ตอนที่ 16
พบปะกับคนรู้จักเก่า
“อ้าว คุณหมอฉู่ เจอกันอีกแล้วนะ”
ชิงหลี่หรี่ตาลง วินาทีที่เห็น ฉู่ฉือ เธอเหมือนเห็น "กุมารทองประทานทรัพย์" ตัวโตๆ ที่ส่องแสงสีทองอร่าม
เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะข้างๆ ฉู่ฉือทันที พร้อมส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่ดูเป็มิตรสุดๆ
ฉู่ฉือสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมคอเสื้อออกเผยให้เห็นไหปลาร้าที่ได้รูปสมบูรณ์แบบ เหนือขึ้นไปคือรอยแผลเป็ที่เย็บด้วยด้ายศัลยกรรมเป็วงกลมรอบคอ เช่นเดียวกับที่มุมปากของเขา มันชวนให้สยดสยองแต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาหล่อเหลาเอาการ
“อืม” ฉู่ฉือตอบรับพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ภายในรถบัสที่มืดสลัว เครื่องหน้าอันคมคายของเขาดูลึกซึ้งยิ่งขึ้น ราวกับคุณชายผู้สูงศักดิ์ที่ดูแปลกแยกจากพวกผีสางเต็มรถ
[ คุณหมอฉู่รีเทิร์น! เซอร์ไพรส์มากกก ]
[ แย่แล้ว โดนผู้ชายคนนี้ตกเข้าให้แล้ว ไม่นึกเลยว่าคุณหมอฉู่ถอดชุดกาวน์แล้วจะกร้าวใจขนาดนี้ ]
[ สรุปคุณหมอฉู่เป็คนหรือผีกันแน่ ยังเป็ปริศนาธรรมอยู่เลย ]
[ มุมปากกับคอมีด้ายเย็บศัลยกรรมเต็มไปหมด โอกาสเป็ผีสูงมากนะ ]
คอมเมนต์ในไลฟ์เริ่มคึกคักขึ้นมาทันทีเพราะการปรากฏตัวของฉู่ฉือ
“คุณหมอฉู่กำลังจะไปไหนเหรอคะ?” ชิงหลี่ถาม
“ไปเอาของน่ะ” ฉู่ฉือลากเสียงท้ายยาวอย่างมีความหมาย
คำว่า “เอาของ” นี่ชวนให้คิดลึกจริงๆ เป็หมอแท้ๆ จะไปรับของอะไรกัน?
ผู้เล่นอีกสามคนที่นั่งอยู่ด้านหลังเห็นชิงหลี่นั่งคุยกับผู้ชายคนหนึ่งบนรถอย่างเป็ตุเป็ตะก็ถึงกับตาค้าง ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน พวกเขาสามคนนั่งตัวสั่นงันงก แต่ชิงหลี่กลับนั่งคุยยิ้มร่าเริงสนุกสนาน
ช่องว่างของความต่างน่ะ มันกว้างเกินไปแล้ว!
หลังจากทักทายพอเป็พิธี ชิงหลี่ก็ค่อยๆ หยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า บนนั้นมีรูปโรงพยาบาลลึกลับพิมพ์อยู่
“คุณหมอฉู่ ทายซิว่านี่คืออะไร?” ชิงหลี่ยิ้มกริ่ม
ฉู่ฉือปรายตามองการ์ดในมือชิงหลี่แล้วตอบเรียบๆ “พันธสัญญาผู้โรงพยาบาล”
ได้ยินดังนั้น ชิงหลี่ก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้น ในเมื่อฉู่ฉือรู้จักของสิ่งนี้ บทสนทนาต่อไปของเธอก็คงจะง่ายขึ้นเยอะ
“คุณหมอฉู่คะ ตอนนี้ฉันเป็เ้าของโรงพยาบาลแล้ว การที่คุณบุกรุกเข้าไปในโรงพยาบาลของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาตเนี่ย มันดูไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่นะคะ!”
