ตอนที่ 23
อุโมงค์สยองขวัญ (3)
เมื่อถูกเปลวไฟกระตุ้น มนุษย์ที่แขวนอยู่บนเพดานอุโมงค์เริ่มกระสับกระส่าย ปากของพวกมันฉีกกว้างออก น้ำลายใสๆ ไหลหยดลงมาจากปลายฟันแหลมคม
พอมองเห็นว่าพายุ "ฝนน้ำลาย" กำลังจะตกลงมา ชิงหลี่ก็ล้วงเอา "ร่มแดง" ออกมาจากพื้นที่มิติ ทันทีที่ร่มปรากฏขึ้น มนุษย์ที่เคลื่อนไหวผิดปกติเ่าั้ก็ดูเหมือนจะใกลัวอะไรบางอย่าง พวกมันรีบถดตัวหนีกลับเข้ามุมมืดทันที
"ร่มคันนี้..."
ฉู่ฉือจ้องมองร่มในมือของชิงหลี่ ริมฝีปากบางขยับเอ่ยเรียบๆ: "สวยดีนะ"
ผืนร่มสีแดงสดราวกับถูกชุบด้วยเืโชก แผ่ซ่านไปด้วยไออาฆาตที่เข้มข้น ใต้ผืนร่มนั้นเต็มไปด้วยยันต์เหลืองที่แปะไว้ถี่ยิบ เขียนด้วยอักษรสีแดงจากชาดเป็สัญลักษณ์ลึกลับ เห็นแสงสีแดงไหลเวียนจางๆ อยู่ภายใน
"แน่นอนค่ะ นี่น่ะสมบัติล้ำค่าประจำอารามของฉันเลยนะ" ชิงหลี่ยกยิ้มที่มุมปาก
หลังจากอาจารย์หนีหายไป ทิ้งกองขยะไว้ให้เธอเต็มอาราม เธอเลือกเก็บร่มคันนี้ไว้เพียงชิ้นเดียว ส่วนที่เหลือเอาไปขายของเก่ากินหมดแล้ว
ผู้ชมในไลฟ์เห็นร่มแดงรูปทรงประหลาดในมือชิงหลี่ ต่างก็เริ่มสงสัยตามๆ กัน
[ ร่มคันนี้สวยตรงไหนเนี่ย? สงสัยรสนิยมหมอฉู่จะแปลกๆ นะ ]
[ ทำไมใต้ร่มแดงต้องแปะยันต์เยอะขนาดนั้นล่ะ? ดูพิลึกชะมัด ]
[ ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองคนเดียวไหม แต่ร่มคันนี้ให้ความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ]
[ เมนต์บน นายไม่ได้คิดไปเองหรอก ]
[ อยากรู้จังว่าร่มทำมาจากวัสดุอะไร ไม่เหมือนพลาสติก ไม่เหมือนผ้า แล้วก็ไม่เหมือนกระดาษอาบน้ำมันด้วย ดูแปลกๆ นะ ]
ร่มเพียงคันเดียวทำให้หัวข้อแชทเบี่ยงประเด็นไปไกล
ร่างมนุษย์ในมุมมืดเริ่มคลุ้มคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ ไฟจากยันต์ค่อยๆ ดับลง ไฟฉายดูเหมือนจะถูกรบกวนด้วยสนามแม่เหล็กจนเปิดไม่ติด ไม่นานนัก อุโมงค์ก็จมดิ่งสู่ความมืดมิดสนิท
"แกรกๆ— แกรกๆ—"
เสียงเสียดสีเล็กๆ ดังสะท้อนก้องในความมืด ชิงหลี่รู้ดีว่าพวกมันกำลังกลับมาอีกครั้ง
ยันต์สายฟ้าห้าใบปรากฏขึ้นในมือเธอ แต่เพราะกังวลว่าพลังของห้าใบจะรุนแรงเกินไปจนทำให้อุโมงค์ถล่ม ชิงหลี่จึงเก็บกลับไปสี่ใบ
สายฟ้าสีม่วงเส้นเล็กๆ เริ่มวนเวียนอยู่บนฝ่ามือเธอ แต่ทว่าวินาทีถัดมา ฉู่ฉือกลับคว้ามือกุมมือเธอไว้แน่น ท่ามกลางความมืดที่มองไม่เห็นใบหน้าชายหนุ่ม มีเพียงเสียงทุ้มต่ำของเขาที่ดังขึ้นข้างหู
"สาวน้อย ฉันมาเพื่อเอาของนะ ถ้าเธอทำพวกมันพังหมด ฉันจะปวดหัวเอาได้"
