สือชิงขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึม ไม่รู้ว่าควรจะตอบรับเช่นไรดี
เนี่ยเทียนเพิ่งใช้ไปแค่หกชั่วยามจริงๆ และตามกฎของกะโหลกเืแล้ว ปัญหาก็ไม่ได้อยู่ที่เขาจริงๆ
ทว่าลำพังเพียงแค่หกชั่วยามก็ทำให้หินวิเศษที่อยู่ด้านล่างห้องฝึกตนทั้งสองห้องเผาผลาญไปแล้วสามร้อยก้อน ทว่าเนี่ยเทียนจ่ายมาแค่หนึ่งร้อยก้อนเท่านั้น
เมื่อเป็เช่นนี้ กะโหลกเืไม่เพียงแต่ไม่ได้กำไรใดๆ จากเนี่ยเทียน ทั้งยังขาดทุนอีกด้วย
อีกทั้งจำนวนที่ขาดทุนนี้ยังค่อนข้างร้ายแรง
ต่อให้เป็เขาเองก็ยังต้องรายงานเื่นี้ให้เบื้องบนทราบ มิฉะนั้นจะไม่สามารถอธิบายได้
เนี่ยเทียนยังมีเวลาเหลืออีกสี่ชั่วยาม หากปล่อยให้เนี่ยเทียนทำแบบนี้ต่อไป เกรงว่ากะโหลกเืคงต้องขาดทุนหินวิเศษไปอีกประมาณสองร้อยก้อน
หินวิเศษที่ขาดทุนไป สือชิงที่เป็ผู้รับผิดชอบของที่นี่จำเป็ต้องหาวิธีมาชดเชยให้
แน่นอนว่าสือชิงย่อมไม่ยินดี
ขณะที่ครุ่นคิดว่าควรจะจัดการเื่นี้เช่นไร สือชิงก็สังเกตเนี่ยเทียนอย่างละเอียดไปด้วย
เขาคือผู้ฝึกลมปราณขอบเขตต้น์ ขอบเขตสูงกว่าเนี่ยเทียนอยู่เยอะมาก นี่จึงทำให้เขามองออกถึงตบะที่แท้จริงของเนี่ยเทียนอย่างแม่นยำ
แต่ไม่ว่าเขาจะมองอย่างไร เนี่ยเทียนก็มีตบะแค่ท้าย์่ท้ายเท่านั้น ยังอยู่ห่างจากขอบเขตกลาง์อีก่หนึ่ง
ขอบเขตท้าย์เมื่ออยู่ในห้องฝึกตนทั้งสอง หนึ่งชั่วยามต่อหินวิเศษสิบก้อน นี่คือกฎที่ไช่หลันผู้นำของกะโหลกเืเป็คนกำหนดเอง เนี่ยเทียนไม่ได้ฝ่าฝืนกฎ
สือชิงรู้สึกปวดหัวเป็กำลัง
“เ้าเองสินะ?”
ไช่เยว่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง เดิมทีนางก็ไม่พอใจมากอยู่แล้ว นึกไม่ถึงว่าพอเนี่ยเทียนเดินออกมาจากห้องยังโยนความผิดมาให้กะโหลกเือีก บอกว่าห้องฝึกตนของพวกเขาเกิดข้อผิดพลาดเป็ประจำหรือไม่?
“เ้าคือ?”
เนี่ยเทียนงงงัน เพิ่งจะสังเกตเห็นไช่เยว่ แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าหญิงสาวหน้าตางามพิสุทธิ์ที่แต่งกายเป็ชายผู้นี้น่าจะเป็ลูกสาวของผู้นำกะโหลกเืที่หลีเหย่พูดถึง
หลีเหย่เคยเตือนเขาว่าหญิงสาวผู้นี้เป็ลูกสาวที่ไช่หลันรักมากจึงตามใจจนทำให้นางเป็คนเอาแต่ใจตัวเอง บอกว่าเขาไม่ควรไปมีเื่ด้วย
“ข้าอยู่ห้องติดกับเ้า!” ไช่เยว่แค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง “ตอนที่เ้าฝึกตนเผาผลาญปราณิญญามากเกินไปจนไปกระตุ้นค่ายกลที่ซ่อนอยู่ ทำให้ปราณิญญาในห้องข้าถูกดึงไปอยู่ที่ห้องเ้า! เ้าถ่วงเวลาการฝึกตนของข้า เื่นี้เ้าจะอธิบายอย่างไร?”