แววตาขี้เล่นของเธอจางหายไป เปลี่ยนสีหน้ามาเป็เข้มงวดในวินาทีเดียว
[ เอ๊ะ ฉันพลาดอะไรไป? โรงพยาบาลกลายเป็ของยัยหนูบ้านนอกั้แ่เมื่อไหร่? ]
[ น่าจะเป็รางวัลจากการฆ่าบอสนั่นแหละ ก็เธอเป็มนุษย์คนแรกที่ฆ่าผีได้นี่นา ]
[ ยัยหนูของเรามีอนาคตแล้วโว้ย มีอสังหาริมทรัพย์ในโลกสยองขวัญด้วย! ]
[ เปิดโรงพยาบาล? จะรักษาคนหรือรักษาผีล่ะเนี่ย ]
“สาวน้อย แล้วเธอ้าอะไรล่ะ?” ฉู่ฉือยิ้มบางๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววสนใจ
รถบัสโยกเยกไปตามทาง แสงไฟสลัวจากข้างทางพาดผ่านใบหน้าของเขาเป็ระยะดูมืดมนลึกลับ ชิงหลี่รอคำนี้อยู่แล้ว เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกเกือบจะชนกับจมูกของฉู่ฉือ
ทั้งสองสบตากันนิ่ง เวลาดูเหมือนจะหยุดชะงักไปชั่วครู่
เธอเน้นเสียงทีละคำอย่างแ่เบา: “หนู—ต้อง—การ—คุณ”
ใบหูของฉู่ฉือเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
[ วอททททท! คำพูดนี่มันอ่อยชัดๆ! ]
[ ยัยหนูรุกแรงมากกก บทจะรุกก็บังคับเขาถวายตัวเลยเหรอ ]
[ ชิงหลี่: พ่อหนุ่ม... นายคงไม่อยากโดนไล่ออกจากโรงพยาบาลใช่ไหม! ]
[ พอได้เป็ผอ.โรงพยาบาล ก็เริ่มใช้อำนาจมืดกับหมอคนเดียวที่มีเลยเหรอเนี่ย น่าไม่อายจริงๆ! ]
คอมเมนต์ในไลฟ์ไปไกลกู่ไม่กลับ เมื่อรวมกับใบหน้าแดงๆ ของฉู่ฉือ ชิงหลี่เพิ่งมารู้สึกตัวว่าเธออาจจะพูดให้คนเข้าใจผิดไปไกล
“คุณหมอฉู่ อย่าเข้าใจผิดนะคะ ฉันหมายความว่า คุณสนใจจะมาเข้าทำงานที่โรงพยาบาลของฉันไหมคะ?” ชิงหลี่หน้าแดงนิดๆ รีบขยับตัวถอยออกห่างด้วยความเก้อเขิน
ยังไงโรงพยาบาลนี้ก็เป็สมบัติชิ้นแรกของเธอ พลังของคุณหมอฉู่ก็นับว่าลึกลับและแข็งแกร่งระดับตัวพ่อ ถ้ามีเขามาคุมงานให้ เธอคงลดภาระไปได้เยอะ
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
ครู่ต่อมา ลูกกระเดือกของฉู่ฉือขยับขึ้นลง ก่อนจะพ่นคำสั้นๆ ออกมาหนึ่งคำ: “ตกลง”
“แต่ผมมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง” เขาเสริม
ชิงหลี่สวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณ: “ถ้าจะขอขึ้นเงินเดือนนี่ขอบอกว่าฝันไปเถอะค่ะ!”
ฉู่ฉือ: “......”
ผู้ชมในไลฟ์: 【 ...... 】
“กระดาษแปลกๆ พวกนั้นน่ะ... ขอเพิ่มให้ผมหน่อยได้ไหม?”
ฉู่ฉือเอาไปศึกษาวิจัยอยู่ทั้งวัน ถึงขนาดเอาส่วนประกอบไปตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่ามันทำงานยังไง
พอได้ยินว่าขอแค่ยันต์ไม่ได้ขอเงิน ชิงหลี่ก็โบกมืออย่างป๋า เอ่ยอย่างใจกว้างว่า
“วางใจได้ค่ะ ของพรรค์นี้มีให้เพียบ”
เธอล้วงปึกยันต์ออกมาจากกระเป๋า ไม่ต่ำกว่าร้อยแผ่นแน่ๆ แล้วสะบัดใส่มือฉู่ฉือราวกับโปรยธนบัตร พลางพูดอย่างสายเปย์ว่า
“ถ้าไม่พอค่อยมาขอใหม่นะ”
ท่าทางแบบนี้ เหมือนเศรษฐินีเปย์เด็กหนุ่มชัดๆ
[ ถ้ายันต์แผ่นละแสน ยัยหนูเพิ่งเปย์หมอฉู่ไปสิบล้านเลยนะนั่น ]
[ นึกว่ายัยหนูจะขี้งก ที่ไหนได้ป๋าสุดๆ ]
[ นักธุรกิจผู้มีคุณธรรม! ซึ้งน้ำตาไหลอีกวันแล้ว]
[ เดี๋ยวถ้าฉันตายไปเป็ผี ฉันก็อยากสมัครไปทำงานกับยัยหนูเหมือนกัน ]
“พวกแกน่ะเงียบกันให้หมด! ใครที่นั่งผิดที่ผิดทางก็ไสหัวกลับไปนั่งที่ของตัวเองซะ!”
