ข้างค่ายกลนำส่งโบราณแห่งนั้น ผู้โชคดีของเจ็ดสำนักในอาณาจักรหลีเทียนต่างก็มองไปยังกลางอากาศด้วยท่าทางเหม่อลอย
เนี่ยเทียนถูกม่านแสงเจ็ดสีปกคลุม ร่างของเขาที่ปรากฏออกมาอย่างเด่นชัดค่อยๆ เคลื่อนลงมาด้านล่าง
ตอนที่พวกเขามองมายังเนี่ยเทียน เนี่ยเทียนเองก็กำลังก้มหน้าลงมามองด้วยดวงตาที่ฉายแววแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด
เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากที่ถูกสลัดออกมาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ถังหยางที่มาจากอาณาจักรอั้นิก็จะร่วงลงมาที่เมืองคูน้ำเช่นเดียวกับเขา
ทว่าพอเขามองอย่างละเอียดกลับไม่เห็นถังหยาง และไม่เห็นผู้ฝึกลมปราณจากต่างอาณาจักรคนใด
ลี่ฝาน เจียงหลิงจู อันซืออี๋ เจิ้งปิน แต่ละคนที่เผยตัวขึ้นมาในเส้นสายตาของเขาล้วนทำให้เขาตะลึงระคนแปลกใจทั้งสิ้น
“เนี่ยเทียน!”
พอเห็นว่าเขากำลังจะลงมา เจียงหลิงจูและอันซืออี๋ที่อยู่ด้านล่างก็โบกมือให้เขาด้วยสีหน้าลิงโลด
“เ้าหมอนี่ไม่เป็อะไรจริงๆ ด้วย!”
อวี๋ถงแห่งสำนักโลหิตพึมพำด้วยใบหน้าเ็า แอบสบถด่าอยู่ในใจเื่ที่เนี่ยเทียนดวงแข็ง
ทิศทางที่เนี่ยเทียนซึ่งถูกม่านแสงปกคลุมร่วงมาตรงกลับค่ายกลนำส่งโบราณที่ผุพังนั่นพอดี
“อู้!”
ตอนที่ร่างของเขาร่วงลง ม่านแสงเจ็ดสีที่ห่อหุ้มร่างของเขาอยู่ตลอดเวลาคล้ายน้ำที่ละลายเข้ากับค่ายกลน้ำส่งโบราณนั่น
เดิมทีซากค่ายกลนำส่งโบราณมืดสลัวไร้แสง ก้อนหินแต่ละก้อนที่สร้างขึ้นมาเป็ค่ายกลหลังนี้มีรอยปริแตกจำนวนมาก แม้แต่รูปภาพของตัวค่ายกลเองก็ยังหักบิ่นไปไม่น้อย
ทว่าเมื่อม่านแสงเจ็ดสีหลอมละลายเข้ากับค่ายกลโบราณ ทุกอย่างก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
ก้อนหินที่สร้างค่ายกลขึ้นมาซึ่งก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าปริแตกเพราะเหตุใดได้ถูกม่านแสงเติมเต็มจนประสานตัวปิดสนิท
รูปภาพบนค่ายกลที่แตกหักก็ถูกม่านแสงเชื่อมต่อจนกลายมาเป็ภาพที่สมบูรณ์แบบ
ค่ายกลที่ไร้แสง เมื่อมีพลังงานไหลรินเข้าใส่ก็พลันเปลี่ยนมาเป็เจิดจ้าบาดตา คล้ายว่าถูกเต็มเติมด้วยพลังงานที่มากพอจะพาทุกคนไปจากที่แห่งนี้ได้ในพริบตา
“เอ๊ะ!”
ทุกคนที่มารวมตัวกันอยู่ตรงนี้เพราะหมายจะยืมใช้ค่ายกลโบราณส่งตัวกลับ ทว่ากลับหาวิธีไม่ได้พลันฮึกเหิมกันขึ้นมาทันที
“การมาของเนี่ยเทียนไปกระตุ้นค่ายกลนำส่งโบราณแห่งนั้น ทำให้ค่ายกลมีพลังงานมาชดเชยส่วนที่ขาดหายไป!” เฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิตแสดงความตื่นเต้นออกมาทางสีหน้า
เขาเหลือบตามองไปยังชิวเหิงทันทีหนึ่งครั้ง แค่นเสียงเ็าแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแปร่งหู “ไหนว่าเ้ามีความรู้เื่พลังงานห้วงมิติอย่างไรเล่า? เวลาตลอดสามเดือนมานี้พวกเราต่างก็เอาวัตถุดิบวิเศษมากมายออกมาให้เ้าใช้อย่างสิ้นเปลือง แต่เ้าน่ะเคยทำให้ค่ายกลแห่งนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงแม้แต่นิดหรือไม่?”