"คุณปวดหัว ไม่ใช่ฉันปวดหัวสักหน่อย" ชิงหลี่ฮึดฮัดใส่
เสียงหัวเราะเบาๆ ของฉู่ฉือดังขึ้นข้างหู เขาหยิบมีดผ่าตัดด้ามหนึ่งยัดใส่มือชิงหลี่ แล้วกระซิบว่า
"จุดอ่อนของพวกมันอยู่ที่สมอง หนอนพวกนั้นเป็ปรสิตอยู่ในหัว กินสมองจนเกลี้ยง แล้วใช้รยางค์ควบคุมประสาทในร่างกายเพื่อสั่งการเคลื่อนไหว"
สิ้นคำพูด เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของชิงหลี่
[ ยินดีด้วย ผู้เล่นหมายเลข 91 ได้รับไอเทมพิเศษ — มีดผ่าตัดของฉู่ฉือ ]
[ คุณสมบัติไอเทม: สามารถสยบผีที่มีระดับต่ำกว่า ‘มหาภัยพิบัติ’ และสร้างความเสียหายถาวรแบบไม่สามารถฟื้นฟูได้ ]
ผมชี้โด่เด่บนหัวชิงหลี่ตั้งชันทันที สร้างความเสียหายถาวรให้ผีระดับต่ำกว่ามหาภัยพิบัติได้เนี่ยนะ มันของระดับเทพชัดๆ ปกติพวกผีจะใช้พลังผีซ่อมแซมร่างกายได้ แต่ถ้าโดนมีดเล่มนี้กรีด พวกมันจะไม่มีวันกลับมาเป็ปกติได้อีกเลย
"หมอฉู่คะ ฉันมีสองมือ ให้มีดผ่าตัดเล่มเดียวมันไม่พอใช้หรอกค่ะ" ชิงหลี่ส่งสัญญาณใบ้แบบโจ่งแจ้ง
ฉู่ฉือ: "……"
ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้าจู่โจมชิงหลี่ เธอไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว ยันเท้าถีบออกไปเต็มแรง
"โครม! ——"
เสียงร่างกระแทกผนังอุโมงค์ดังสนั่นท่ามกลางความมืด ถึงขั้นได้ยินเสียงกระดูกแตกจางๆ
[ แม่เ้าโว้ยยย ยัยหนูบ้านนอกนี่ตีนหนักขนาดไหนเนี่ย? ]
กล้องในไลฟ์เปลี่ยนเป็โหมดถ่ายภาพกลางคืนเรียบร้อย ผู้ชมจึงเห็นภาพชายคนหนึ่งลอบโจมตีชิงหลี่ในความมืด แต่กลับโดนถีบกระเด็นไปได้อย่างชัดเจน
ที่น่าใคือ ชายคนนั้นถูกถีบไปติดผนังจนหินแตกกระจาย ร่างของเขายับเยินเหมือนกระดาษที่ถูกขยำติดกำแพง กระอักเืออกมาคำโต และในลิ่มเืนั้นมีหนวดรยางค์ยั้วเยี้ยดิ้นพล่านปนออกมาด้วย
แต่นี่เป็เพียงแค่ของว่างเรียกน้ำย่อยเท่านั้น มนุษย์— ไม่สิ ควรเรียกว่า "ศพ" มากกว่า ศพที่ถูกหนอนสิงร่างเ่าั้สูญเสียลักษณะของสิ่งมีชีวิตไปหมดแล้ว พวกมันเหมือนเครื่องจักรที่ถูกควบคุม ไม่มีสมอง ไม่มีจิตใจ คลานดาหน้าเข้ามาจากรอบทิศทาง บีบวงล้อมเข้าหาชิงหลี่และฉู่ฉือ…
ชิงหลี่สะบัดยันต์ไฟออกมาอีกหลายใบ ยันต์แปะเข้าที่ศพที่ดาหน้าเข้ามา ทันใดนั้นเปลวไฟก็ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง สว่างไสวไปทั่วอุโมงค์แคบๆ
ศพนับไม่ถ้วนโอบล้อมพวกเขาไว้เป็วงกลม... ภาพนี้มันไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย
"ขอโทษด้วยนะคะหมอฉู่ ฉันคิดว่าศพที่ไม่มีหัว คงไม่ส่งผลกระทบต่อการเอาไปทำวัสดุทดลองของคุณหรอกมั้งคะ?"