เนี่ยเทียนรู้สึกไม่เข้าใจเล็กน้อย แน่นอนว่าเขาย่อมไม่รู้ถึงความพิเศษของห้องฝึกตนทั้งสองห้อง เขาจึงหันมามองสือชิงด้วยความสงสัย
สือชิงยิ้มเจื่อนหนึ่งครั้งแล้วจึงอธิบายให้เนี่ยเทียนฟัง “เป็เช่นนี้จริง ข้าไม่รู้ว่าเ้าใช้วิธีใด ทว่าการฝึกตนของเ้าทำให้ปราณิญญาไหลหายไปเร็วเกินไป หกชั่วยามที่เ้าฝึกตนมานี้ได้เผาผลาญหินวิเศษของพวกเราไปแล้วสามร้อยก้อน กะโหลกเืของพวกเราไม่ทำธุรกิจที่ขาดทุน เ้าคิดว่าจะอธิบายเื่นี้เช่นไร?”
ไช่เยว่เองก็ถลึงตามองเขาอย่างแค้นเคือง ้าให้เขาหาวิธีมาแก้ไขปัญหา
เนี่ยเทียนไอแห้งๆ ลูบคลำศีรษะของตัวเองด้วยความปวดหัวน้อยๆ เขาพลันตระหนักได้ว่าวิชาลับที่เขาใช้มาสร้างลูกปราณิญญานั้นคือวิธีที่ไม่ต่างไปจากการโกง
แน่นอนว่าเขาย่อมได้รับผลประโยชน์มหาศาล ทว่าปราณิญญาที่ใช้เกินไปจนทำให้กะโหลกเืเสียหาย ทำให้ไช่เยว่ผู้นั้นได้รับผลกระทบก็ไม่ใช่สิ่งที่เขา้าเห็น
การเดินทางไปยังเทือกเขาฮ่วนคงทำให้เขาได้รับหินวิเศษมาจำนวนมหาศาล ห้องฝึกตนของกะโหลกเืทำให้ความเร็วในการชุบหลอมมหาสมุทริญญาของเขาทะยานขึ้นสูงอย่างเห็นได้ชัด และเขาเองก็ไม่มีใจอยากไปมีเื่กับไช่เยว่ที่แม้แต่หลีเหย่ก็ยังปวดหัวจะข้องเกี่ยวด้วย
ด้วยเหตุนี้ หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่เนี่ยเทียนจึงกล่าวว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ความเสียหายของกะโหลกเืข้าจะเป็คนชดใช้ให้เอง”
สือชิงยิ้มน้อยๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่เสียแรงที่เป็สหายของหลีเหย่ ทำอะไรมีเหตุมีผลอย่างมาก”
วิธีการที่เนี่ยเทียนเสนอออกมา เขายอมรับได้อย่างเต็มที่ ขอแค่กะโหลกเืไม่ขาดทุน เขาเองก็สามารถอธิบายให้กับเบื้องบนฟังได้
“เอ้า” เนี่ยเทียนหยิบเอาหินวิเศษสามร้อยก้อนออกมาจากกำไลเก็บของแล้วมอบให้กับสือชิง จากนั้นจึงถามต่อทันทีว่า “อ้อ ใช่แล้ว ห้องฝึกตนสำหรับกลาง์มีราคาเดียวกันหรือไม่?”
“กลาง์น่ะหรือ?” เมื่อรับเอาหินวิเศษมา ท่าทีของสือชิงก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ชั่วยามละห้าสิบหินวิเศษ ห้องฝึกตน้าปราณิญญาเข้มข้นกว่าด้านล่างเยอะมาก หากเ้ารู้สึกว่าปราณิญญาข้างล่างนี้มีไม่เพียงพอก็สามารถยืมใช้ห้องฝึกตนทั้งสองห้อง้าได้”
หยุดชะงักไปครู่สือชิงก็กล่าวอีกว่า “อ้อ ใช่แล้ว ห้องฝึกตนทั้งสองห้องที่อยู่้ามีห้องหนึ่งที่ว่างมานานมากแล้ว เ้าสามารถยืมใช้ได้ระยะยาว แน่นอนว่าเ้าต้องจ่ายหินวิเศษที่พอกับเงื่อนไขด้วย”
“ไม่มีปัญหา” เนี่ยเทียนที่มีหินวิเศษปริมาณมหาศาลอยู่ในมือจึงใช้จ่ายได้อย่างมือเติบ เขาหยิบเอาหินวิเศษออกมาห้าร้อยก้อนแล้วมอบให้สือชิง “สิบชั่วยาม ข้าจะใช้ตอนนี้เลย!”
