หยวนเหล่าเอ้อร์ย่อมลองออกไปสอบถามราคากับร้านยาร้านอื่นอยู่แล้ว ปรากฏว่าราคาที่ได้รับรู้มานั้นพอๆ กับที่ผู้ดูแลเหยาบอกมา เพียงแต่ความแตกต่างคือ ราคาตอนที่โสมสมบูรณ์มันเสียดแทงใจเสียยิ่งกว่าราคาที่ผู้ดูแลเหยาบอกมาเสียอีก “ไอ้หยา ของดีเช่นนี้ น่าเสียดายเหลือเกิน หากไม่เสียหาย ขายพันตำลึงก็ยังถือว่าถูกมาก…”
ั้แ่เด็กจนโตจำนวนเงินเยอะที่สุดที่หยวนเหล่าเอ้อร์เคยได้ััคือสี่สิบตำลึง ยี่สิบตำลึงในนี้คือสินสอดที่สกุลกู้ให้มา และอีกยี่สิบตำลึงที่เหลือเป็เงินที่เขาต่อรองมาจากพี่ใหญ่ เพื่อเพิ่มในสินเดิมให้เ้าหก
เวลานั้นเขาให้นึกว่าตัวเองคือเศรษฐีแล้ว ยิ่งถ้ามีเงินร้อยสองร้อยตำลึง ยิ่งนับว่าเป็เศรษฐีใหญ่ ส่วนพันตำลึงคือเท่าใดนะ คือร้อยตำลึงแล้วเพิ่มไปอีกเท่าใช่หรือไม่!
เขาถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตะลึง
ขณะเดียวกันกู้ซิ่วไฉและเ้าหกยังคงนั่งรอหยวนเหล่าเอ้อร์ไปสอบถามราคาอยู่ที่ร้านยา ระหว่างนี้เ้าหกนำหลินจือที่ขอยืมมาจากกู้อวี้ออกมาขาย
ครั้นผู้ดูแลเหยาเห็นหลินจือสองดอกนี้ สีหน้าฉายแววซับซ้อน “เป็หลินจือที่ดี แต่น่าเสียดายที่สภาพไม่ค่อยสมบูรณ์ หากอยู่ในสภาพสมบูรณ์ข้าคงจะรับซื้อในราคาสี่ร้อยตำลึง ทว่าดูจากสภาพของพวกมัน ข้าให้ร้อยยี่สิบตำลึงก็แล้วกัน”
เ้าหกไม่มีความรู้เื่เงิน นางหันไปเอียงคอถามกู้ซิ่วไฉอย่างสงสัย “ท่านพ่อ เงินร้อยยี่สิบตำลึงสามารถซื้อถังหูลู่[1] ได้กี่ไม้หรือ”
“ถังหูลู่ไม้ละแค่สามเหวินเท่านั้น เงินสามตำลึงสามารถซื้อได้สามพันไม้ ฉะนั้นเงินร้อยยี่สิบตำลึงก็จะซื้อได้สี่หมื่นไม้”
เ้าหกมองนิ้วมือของตนเอง ก่อนจะก้มมองนิ้วเท้า ในสมองมีแต่ความว่างเปล่า จนถึงยามนี้นางเพิ่งจะนับได้ถึงเลขสี่สิบเท่านั้น ทั้งยังต้องใช้ทั้งมือทั้งเท้ามาช่วยนับ เลยไม่ทราบว่าเงินร้อยยี่สิบตำลึงนั้นมันจำนวนเท่าใด แต่ไม่เป็ไร แค่รู้ว่าเงินเท่านี้สามารถซื้อของได้มากมายก็เพียงพอแล้ว
“เวลาขุดโสมต้องใช้จอบค่อยๆ ขุดอย่างระมัดระวัง รากจะได้ไม่ขาด ส่วนหลินจือก็ต้องเด็ดจากตรงฐานล่างสุด มิใช่เด็ดตรงกลางขา…” แม้ผู้ดูแลเหยาจะรู้สึกว่าบิดาของเด็กหญิงผู้นี้โชคดีอย่างมากที่ได้เจอทั้งโสมและหลินจือ แต่พอเห็นสภาพของพวกมันก็อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำถึงวิธีการเก็บของเหล่านี้กลับมา
เ้าหกมิค่อยเข้าใจในคำของผู้ดูแลเหยาเท่าใดนัก พี่สาวสุนัขจิ้งจอกกล่าวไว้ได้ถูกต้องจริงๆ มนุษย์นั้นมากเื่ โสมกับหลินจือที่เก็บมาใช้งานได้ก็ถือว่าใช้ได้แล้วมิใช่หรือ ไฉนต้องดูด้วยว่าสวยหรือไม่สวย
เ้าหกคงลืมไปเสียสนิทว่า ด้วยเพราะนางเองก็ถูกหน้าตาอันหล่อเหลาของกู้อวี้ล่อลวงเช่นกัน ถึงได้ขึ้นเขาไปขุดโสมและหลินจือมาให้สกุลกู้!
