เมื่อจัดแจงให้ฉินเหวินเทียนและฉินถิงนำร่างที่หมดสติของฉินเหยียนกลับไปพักผ่อน ฉินเฉิงจึงรับหน้าที่ออกคำสั่งตามคำแนะนำของไป๋เฉินทุกประการ
ฉินเฉิงปราดมองไปยังเหล่าผู้าุโที่รวมตัวกันก่อนจะบอกกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัด "เอาล่ะ พวกเ้าแบ่งแยกเป็สองกลุ่ม กลุ่มแรกผู้าุโลำดับที่สามถึงผู้าุโลำดับที่เจ็ดนำกำลังพลของตระกูลฉินออกเดินทางไปยังตระกูลหยางและอ้างสิทธิ์ยึดครองอาณาเขตรวมถึงเหมืองหยกทั้งหมด"
"หากผู้ใดยอมศิโรราบให้ไว้ชีวิตและจับตัวมายังตระกูลฉิน ยกเว้นสตรีและเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องให้ปล่อยไป แต่หากมีผู้ใดไม่รับฟังคำสั่ง...ฆ่ามันซะ!"
"กลุ่มที่สอง เกณฑ์สมาชิกตระกูลไปเก็บกวาดซากศพรอบๆอาณาบริเวณตระกูลฉินให้เรียบร้อย เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วข้าจะปล่าวประกาศต่อหน้าสาธารณะชนอีกทีเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ และข้าจะส่งจดหมายไปยังแผ่นดินใหญ่เพื่อรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งให้ท่านผู้นั้นได้รับทราบ"
"รับทราบ!" เหล่าผู้าุโที่กรูกันอยู่ภายในห้องต่างก็แยกย้ายกันไป ทิ้งให้ฉินเฉิงยืนด้วยสีหน้าแววตาเหม่อลอยอย่างไรชอบกล
"ข้าหวังว่าชายหน้ากากสีดำผู้นั้นจะไม่เป็ไป๋เฉินตามที่ข้าสันนิษฐานไว้ มิเช่นนั้น...ฮ่าย~" ฉินเฉิงส่ายศีรษะลอบถอนหายใจ เขาเองก็มีความสงสัยเฉกเช่นเดียวกับฉินเหยียนอย่างแท้จริง
.
.
.
ฉินเยว่ฉานออกจากห้องโถงและกำลังเข้าสู่เขตสวนบุปผา แต่ทว่าจู่ๆกลับมีแสงส่องประกายจากอาภรณ์ข้างกาย นางหยิบสิ่งที่ส่องแสงขึ้นมา
สิ่งนั้นคือยันต์สื่อสารที่มีคำสลักไว้ว่าสำนักวัง์
หลังจากเปิดใช้งานยันต์สื่อสาร ฉินเยว่ฉานจึงเอ่ยถามอย่างฉงน "ท่านอาจารย์ มีธุระอะไรสำคัญหรือไม่?"
เสียงของหญิงสาวตอบกลับมาผ่านหยกสื่อสารด้วยสุ้มเสียงถมึงทึง "ขณะนี้ข้ากำลังเดินทางไปยังตระกูลฉินของเ้า"
"เอ๊ะ! ท่านอาจารย์ ท่านจะมานำตัวข้ากลับไปสำนักแล้วหรือ?" ฉินเยว่ฉานอุทานด้วยสีหน้าประหลาดใจ นางเพิ่งจะได้รับการยืนยันว่าอีกสองปีจึงจะครบกำหนดต้องกลับไปยังสำนักมิใช่หรอกหรือ? นางไม่คาดคิดว่าเวลานั้นจะมาถึงรวดเร็วถึงเพียงนี้
ขณะนี้สถานการณ์ภายในและความสัมพันธ์กับไป๋เฉินยังคงระหองระเหง หากนางต้องกลับไปยังสำนักในเวลานี้อาจจะไม่ใช่เื่ดีสำหรับความสัมพันธ์ของนางและไป๋เฉินเป็แน่
"ถูกต้อง ข้าจำต้องรีบนำเ้ากลับมายังสำนักให้เร็วที่สุด" เสียงของหญิงสาวดังขึ้นเป็การตอบกลับ น้ำเสียงนั้นแลดูเร่งด่วน
เมื่อจับััได้ถึงน้ำเสียงที่แปลกออกไป ฉินเยว่ฉานเอ่ยถามต่อไป "ท่านอาจารย์ เป็ไปได้ไหมว่าเกิดสิ่งไม่ดีขึ้น?