“ได้เลย!” สือชิงยิ้มสดใส ช่วยเนี่ยเทียนลงทะเบียนอย่างรวดเร็ว และเตรียมจะพาเนี่ยเทียนขึ้นไปข้างบน
เวลานี้มีคนสองคนที่้าใช้ห้องเดินเข้ามาพร้อมกัน กำลังรอให้สือชิงจัดการให้
ส่วนผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งของขอบเขตกลาง์ที่เมื่อฝึกบำเพ็ญตบะเสร็จแล้วก็เดินลงมาจาก้า
คนทั้งสามต่างมองประเมินเนี่ยเทียนด้วยความใคร่รู้ ทำสีหน้าตะลึงและแปลกใจ
ผู้ที่อยู่ท้าย์แต่กลับยืมใช้ห้องฝึกตนของกลาง์ เห็นได้ชัดว่านี่เป็เื่ที่แปลกมาก
คนทั้งสามไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดเื่อะไรขึ้น ต่างก็รู้สึกว่าเนี่ยเทียนเป็พวกลูกหลานคนรวยที่ทำตัวเสเพล ทั้งๆ ที่มีตบะเพียงท้าย์ แค่ใช้ห้องฝึกตนชั้นแรกก็พอแล้ว แต่กลับฟุ่มเฟือยจ่ายเงินที่มากกว่าถึงห้าเท่าเพื่อใช้ห้องฝึกตนชั้นที่สอง
“สหายของหลีเหย่”
“จับจ่ายใจป้ำ ดูท่าแล้วคงจะเป็คนรวยจริงๆ”
“ขอบเขตก็ไม่สูงนะ”
สองคนนั้นที่เพิ่งเข้ามามองตรวจสอบเนี่ยเทียน พอเห็นว่าเนี่ยเทียนมีตบะท้าย์แต่กลับใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเช่นนี้จึงแอบแลกเปลี่ยนสายตาเป็นัยให้แก่กัน
คนทั้งสองนี้มักจะออกไปจากเมืองโพ่เมี่ยเป็ประจำ และมีความสัมพันธ์ลึกลับซับซ้อนกับพวกคนดุร้ายนอกเมือง
ในสายตาของพวกเขา เนี่ยเทียนที่ขอบเขตต่ำต้อยแต่กลับร่ำรวยเช่นนี้ก็คือเนื้อแพะชิ้นใหญ่ดีๆ นี่เอง
พวกเขาแอบจดจำเนี่ยเทียนเอาไว้แล้ว ขอแค่เนี่ยเทียนกล้าออกไปจากเมืองโพ่เมี่ย พวกเขาก็จะติดตามไปจากนั้นค่อยลงมือสังหาร ให้เนี่ยเทียนได้รู้ถึงความโหดร้ายของเมืองโพ่เมี่ย
“เ้าชื่ออะไร?” ไช่เยว่จ้องเนี่ยเทียนอยู่นาน เห็นว่าเนี่ยเทียนรู้อะไรควรไม่ควร เป็ฝ่ายใช้หินวิเศษชดเชยความเสียหายให้กับกะโหลกเืก่อนจึงอดที่จะแผลงฤทธิ์ไม่ได้
“หัวเทียน” เนี่ยเทียนตอบรับ
“เ้าเป็อะไรกับเ้าอ้วนหลีเหย่?” ไช่เยว่ถามอีกครั้ง
“เอ่อ ข้าช่วยทำงานให้หลีเหย่ ช่วยตัดไม้วิเศษให้กับเขา” เนี่ยเทียนกล่าว
“ช่วยเ้าอ้วนทำงานแต่กลับมีหินวิเศษมากมายขนาดนี้?” ไช่เยว่อึ้งตะลึง มองไปยังสือชิงโดยอัตโนมัติ “หินวิเศษของหลีเหย่ได้มาง่ายขนาดนั้นเชียวรึ?”