หน้าตาดีมักได้เปรียบ ประโยคนี้ใช้ได้กับทุกสิ่งกระมัง!
“วิธีดูหลินจือคือดูจากอายุ ลักษณะ และประเภท หลินจือที่แม่นางน้อยผู้นี้เอามาเป็หลินจือประเภทธรรมดา หากเป็หลินจือแดงราคาจะเพิ่มเป็เท่าตัว แต่ถ้าหลินจือม่วงราคาก็จะเพิ่มเป็ห้าเท่าตัวเลยทีเดียว” ผู้ดูแลเหยาเอ่ยคำ
กู้ซิ่วไฉยกยิ้มมุมปาก หลินจือที่เ้าหกเอามาขายเป็ดอกที่คุณภาพด้อยที่สุดในบรรดาหลินจือทั้งหมดที่ให้แก่ต้าหลาง เขาเห็นกับตาว่าในกองหลินจือเ่าั้มีหลินจือแดงและม่วงสองดอกที่มีขนาดใหญ่กว่าหลินจือที่เ้าหกเอามาขายวันนี้
“ผู้ใดเลยจะโชคดีปานนั้น ขึ้นเขาครั้งนี้ฉินเจียกงโชคดีจึงบังเอิญเจอเท่านั้น” กู้ซิ่วไฉกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อน เขาจะให้ผู้ใดล่วงรู้มิได้เด็ดขาดว่า เ้าหกยังมีโสมและหลินจืออีก มิเช่นนั้นอาจมีคนถูกความโลภเข้าครอบงำก็เป็ได้
“ท่านพูดถูกต้อง” ผู้ดูแลเหยายิ้มกล่าว
เ้าหกมิเข้าใจว่าผู้ดูแลเหยากับท่านพ่อกู้พูดสิ่งใดกันอยู่ นางผลักหลินจือไปตรงหน้าผู้ดูแลเหยา ก่อนจะแบมือเล็กๆ ออกไป “ท่านลุง เอาเงินให้ข้า”
ผู้ดูแลเหยามองเ้าหกอย่างขบขัน ยิ้มพลางเอ่ย “รอบิดาเ้ากลับมาก่อนดีหรือไม่ เด็กอย่างเ้าถือเงินเยอะๆ จะเป็อันตราย”
“ข้ามิใช่เด็กแล้ว” เ้าหกหน้าบึ้งอย่างไม่พอใจ “นี่คือของข้า!”
