เมื่อได้ยินหานอวิ๋นซีถามเกี่ยวกับตัวเอง กู้ชีฉ่าวก็เลียริมฝีปากและไม่ได้ตอบกลับทันที เขากลับไปนั่งบนเตียงอย่างอดทนและเอนตัวอย่างเกียจคร้านโดยเอามือข้างหนึ่งหนุนศีรษะไว้แล้วมองไปที่หานอวิ๋นซี
ชายผู้นี้ หมายความว่าอย่างไร?
หานอวิ๋นซีพิงตู้ด้านข้าง กอดอกและขมวดคิ้ว
โดยไม่คาดคิด กู้ชีฉ่าวกะพริบตาที่เย้ายวนของเขาและส่งสายตาไปที่นาง ขนตายาวของเขากระพือตาม ดูเหมือนไร้เดียงสาและไม่เป็อันตราย แต่จริงๆ แล้วราวกับถูกมนต์สะกดเข้าไปถึงกระดูก
นี่มันปีศาจร้ายชัดๆ!
หานอวิ๋นซีตัวแข็งไปครู่หนึ่ง ไม่อาจละสายตาได้ราวกับถูกมนต์สะกด แต่โชคดีที่นางมีสมาธิเพียงพอ จึงหลบสายตาอย่างแน่วแน่ หยิบถ้วยชาแล้วขว้างใส่ แต่น่าเสียดายที่กู้ชีฉ่าวจับไว้ได้ทัน
“สรุปแล้วเ้า้าอะไรกันแน่?”
อันธพาลผู้นี้ หานอวิ๋นซีเกือบจะพ่ายแพ้ให้เขาแล้ว นางง่วงและอยากจะนอนมากจริงๆ
“ตอบคำถามของข้า เ้าเป็คนไร้ค่ามาั้แ่เด็ก ตระกูลหานก็ไม่มีทักษะด้านวิชาพิษ ฮูหยินเทียนซินแม่ของเ้ามีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมก็จริงแต่ก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาพิษ ไหนจะรอยแผลเป็บนใบหน้าของเ้าตอนที่ขึ้นไปบนเสลี่ยง พอลงมารอยแผลเป็นั้นก็หายไป เ้าเริ่มแอบเรียนวิชาพิษั้แ่อายุเท่าไร? เ้าไม่เคยออกจากเมืองหลวง แทบไม่ได้แยกออกจากตระกูลหานเลย ใครเป็คนสอนเ้า?”
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้ชีฉ่าว หานอวิ๋นซีก็หรี่ตาและยิ้มอย่างเ็า “เ้าสืบมาได้ดีจริงๆ”
กู้ชีฉ่าวไม่ถ่อมตัวแม้แต่น้อย “แน่นอน ข้ายังรู้ว่าเ้า...”
ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันที่จะได้พูดต่อ จู่ๆ หานอวิ๋นซีก็ะโเสียงดัง “อ๊า...ใครก็ได้ มีนักฆ่า!”
ในเมื่อถามไม่ได้ นางก็ไม่อยากที่จะเสียเวลานอนอันมีค่ากับชายผู้นี้!
กู้ชีฉ่าวที่ไม่ทันตั้งตัวก็เด้งตัวขึ้นทันที “เ้า!”
หานอวิ๋นซีเองก็ยิ่งเสียงดังมากขึ้น “ใครก็ได้ รีบมาให้ไว มีนักฆ่าอยู่ที่นี่!”
ในไม่ช้าก็มีเสียงฝีเท้ามาจากทุกทิศทุกทาง กู้ชีฉ่าวพยายามอย่างหนักกว่าที่จะเข้ามาที่นี่ได้
เขาหรี่ตาเล็กน้อย เลียริมฝีปากและยกนิ้วให้หานอวิ๋นซี เผยรัศมีอันตรายไปทั่วร่างของเขา “เ้าไม่กลัวว่าข้าจะจับเ้าเป็ตัวประกันหรือไร?”
แต่ใครจะคิดว่าหานอวิ๋นซีกลับไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังเดินไปที่ตั่งอุ่นอย่างเกียจคร้านด้วยสีหน้าไม่สนใจ ทั้งยังหลับตาลงอีกด้วย
นางไม่กลัวเขาหรอก ถ้าชายผู้นี้เป็ตัวอันตรายจริงๆ นางคงตกอยู่ในอันตรายไปนานแล้ว
กู้ชีฉ่าวถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะออกมา สตรีผู้นี้น่าสนใจจริงๆ เขาชอบ!