ชิงหลี่พลันยิ้มกว้าง เปลวไฟที่ลุกโชนสะท้อนในดวงตาของเธอ ใบหน้าขาวนวลวับแวมตามจังหวะการเต้นของเปลวเพลิง มุมปากที่ยกยิ้มจางๆ แฝงไปด้วยความตื่นเต้น
สิ้นประโยคนั้น ในมือเธอก็ปรากฏ "ขวานั์" ออกมา เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง จามขวานใส่ศพที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที!
"ฉับ! ——"
หัวของศพหลุดกระเด็น เืพุ่งกระฉูดไปทั่ว
รยางค์ที่ขาดวิ่นดิ้นพล่านออกมาจากลำคอ พยายามจะมุดกลับเข้าไปในหัว ชิงหลี่โยนยันต์ไฟใส่หัวที่กลิ้งอยู่อย่างไม่ใส่ใจ จนไฟลุกพรึบบทั่วหัว
"อ๊ากกกกกก! ——"
เสียงกรีดร้องโหยหวนแหลมสูงดังมาจากหัวนั้น มันดิ้นพล่านไปมาบนพื้นด้วยความเ็ป เปลวไฟบนตัวมันราวกับเจอน้ำมัน พลอยลุกลามไปติดศพตัวอื่นๆ อย่างรวดเร็ว
อุโมงค์เริ่มสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ
ชิงหลี่ที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับได้กลิ่น "เนื้อย่าง" ลอยมาเตะจมูก
เธอไม่หยุดมือ ขวานในมือร่ายรำจามใส่ศพรอบตัว ขวานเดียวฟันหัวขาดไปสี่ห้าตัวรวด มีศพตัวหนึ่งเตี้ยหน่อย ขวานเลยแค่เฉือนกะโหลกหายไปครึ่งซีก เผยให้เห็นโฉมหน้าปรสิตที่ซ่อนอยู่ข้างในให้ผู้ชมในไลฟ์ได้เห็นแบบเต็มๆ ตา
มันคือหนอนที่มีสีแดงสดไปทั้งตัว ตัวอ้วนกลมเหมือนเห็บที่ดูดเืจนอิ่มแปล้ ส่วนล่างของมันเชื่อมต่อด้วยหนวดรยางค์นับไม่ถ้วน และเ้าหนวดพวกนี้แหละที่ทำหน้าที่ควบคุมร่างกายศพ
เมื่อไม่มีกะโหลกกำบัง หนอนตัวนั้นััได้ถึงอันตราย มันพยายามชักรยางค์ออกเพื่อจะหนี แต่พริบตาต่อมา ยันต์แผ่นหนึ่งก็แปะลงบนตัวอ้วนๆ ของมันแล้วลุกเป็ไฟทันที
[ อ้วก... น่าเกลียดชะมัด นี่มันหนอนอะไรเนี่ย รบกวนผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูหน่อย ]
[ หนอนแบบนี้ในโลกเราไม่มีหรอก น่าจะเป็ของดีประจำโลกสยองขวัญเขาแหละ ]
[ เห็นหนวดมันแล้วนึกถึง ‘หนอนพยาธิขนม้า’เลย ]
[ เชี่ยยย ในโลกนี้ทำไมมีปรสิตที่น่าขยะแขยงขนาดนี้อยู่ ]
ชิงหลี่ลงมือจัดการพวกมันอย่างรวดเร็วทีละตัวๆ เพียงแต่ท่วงท่าของเธอนั้นโเี้รุนแรงเกินบรรยาย เมื่อเทียบกันแล้ว หมอฉู่ดูละมุนละไมกว่าเยอะ
มีดผ่าตัดในมือของเขาดูเหมือนจะมีชีวิต เขาไม่มีท่าทางที่ฟุ่มเฟือย ทุกครั้งที่ลงมือ มีดผ่าตัดจะปักเข้ากลางสมองของศพอย่างแม่นยำ ไอสีดำจางๆ ไหลซึมเข้าสู่าแ และทันใดนั้น ศพเ่าั้ก็สิ้นฤทธิ์ลงทันที