กู้ซิ่วไฉกลัวว่าเ้าหกจะพูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูดออกมา รีบเอ่ยกับผู้ดูแลเหยาว่า “ท่านให้เงินนางไปเถิด หากมีอะไรเกิดขึ้นข้าจะรับผิดชอบเอง”
ครั้นผู้ดูแลเหยาได้รับคำยืนยันนี้ก็รับหลินจือไป จากนั้นจึงเดินไปข้างหลังร้านเพื่อนำเงินออกมาพร้อมกับห่อผ้าห่อหนึ่ง เมื่อเปิดออกปรากฏว่าภายในนั้นคือก้อนเงินสิบสองก้อน
เ้าหกรู้จักก้อนเงินพวกนี้ ก้อนเงินหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับสิบตำลึง สิบก้อนก็เป็หนึ่งร้อยตำลึง
เ้าหกนำก้อนเงินออกมาสองก้อน ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้ในห่อผ้าเช่นเดิม มัดอย่างดีแล้วใส่ในตะกร้าที่นางสะพายอยู่ที่หลัง
ผู้ดูแลเหยามองการกระทำนี้อย่างสงสัย กู้ซิ่วไฉทำท่าจะเข้าไปช่วย ทว่าเ้าหกกลับส่ายหน้าปฏิเสธ ร่างกายท่านพ่อกู้ยังไม่แข็งแรง จะให้มาทำงานหนักเช่นสะพายตะกร้าได้อย่างไร
กู้ซิ่วไฉเห็นเช่นนี้ก็ได้แต่จนปัญญา
เวลานี้เองผู้ดูแลเหยาหยิบหมอนสำหรับวางแขนออกมาพลางกล่าวว่า “ในเมื่อท่านมาถึงที่นี่แล้ว ให้ข้าจับชีพจรให้ดีหรือไม่”
กู้ซิ่วไฉวางมือเอาไว้บนหมอน ผู้ดูแลเหยาใช้มือจับชีพจรอยู่ครู่เดียวก็อุทานออกมา ขณะเดียวกันสีหน้าเปลี่ยนเป็ตกตะลึง “เอ๋…” จากนั้นจึงบอกให้กู้ซิ่วไฉแลบลิ้นออกมาให้ดู เขานิ่งงันอยู่สักครู่ถึงค่อยยิ้มกล่าวว่า “ร้ายกลับกลายเป็ดี ยินดีกับท่านด้วย ไม่ทราบว่าท่านจะนำเทียบยาที่ดื่มอยู่ออกมาให้ข้าดูได้หรือไม่”
เดิมทีกู้ซิ่วไฉก็คิดจะนำเทียบยาออกมาให้ผู้ดูแลเหยาดูอยู่แล้ว ได้ยินดังนี้จึงรีบหยิบออกมาทันที
ผู้ดูแลเหยารับไปดูก่อนจะเอ่ยว่า “เทียบยาออกจะธรรมดาไปสักหน่อย หากอาศัยแค่เทียบยานี้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะทำให้ร่างกายของท่านเปลี่ยนกลับมาแข็งแรงเช่นนี้ได้ แต่ถ้าหากเป็การเพิ่มโสมอายุพันปีเข้าไป เช่นนั้นข้ายังจะพอเชื่อ”
กู้ซิ่วไฉยิ้มกล่าวว่า “ใต้หล้านี้ไหนเลยจะมีโสมอายุพันปี นับั้แ่ข้ารับเ้าหกมาเป็บุตรบุญธรรม ร่างกายของข้ากับภรรยาก็แข็งแรงขึ้นไม่น้อย อาการของบุตรชายคนโตก็ดีขึ้นเหมือนกัน”
“เช่นนั้นก็ยินดีกับท่านด้วย บุตรสาวบุญธรรมคนนี้รับได้ดี!” เ้าของร้านกล่าวแสดงความยินดีด้วยสีหน้าที่ยังคงประหลาดใจไม่จาง
เด็กหญิงผู้นี้หน้าตาน่ารักฉลาดเฉลียว นึกไม่ถึงว่าจะเป็ผู้มีโชคลาภดี ถึงแม้เขาจะเป็หมอไม่ควรเชื่อเื่งมงายเช่นนี้ หากแต่บางคราก็สมควรต้องเชื่อ มิเช่นนั้นจะอธิบายเหตุการณ์ที่น่าแปลกประหลาดเช่นนี้อย่างไร
โสมอายุพันปีอย่าว่าแต่ชนบทเช่นนี้เลย แม้แต่ในวังหลวงก็ไม่แน่ว่าจะมี ของสิ่งนี้คือของหายาก อีกทั้งยังมีตำนานกล่าวไว้ว่า หากผู้ใดได้กินโสมอายุพันปีหรือหลินจืออายุหมื่นปีจะได้กลายเป็เซียนขึ้นไปอยู่บน์
“ข้าจะเปลี่ยนตัวยาในเทียบให้ท่านเล็กน้อย หากท่านมีโสมอายุร้อยปี ร่างกายก็จะดีขึ้นได้เร็วยิ่งขึ้น” กล่าวจบผู้ดูแลเหยาก็ได้เขียนเทียบยาใหม่ให้ ก่อนจะสั่งให้คนงานในร้านไปจัดเตรียมให้ครบถ้วน เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หยวนเหล่าเอ้อร์ก็กลับมาถึงร้านพอดี กล่าวว่าให้ขายโสมให้แก่ผู้ดูแลเหยาได้เลย
ผู้ดูแลเหยาดีใจยิ่ง ถึงแม้โสมที่นำมาขายจะมีคุณภาพไม่ดีเท่าไร แต่ก็นับว่ามีอายุเป็ร้อยปี ถ้านำไปขายที่เมืองหลวง อย่างน้อยก็ต้องขายได้ถึงสองร้อยตำลึงเลยทีเดียว!