แม้ว่าเสียงฝีเท้าข้างนอกจะใกล้เข้ามา กู้ชีฉ่าวก็ยังไม่มีความคิดที่จะวิ่งหนี เขาเดินเข้าไปหาหานอวิ๋นซีอย่างเงียบๆ
หานอวิ๋นซีรู้สึกเพียงลมที่พัดเข้าหาใบหน้าของนาง นางลืมตาขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่ใครจะรู้ว่า...
ในตอนที่หานอวิ๋นซีลืมตาขึ้น กู้ชีฉ่าวก็โน้มตัวลงมาจูบหน้าผากนางเบาๆ เป็ััที่จักจี้ ลมหายใจที่ตกลงมาบนใบหน้าของก็เบาบางอย่างมาก
ในขณะนี้ นางเห็นคางที่โค้งอย่างสมบูรณ์แบบของเขาและลูกกระเดือกที่เคลื่อนเล็กน้อย ทุกอย่างอยู่ใกล้นางมาก ที่แท้ชายที่งดงามกว่าหญิงสาวผู้นี้ก็มีด้านที่แข็งกระด้างอย่างชายหนุ่มเช่นกัน
ดวงตาของหานอวิ๋นซีเบิกกว้าง ร่างกายทุกส่วนของนางแข็งทื่อ ยกเว้นหัวใจที่ตื่นตระหนกและหวาดกลัว ซึ่งไม่สามารถควบคุมการเต้นที่บ้าคลั่งของมันได้!
โอ้พระเ้า ปีศาจตนนี้จูบนาง!
ไม่ กำลังลวนลามนางต่างหาก!
หลังจากจูบเบาๆ กู้ชีฉ่าวก็ถอยห่างและยิ้มอย่างมีเ้าเล่ห์ “มองอะไรอยู่? ก็แค่ทำเป็สัญลักษณ์เท่านั้นว่าข้าชอบเ้า”
ทันทีที่เขาพูดจบ ก่อนที่หานอวิ๋นซีจะตอบกลับ ร่างของเขาก็หายไป ในขณะเดียวกัน องครักษ์สามนายก็รีบเข้ามา แม่นมจ้าวเองก็มาด้วย
เมื่อเห็นหวังเฟยนอนอยู่บนตั่งในห้องที่ว่างเปล่า แม่นมจ้าวพูดอย่างกระวนกระวายว่า “หวังเฟย นักฆ่าอยู่ที่ไหนเพคะ? นักฆ่าอยู่ที่ไหน?”
เช่นนี้หานอวิ๋นซีจึงจะรู้สึกตัวขึ้นมาและรีบลุกขึ้นนั่ง “นักฆ่า? นักฆ่า...”
“นักฆ่าอยู่ที่ไหนเพคะ?” แม่นมจ้าวกระวนกระวายใจอย่างมาก กลัวจริงๆ ว่าหวังเฟยจะใกลัว
“เมื่อครู่ข้าแค่ฝันถึงนักฆ่าน่ะ! มีนักฆ่ามากมาย มันน่ากลัวเหลือเกิน!” หานอวิ๋นซีพูดโกหกออกไป ด้วยความสามารถของกู้ชีฉ่าว เดาว่าตอนนี้ต่อให้ตามไปก็คงตามไม่ทัน
ชั่วขณะหนึ่ง แม่นมจ้าวที่กระวนกระวายใจอย่างมากและองครักษ์ต่างก็ผ่อนคลายลง ไม่รู้จะพูดกับเ้านายท่านนี้อย่างไรดี ฝันแล้วะโออกมาเสียงดังแบบนี้ได้ด้วยหรือ?
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก ท้ายที่สุดลานดอกบัวก็มีการคุ้มกันอย่างแ่า โดยทั่วไปแล้วไม่มีนักฆ่าคนใดเข้ามาได้
แม่นมจ้าวสั่งให้องครักษ์ออกไปและรีบรินชาร้อนหนึ่งถ้วย “หวังเฟย รีบดื่มชาสักหน่อยเถิดเพคะ จะได้ใจเย็นลง”
หานอวิ๋นซีต้องระงับความใของนางจริงๆ นางใจริงๆ! เ้ากู้ชีฉ่าวบ้านั่น! กุ๊ยชัดๆ! คิดไม่ถึงว่าจะฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งนาง
นางดื่มน้ำชาไป พลางเอามือเช็ดหน้าผากอย่างแรงไป
นางขมวดคิ้ว การเอาปากแตะที่หน้าผากของนางเมื่อครู่ ถือว่าเป็การจูบหรือ? นี่นับว่าเป็จูบแรกหรือไม่?