สือชิงส่ายหัว “เขาเนี้ยบจะตายไป”
“หากไม่มีอะไรแล้วข้าไปฝึกตนข้างบนได้แล้วใช่หรือไม่?” เนี่ยเทียนเอ่ยถามสือชิง
สือชิงพยักหน้า “ตามข้ามา ข้าจะพาเ้าไปเอง”
หลังจากนั้นสือชิงก็ให้คนที่เหลือรอเขาก่อน ส่วนตัวเขาพาเนี่ยเทียนไปยังชั้นสองและมาหยุดอยู่ด้านหน้าห้องฝึกตนห้องหนึ่ง แล้วจึงใช้กุญแจพิเศษเปิดห้องนั้นออก
ก่อนหน้าที่เนี่ยเทียนจะเข้าไป ไช่เยว่แค่นเสียงหนึ่งครั้ง เชิดหน้าขึ้นแล้วกล่าวว่า “เห็นแก่หน้าของเ้าอ้วน วันนี้ข้าจะไม่เอาเื่เ้า ต่อไปเ้าระวังตัวไว้ให้ดี หากกล้ามาเอาเปรียบกะโหลกเืของพวกเราอีก คุณหนู...คุณชายอย่างข้าจะไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!”
“อ้อ เข้าใจแล้ว” สีหน้าเนี่ยเทียนเรียบเฉยแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องทันที
พอเข้ามาในห้องฝึกตนที่ขนาดพอๆ กับห้องก่อน เนี่ยเทียนก็ััได้อย่างชัดเจนว่าระดับความเข้มข้นของปราณิญญาที่นี่มีมากกว่าชั้นล่างจริงดังที่สือชิงว่าไว้
แต่ก็แน่นอนว่ายังอยู่ห่างชั้นกับปราณิญญาฟ้าดินของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอีกมาก
ทว่าปราณิญญาฟ้าดินของที่นี่แทบจะเทียบเคียงได้กับดินแดนลึกลับที่แกนเืพาเขาเข้าไป
เขาอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยไม่สามารถอาศัยแกนเืให้พาไปฝึกบำเพ็ญตนที่แดนลึกลับนั่นได้ นอกเสียจากว่าเขาจะออกจากเมืองโพ่เมี่ยไปยังเทือกเขาฮ่วนคง
เทือกเขาฮ่วนคงมีรอยแยกห้วงมิติอยู่ทั่วทุกหนแห่ง คลื่นห้วงมิติของที่นั่นผิดปกติอย่างมาก หากเขาใช้แกนเืให้พาไปยังดินแดนลึกลับจากเทือกเขาฮ่วนคงย่อมไม่มีปัญหาใดๆ
“การฝึกบำเพ็ญตบะหลังจากนี้คงต้องเปลี่ยนสถานที่ดูบ้างแล้ว การรวบรวมพลังดวงดาวก็ไม่สามารถทำที่เมืองโพ่เมี่ยได้...”
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเนี่ยเทียนก็ทำใจให้สงบแล้วนั่งสมาธิ ใช้ห้องฝึกตนสำหรับกลาง์มาขยายมหาสมุทริญญาต่อ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ตั้งใจฝึกฝนอยู่ในห้องฝึกตนสำหรับกลาง์ครบสิบชั่วยาม
เมื่อฝึกมาแล้วสิบชั่วยาม มหาสมุทริญญาของเขาก็ขยายออกไปอีกส่วนหนึ่ง อีกไม่นานก็จะถึงขีดสูงสุดของท้าย์!