ชิวเหิงแห่งหอหลิงเป่าสีหน้ากระอักกระอ่วน ยิ้มประจบ ไม่ได้เอ่ยโต้แย้ง
่เวลาที่ผ่านมา หลังจากที่ค้นหาไปทั่วทั้งพื้นที่หินอุกกาบาตที่พวกเขาอยู่ครบแล้วหนึ่งรอบแล้วพบว่าไม่ได้รับผลพวงใดๆ กลับคืนมา ทุกคนจึงอยากไปจากที่แห่งนี้อย่างมาก
สิ่งเดียวที่พวกเขาหาเจอและอาจจะพาพวกเขาไปจากที่นี่ได้มีเพียงค่ายกลนำส่งโบราณที่ผุพังแห่งนี้
ชิวเหิงแห่งหอหลิงเป่าไม่ได้มีขอบเขตสูงเท่าใดนัก ทว่าคนผู้นี้พอจะรู้ถึงความลึกลับของพลังแห่งมิติอยู่บ้าง
และก็ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงฝากความหวังไว้ที่เขา เอาเวทลับห้วงมิติและวัตถุดิบวิเศษที่พวกเขาเก็บเอาไว้มามอบให้ชิวเหิง
พวกเขาต่างก็คาดหวังว่าชิวเหิงจะสามารถทำให้ค่ายกลนำส่งโบราณกลับคืนสู่สภาพเดิม จากนั้นก็อาศัยมันพาพวกเขาไปจากสถานที่ที่ไม่เหลือความวิเศษใดๆ แห่งนี้
แต่ที่น่าเสียดายก็คือชิวเหิงใช้วัตถุดิบวิเศษหมดสิ้นไปไม่น้อยก็ยังไม่สามารถชักนำให้ค่ายกลเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้
ค่ายกลนำส่งโบราณยังคงมืดมิดไร้แสง รูปภาพก็ยังคงแตกหักอย่างที่เคยเป็ มิได้รับการซ่อมแซมแม้แต่นิด
ตอนนี้เนี่ยเทียนร่วงลงมาจากฟ้า วินาทีที่ร่างของเขาตกถึงพื้น ม่านแสงเจ็ดสีที่ห่อหุ้มร่างของเขาไว้ก็ไปกระตุ้นให้ค่ายกลนำส่งโบราณมีชีวิตทันที นี่ทำให้เฟิงหลัวตื่นเต้นอย่างมาก
และเมื่อครู่นี้ชิวเหิงยังเอ่ยสาปแช่งเนี่ยเทียน ปรารถนาจะให้เนี่ยเทียนตายตกไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก
หากเนี่ยเทียนไม่อาจกลับคืนมาอย่างที่เขาคิดจริงๆ เกรงว่าค่ายกลนำส่งโบราณก็คงมิอาจเปิดใช้ได้ และทุกคนก็ต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่
“หากไม่มีความสามารถอย่างที่โอ้อวดก็อย่าทำให้พวกเราต้องสิ้นเปลืองวัตถุดิบวิเศษ!” หงช่านแห่งวังยมบาลก็กล่าวด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เช่นกัน
คนอื่นๆ ต่างก็ใช้สายตาไม่เป็มิตรมองมาที่ชิวเหิงแห่งหอหลิงเป่า รู้สึกว่าคนผู้นี้ดีแต่ปาก ในความเป็จริงแล้วไม่ได้ทำตัวมีประโยชน์ต่อทุกคนสักเท่าใดนัก
อันซืออี๋ที่ยืนอยู่ข้างชิวเหิงยิ้มหน้าบาน อยู่ๆ ก็กล่าวขึ้นมาเบาๆ ว่า “ข้าบอกแล้วว่าเนี่ยเทียนไม่มีทางเป็อะไรหรอก เ้าดูสิ เขากลับมาอย่างปลอดภัยด้วยเห็นหรือไม่?”
“อ้อ” ชิวเหิงรับคำลวกๆ สีหน้าไม่ค่อยน่าดูนัก ส่วนในใจก็ด่านางว่า “นางผู้หญิงชั่ว”
ตอนที่ค่ายกลนำส่งโบราณนั้นค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ ลี่ฝานแห่งสำนักหลิงอวิ๋นก็พลันถามเนี่ยเทียนว่า “เ้าไปที่ไหนมา ทำไมใช้เวลานานตั้งสามเดือน?”