เสียงของหญิงสาวตอบกลับมาอย่างไม่มีทางเลือก "อา เมื่อสามวันก่อน พวกเราััได้ถึงจิตมารที่ตื่นขึ้น..."
"จิตมาร?" ฉินเยว่ฉานพึมพำเบาๆ การแสดงออกของนางแปรเปลี่ยนเป็ร้ายแรง
คำว่า 'มาร' เป็คำต้องห้ามในทวีปเทียนหลาง การที่ได้ยินคำๆนี้ในเวลานี้อาจจะเป็ชนวนของภัยพิบัติครั้งใหญ่!
เสียงหญิงสาวตอบกลับอย่างเคร่งขรึม "ถูกต้อง ข้าเกรงว่าจิตมารนั้นอาจจะเป็มารที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์...จักรพรรดิมารเก้าเนตร!"
"จักรพรรดิมารเก้าเนตร!" ฉินเยว่ฉานที่ได้ยินพลันหน้าถอดสี
นาม 'จักรพรรดิมารเก้าเนตร' เป็นามต้องห้ามสูงสุดในทวีปเทียนหลาง แม้นทวีปเทียนหลางเพิ่งจะมีพงศาวดารแค่หนึ่งพันปี แต่บางข้อมูลกลับมีรายงานว่าจักรพรรดิมารเป็สิ่งมีชีวิตนอกดาราจักรและทวีปเทียนหลางอันห่างไกลกว่าหมื่นปี และมันถูกปราบปรามโดยมหาเทวะและถูกผนึกกักขังไว้ในกระบี่
หลังจากนั้นก็ไม่มีผู้ใดรับรู้ว่าจักรพรรดิมารถูกผนึกอยู่ในกระบี่เล่มใดและกระบี่เล่มนั้นอยู่ที่ใด...
เมื่อฉินเยว่ฉานเงียบไป หญิงสาวในยันต์สื่อสารกล่าวเสริมว่า "บัดนี้จักรพรรดิมารได้หลุดออกจากพันธนาการแล้ว และเ้าคือบุคคลที่ได้รับเลือกเป็ธิดาศักดิ์สิทธิ์ในการสังหารจักรพรรดิมาร... ข้าเกรงว่าอีกไม่นานมันอาจจะฟื้นฟูพละกำลังกลับคืนมา เพราะฉะนั้นเ้าจงกลับมายังสำนักเพื่อบำเพ็ญตน ในการปราบปรามและสังหารจักรพรรดิมารที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น!"
ฉินเยว่ฉานพยักหน้าอย่างไร้หนทาง ราวกับว่านางรู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่หญิงชราบอกเป็หน้าที่ของนางั้แ่กำเนิด
นางพลางกล่าวถาม "ท่านจะมาถึงเมืองเทียนหยุนเมื่อใด?"
หญิงสาวตอบกลับโดยพลัน "พรุ่งนี้ยามเช้าน่าจะถึง ขณะนี้ข้าเพิ่งจะออกมาจากเขตแดนแผ่นดินใหญ่... ฉะนั้นเ้าจงเตรียมตัวและบอกลากับครอบครัวเสียให้พร้อม"
สีหน้าของฉินเยว่ฉานปรากฏร่องรอยของการตัดสินใจที่ลำบาก แต่ริมฝีปากของนางเปล่งเสียง "อือ..."
.
.
.
ไป๋เฉินนั่งไขว้ขาในกระโจมหลังโทรมและทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ่งที่จะกระทำหลังจากนี้
บัดนี้ความอัดอั้นตันใจของไป๋เฉินคนเก่าถูกคลี่คลายอย่างสมบูรณ์ และการสนทนาของทั้งสองในจิตใต้สำนึกนั้นคือเื่ที่เกี่ยวข้องกับฉินเหยียนที่ไป๋เฉินคนเก่าไม่กล้าจะที่เอ่ยออกมา
แท้จริงแล้วการที่เขากล่าวเช่นนั้นต่อหน้าเหล่าผู้าุโและฉินเยว่ฉานก็เพียงเพื่อตัดความสัมพันธ์กับตระกูลฉิน ขณะนี้เป้าหมายภายในตระกูลฉินสำเร็จลุล่วง ต่อจากนี้คือการออกจากตระกูลฉินเพื่อสร้างชื่อเสียงของศาลาปีก์และรวบรวมกองกำลังให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นเขาจะค่อยๆสร้างชื่อของนักฆ่าอันดับหนึ่งขึ้นมาใหม่ภายในทวีปแห่งนี้
'ภารกิจของข้าที่นี่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่ยังมีบางสิ่งที่ค้างคา... ผู้นำกองโจรมายาหลิงซูผู้นั้นเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเข้าร่วมศาลาปีก์ แต่การจะโน้มน้าวนางนั้นคงเป็อะไรที่ยากไม่น้อย'
'แต่มิใช่ปัญหา หลังจากนี้กองกำลังของศาลาปีก์และกลายเป็มัจจุราชของบุคคลที่กระทำความผิด!'