รอจนเขาสังเกตได้ว่าปราณิญญาทั้งหมดที่อยู่ในห้องฝึกตนนี้นิ่งสงบลง เขาก็รู้ว่าเวลาหมดลงแล้ว
ไม่ได้รีบร้อนเดินออกไปจากห้องฝึกตน แต่หยิบเอาเนื้อสัตว์วิเศษแห้งบางส่วนออกมาจากกำไลเก็บของ หลังจากสวาปามคำใหญ่และดื่มน้ำสะอาดตามแล้วก็ไปขอต่อเวลากับสือชิง
คราวนี้เขาจ่ายหินวิเศษทีเดียวหนึ่งพันก้อน ขอยืมใช้ห้องเป็เวลายี่สิบชั่วยาม
รอจนสือชิงจัดการเสร็จและห้องฝึกตนนั้นสามารถใช้ได้อีกครั้ง เขาก็เริ่มฝึกตนอย่างลืมกินลืมนอน
วิธีการเช่นนี้เผาผลาญหินวิเศษของเขาไปอย่างรวดเร็ว ทว่าระดับความเร็วในการฝึกตนของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดเช่นกัน ปราณิญญาในพื้นที่กลาง์เข้มข้นมากพอ ต่อให้เขาใช้วิธีที่ได้จากดินแดนลึกลับมารวบรวมลูกปราณิญญา ค่ายกลลับที่อยู่ด้านล่างก็ยังรับการฝึกฝนของเขาไหว
การฝึกหนักทั้งวันทั้งคืนที่ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ จนเขาเริ่มพบว่ามหาสมุทริญญาขยายไปจนถึงขีดสุด
หลังจากที่มหาสมุทริญญาถูกขยายอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้วเขาก็ใช้คลื่นทั้งสามลูกมาชำระล้างปราณิญญาในมหาสมุทริญญาให้สะอาดไปทีละรอบ ทำให้ปราณิญญายิ่งบริสุทธิ์มากขึ้น
เขายังคงไม่ได้ไปจากที่นี่
เขาใช้หินวิเศษมาฝึกตนอย่างหนักต่อ หิวเมื่อใดก็หยิบเอาเนื้อสัตว์วิเศษแห้งออกมาก่อน กระหายเมื่อใดก็ดื่มน้ำ
ผ่านไปอีกหลายวัน หินวิเศษในมือของเขาก็เผาผลาญแล้วทั้งหมดสามพันก้อนเต็มๆ!
หลังจากที่ใช้หินวิเศษไปสามพันก้อน มหาสมุทริญญาของเขาก็ถูกกลั่นหลอมไปแล้วสามครั้ง แต่ต่อให้เป็เช่นนี้เขาก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองจะฝ่าทะลุขั้น
เขาจึงตระหนักได้ทันทีว่าน้ำวนเปลวเพลิง คลื่นพลังพืชหญ้าและคลื่นพลังแห่งดวงดาวของเขาก็ต้องไต่ไปถึงระดับที่แน่นอนเช่นกันถึงจะทำให้มหาสมุทริญญาขยับไปถึงระดับที่จะฝ่าทะลุได้
คลื่นพลังเปลวเพลิง คลื่นพลังพืชหญ้าและคลื่นพลังแห่งดวงดาวของเขาไม่จำเป็ต้องอาศัยห้องฝึกตนของที่นี่ แต่จำเป็ต้องใช้วัตถุดิบสามประเภทที่มีธาตุต่างกัน
ดังนั้นหลังจากที่ห้องฝึกของเขาครบกำหนดอีกครั้ง เขาจึงไม่ได้ใช้หินวิเศษมาขยายเวลาต่อ
เดินออกมาจากห้องฝึก เขาหยิบเอาหินวิเศษห้าร้อยก้อนส่งมอบให้สือชิงช่วยต่อเวลาป้ายตัวตนในเมืองโพ่เมี่ย จากนั้นก็ตัดสินใจกลับไปยังที่พักของหลีเหย่
“น้องชาย เห็นว่าเ้าไม่ได้ออกมานานมากแล้วคงอยู่ในห้องฝึกตนนานพอดู อยากรู้ข่าวใหม่ล่าสุดบ้างหรือไม่?”