ครั้นได้เงินมาหยวนเหล่าเอ้อร์ก็คิดจะกลับหมู่บ้านเลยเดี๋ยวนั้น ทว่าเ้าหกยังไม่ยอม นางถือเงินตำลึงสองก้อนไว้ในมือ วิ่งตรงไปยังท้องถนนนอกร้านยา นาง้าจะซื้อๆ!
หยวนเหล่าเอ้อร์รีบตามไป ก่อนไปไม่วายหันหลังกลับไปบอกกล่าวแก่กู้ซิ่วไฉว่าให้รออยู่ที่ร้านยา
เ้าหกเดินเข้าไปดูในร้านรวงต่างๆ เนื่องจากในมือถือก้อนตำลึงเงินถึงสองก้อน เสี่ยวเอ้อร์[2] ในร้านต่างไม่กล้าดูเบา รีบเข้ามาถามไถ่อย่างกระตือรือร้นว่า้าจะหาซื้อสิ่งใด
หยวนเหล่าเอ้อร์ที่รีบวิ่งตามบุตรสาวมาถึงกับหอบหายใจเหนื่อย ครั้นเห็นเ้าหกกำลังสอบถามกับเสี่ยวเอ้อร์ในร้าน จึงรีบเข้าไปฉุดแขนนางไว้เพื่อจะพากลับ แต่เ้าหกดื้อรั้นไม่ยินยอม ชี้ไปที่ของในร้านแล้วเอ่ยว่า “ข้าเอาอันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้”
เสี่ยวเอ้อร์ยิ้มรับคำอย่างปรีดา รีบนำของที่ว่าไปห่อให้อย่างรวดเร็ว หยวนเหล่าเอ้อร์เห็นแล้วถลึงตาใส่บุตรสาว “เ้าจะซื้อของพวกนี้ไปทำอะไร เ้าไม่รู้หนังสือเสียหน่อย”
เ้าหกยิ้มกว้าง “ข้าจะซื้อไปให้พี่ชาย”
ที่แท้ร้านที่เ้าหกยืนอยู่ในเวลานี้คือร้านหนังสือนั่นเอง
หยวนเหล่าเอ้อร์ฟังแล้วให้รู้สึกเ็ปใจยิ่ง ทางด้านเสี่ยวเอ้อร์หลังจากห่อของเสร็จเรียบร้อยก็ยื่นของส่งให้ “ทั้งหมดสิบหกตำลึงขอรับ”
สิบหกตำลึง?
ถึงแม้เ้าหกจะไม่ทราบว่าจำนวนเงินเท่านี้นับว่ามากหรือน้อยก็ไม่นับว่าเป็อะไร เงินตำลึงสองก้อนในมือของนางน่าจะเพียงพอกระมัง เมื่อคิดแล้วก็ยื่นให้เสี่ยวเอ้อร์ จากนั้นหมุนตัวเดินออกจากร้านไปในทันที เพื่อไปยังร้านเป้าหมายถัดไป
หยวนเหล่าเอ้อร์รับหนังสือมา ก่อนจะรีบเดินออกจากร้านตามบุตรสาวไป มิได้สนใจเื่เงินทอนเลยแม้แต่น้อย
[1] ถังหูลู่ ของหวานของชาวจีนทางภาคเหนือ โดยนำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวไปเสียบกับก้านไม้ยาว จากนั้นนำไปเคลือบน้ำตาล ทำให้มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน
[2] เสี่ยวเอ้อร์ คำที่ใช้เรียกพนักงานภายในร้านนั้นๆ