ดวงตาของไป๋เฉินค่อยๆเบิกขึ้น รูม่านตาสีโลหิตส่องประกายด้วยแสงเย็นะเื
ตำแหน่งตันเถียนปรากฏวังวนกระแสพายุสีเืหมุนทวนเข็มนาฬิกาขยายเส้นชีพจรและการไหลเวียนพลังปราณไปทั่วทั้งร่าง
"ซู่!"
แสงโลหิตปกคลุมเหนือร่างสีขาว เื้ัเผยให้เห็นั์ตาสามดวงที่เบิกกว้างอย่างสยดสยอง!
บัดนี้ไป๋เฉินได้ก้าวเข้าสู่การบำเพ็ญปราณ์ไปโดยสมบูรณ์ แต่ทว่าโลหิตของฉินฟงทำให้ไป๋เฉินเป็เพียงผู้บำเพ็ญ 'ปราณ์ขั้น 2' เท่านั้น
ดูเหมือนเคล็ดวิชาตราประทับโลหิตอาจจะมีข้อจำกัดและเงื่อนไขบางประการที่ไม่สามารถทำให้เขาข้ามระดับไปยังปราณลึกลับเฉกเช่นเดียวกันกับการบำเพ็ญเดิมของฉินฟงได้
ข้อจำกัดแรกคือหากสังหารศัตรูไปแล้วหรือศัตรูได้ตายไปแล้ว จะไม่สามารถดูดกลืนแก่นแท้โลหิตเพื่อนำมาเพิ่มการบำเพ็ญของเขาได้อีกต่อไป
และข้อจำกัดประการที่สองคือไม่สามารถดูดกลืนโลหิตของบุคคลที่มีระดับการบำเพ็ญด้อยกว่าตนเองได้
ยิ่งมีเนตรจักรพรรดิมารมากเพียงใด อัตราในการพัฒนาเข้าสู่ระดับถัดไปก็ต่ำมากขึ้น ก่อนหน้านี้เขาสามารถดูดกลืนโลหิตของฉินิหยวนและมีระดับการบำเพ็ญเดียวกัน แต่ดูเหมือนหลังจากนี้อาจจะต้องดูดกลินโลหิตไปอีกมากมายเกินคณานับและใช้โลหิตมากพอสมควรในการพัฒนาเข้าสู่ระดับถัดไป
"ไป๋เฉิน! ไป๋เฉิน!"
เสียงอ่อนหวานเพรียกหาจากนอกกระโจมดังขึ้น ไป๋เฉินหลุดออกจากสภาวะฌาณคลายปราณโลหิตออก
เขาพลันยืนขึ้นไปเปิดประตูและเห็นร่างของฉินเยว่ฉานที่มีดวงตาโศกเศร้า ราวกับว่านางกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่นางกลับทำรูปมากมุบมิบอย่างไม่กล้ากล่าวออกมา
มุมปากของไป๋เฉินขดเป็รอยยิ้มที่มิใช่รอยยิ้ม "เยว่ฉาน เ้ามีธุระอันใดกับข้าหรือไม่?"
"ไป๋เฉิน...เ้าอย่าได้โกรธท่านพ่อเลย" ฉินเยว่ฉานเปล่งออกมาได้เพียงแค่ประโยคเดียว เพราะนางไม่มีเหตุผลเพียงพอในการแก้ตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ไป๋เฉินเพียงยิ้มจางๆด้วยแววตาเย็นะเื ด้านในรูม่านตาแฝงไปด้วยจิตสังหารที่โหมกระหน่ำ!
สังหารบิดาทางอ้อมและวางแผนสังหารสมาชิกตระกูลไป๋ทั้งหมดจนเหลือรอดเพียงแค่ชีวิตเดียว! ไป๋เฉินจะกลืนความเคียดแค้นและความเกลียดชังเช่นนี้ได้อย่างไร?
หากเป็ตัวตนและบุคลิกของเขาเอง เขาคงวางแผนสังหารหมู่ตระกูลฉินไปเสียนานแล้ว!
ไป๋เฉินมีแผนการมากมายในการทำลายตระกูลฉินในขณะนีั! แต่ด้วยจิติญญาของไป๋เฉินคนเก่าที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน ทำให้เขาไม่สามารถลงมือกระทำเช่นนั้นได้...