นอกหอเรือนหิน ชายวัยกลางคนที่ไว้เคราแพะหุ่นผอมแห้งพลันเดินยิ้มเข้ามารับหน้า หมายจะขายข่าวให้แก่เนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนเองก็รู้ว่าในเมืองโพ่เมี่ยมีกลุ่มคนพิเศษบางส่วนที่หูตาไว ใช้การขายข่าวมาแลกเป็หินวิเศษโดยเฉพาะ
เขามองคนผู้นั้นหนึ่งครั้งแล้วจึงกล่าวว่า “หากมีแค่ข่าวของเมืองโพ่เมี่ยและอาณาจักรเลี่ยคง ข้าไม่สนใจหรอก”
“เ้า้ารู้ข่าวของที่ไหน?” คนผู้นั้นเอ่ยถาม
“อาณาจักรหลีเทียน” เนี่ยเทียนกล่าว
“มีข่าวจริง ราคาหินวิเศษสิบก้อน แล้วข้าจะบอกข่าวเกี่ยวกับอาณาจักรหลีเทียนให้เ้ารู้” คนผู้นั้นยื่นมือออกมา
เนี่ยเทียนหยิบหินวิเศษสิบก้อนออกมาอย่างรวดเร็ว
“ทางฝ่ายของอาณาจักรหลีเทียนมีรอยแยกห้วงมิติขนาดั์แห่งหนึ่งเปิดออก และมีปราณปีศาจรั่วไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา” คนผู้นั้นรับหินวิเศษไปแล้วก็พูดต่อราวน้ำไหลไฟดับ
“วิมาน์ของอาณาจักรเสวียนเทียนตามหาเด็กคนหนึ่งที่ชื่อเนี่ยเทียนไปทั่วอาณาจักรหลีเทียน พวกเขาขอให้ทุกสำนักในอาณาจักรหลีเทียนช่วยหา ทว่าหาไปทั่วอาณาจักรหลีเทียนแล้วก็ยังไม่ได้ข่าวของเด็กเนี่ยเทียนนั่น”
“ดูเหมือนว่าแม้แต่ตำหนักเทพเพลิงของอาณาจักรอั้นิก็ยังตามหาเด็กเนี่ยเทียนนั่นไปทั่ว แทบจะพลิกค้นอาณาจักรหลีเทียนกันเลยทีเดียว ทว่าก็ไม่ได้รับอะไรกลับคืนมา”
“ดูเหมือนว่าเ้าเนี่ยเทียนคนนั้นจะมีตบะแค่ท้าย์เท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าทำไมวิมาน์และตำหนักเทพเพลิงถึงได้ให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้”
“นอกจากตามหาเนี่ยเทียนไปทั่วแล้ว เดิมทีอาณาจักรอั้นิและอาณาจักรคุนหลัวคิดจะลงมือโจมตีอาณาจักรหลีเทียน ทว่าถูกวิมาน์ห้ามปรามจึงหยุดความคิดนี้ไว้ชั่วคราว”
“อาณาจักรอั้นิและอาณาจักรคุนหลัวก็มองออกเหมือนกันว่าหากไม่ปิดรอยแยกห้วงมิติที่มีปราณปีศาจรั่วไหล อาณาจักรหลีเทียนก็จะจบเห่ในเร็ววัน”
“...”
คนผู้นั้นบอกข่าวล่าสุดของอาณาจักรหลีเทียนให้เนี่ยเทียนฟังอย่างละเอียด
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วแล้วพลันกล่าวว่า “พวกเขาหาตัวเนี่ยเทียนไม่เจอ แล้วได้พาลเอาความโกรธไปลงกับญาติและสหายของเนี่ยเทียนหรือไม่?”
คนผู้นั้นส่ายหัว “ไม่มีเื่นี้นะ ว่ากันว่าตอนที่อยู่อาณาจักรหลีเทียน เนี่ยเทียนผู้นั้นมีอาจารย์ที่ร้ายกาจสองคน คนหนึ่งคืออูจี้แห่งสำนักหลิงอวิ๋น อีกคนคือหลีจิ้งแห่งสำนักโลหิต”
“มีอูจี้และหลีจิ้งคอยปกป้อง ญาติและสหายของเนี่ยเทียนจึงไม่เดือดร้อนไปด้วย”
“อ้อ แบบนี้เองหรือ ขอบคุณมาก” เนี่ยเทียนที่ได้รับข่าวสำคัญที่สุดแล้วจึงวางใจลงได้ เขาไม่ได้สนใจข่าวอื่นๆ ของอาณาจักรหลีเทียนอีก กล่าวขอบคุณคนผู้นั้นเสร็จจึงจากไปทันที
-----
