน้าสบตาชนกันต์อย่างมีความหมาย