“หวังเฟย หน้าผากท่าน…เป็อะไรหรือเปล่าเพคะ?” แม่นมจ้าวถามอย่างสงสัย
หานอวิ๋นซีรีบเอามือลงทันที “มะ...ไม่มีอะไร”
กู้ชีฉ่าว เ้าคนชั่ว! นางตัดสินใจจดชื่อเขาลงบัญชีดำ อย่าได้มาอีกเลย ไม่อย่างนั้นทันทีที่เขามา นางจะะโทันที!
ไม่สิ ถ้าเจอกันคราวหน้า นางจะวางยาเขา!
ร่างกายที่เดิมทีรู้สึกเหนื่อยล้า หลังจากถูกกู้ชีฉ่าวทำให้ใ หานอวิ๋นซีก็ฟื้นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ นางนั่งอยู่เป็เวลานานก่อนจะไปที่ห้องนอนของหลงเฟยเยี่ยเพื่อแช่น้ำร้อน
ท้ายที่สุดแล้ว ความแข็งแรงทางร่างกายของนางมีจำกัด หลังจากกลับจากการแช่น้ำ นางก็นอนลงบนตั่ง นางคิดเื่ของกู้ชีฉ่าวและหลับไปโดยไม่รู้ตัว
การนอนหลับนี้อาจเรียกได้ว่าฟ้าหม่นแผ่นดินมืด อธิบายสั้นๆ ว่า นอนั้แ่บ่าย กลางคืน จนตื่นขึ้นมาในยามสายของวันถัดไป
ทันทีที่หานอวิ๋นซีตื่นขึ้น นางก็ได้ยินข่าวลือทุกประเภทในเมืองหลวง เื่ราวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเื่ราวของสองแม่ลูกตระกูลหานมากนัก ทว่ากลับมีเื่ตลกมากมายเกี่ยวกับมู่หลิวเยวี่ยในยามว่างหลังอาหารเย็น ทุกคนกำลังรอดูว่านางจะทำตามที่เดิมพันไว้หรือไม่ แต่ก็มีข่าวจากจวนแม่ทัพใหญ่ว่าทันทีที่มู่หลิวเยวี่ยกลับไปก็ป่วย ไข้ขึ้นสูงอยู่ตลอด ทั้งยังเป็ลมอีกด้วย
ช่างบังเอิญมาป่วยถูก่เสียด้วย
ทันทีที่ข่าวนี้ออกมา หัวข้อการสนทนาในเมืองหลวงก็เข้มข้นขึ้น สำนักพนันทั้งใหญ่และเล็กถึงกับเปิดการเดิมพันอย่างเปิดเผย พนันว่ามู่หลิวเยวี่ยจะทำตามข้อตกลงการเดิมพันหรือไม่ ไม่ก็พนันว่าหานอวิ๋นซีจะปล่อยมู่หลิวเยวี่ยไปหรือไม่ หรือไม่ก็เดิมพันว่าฉินอ๋องจะเข้ามาแทรกแซงเื่นี้หรือไม่ กล่าวโดยสรุปคือมีการเดิมพันทุกประเภทเกี่ยวกับเื่นี้
ไม่ได้มีการถกเถียงกันมากมายเกี่ยวกับสองแม่ลูกตระกูลหาน และดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีใครพูดถึงสิ่งที่หลี่ซื่อพูดไว้ก่อนหน้านี้เลย ไม่รู้ว่าเป็เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชน หรือเื่การพนันเป็ที่นิยมเลยปกปิดเื่ทุกอย่างได้
ตระกูลหานจะปลอดภัยหรือไม่ หากไม่ได้รับคำตอบที่แน่นอนจากหลงเฟยเยี่ย หานอวิ๋นซีก็ยังคงกังวลอยู่เสมอ
คืนต่อมา หานอวิ๋นซีที่เพิ่งจะออกมาจากทางฝั่งของอี้ไท่เฟย ในที่สุดก็เห็นว่าไฟในห้องนอนของหลงเฟยเยี่ยเปิดอยู่
นางรู้สึกตื่นเต้นทันทีและรีบเดินไปเคาะประตู “ก๊อกก๊อกก๊อก!”