“สามเดือน?” เนี่ยเทียนตะลึง
ตอนที่อยู่ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเขามัวแต่ต่อสู้ จากนั้นก็ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังเมื่อการต่อสู้ทั้งหมดยุติลง เขายังดูดซับเอาปราณิญญาฟ้าดินบริสุทธิ์มาจากพื้นที่ผู้แข็งแกร่งกลาง์เพื่อกลั่นหลอมมหาสมุทริญญาด้วย
ทุกครั้งที่มีแสงดาวสาดส่องลงมา เขาก็ไม่เคยพลาดสักครั้ง จะต้องชักนำแสงดาวเ่าั้เข้ามาที่มหาสมุทรจิติญญา รวบรวมออกมาเป็สะเก็ดดาวเจ็ดดวง
อยู่ที่นั่นเขาไม่รู้ถึงเวลาที่ผ่านพ้นไปแม้แต่นิด แล้วก็ไม่นึกด้วยว่าเขาจะอยู่ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวนานถึงสามเดือน
“อืม หรือจะพูดให้ถูกก็คือสามเดือนกว่า” ลี่ฝานให้คำตอบที่แม่นยำยิ่งกว่าเดิม จากนั้นใจก็กระตุก แอบสังเกตเนี่ยเทียน แล้วดวงตาเขาก็เปล่งประกายวาบ กล่าวขึ้นกะทันหัน “ฝ่าทะลุถึงท้าย์่กลางแล้วรึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้าเบาๆ “ฝ่าทะลุั้แ่ก่อนที่จะเข้าไปในเมืองคูน้ำแล้วขอรับ”
ลี่ฝานยิ่งตะลึงระคนแปลกใจ กล่าวอีกว่า “ตอนนี้เล่า?”
เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง ตอบ “เหมือนว่าขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็เหยียบสู่ท้าย์่ท้ายได้แล้ว ตามความคิดข้า ข้าน่าจะสามารถฝ่าทะลุได้ตลอดเวลา”
ลี่ฝานแสดงออกว่าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด “เ้าได้รับโชควาสนาอะไรมากันแน่?”
ขณะที่พูดเช่นนี้เขาก็สังเกตเห็นว่าในภาพประตู์บนหลังมือของเนี่ยเทียนไม่มีแสง์อยู่อีกแล้ว แต่กลับมีตราประทับเป็ดาวหกแฉกเพิ่มขึ้นมาสองดวง
เขาไม่เข้าใจว่าตราประทับรูปดาวหกแฉกนั้นหมายถึงอะไร แต่กลับััได้ว่าตราประทับนั่นมีความเกี่ยวข้องกับโชควาสนาของเนี่ยเทียน
ขณะที่เนี่ยเทียนกำลังจะอธิบายพลันสังเกตเห็นว่าคนของเจ็ดสำนักที่อยู่โดยรอบก็แอบเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างเขาและลี่ฝานอยู่เหมือนกัน
ในสายตาของคนเ่าั้เต็มไปด้วยความแปลกใจ เห็นได้ชัดว่าต่างก็อยากรู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกับตัวเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนไม่โง่ เขาหัวเราะเฮอๆ ไม่ได้ตอบคำถามของลี่ฝาน แต่ถามกลับว่า “พวกเ้าเล่า?”
เขาหันไปมองทางเจียงหลิงจู “เ้าได้รับผลพวงอะไรบ้างหรือเปล่า?”
“แน่นอนสิ!” เจียงหลิงจูเชิดหน้า กล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ข้าเจอวิชาฝึกบำเพ็ญตบะวิชาหนึ่งบนหินอุกกาบาต ทั้งยังได้รับอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งมาจากตัวของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าด้วย”
“อ้อ ไม่เลว เ้าโชคดีไม่น้อย” เนี่ยเทียนยิ้ม แล้วจึงหันมามองอันซืออี๋ที่อยู่ใกล้กับเขา กล่าว “พี่หญิง ท่านเล่า?”