เสียงเย็นเยือกแหบพร่าของคนขับดังขึ้นกะทันหัน ซึ่งคนที่เขากำลังด่าอยู่ก็ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา
หลี่เถ๋าและพรรคพวกแอบไว้อาลัยให้ชิงหลี่ในใจทันที
ยัยหมอผีโรคจิตนี่หาเื่ตายเองนะ ไม่เกี่ยวกับพวกเรา
ชิงหลี่เพิ่งจะดีลเอา "หัวกะทิ" มาเข้าโรงพยาบาลได้สำเร็จ เลยอารมณ์ดีเป็พิเศษ พอเห็นคนขับเริ่มหาเื่ เธอจึงเอียงคอถามพร้อมยิ้มอย่างสุภาพ
“คุณคนขับคะ มารยาทนิดนึงค่ะ รถบัสคันนี้มีกฎห้ามคุยกัน หรือมีกฎห้ามเปลี่ยนที่นั่งด้วยเหรอคะ?”
ไป๋เยว่เยว่ส่ายหัวรัวๆ รู้สึกว่าชิงหลี่กู่ไม่กลับแล้วจริงๆ
คำใบ้ภารกิจข้อแรก: ผู้เล่นต้องนั่งตามหมายเลขที่นั่งของตัวเอง ห้ามสลับที่กับใครเด็ดขาด
เธอจงใจฝ่าฝืนคำเตือนภารกิจ นี่มันหาเื่ตายชัดๆ
คนขับรถบัสโกรธจัดที่มีมนุษย์กล้าต่อต้านเขา บรรยากาศในรถที่แคบๆ พลันเย็นะเืขึ้นมาหลายองศาราวกับเปิดเครื่องทำความเย็นเต็มพิกัด
“สิ่งที่ฉันพูด นั่นแหละคือกฎ!” คนขับเอ่ยเสียงเข้ม
“อ้อ... งั้นหมายความว่า ถ้าฉันมาเป็คนขับแทน คำพูดของฉันมันก็จะกลายเป็กฎเหมือนกันใช่ไหมคะ?” แววตาของชิงหลี่ฉายประกายตื่นเต้น
ทันใดนั้นเธอก็เริ่มมีความคิดจะ "ยึด" รถบัสคันนี้ขึ้นมา
รถบัสคันนี้ก็ไม่เลวแฮะ ถ้าเอาไปขายเป็เศษเหล็กน่าจะได้เงินไม่น้อยเลย!
คำพูดของชิงหลี่จุดไฟโทสะของคนขับจนถึงขีดสุด หัวของเขาหมุนขวับกลับมาด้านหลัง 180 องศา ใบหน้าที่แห้งกรังเหมือนศพกับดวงตาสีแดงฉานเบิกโพลนจ้องเขม็งมาที่ชิงหลี่
และเหตุการณ์ที่สยองขวัญยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น
“ตายซะเถอะแก! ——”
คอของคนขับค่อยๆ ยืดออกยาวขึ้นเรื่อยๆ ยาวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับคอของไดโนเสาร์พันธุ์เพลสิโอซอร์ มันพุ่งวาบเข้าใส่ชิงหลี่พร้อมกับอ้าปากกว้างจนเห็นฟันเหลืองๆ ซี่โต
ชิงหลี่ทำสีหน้าบอกไม่ถูกจริงๆ พวกผีชั้นต่ำพวกนี้เนี่ย ไม่รักษาภาพพจน์ส่วนตัวกันเอาซะเลย
อย่างน้อยๆ ก่อนจะโผล่มาหลอกกันเนี่ย ช่วยจัดการกับกลิ่นปากตัวเองหน่อยไม่ได้หรือไง
เมื่อเห็นชิงหลี่ยืนบื้อไม่ขยับ ผู้เล่นคนอื่นก็นึกว่าเธอช็อกจนทำอะไรไม่ถูก ในหัวพวกเขาเริ่มจินตนาการภาพหัวของชิงหลี่ถูกผีกัดขาดกระเด็น เืพุ่งกระฉูดเป็น้ำพุไปเรียบร้อยแล้ว...