หลงเฟยเยี่ยนอนอยู่บนเก้าอี้โยก คิ้วหล่อของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาทำอะไรใน่สองสามวันที่ผ่านมา
หลงเฟยเยี่ยขมวดคิ้ว ลุกขึ้นไปที่โต๊ะตำรา แล้วจึงจะพูดว่า “เข้ามา”
หานอวิ๋นซีเปิดประตูเดินเข้าไป ตลอดทางจนถึงห้องตำรา หลงเฟยเยี่ยหยิบพู่กันขึ้นมาและเขียนบันทึกโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองนาง
หานอวิ๋นซียืนอยู่ตรงหน้าเขาและถามตรงข้ามโต๊ะว่า “หลี่ซื่อคือชิงอีใช่หรือไม่?”
“อืม” หลงเฟยเยี่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ในเมื่อหลี่ซื่อคือชิงอี เช่นนั้นนางก็ต้องเป็หัวหน้าของกลุ่มสายลับ หากหลี่ซื่อถูกจับ คนทรยศเหล่านี้จะถูกกวาดล้างอย่างแน่นอน
“แล้ว…แล้วหน้ากากเขี้ยวในวันนั้นล่ะ?” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง ชายสวมหน้ากากคนนั้นเป็ปรมาจารย์แห่งพิษจริงๆ หากไม่กำจัด เดาว่าในภายภาคหน้าอาจจะมีปัญหาใหญ่ก็เป็ได้
“นอกจากหลี่ซื่อแล้ว ไม่มีใครรู้ถึงการมีอยู่ของเขา”
น้ำเสียงของหลงเฟยเยี่ยยังคงนิ่งสงบอย่างมาก แต่ใบหน้าที่นิ่งเฉยของหลี่ซื่อปรากฏขึ้นในความคิดของหานอวิ๋นซี นางคิดไม่ออกว่าชายสวมหน้ากากผู้นั้นมีความสามารถแบบใดกัน ถึงได้ทำให้หลี่ซื่อนับถือเขาขนาดนั้น?
หลังจากถามเกี่ยวกับหลี่ซื่อ หานอวิ๋นซีลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามอีกครั้งว่า “เ้าของโรงน้ำชาเทียนเซียง ท่านได้สืบประวัติของเขาหรือไม่?”
ในขณะนี้ หลงเฟยเยี่ยเงยหน้าขึ้นและถามอย่างเ็าว่า “มาหาข้ามีเื่อะไร?”
ไม่รู้ว่ามันใกล้เกินไปหรือดวงตาของเขาเ็าเกินไป หานอวิ๋นซีถอยไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
ไม่มีเื่อะไรแล้วมาหาไม่ได้หรือไร?
นี่ไม่ใช่ว่านางกำลังถามเื่จริงจังอยู่หรือไร? กู้ชีฉ่าวลวนลามนางนะ!
เอาเถอะ นั่นไม่ใช่สิ่งที่นาง้าถามเป็หลัก เข้าประเด็นกันเลยดีกว่า
“ในคดีคนทรยศ ตระกูลหานจะโดนตัดสินจริงหรือ?”
ในกรณีนี้ ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนนั้นมีเพียงสองแม่ลูกหลี่ซื่อเท่านั้นที่วางยาพิษแม่ทัพใหญ่ อย่างไรก็ตาม โดยเนื้อแท้แล้วตระกูลหลี่เป็ผู้นำของสายลับในอาณาจักรเป่ยลี่ ความผิดนั้นร้ายแรงอย่างมาก อันตรายอย่างมากและคุกคามความปลอดภัยของเทียนหนิงโดยตรง หลี่ซื่ออยู่ในจวนตระกูลหาน ตระกูลหานจึงต้องรับผิดชอบ
“ข้ายังให้คำตอบที่ชัดเจนแก่เ้าไม่ได้ในตอนนี้” หลงเฟยเยี่ยนิ่งเฉย
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หานอวิ๋นซีก็ประหม่า “แล้วอี้เอ๋อร์ล่ะ? ท่านเคยสัญญากับข้าว่าจะปกป้องเขา!”
นี่เป็ครั้งแรกที่หลงเฟยเยี่ยเห็นว่าหานอวิ๋นซีใส่ใจใครบางคนอย่างมาก หานหยุนอี้เป็จุดอ่อนของนางหรือ?