อันซืออี๋อมยิ้ม กล่าวด้วยสีหน้าแสดงอารมณ์หลากหลาย “ข้าเองก็ได้รับผลเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่เช่นกัน หากไม่มีเื่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น รอจนข้ากลับไปที่อาณาจักรหลีเทียนแล้ว ข้าก็น่าจะเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตต้น์ได้อย่างรวดเร็ว”
คนเ่าั้ที่สังเกตมองเนี่ยเทียนอยู่รู้ว่าเขาจงใจเปลี่ยนหัวข้อ แต่พวกเขาจะซักไซ้ให้มากความก็ไม่ดี
ผู้โชคดีทุกคนที่สามารถรอดชีวิตมาถึงตอนนี้ต่างก็ได้ผลเก็บเกี่ยวมาไม่มากก็น้อย
หินอุกกาบาตมากมายที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ มีหลายพื้นที่ที่แฝงฝังความลับเอาไว้ พวกเขาหลายคนจึงต่างก็ได้รับของบางอย่างมาไว้ใน
เพียงแต่ว่าผู้ที่ได้รับสิ่งใดๆ มาต่างก็ไม่้าแบ่งปันให้ผู้อื่นรับรู้
ผู้ที่เข้าใกล้ซากเมืองคูน้ำแห่งนี้มากที่สุดต่างก็ใช้แสง์มารับอักขระลึกลับและรูปภาพมากมายจากในพลังงานประหลาดที่ลอยออกมาจากเมืองคูน้ำ
รูปภาพและอักขระลึกลับเ่าั้ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับคาถาสะเก็ดดาว แต่ก็แฝงเร้นไว้ด้วยความลึกลับของพลังงานมากมาย
อีกอย่างอักขระลึกลับและรูปภาพที่ทุกคนได้รับต่างก็เกี่ยวข้องกับธาตุและคาถาในการฝึกบำเพ็ญตบะของพวกเขาเอง
ลำพังเพียงแค่อักขระลึกลับและรูปภาพเ่าั้ก็ถือว่าดีมากสำหรับพวกเขาแล้ว
“ตามความเห็นข้า ค่ายกลนำส่งโบราณนี้...น่าจะเชื่อมต่อกับประตู์ของวังยมบาล”
เวลานี้ เมื่อหงช่านจากวังยมบาลเห็นว่าตรงกลางของค่ายกลนำส่งโบราณค่อยๆ มีประตูแสงเจ็ดสีบานหนึ่งก่อตัวขึ้น หน้าเขาก็พลันเปลี่ยนสี หันมากล่าวกับทุกคนว่า “การประลองของประตู์น่าจะยุติลงแล้ว ขอแค่พวกเราเหยียบเข้าไปก็จะได้ไปปรากฏตัวอยู่ในอาณาจักรหลีเทียน”
หยุดไปครู่หงช่านก็กล่าวอีกว่า “พวกเราจากมานานขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าอาณาจักรหลีเทียนเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง”
“ทุกคนจงเตรียมตัวให้พร้อม ทางที่ดีที่สุดคือต้องฟื้นฟูพลังงานให้ได้ถึงสภาวะสูงสุด ข้าว่าประตูแสงนั้นน่าจะยังคงอยู่อีกพักหนึ่ง ก่อนหน้าที่พวกเราจะเข้าไป พวกเราต้องอยู่ในสภาวะที่ดีเยี่ยมที่สุด”
“ข้ากังวลว่าเมื่อพวกเราเข้าไปแล้ว พวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับการท้าทายที่ยิ่งเหี้ยมโหดมากกว่าเดิม”
คำพูดประโยคนี้ของหงช่านทำให้อารมณ์ของทุกคนหนักอึ้ง สายตาของทุกคนที่มองมายังประตูแสงนั้นต่างก็แสดงความกระวนกระวาย
รวมไปถึงเนี่ยเทียนด้วย
ก่อนหน้านี้ตอนที่เข้ามาจากประตูอาณาจักรหลีเทียน เขาก็ได้รู้จากปากของพวกผู้ฝึกลมปราณต่างอาณาจักรแล้วว่าอาณาจักรหลีเทียนกลายมาเป็เป้าหมายของอาณาจักรอื่นไปแล้ว
ต่อให้ไม่ถูกอาณาจักรอื่นจ้องเขมือบ พวกภูตผีปีศาจก็น่าจะเฮโลกันเข้าไปในอาณาจักรหลีเทียนแล้ว
อาณาจักรหลีเทียนในวันนี้อาจจะมีคนตายกันเกลื่อนกลาด ตกอยู่ในานองเื ผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก พอพวกเขากลับไปอาณาจักรหลีเทียน สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ หากไม่ใช่ภูตผีปีศาจอันเป็ประชากรดั้งเดิมของอาณาจักรหลีเทียน ก็ต้องเป็คนต่างอาณาจักรที่เข้ามารุกราน
“บางที พวกเราก็ไม่ควรจะรีบร้อนกลับไป” และเวลานี้เอง ชิวเหิงแห่งหอหลิงเป่าก็เอ่ยขึ้นมาเบาๆ หนึ่งประโยค
----------