เขาเกลียดที่สตรีผู้นี้มีจุดอ่อน!
เื่คนทรยศทั้งหมดอยู่ในมือของเขา เขามีอำนาจสูงสุด เดิมทีเขามั่นใจว่าจะปกป้องหานหยุนอี้ไว้ได้ แต่สิ่งที่หลี่ซื่อพูดก่อนหน้านั้นในคืนนั้นทำให้ฮ่องเต้เทียนฮุยโกรธ
หานอวิ๋นซีไม่รู้ว่า ไม่ใช่แค่ตระกูลหานเท่านั้นที่ถูกสงสัย แม้แต่ตัวนางเองก็ถูกสงสัยเช่นกัน
ผู้ที่เก่งในการล้างพิษคือปรมาจารย์แห่งยาพิษต่างหาก จากคำพูดของหลี่ซื่อแล้ว จะให้ฮ่องเต้เทียนฮุยไม่คิดได้อย่างไรกัน? จะส่งเสริมและให้ความสำคัญ หรือจะป้องกันและกำจัดให้สิ้นซาก นี่เป็ความคิดชั่ววูบของฮ่องเต้เทียนฮุย นอกจากนี้หานอวิ๋นซียังเป็ชายาของหลงเฟยเยี่ย ดังนั้นจะให้เขาไม่ปวดหัวได้อย่างไร?
เื่นี้ต้องทำการหารือกับฮ่องเต้เทียนฮุย
“ข้าไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนแก่เ้าได้ในตอนนี้เช่นกัน” หลงเฟยเยี่ยยังคงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อะไรนะ?
หานอวิ๋นซีตกตะลึง โน้มตัวไปข้างหน้าอย่างตื่นตระหนกและพูดเสียงดังว่า “ท่านเคยสัญญากับข้าแล้วไม่ใช่หรือ!”
ก่อนหน้านี้เขาเคยสัญญากับนาง ดังนั้นเขาจึงพานางไปที่ห้องของหลี่ซื่อเพื่อหาหลักฐาน แล้วทำไมตอนนี้เขาถึงบอกว่าเขาไม่แน่ใจ? เขาหมายความว่าอย่างไรกัน? เขาไม่สามารถปกป้องอี้เอ๋อร์ได้อย่างนั้นหรือ?
นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนกล้าพูดเสียงดังกับเขาใกล้ๆ ขนาดนี้ หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ตระกูลหานและหานหยุนอี้ก็ยังสบายดีอยู่ไม่ใช่หรือไร เ้าจะกังวลไปทำไมกัน?”
หานอวิ๋นซีถอยห่างทันที แต่ก็ยังคงโกรธเคือง “ข้า...ข้า...เช่นนั้นแล้วที่ท่านพูดมาสรุปมันหมายความว่าอย่างไรกันแน่?”
“หมายความว่า ถ้าไม่มีเื่อะไรก็ออกไปได้แล้ว” หลงเฟยเยี่ยรู้สึกรำคาญ เมื่อเห็นท่าทางที่กังวลของสตรีผู้นี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกรำคาญมากขึ้นไปอีก
เขาไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมตนเองถึง้าปกป้องนาง อย่างไรนางก็เป็แค่สตรีที่ฮ่องเต้เทียนฮุยบังคับให้เขาอภิเษกด้วย หากฮ่องเต้เทียนฮุย้านัก ก็เอากลับไปสิ! ทำไมเขาต้องรู้สึกหงุดหงิดด้วยนะ?
หานอวิ๋นซีที่ไม่ทันตั้งตัว ชายผู้นี้ทำไมถึงเป็แบบนี้นะ!
นางยังคงโกรธและตบโต๊ะ “ท่านสัญญากับข้าแล้ว ท่านก็ต้องทำให้ได้สิ!”
หลงเฟยเยี่ยจ้องไปที่มือของนาง แล้วค่อยๆ เลื่อนสายตาขึ้นมองหน้านาง ดีจริงๆ สตรีผู้นี้ทำลายสถิติใหม่อีกแล้ว ไม่เพียงแค่ะโใส่เขา ทว่ายังตบโต๊ะของเขาด้วย
“ข้าจะพูดเป็ครั้งสุดท้าย เ้า ออกไปเสีย!” เสียงของหลงเฟยเยี่ยเ็ามาก
หานอวิ๋นซีที่ไม่มีความกลัวใดๆ มองเขาอย่างดุร้ายแล้วเดินออกไป!
